ตะวันคล้อย ผู้ป่วยกลับไปหมดแล้ว หวังลู่เอินจึงถามนางขึ้นมา
“เมื่อครู่ข้าเห็นเ้าชงชาให้เด็กคนหนึ่งดื่ม เ้ามีความรู้เื่พืชสมุนไพรด้วยรึ”
ฟางหนิงเอ๋อชะงัก พลางคิดหาคำตอบ
“เอ่อ...ข้าก็อ่านจากตำราที่ท่านให้ข้าคัดลอก”
“งั้นรึ” หวังลู่เอินหรี่ตามอง...ก็อาจเป็ไปได้...แต่อ่านเพียงรอบเดียวก็จำพืชได้หลายชนิดแล้วหรือ แม้ไม่สิ้นความสงสัย แต่ก็ไม่ได้คาดคั้นต่อ
กลางดึกคืนนั้น จางเจียอีรู้สึกติดค้างอะไรในใจบางอย่าง จึงหันไปถามภรรยาที่นอนอยู่ข้าง ๆ
“แม่หนูคนนั้นชื่ออะไรนะ”
“นางชื่อ ฟางหนิงเอ๋อ ... ทำไมรึ”
“ข้ารู้สึกเหมือนเคยเห็นนางมาก่อน ที่ไหนสักแห่ง แต่นึกไม่ออก” ลุงจางทำท่านึก
“นางมากับน้ำ มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เ้าจะไปเคยเห็นได้ยังไงกัน อาจจะแค่คนหน้าคล้ายมั้ง นอนเถอะ ข้าง่วงจะแย่แล้ว” ป้าซูฉีดึงผ้าห่มมาคลุมจนแทบปิดใบหน้า คืนนี้อากาศช่างหนาวเย็นนัก
ทางด้านฟางหนิงเอ๋อนอนกระสับกระส่าย เหงื่อไหลซึมหน้าผาก ในความฝัน ย้อนไปในวัยเด็ก เธอยืนแอบอยู่ด้านหลังสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังปกป้องเธอจากชาวบ้านที่ชี้หน้าด่าทอสารพัด
“ลูกนางเป็ปีศาจ อย่าให้มันมาอยู่ในหมู่บ้าน...ออกไป!! ออกไป!! ปีศาจอย่ามาอยู่ร่วมกับมนุษย์”
สตรีผู้นั้นจูงเธอเข้าไปในป่า แล้วหายไปในความมืด
ฟางหนิงเอ๋อสะดุ้งตื่น แม้ภายนอกจะอากาศเย็น แต่ตัวเธอกลับเต็มไปด้วยเหงื่อ ...คืนวันเพ็ญใกล้เข้ามาทุกที
ฟางหนิงเอ๋อ เตรียมไปกวาดลานใบไม้ที่ลานบ้านเช่นทุกวัน แต่วันนี้เธอพบว่าลุงจางทำหน้าที่นั้นแทนแล้ว
“ลุงจางตื่นแต่เช้าจังเลยนะคะ” ฟางหนิงเอ๋อเข้ามาทักทาย พลางกวาดใบไม้ช่วยชายสูงวัย
“ตามประสาคนแก่น่ะ ...อืม...ข้าว่า ข้าเคยเห็นเ้าที่ไหนสักแห่งนะ” ลุงจางจ้องมองนางั้แ่ศีรษะจดเท้า
“ข้าไม่ใช่คนแถวนี้สักหน่อย ท่านจำผิดแล้วล่ะ” ฟางหนิงเอ๋อเดินเลี่ยงไปอีกมุมหนึ่ง ก้มหน้าก้มตากวาดใบไม้...ไม่มีทางที่ใครจะจำได้หรอก ก็เราอยู่แต่ในวัดมาตั้งสิบปีแล้ว...
เมื่อถึงเวลา ฟางหนิงเอ๋อก็มาเป็ผู้ช่วยคุณชายที่โรงบำบัด แต่วันนี้เธอมาพร้อมกับหม้อดินใบหนึ่ง
“นั่นคืออะไร” หวังลู่เอินถามด้วยความสงสัย
“ข้าต้มน้ำสมุนไพรไว้ให้ผู้ที่มารอบำบัดเ้าค่ะ อากาศเย็นนัก น้ำอุ่น ๆ คงจะช่วยบรรเทาความหนาวเย็นได้บ้าง”
“แล้วเ้าใส่อะไรลงไปในนั้น” ชายหนุ่มถามน้ำเสียงจริงจัง พลางตักน้ำในหม้อนั้นมาดื่ม
“พืชสมุนไพรที่ช่วยแก้หวัด แก้ไอ และช่วยให้มีกำลังวังชาเ้าค่ะ ข้าสังเกตว่าผู้คนส่วนใหญ่ที่มาจะมีปัญหาเื่นี้...เอ่อ...แต่ถ้าคุณชายเห็นว่าไม่เหมาะข้าจะเอาไปเก็บเ้าค่ะ” ฟางหนิงเอ๋อเห็นสีหน้าจริงจังเช่นนั้น คิดว่าคุณชายอาจไม่พอใจที่เธอทำไปโดยพลการ
“ข้าไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” หวังลู่เอินได้ชิมน้ำต้มนั้นก็รู้ทันทีว่านางใส่พืชอะไรลงไปบ้าง ...นั่นไม่ใช่แค่น้ำต้มสมุนไพร...แต่นั้นคือการปรุงยาต่างหาก ต้องเป็คนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับพืชสมุนไพรพอสมควร ไม่มีทางที่อ่านแค่ตำราแล้วจะทำได้ถึงเพียงนี้ นางเป็ใครมาจากไหนกันแน่
หวังลู่เอินได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ในระหว่างที่เขากำลังเขียนใบจัดยาอยู่นั้น ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา
“ไปจัดยาตามนี้นะ” ชายหนุ่มยื่นใบจัดยาให้นางเหมือนเช่นเคย
ฟางหนิงเอ๋อ เข้าไปในห้องยา จัดเตรียมยาตามที่คุณชายสั่ง แต่มีบางสิ่งผิดไป...ไม่ได้...พืชสมุนไพรสองชนิดนี้เอามาดื่มรวมกันไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเอามารวมกันมันจะกลายเป็พิษทันที...คุณชายอาจจะหลงลืมไปก็เป็ได้ นางรีบเดินกลับไปหาคุณชายที่โรงบำบัดแล้วถามย้ำ
“คุณชายคะ ข้าไม่แน่ใจว่าตรงนี้คุณชายเขียนว่าอะไร ทวนให้ข้าสักหน่อยเถิด”
หวังลู่เอิน อ่านชื่อสมุนไพรให้นางฟังอีกครั้ง เขาสังเกตว่านางมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที แต่ก็แกล้งทำเป็ไม่สนใจ
ฟางหนิงเอ๋อ กลับไปยังห้องยาอีกครั้ง เธอตัดสินใจเปลี่ยนพืชสมุนไพรเ้าปัญหาออกไป แล้วเอาสมุนไพรชนิดอื่นที่คล้ายคลึงกันเข้ามาแทน...คุณชายคงไม่รู้หรอก เพราะเราจะเป็ผู้ยื่นยาห่อนี้ให้ผู้ป่วยเอง
“คุณตา นี่จ๊ะยา ดื่มเยอะ ๆ นะจ๊ะ จะได้หายเร็ว ๆ” ฟางหนิงเอ๋อยื่นห่อยาให้ชายชรา