โหลวอี้หยางยืนรออยู่หน้าเรือนของฉีหวังโม่อย่างใจเย็น เมื่อผ่านไปหนึ่งเค่อ นางจึงไม่สนใจรอเขาอีก มือทั้งสองผลักบานประตูเดินตรงเข้าไปยังห้องหนังสือของเขาอย่างคนรู้สิ้นแล้วเรือนในจวนแห่งนี้ นางเดินไปไม่สนใจสายตาของบ่าวไพร่ที่มองมายังนางด้วยความตกอกใ แต่ใครจะสนใจกัน ไม่ได้จะอยากข้องเกี่ยวกับคนจวนนี้อีกแล้ว
นางเดินเข้าไปด้วยใจที่สงบนิ่งไม่มีท่าทีขลาดกลัวใดให้เห็นแม้เพียงสักนิด จิตใจมุ่งมั่นถึงเพียงนี้ยังต้องขี้ขลาดไปอีกเพื่ออันใดกัน น่าขันนัก ยามนี้นางเดินมาถึงห้องหนังสือของเขาแล้ว
"ข้าขอคารวะคุณชายฉีเ้าค่ะ"
ฉีหวังโม่ขมวดคิ้วทันทีที่พบหน้านางในห้องหนังสือของตน ช่างเป็หญิงที่หาความมีมารยาทผู้ดีไม่ได้จริงเสียด้วย ดันกลายมาเป็คู่หมั้นของเขาเสียได้
"ข้าคงมารบกวนท่านกระมัง"
"เ้ารู้ด้วยหรือ"
"แน่นอน ข้ารู้ดี และรู้ดียิ่งว่าที่ข้ามาวันนี้คงสร้างความรำคาญใจให้ท่านเป็อย่างมาก"
"ข้าคงไม่ต้องกล่าวอันใดอีก เหมือนเ้าจะรู้ดียิ่ง"
"ข้ารู้ยิ่งกว่าผู้ใดเสียอีก และรู้ดียิ่งว่าเื่ที่ข้าจะมาเจรจากับท่านในวันนี้ จะทำให้ท่านยินดียิ่งเป็แน่"
"เ้ามั่นใจถึงเพียงนั้นเชียว"
"ข้า มั่นใจถึงได้บุกมาถึงห้องหนังสือของท่านอย่างไรเล่า"
โหลวอี้หยางสบตาฉีหวังโม่นิ่ง สายตานางมุ่งมั่นว่าจะทำให้สำเร็จจงได้
"เ้าจะเจรจาสิ่งใด"
"เื่หมั้นหมาย"
"เ้าทำสำเร็จแล้วไม่ใช่รึ ยังจะต้องเจรจาอันใดอีก"
"ก่อนหน้าที่สำเร็จน่ะใช่ แต่ตอนนี้ข้ายังทำการไม่สำเร็จ"
"ไม่สำเร็จ? เ้า้าสิ่งใดอีก"
ช่างเป็หญิงที่ไม่รู้จักพอเสียจริงอยากได้สิ่งใดก็จะมาเอาให้ได้ ชีวิตนี้เหตุใดต้องเป็เขาที่ตบแต่งให้นางกัน
"ข้ามาขอถอนหมั้น"
สายตาของฉีหวังโม่มองมายังนางด้วยสายตาจับผิดทันที แล้วก็พ่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยันออกมาทันที
" ฮาฮ่าฮ่า เ้าน่ะหรือ้าถอนหมั้น "
โหลวอี้หยางมองดูเขาหัวเราะจนพอใจก็กล่าวออกมาเสียงเรียบ
"ข้ามากล่าวเช่นนี้คงสร้างความขบขันให้ท่านน่าดู แต่ข้ามาเพื่อเจรจาเื่นี้ พรุ่งนี้ข่าวการถอนหมั้นจะแพร่ออกไปท่านจะเป็คนถอนหมั้นหรือเป็ข้าที่ถอนหมั้น ตัดสินใจเสีย"
"เ้ากำลังคิดจะเล่นอะไรอยู่หรือ ชื่อเสียของข้าเสียหายไม่เท่าเ้าที่เป็หญิงสาวกระมัง"
"เื่ของข้าท่านอย่าได้กังวลแทนไปเลย เื่ที่ต้องทำมีเพียงเท่านี้ พรุ่งนี้ถ้าท่านไม่มาถอนหมั้นก่อนเที่ยง ข้าส่งคนมาถอนหมั้นหลังเที่ยงเอง ข้าขอตัวลา"
โหลวอี้หยางกล่าวจบก็หันหลังกลับเตรียมจะเดินออกจากเรือนหลังนี้ทันที แต่เสียงของบุรุษหนึ่งเดียวในห้องก็ดังขึ้น
"เ้าแน่ใจหรือ"
"ฮึ แน่เสียยิ่งกว่าแน่"
ฉีหวังโม่ เสียงตอบของนางและท่าทางมุ่งมั่นคล้ายตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเช่นนี้ก็ไม่คิดว่านางล้อเขาเล่นอีก เหตุใดจึงมีท่าทีเยือกเย็นเช่นนี้ คล้ายไม่เ้าอารมณ์และหยิ่งผยองเช่นก่อนหน้า นางกำลังคิดทำสิ่งใดกัน น่าสงสัยยิ่งนัก
โหลวอี้หยางเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับอีก ภพนี้ เรือนนี้ จวนนี้ อย่าได้ให้ข้ามาเหยียบซ้ำอีกเลย นางคิดในใจก็เดินมุ่งหน้าออกไปอย่างคนรู้ทางยิ่งกว่าผู้ใด บ่าวไพร่ยังไม่ทันนำทางนางก็เดินนำไปครึ่งทางเสียแล้ว