บทที่ 10
ความสิ้นหวังของเหล่านักพนันได้จุดประกายขึ้นอีกครั้ง!
จางเิมิได้ชักกระบี่ที่หลังออกมา ร่างกายของเขาหมอบต่ำกล้ามเนื้อขาเป็มัด ๆ เส้นเืที่หน้าผากและลำคอโป่งพอง โลหิตทั่วร่างกายพลุ่งพล่านราวกับสัตว์ป่าดุร้าย
เขายกขาขวาขึ้น เหยียบบนพื้นลานประลอง เสี้ยววินั้นเองที่พื้นแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ
‘ตู้ม!!!’ เสียงลั่นสนั่นปฐี ร่างกายของเขาพุ่งออกไปราวกับะุปืนใหญ่ ก่อเกิดเสียงะเิทะท้านทั่วทุกสารทิศ ชั่วพริบตาเดียว เขาก็มาถึงทางด้านซ้ายของฉู่ซิวแล้ว ชั่วพริบตาขาข้างหนึ่งฟาดไปที่ศีรษะของฉู่ซิวอย่างรวดเร็วราวกับแส้ เสียงหวีดร้องในสุญญะกาศที่ผกผันอย่างรวดเร็วดังขึ้น!
ฉู่ซิวเอียงตัวหลบหลีกการโจมตีของจางเิไปได้อย่างหวุดหวิด กายของเขาเคลื่อนไหวราวกับเงา เขารวมปราณเข้ากับขาซึ่งทำให้เพิ่มความเร็วขึ้นเป็ห้าเท่า ฉับไวถึงขั้นปรากฏเงาตามตัวของเขาถึงสามร่างเงา ฉุดให้ระยะห่างระหว่างจางเิเพิ่มขึ้นไปถึงเก้าจั้งในพริบตา
“ฮึฮึ! ความเร็วไม่เลว!” จางเิหัวเราะเยาะ ดวงตาดุดันราวกับสัตว์ป่า
“อย่างนั้นท่านี้ล่ะ!” พูดจบ มือซ้ายของจางเิก็เปล่งประกายสีดำ สะบัดนิ้วออกไป
‘ฉึ่บ! ’ ราวเข็มสีดำพุ่งทะลวงห้วงอากาศ สร้างเกลียวคลื่นปราณอันรุนแรง ตรงดิ่งไปยังหว่างคิ้วของฉู่ซิว ครานี้ชายหนุ่มรีบใช้วิชาเคลื่อนรูปไร้รอยอย่างรวดเร็ว หลบไปทางด้านข้างชั่วพริบตา
“บัดซบ จางเินี่เหี้ยมจริง ๆ โจมตีทีไร ก็เล็งจุดสำคัญทั้งนั้น!”
“วิชาเคลื่อนรูปไร้รอยฉู่ซิวก็ดีไม่แพ้กัน! หลบได้ทันในจังหวะคับขันทุกที!”
“ฮ่า ๆ หลบเก่งแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ ถ้าโจมตีคู่ต่อสู้ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องแพ้อยู่ดี”
“ฉู่ซิวแพ้แน่!”
“การประลองนี่ไร้ซึ่งความตื่นเต้นจริง ๆ เลย!”
ั์ตาคมสวยของเถาเหยาฉายแววเป็ห่วงพลางคิดในใจว่า ‘ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านกำลังเล่นละครจริง ๆ หรือ? เหตุใดจึงเล่นได้สมจริงถึงเพียงนี้?’
เหล่าเซียนพนันต่างชื่นอกชื่นใจในที่สุดพวกเขาก็มั่นใจแล้วว่ายังไงฉู่ซิวก็แพ้!
บนสังเวียน สถานการณ์เป็ไปในทางเดียวอย่างแท้จริง จางเิไล่ล่าฉู่ซิว ฝ่ามือหนาจ่อไปที่จุดสำคัญของฉู่ซิวไม่ยั้ง ทั้งสองไล่ล่ากันราวครึ่งชั่วโมง จางเิก็ทนไม่ไหว ‘เ้าฉู่ซิวนี่ราวกับปลาไหล หลบหลีกลื่นไหลดีจริง ๆ !’
พรึบ!!
จางเิคว้ากระบี่ยาวสีแดงออกมา ครานี้ปราณกระบี่คมกริบก่อร่างเป็ดั่งตาข่าย มุ่งตรงไปยังฉู่ซิวอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นพื้นที่การหลบหลีกของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
ฉู่ซิวที่เห็นเช่นนั้นก็หรี่ตา มือซ้ายจับฝักกระบี่ มือขวาจับด้ามกระบี่อย่างมั่นคง เขานำกระบี่เืหยกตั้งตรงไว้ด้านหน้า คมดาบสีเืสะท้อนภาพแววตาเฉยชาล้ำลึกของชายหนุ่มเอง มองผิวเผินดั่งกระจกที่ทะท้อนเงาของผู้ใช้
หวีด!!
กระบี่สีเืความยาวราวครึ่งจั้ง ฟันบากออกไปทางด้านหน้าอย่างเกรี้ยวกราด
ฟันปราณทรงตาข่ายของจางเิขาดครึ่ง จากนั้นก็ใช้วิชาเคลื่อนรูปไร้รอยหลบออกจากช่องโหว่นั้นอย่าวรวดเร็ว
คว้าง!
แววตาของจางเิพลันวาวสะท้านด้วยจิตสังหาร มุมปากยิ้มเหี้ยม ความเร็วพุ่งทะยานขึ้นสูงกว่าเดิมเป็เท่าตัว เพียงพริบตาก็มาปรากฏตรงหน้าฉู่ซิว เขายกเท้าซ้ายขึ้นฟาดไปที่ขมับ
“ไปตายซะ ไอ้ขยะ!”
ฉู่ซิวสีหน้าเรียบเฉย บรรดาผู้ที่เคยแลกหมัดกับจางเินั้นรู้ดีว่า เมื่อใดก็ตามที่เขาแสดงสีหน้าเช่นนี้ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องระวังตัวแล้ว เพราะนั่นคือรอยยิ้มที่มักปรากฎขึ้นในยามที่จางเิจะลงมือฆ่าคนอย่า!
ฉู่ซิวยกแขนขึ้นมาป้องข้างใบหน้า เขาในตอนนี้มีกายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ แม้จะยังไม่บรรลุขั้นต้น แต่เมื่อพูดถึงการต่อสู้ระยะประชิดแล้ว ในระดับเดียวกันนี้แทบไม่มีใครเทียบเขาได้
ก่อนหน้านี้ที่ต่อสู้กับจางเิ ก็เป็เพียงแค่การแสดงให้พวกนักพนันดูเท่านั้นหากว่าเขาเอาจริงเอาจังั้แ่แรก ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชนของเขา บวกกับทักษะที่สั่งสมมาอย่างเข้มข้นแล้ว ไม่เกินสามกระบวนท่า เขาก็จัดการอีกฝ่ายได้โดยที่ไม่จำเป็ต้องใช้เจตจำนงแห่งกระบี่ด้วยซ้ำ
โครม!!!
เขาใช้วิชาลูกเตะจอมพิฆาตรฟาดไปที่แขนซ้าย เสียงดังสนั่นราวฟ้าผ่า ฉู่ซิวแกล้งเซถอยหลัง โดยที่ในขณะเดียวกันนั้น กระบี่เืหยกก็แปรเปลี่ยนเป็เงาพร่ามัว
จางเิเหลือบมอง แต่กลับเห็นเพียงแสงสีเืแสนงดงามพุ่งผ่านเขาไปอย่างว่องไว
‘ยอดเยี่ยม ช่างเป็ดาบที่รวดเร็วจริงๆ’ ชั่วพริบตาถัดมา ปราณกระบี่เืหยกก็ลื่นไหลดุจสายน้ำแห่งฤดูใบไม้ร่วงก็พาดผ่านลำคอของจางเิ เส้นเืแสนบางปรากฏขึ้นช้าๆ จางเิเบิกตากว้าง พยายามยกมือขึ้นป้องกันาแนั้น
ฟู่~
โลหิตกระฉูด ศีรษะอันงดงามกลิ้งหลุนๆลงพื้นหลายตลบ ร่างกายไร้หัวของจางเิพวยพุ่งไปด้วยสายโลหิตราวกับน้ำพุที่สูงหลายจั้ง ปริมาณเืมหาศาล สมกับที่เป็ยอดฝีมือกงล้อสมุทร เืลมช่างท่วมท้นยิ่งนัก...
อั๊ก!!
ฉู่ซิวกัดฟันเค้นอวัยวะภายในให้กระอักโลหิตออกมา ค้ำยันร่างด้วยกระบี่เืหยก คุกเข่าลงบนพื้น ผิวซีดเซียว หายใจไม่ทั่วท้อง...แสร้งทำเป็ได้รับาเ็สาหัส
บนแท่นประลองปกคุลมไปด้วยความเงียบ และทุกหนแห่งก็เต็มไปความใ ไม่อยากจะเชื่อสายตาและผลที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า
‘เป็ไปได้อย่างไร? จางเิพ่ายแพ้แล้วรึ?’
เมื่อยี่สิบวันก่อน จางเิเอาชนะฉู่ซิวไปได้อย่างง่ายดาย แต่วันนี้กลับพ่ายแพ้? และยังถูกสังหารอีก?
“ข้าจำได้เมื่อสิบวันก่อนฉู่ซิวกล่าวว่าเขาจะฆ่าจางเิบนสังเวียนแห่งชีวิตและความตายและเขาก็ทำได้สำเร็จจริง ๆ”
“ข้าไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง ขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่กลับสังหารกงล้อสมุทรขั้นปลายได้งั้นรึ ?”
ไม่นานนักเสียงโห่ร้องก็ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งบริเวณ เสียงโห่ยังคงดังต่อเนื่อง
“ข้าฝันไปหรือ?”
“บ้าเอ๊ย! ข้าเสียหินิญญาไปสามพันก้อนแน่ะ!”
“ข้าเสียไปสี่พัน”
“ข้าเสียหอกวิเศษไป…”
“จางเิไร้ประโยชน์อย่างยิ่ง สู้กับกงล้อสมุทรระดับสี่ กลับถูกฆ่าตายซะได้!”
“แม่งเอ๊ย! นี่ข้าจิ้มผิดงั้นรึ?”
“ฮือ ๆ ...”
“น่าโมโหยิ่งนัก! ต่อไปนี้จะไม่เดิมพันอีกแล้ว!”
การพนันจบลงแล้ว กรรมการประกาศผลเสร็จ ค่ายกลที่ป้องกันเวทีประลองหายไป เถาเหยาทะยานไปบนเวทีประลองทันที นางประคองฉู่ซิวจนกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยเข้าจมูก ฉู่ซิวเช็ดเืที่มุมปาก “ศิษย์น้อง! ช่วยพาข้าไปยังที่นั่งศิษย์สายตรงที”
“ได้เลยศิษย์พี่” เถาเหยากล่าวพลางโอบแขนของฉู่ซิว พาเขาบินขึ้นไปยังที่นั่งของศิษย์สายตรง
เขาตรงไปยังของเดิมพันทั้งหมด ท่ามกลางสายตาที่อิจฉาและเสียดายของนักพนันทั้งหลาย แขนขวายกขึ้นค่อย ๆ หยิบอาวุธวิเศษ ยาอายุวัฒนะ สมบัติแห่ง์และโลก และยังมีหินิญญาที่เขาเก็บใส่เข้าไปในถุงเก็บของอีกด้วย
ไม่นานก็เก็บจนหมด ฉู่ซิวพอใจตบที่ถุงเก็บของที่เอวยิ้มอย่างมีความสุข ยอดสะสมของทรัพยากรในการฝึกมีจำนวนสูงขึ้นมาก มือจับ ‘เหยื่อล่อ’ ที่เป็ขวดกระเบื้องของโอสถศักดิ์สิทธิ์ระดับเจ็ด สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความยินดีเป็อย่างยิ่ง
เจียนหลิงอวิ๋นหรี่ตาจ้องฉู่ซิวพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “เ้าซ่อนฝีมือแท้จริงเอาไว้ !” การพนันครั้งนี้เขาพ่ายแพ้ย่อยยับที่สุด ไม่เพียงแต่ศิษย์น้องตาย เขายังเสียหินิญญาจำนวนมหาศาลอีกด้วย ประมาณหกแสนก้อนเห็นจะได้ เขาคงต้องเก็บหอมรอมริบหลายปีกกว่าจะได้หินิญญาจำนวนมากขนาดนี้
สวี่เทียนเจินก็มีดวงตาที่แปลกแยกไป ฉู่ซิวชนะได้อย่างเหลือเชื่อยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าคนที่สามารถกลายเป็ศิษย์สายตรงไม่ใช่คนโง่เง่า แม้ว่าฉู่ซิวจะแสดงได้อย่างแเี แต่ก็ยังไม่สามารถปิดบังสายตาของผู้ที่จับจ้องเขาอย่างสวี่เทียนเจินได้
ฉู่ซิวขยับไหล่โดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ
“เ้ากล้าพนันอีกหรือไม่?” เจียนหลิงอวิ๋นยิ้มและเอ่ยต่อ
“ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาอวิ๋นเซี่ย! คงไม่กล้าพนันต่อหรอกมั้ง?” ฉู่ซิวยิ้มและยักคิ้วขึ้น “เ้า้าพนันอย่างไรล่ะ?”
“ข้าจะส่งคนที่ขอบเขตเสินเฉียวระดับหนึ่งไปประลองกับเ้า เ้ายอมรับหรือไม่?”
“เจียนหลิงอวิ๋นเ้ากำลังรนหาที่ตายหรือ?” เถาเหยาเสียงเย็นจัด เจตนาสังหารเดือดพล่าน เส้นผมสีดำขลับสยายยาวสลวยแม้ไร้ซึ่งลมพัดผ่าน
เมื่อเห็นเช่นนั้นเหล่าผู้าุโแห่งยอดเขาเทียนซิงล้วนเปลี่ยนสีหน้า รีบระมัดระวังกันยกใหญ่ เกรงว่าหญิงสาวคนนี้จะกระโจนเข้ามาโจมตี เจียนหลิงอวิ๋นขมวดคิ้วถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างจากเถาเหยาและหันไปมองฉู่ซิวอีกครั้ง โดยไม่พูดอะไรอีก
ฉู่ซิวลูบคาง พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ต้องเพิ่มเงินลงไปอีก”
“เดิมพันเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามเท่า ท่านต้องรู้ว่าข้าอยู่ในขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่ แต่ต้องประลองกับขอบเขตเสินเฉียวระดับหนึ่ง ช่างเสี่ยงยิ่งนัก!”
ขณะที่เอ่ย ตาของเขาแวววาวด้วยความโลภ เหล่าผู้าุโแห่งยอดเขาเทียนซิง ส่ายหัวอย่างเงียบ ๆ
เจียนหลิงอวิ๋นหัวเราะเยาะในใจ ‘แท้จริงแล้ว! ความโลภโดยปราศจากพลังคือบาปมหันต์’
‘เ้ารนหาที่ตายเอง อย่าได้โทษข้าเลย’
“เฉินอวิ๋นเฟย…”
“รับทราบ!”
ศิษย์สืบทอดคนหนึ่งสวมชุดสีฟ้าก้าวออกมา เขาตอบอย่างเคารพ
“เ้าขึ้นประลองในรอบต่อไป”
“รับทราบขอรับ” เสียงขานรับดังขึ้น สวี่เทียนเจินเห็นดังนั้นก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
‘เ้าฉู่ซิวผู้นี้ไม่รู้จักคำว่าพอดีเลยหรือไร? ช่องว่างระหว่างขอบเขตเสินเฉียว กับกงล้อสมุทรห่างกันมาก หลังจากฆ่าจางเิ เ้าก็คิดว่าตนเองเก่งกาจจนสามารถต่อสู้กับขอบเขตเสินเฉียวได้งั้นหรือ?’
เถาเหยาก็หันไปเตือนเขาเช่นกัน กระนั้นฉู่ซิวก็ได้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว! วันนี้ ข้าจะต้องขนสมบัติพวกนี้เข้าบ้านให้ได้ ต่อให้ขอบเขตจักรพรรดิมายืนตรงหน้า ก็อย่าหวังจะขัดขวาง!!
กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ กำลังรอทรัพยากรป้อนเข้าไปอย่างใจจดใจจ่ออยู่พอดี!
เมื่อทราบว่าการพนันรอบสองได้เริ่มขึ้นแล้ว อีกทั้งคราวนี้ฉู่ซิวยังต้องประมือกับขอบเขตเสินเฉียวอีกต่างหาก
เหล่าเซียนพนันทั้งหลายที่เพิ่งจะแพ้ไปรอบหนึ่งต่างก็รู้สึกคึกคักขึ้นมาในทันทีคราวนี้เหล่าเซียนพนันทั้งหลายต่างก็คิดว่า ตนจะต้องชนะในรอบนี้และจะต้องได้เงินเดิมพันคืนอย่างแน่นอน...
ถึงเวลาลงเดิมพันแล้ว แม้ว่าเงินเดิมพันจะเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสามเท่า แต่พวกเขาก็ไม่สนใจ ในสายตาของพวกเขาแล้ว ฉู่ซิวผู้มีพลังขอบเขตกงล้อสมุทรระดับสี่ ไม่น่าจะสู้ขอบเขตเสินเฉียวระดับหนึ่งอย่างเฉินอวิ๋นเฟยได้
ทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ความห่างชั้นนี้ราวกับเหวลึก!!
ที่ฉู่ซิวยินยอมเดิมพันในครั้งนี้เพราะต่อไปพวกเขาคงคิดว่าฉู่ซิวจะแพ้แล้วนั่งรอนับเงิน
นั่นเป็ความคิดที่เหลวไหลสิ้นดี!
ลำแสงหลายๆดวงในอากาศ มุ่งสู่ยอดเขาเทียนชิง เพราะเมื่อทราบข่าว! เหล่าศิษย์ที่สืบทอดและศิษย์สายตรงจากยอดเขาลูกอื่น ๆ ก็ต่างมุ่งหน้ามา เพราะพวกเขาเองก็ปรารถนาในส่วนแบ่งนี้เช่นกัน