ฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนเดินมาตามถนน
เฉียนเชี่ยนพูดแซวขึ้นมาว่า”คิดไม่ถึงเลยว่านายจะไม่ลุ่มหลงในความงามเด็กสาวที่สวยขนาดนั้นนายยังปฏิเสธได้ลง”
ฉินลู่หัวเราะ ส่ายหัวไปมา พลางพูดว่า“ไม่เห็นเหรอว่าเธอมีจุดประสงค์อะไร ฉันจะไม่ยอมทำตามที่เธอหวังหรอกนะ”
“แต่ว่านะ ตรงนั้นของเธอใหญ่มากจริงๆ นายว่างั้นไหมจะรู้สึกหนักหน้าบ้างไหมนะ” เฉียนเชี่ยนก้มลงมามองที่หน้าอกของตัวเองพูดออกมาอย่างอิจฉาและอยากจะมีอย่างเขาบ้าง
“นั่นสิ...” ในหัวของฉินลู่เองก็ปรากฏภาพูเาสูงสองลูกนั้นด้วย
“เธอคงไปกินอาหารหมูมาแน่เลย” เฉียนเชี่ยนพูดด้วยสีหน้าน้อยใจ
“เธอเองก็อยากมีแบบนั้นเหรอ”ฉินลู่พูดพร้อมมองมาที่เฉียนเชี่ยนอย่างมีเลศนัย
“ไม่เอาหรอก! แบบนั้นน่าเกลียดแย่”เฉียนเชี่ยนพูดโกหกด้วยสีหน้าจริงจัง
“อ้อเหรอ ฉันกะว่าจะช่วยแนะนำวิธีเพิ่มขนาดให้เธอซะหน่อย”ฉินลู่พูดอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ
หัวใจดวงน้อยๆ ของเฉียนเชี่ยนเต้นระรัว และอยากถามฉินลู่ว่าวิธีนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง แต่พอนึกถึงประโยคที่ตัวเองเพิ่งพูดออกไปเมื่อกี้เธอจึงไม่ได้ถามออกไป เดี๋ยวจะเป็การย้อนแย้งในตัวเอง...
เฉียนเชี่ยนอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตา
ฉินลู่มองออก จึงแอบหัวเราะอย่างร้ายๆ และปล่อยผ่านเื่นี้ไป
ทั้งคู่เดินออกจากตลาดมาหยุดที่ปากทางเข้า
“บ้านเราอยู่คนละทาง งั้นเราแยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน” ฉินลู่พูด
“ได้เลย งั้นฉันกลับก่อนนะ อย่าลืมล่ะ นายห้ามปิดมือถือเด็ดขาด! รอฉันติดต่อไปนะ!ห้ามเผลอปิดเครื่องด้วย!”เฉียนเชี่ยนพูดกำชับเป็ครั้งที่ร้อยแปดพันเก้า
“เธอวางใจเถอะ เฉียนเชี่ยน ฉันจะไม่ปิดเครื่องเด็ดขาด ไม่ปิดแน่นอน”
“โอเค ถ้านายหนีหรือหายไป ฉันจะตามไปจัดการนายให้หนักเลย อีกอย่างฉันก็ซื้อของให้นายแล้วด้วยนะ”
“รู้แล้วๆๆ...” ฉินลู่ได้แต่หมดคำพูด
พอแยกจากเฉียนเชี่ยนฉินลู่ก็เรียกรถกลับบ้าน จากนั้นก็ถือห่อธนบัตรปึกหนึ่งออกมา
นั่นก็คือเงินที่เตรียมไปบริจาค
เขาเรียกรถอีกครั้งและไปที่ศูนย์สภากาชาดในเมืองจิงเฉิงฉินลู่เดินถือเงินเข้าไปข้างใน
ภายในตึกของศูนย์สภากาชาดมีหญิงสาววัยรุ่นที่เป็พนักงานต้อนรับคนหนึ่งเดินออกมามองฉินลู่ั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนผายมือไปที่ทางเดินบันไดตรงซ้ายมือและพูดว่า“สวัสดีค่ะ รบกวนเดินตามดิฉันมาด้านนี้นะคะ”
ฉินลู่ได้แต่งง
เธอรู้เหรอว่าฉันมาทำอะไร ทำไมถึงบอกให้ไปทางนั้น
หญิงสาววัยรุ่นเดินนำไปได้ไม่กี่ก้าว เห็นว่าฉินลู่ไม่ได้เดินตามมาจึงขมวดคิ้วและหันหลังกลับมามองฉินลู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ตามมาสิคะยื่นนิ่งอยู่ทำไม”
“ขอโทษนะ จะพาฉันไปไหนเหรอ” ฉินลู่ถาม
“มารับเงินบริจาคบรรเทาทุกข์ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันพาไปลงทะเบียนที่ชั้น3 คุณไม่เคยมารับเงินบริจาคเลยเหรอคะ”หญิงสาววัยรุ่นพูดตอบ
“เงินบริจาคบรรเทาทุกข์ มีเงินแบบนี้ด้วยเหรอ” ฉินลู่ตะลึง
“ก็มีตลอดนะคะ...” หญิงสาววัยรุ่นพูดไม่ทันจบประโยค ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองน่าจะเข้าใจอะไรผิดเลยถามอย่างสงสัยว่า “แล้วคุณมาที่นี่ทำไมคะ”
“มาทำอะไรน่ะเหรอ” ฉินลู่ยกกระเป๋าในมือขึ้นมา “ฉันมาบริจาคเงิน!”
“บริจาคเหรอคะ!”หญิงสาววัยรุ่นสะดุ้งใ เธอมองฉินลู่ั้แ่หัวจรดเท้าอีกครั้งและปั้นหน้ายิ้มขึ้นมาทันที เธอก้าวเท้ายาวเดินเข้ามาจับมือฉินลู่พร้อมพูดว่า“ที่แท้คุณก็มาบริจาคเงินนี่เอง! ฉันเข้าใจคุณผิดไปรบกวนตามฉันมาด้านนี้ค่ะ เดินระวังหน่อยนะคะ...”
ฉินลู่แทบหมดคำจะพูดกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของพนักงานในสภากาชาดคนนี้
แต่ความจริงตอนนี้หญิงสาววัยรุ่นคนนั้นกำลังด่าฉินลู่ในใจอย่างมันปากเลยล่ะ
แต่งตัวมอซอขนาดนี้ เป็ใครก็คิดว่ามารับเงินบริจาคทั้งนั้นแหละบ้าชะมัด...
ตอนที่ฉินลู่เดินออกจากประตูใหญ่ของศูนย์สภากาชาด ก็มีพนักงานนับ 30 คนมายืนส่งฉินลู่ด้วย เมื่อมองจากไกลๆนึกว่าเป็ประธานบริษัทใหญ่มาเองเสียอีก
“ฮ่าๆ ได้บุญเพิ่มอีกแล้ว” ฉินลู่พึงพอใจมาก และรู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจ
พอกลับมาถึงที่บ้าน ฉินลู่เปลี่ยนไปใส่ชุดนอนและต้มยาสมุนไพรอีกหม้อก่อนเทใส่ในอ่างแล้วลงไปแช่พร้อมกับเริ่มทำการฝึกโคจรจุลจักรวาลด้วยเคล็ดวิชารังสรรค์ชีวิต
หลังจากที่ทำการฝึกไปได้ทั้งหมด 9 รอบ ฉินลู่ก็เด้งตัวออกจากอ่าง อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวแล้วจึงค่อยกลับไปที่ห้องนอน นอนหลับไปพร้อมกับอมหินหยกไว้ในปาก
สำหรับผู้ฝึกตนอย่างฉินลู่แล้ว ขอเพียงมีหินหยกอยู่ด้วยแม้นอนหลับก็ถือว่าเป็การฝึกวิชาอย่างหนึ่ง
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พริบตาเดียวก็เป็เย็นวันอาทิตย์แล้ว
ฉินลู่ตื่นเพราะเสียงเรียกเข้าที่ดังจนแสบหู
เขาลืมตาลุกขึ้นนั่ง คายหินหยกในปากออกมายื่นมือไปหยิบมือถือที่วางอยู่ข้างเตียง และกดรับสาย “ฮัลโหล”
“ฮัลโหล! ฉินลู่ใช่ไหม! ฉันเอง เฉียนเชี่ยนนะ! รีบมาช่วยฉันที”เสียงของเฉียนเชี่ยนที่ฟังดูกังวลดังมาจากปลายสาย
“เกิดอะไรขึ้น” ฉินลู่ใจนนั่งตัวตรงเขาคิดว่าเฉียนเชี่ยนกำลังตกอยู่ในอันตราย
“คนที่พ่อกับแม่หามาเป็คู่เดทให้ฉัน เขามาถึงที่บ้านแล้วตอนนี้ทำตัวติดฉันแจ หน้าหนาเกินกว่าคนปกติทั่วไปจะจิตนาการออกฉันรับมือไม่ไหวแล้วจริงๆ นายรีบมาช่วยฉันที่บ้านที” เสียงจากปลายสายดูสะอื้นเล็กน้อย
ฉินลู่ได้ยินเฉียนเชี่ยนพูดแบบนั้น ก็โล่งใจขึ้นมาบ้างเขาพูดกลับไปอย่างหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ว่า “ฉันนึกว่าเธอโดนลักพาตัวไปซะอีก”
“มันก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกลักพาตัวเลย น่าเบื่อชะมัดตอนนี้ฉันมาแอบโทรหานายในห้องน้ำ คนที่แม่หามาให้ก็เฝ้าอยู่ที่หน้าห้องน้ำด้วยนายว่าเขาเป็บ้าอะไรหรือเปล่า...”
“อะแฮ่ม” ฉินลู่ก็แอบสงสารเฉียนเชี่ยนอยู่บ้าง
“นายอย่ามัวกระแอมอยู่เลย รีบมาบ้านฉันที เดี๋ยวฉันส่งที่อยู่ไปให้นายรีบมาช่วยฉันนะ”
“เข้าใจแล้ว”
“เอ้อ อย่าลืมใส่เสื้อผ้าที่ซื้อมาเมื่อวานล่ะใส่พวกเสื้อผ้าที่ฉันซื้อให้นะแล้วก็มีของขวัญที่ซื้อมาเพื่อใช้เป็ของฝากให้พ่อแม่ของฉันอีกอย่าลืมเอามาด้วยล่ะ”
“ไม่ลืมแน่นอน นี่เธอต้องไม่เชื่อใจฉันขนาดไหนกัน” ฉินลู่พูดไปด้วยเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วย
“ฉันให้เวลานายชั่วโมงเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นนายก็จะไม่มีวันได้เจอฉันอีก”
ฉินลู่ที่กำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ถึงกับนิ่ง แล้วพูดแกล้งเฉียนเชี่ยนว่า“งั้นฉันไม่ไปแล้วดีกว่า”
“ฉินลู่! นายอยากตายเหรอ!”
“กร๊ากๆๆ”
ฉินลู่กดวางสาย แต่งตัวเสร็จ ก็เดินไปล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็วจากนั้นก็หอบของขวัญที่จะเอาไปฝากพ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนและเดินออกบ้านไป
เขาเรียกรถคันหนึ่งอย่างไม่คิดอะไรและเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นได้ตอนที่ขึ้นนั่งบนรถแล้ว
ตอนนี้เขาต้องเป็ผู้บริหารระดับกลางของบริษัทนี่นาเรียกรถแบบนี้มันก็ไม่สมจริงน่ะสิ
แต่ถ้าจะไปเช่ารถตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วฉินลู่จึงตัดสินใจปล่อยให้เลยไปตามเลย และพูดกับโชเฟอร์ว่า “ไปหมู่บ้าน xxx ครับ”
“ได้เลย!”โชเฟอร์พูดตอบรับอย่างอารมณ์ดี และเริ่มออกรถ
“หยุดก่อน!”
รถแท็กซี่เพิ่งขับออกมาได้ไม่กี่สิบเมตร ฉินลู่ก็บอกให้หยุดรถ
“ผู้โดยสาร ให้หยุดรถทำไมเหรอ”
“โชเฟอร์ครับ ผมขอลงตรงนี้ขอโทษด้วยนะครับ”
ฉินลู่พูด พลางทิ้งธนบัตร 10 หยวนไว้ที่เบาะนั่ง และเปิดประตูลงรถไปเลย ก่อนทำการล้วงมือถือออกมา กดโทร.หาผู้ติดต่อในรายชื่อโทรศัพท์คนหนึ่ง
“ฮัลโหล นั่นใช่ซุนอิงหรือเปล่า”
“ฉินลู่เองเหรอ!คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นาย นี่นายโทร.หาฉันเองเลยเหรอเนี่ย!”
“คือแบบนี้นะ ตอนนี้เธอว่างไหม”
“ฉันว่างตลอดสำหรับนาย”