ตอนที่6:ห้องเชือดและปีศาจในสูทหรู
_______________________________________________
บรรยากาศในห้องประชุมบอร์ดบริหารชั้น 50เย็นะเืยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ ไม่ใช่เพราะแอร์แต่เป็เพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
คาร์เตอร์ในโหมดทำงานนั้นดูแตกต่างจากผู้ชายขี้แกล้งเมื่อครู่ราวกับคนละคนใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้อารมณ์ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่เหล่าผู้บริหาราุโนำเสนอด้วยความเงียบเชียบ...ความเงียบที่น่ากลัวกว่าเสียงตะคอก
ข้าวเ้านั่งตัวลีบอยู่เก้าอี้เสริมด้านหลังคาร์เตอร์ในมือมีสมุดจดบันทึกเล่มเล็ก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามไรผมแม้ห้องจะหนาวเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะกลัวจะทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้
"จบแล้วเหรอครับ?"น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นหลังจากผู้จัดการฝ่ายการตลาดาุโคนหนึ่งพูดจบ
"คะ...ครับท่านประธาน" ผู้จัดการวัยกลางคนตอบเสียงสั่น พลางซับเหงื่อที่หน้าผาก
คาร์เตอร์ปิดแฟ้มเอกสารดัง ปึก เสียงนั้นก้องไปทั่วห้องประชุมทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง รวมทั้งข้าวเ้าด้วย
"งบประมาณ 50ล้านบาท..." คาร์เตอร์เอ่ยช้าๆ ชัดๆ"แลกกับแผนการตลาดที่ล้าหลังเหมือนก๊อปปี้งานเด็กมัธยมมาส่งแบบนี้เหรอครับคุณวิชัย?"
"ตะ... แต่ท่านครับนี่เป็กลยุทธ์ที่บริษัทเราใช้มาตลอด..."
"นั่นแหละคือปัญหา!"คาร์เตอร์สวนกลับทันควัน เสียงไม่ได้ดังแต่หนักแน่นและเฉียบขาด"โลกเปลี่ยนไปทุกวินาที แต่คุณยังยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ เมื่อสิบปีก่อนถ้าคิดได้แค่นี้... ผมจ้าง AI มาทำงานแทนคุณยังจะคุ้มค่าจ้างกว่า!"
ทั้งห้องเงียบกริบไม่มีใครกล้าสบตาประธานหนุ่มข้าวเ้ามองแผ่นหลังกว้างของเ้านายด้วยความทึ่งปนหวาดหวั่น
‘โห... ปากจัดชิบเป๋งด่ายังไงให้ดูสุภาพแต่เจ็บจี๊ดไปถึงกระดูกดำ’ข้าวเ้าคิดในใจ ยอมรับว่าผู้ชายคนนี้เวลาทำงานดู... เท่ชะมัด
"เอ่อ...ท่านประธานครับ น้ำครับ"
ข้าวเ้าเห็นว่าคาร์เตอร์พูดเยอะจนคอแห้งจึงรีบขยับตัวจะรินน้ำใส่แก้วให้แต่ด้วยความตื่นเต้นและความซุ่มซ่ามอันเป็เอกลักษณ์...
เคร้ง!
มือที่สั่นเทาของข้าวเ้าทำให้เหยือกน้ำแก้วกระทบกับขอบแก้วเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบทุกสายตาในห้องหันขวับมามองที่เขาเป็ตาเดียว
คุณวิชัยที่กำลังโดนด่าอยู่ได้ทีจึงะเิอารมณ์ใส่ทันที "นี่คุณ! ทำอะไรน่ะ? ไม่เห็นเหรอว่าผู้ใหญ่กำลังประชุมเครียดกันอยู่!เด็กฝึกงานสมัยนี้ไม่มีมารยาท..."
"หยุด"
คำเดียวสั้นๆจากปากคาร์เตอร์หยุดทุกคำพูดของคุณวิชัยไว้กลางอากาศ
คาร์เตอร์ปรายตามองคุณวิชัยด้วยแววตาที่เย็นเยือกจนอีกฝ่ายตัวสั่นก่อนจะหันมามองข้าวเ้าที่หน้าซีดเผือด
"รินต่อสิ"คาร์เตอร์สั่งเสียงเรียบ
"คะ... ครับ"ข้าวเ้ากลั้นใจรินน้ำจนเต็มแก้วด้วยมือที่ยังสั่นไม่หาย
คาร์เตอร์ยกแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆก่อนจะวางลง แล้วหันไปพูดกับคุณวิชัยและคนในห้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เด็กฝึกงานของผมอาจจะซุ่มซ่ามไปบ้าง...แต่เขาก็ยังรู้หน้าที่ว่าควรทำอะไรในเวลาที่เ้านายคอแห้ง" เขาเว้นจังหวะ"ต่างจากบางคนที่ทำงานมาเป็สิบปีแต่ยังไม่รู้หน้าที่ตัวเองว่าต้องพัฒนางานยังไง"
คุณวิชัยหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายพูดอะไรไม่ออก
"วันนี้พอแค่นี้"คาร์เตอร์ลุกขึ้นยืน สง่างามและทรงอำนาจ "คุณวิชัย ไปแก้แผนมาใหม่ถ้าพรุ่งนี้เช้ายังไม่ได้เื่... เตรียมซองขาวไว้ให้ตัวเองได้เลยเลิกประชุม!"
ร่างสูงเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับมามองใครทิ้งให้เหล่าผู้บริหารนั่งหน้าเครียดกันต่อไปข้าวเ้ารีบกอบโกยสมุดจดและปากกาวิ่งตามเ้านายออกไปอย่างรวดเร็ว
"รอด้วยครับบอส!"
เมื่อเข้ามาในลิฟต์ส่วนตัวที่มีกันแค่สองคนข้าวเ้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ขอบคุณครับบอส...ที่ช่วยผมเมื่อกี้" ข้าวเ้าพูดเสียงอ่อย รู้สึกผิดที่เกือบทำเื่ขายหน้า
คาร์เตอร์ยืนกอดอกมองเงาสะท้อนของเด็กหนุ่มในกระจกประตูลิฟต์
"ฉันไม่ได้ช่วยนาย"เขาตอบเสียงแข็ง "ฉันแค่รำคาญเสียงตาแก่นั่น... แล้วอีกอย่าง"
คาร์เตอร์หันกลับมาประจันหน้ากับข้าวเ้าเดินต้อนจนหลังข้าวเ้าชิดผนังลิฟต์
"คนที่จะด่านายได้...มีแค่ฉันคนเดียว จำไว้"
_______________________________________________