นางค่อยๆ เดินด้วยฝีเท้าแ่เบาขึ้นไปหน้าตำหนักแล้วก็ค่อยๆวางแจกันดอกไม้ลงบนโต๊ะ
ประตูตำหนักเปิดออกเทพาเสด็จออกมา
ไป๋เมาหันไปมอง“ท่านออกจากฌานแล้ว”
“อืม” เทพาพยักหน้ามองแจกันดอกไม้
“ข้าตัดดอกไม้มาให้ท่านมันคงช่วยทำให้ท่านสดชื่นได้” ไป๋เมาบอกแล้วพลางมองดูท่าทางของอาจารย์เห็นว่าไม่พูดอะไรนางจึงเดินออกไป
เทพาเห็นปิ่นมุกโลหิตบนเรือนผมนุ่มมีหรือเขาจะไม่รู้จักปิ่นนี้...ปิ่นมุกโลหิตนี้เป็ของหมั้นหมายขององค์ชายเผ่าสิงห์ที่จะมอบให้หญิงคนรักเท่านั้นปิ่นนี้อยู่กับนาง เช่นนั้นนางคงจะเป็คู่หมั้นขององค์ชายเผ่าสิงห์เป็แน่
ความรู้สึกเ็ปลึกๆ ในใจทำให้เขาได้แต่เฝ้าดูนางเดินจากไป
พอออกจากตำหนักอาจารย์แล้วไป๋เมาก็นึกอยากไปเดินเล่นรอบๆหลายวันแล้วที่ได้แต่ฝึกวิชาจนไม่มีเวลาไปเดินเล่นบ้างเลยอีกทั้งก็ไม่เห็นอาจารย์จะสั่งอะไร นางจึงถือโอกาสออกไปเดินเล่นบ้างนางเดินเรื่อยไปจนถึงน้ำตกด้านเหนือ
“น้ำใสดีจัง”มือเรียวนุ่มจุ่มลงในน้ำวักน้ำสาดกระเซ็นเป็สาย
ประกายสีแดงสะท้อนแสงออกมาจากน้ำตกวาบเข้าตา“แสงอะไรน่ะ?”
ด้วยความสงสัยนางจึงเดินไปดู
แสงสีแดงดึงดูดร่างน้อยให้ก้าวเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
แสงสีแดงค่อยๆโอบล้อมร่างน้อยเอาไว้แล้วดึงหายเข้าไปใต้น้ำตก
ในภวังค์อันเลือนราง ไป๋เมารู้สึกถึงพลังแสงสีแดงแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงร้อนแรงหมุนวนอยู่รอบๆตัว
เปลวเพลิงแทรกซึมผ่านร่างจนร้อนรุ่ม
ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามเปลวเพลิงที่หมุนวนเป็กระบวนท่าต่างๆมากมาย
ร่างน้อยซึมซับกระบวนท่าทั้งหมดไว้ก่อนเปลวเพลิงจะดับลง จิตใต้สำนึกรับรู้ว่า...เพลิงมรณะ
่สายของวันต่อมา
“ศิษย์พี่ใหญ่ท่านเห็นเ้าห้าบ้างไหม?” ศิษย์สี่ถามเพราะั้แ่เมื่อวานนี้เขายังไม่เจอหน้าเ้าศิษย์น้องจอมซุกซนเลย
“ไม่เห็นเลยไม่อยู่ในครัวหรือ?” ศิษย์พี่ใหญ่ถามกลับ
“ไม่อยู่ปกติเ้าห้าจะตื่นมาเข้าครัวแต่เช้า แต่วันนี้พวกบ่าวบอกว่าไม่เห็นเ้าห้าเลยข้าคิดว่าอาจจะไม่สบายก็เลยเข้าไปดูในห้องแต่ก็ไม่เห็นเลย”ศิษย์สี่บอกอย่างเป็กังวล
“งั้นช่วยกันหา”ศิษย์พี่ใหญ่บอกหน้าเครียดเพราะผิดวิสัยเกินไปที่เ้าศิษย์น้องจะหายเงียบไปเช่นนี้
หลังจากนั้นทุกคนต่างก็ช่วยกันออกตามหาศิษย์ห้า
เทพาอยู่ในห้องหนังสือได้ยินเสียงฝีเท้าขวักไขว่ผิดปกติจึงเสด็จออกไปดู
“มีอะไรหรือ?” เขาถามศิษย์สามที่กำลังจะเดินผ่านไป
“อาจารย์” ศิษย์สามกุมมือคารวะ“คือว่าเ้าห้าหายไปขอรับ”
ดวงตาสงบนิ่งวูบไหวอย่างใ“หายไปหรือ?”
“ขอรับคือว่าพวกเราไม่เห็นเ้าห้าั้แ่เมื่อวานแล้วขอรับ” ศิษย์สามตอบ
เทพารีบเสด็จลิ่วๆไปที่ห้องโถงทันทีศิษย์สามรีบตามอาจารย์ไป
ในห้องโถงศิษย์พี่ใหญ่ยืนหน้าเครียด พอศิษย์น้องเข้ามาเขาก็ถามทันที “เจอไหม?”
“ไม่” ศิษย์รองส่ายหน้า
เมื่อศิษย์สี่เข้ามาศิษย์พี่ใหญ่ก็หันไปถาม “เจอไหม?”
ศิษย์สี่ส่ายหน้าแทนคำตอบ
บรรดาบ่าวรับใช้เดินเข้ามารายงานแต่ก็ไม่มีใครพบศิษย์ห้าเลยสักคน
“เจอเ้าห้าหรือยัง?”เสียงถามดังขึ้นพร้อมกับเทพาเสด็จเข้ามา
ทุกคนส่ายหน้า“ไม่เจอขอรับ”
“แยกย้ายกันไปหาอีกที”เทพารับสั่ง
“ขอรับ”ทุกคนรับคำสั่งแล้วก็รีบออกไปตามหา
เทพาคิดเมื่อวานนี้เขาเห็นเ้าห้าเอาดอกไม้มาให้แล้วก็เดินออกจากตำหนักไป จากนั้นเห็นนางเดินไปทางด้านเหนือ
“หรือว่า...จะไปทางน้ำตกนั่น!” ดวงตาคมตื่นตระหนกกลัวว่านางจะตกน้ำไป แล้วก็รีบพุ่งไปที่น้ำตก
สายน้ำไหลเย็นแรงน้ำตกสาดซัดกระจายละอองชุ่มฉ่ำไปทั่ว
ร่างน้อยนอนตะแคงอยู่ริมแอ่งน้ำสลบไม่ได้สติเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด
เทพาเห็นศิษย์คนเล็กนอนอยู่อย่างนั้นก็รีบเข้าไปประคอง
“เ้าห้าๆๆๆ” มือใหญ่ลูบแก้มนวลหวังให้นางลืมตา
“เ้าห้าลืมตาซิ” เขาสั่งอย่างร้อนใจดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้น
“อาจารย์”เสียงหวานเรียกแ่เบาแล้วก็ปิดตาลงอีกครั้ง
เทพารีบช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นไว้ในอ้อมแขนแล้วก็หายวับกลับเข้าตำหนักรีบอุ้มนางกลับไปที่เรือนของนาง
ศิษย์รองกลับมาเห็นเข้าก็ดีใจ“อาจารย์เจอเ้าห้าแล้ว”
“อืม” เทพาพยักหน้า
“เ้าห้าตกน้ำ” เขาพูดเพียงเท่านั้นแล้วก็รีบพานางเข้าไปในห้อง
ศิษย์รองรีบตามเข้าไปด้วยเขาเดินไปหยิบผ้าตั้งใจจะช่วยเช็ดตัวให้ศิษย์น้อง
“ส่งผ้ามาแล้วเ้าก็ออกไปรอข้างนอก”เทพสงครางสั่งหลังจากวางนางลงบนเตียง
“ข้าทำเองดีกว่าขอรับอาจารย์”ศิษย์รองไม่กล้าส่งผ้าให้
เทพาหันไปดึงผ้าจากมือศิษย์พลางสั่งเสียงดุ“ออกไปรอข้างนอก”
“ขอรับ”ศิษย์รองรีบออกไปทันที
เทพาลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่บนชั้นแล้วก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางด้วยพลังเทพคลี่ผ้าห่มคลุมบนตัวนาง
ร่างน้อยกระสับกระส่ายปัดผ้าห่มออก“ร้อน”
เทพาเห็นท่าทางผิดปกติจึงแตะมือบนผิวแก้มนวลผิวเนื้อร้อนรุ่มดังไฟรุม “นางมีไข้!”
เขารีบเปิดประตูออกไปสั่งศิษย์รองว่า“ต้มโอสถลดไข้มาเร็วเ้าห้าตัวร้อนจัด”
“ขอรับ”ศิษย์รองรีบไปจัดการตามคำสั่ง
บรรดาศิษย์คนอื่นเดินสวนเข้ามา“อาจารย์พบเ้าห้าแล้วรึขอรับ?”
“อืม” เทพาพยักหน้าแล้วก็เสด็จเข้าไปด้านใน
ศิษย์คนอื่นก็ตามเข้าไปด้วย
“เจอที่ไหนหรือขอรับ?” ลี่จิ่นถาม
“น้ำตกด้านเหนือคงจะตกน้ำลงไป ดีที่รอดมาได้” เทพาบอกแล้วก็ถอยไปนั่งที่เบาะรองนั่งข้างโต๊ะเขียนหนังสือ
ร่างน้อยบนเตียงกระสับกระส่าย
ลี่จิ่นถลันเข้าไปแตะมือบนหน้าผาก“ตัวร้อน!”
ศิษย์สามกับสี่ยืนมองอย่างเป็ห่วง
“ไม่น่าไปเล่นที่น้ำตกเลยน้าก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเผ่าแมวป่าว่ายน้ำไม่เป็ ยังจะไปเล่นแถวนั้นอีกเ้าห้านะเ้าห้า” ศิษย์สี่บ่นอย่างเป็ห่วง
“ข้าจะไปดูว่าโอสถได้หรือยัง”ลี่จิ่นบอกแล้วก็รีบเดินออกไป
เทพานั่งนิ่งมองร่างน้อยบนเตียงอย่างเป็ห่วง
ครู่ต่อมาศิษย์เอกกับศิษย์รองก็กลับมา
“โอสถมาแล้ว” ศิษย์รองรีบถือถ้วยโอสถเข้าไป
ศิษย์สี่รีบเข้าไปช่วยประคองร่างศิษย์น้องให้ลุกขึ้นดื่มโอสถ
พอศิษย์น้องเล็กดื่มโอสถหมดแล้วก็ค่อยๆประคองให้นอนลง
ลี่จิ่นเห็นปิ่นปักผมบนศีรษะศิษย์น้องเล็กก็ชะโงกเข้าไปมองดูใกล้ๆ“นี่มันปิ่นมุกโลหิตนี่น่า”
คนอื่นๆก็ชะโงกมองปิ่นเป็ตาเดียว
“จริงด้วย ปิ่นมุกโลหิต!” ศิษย์รองจ้องปิ่นเขม็ง
“ใช่จริงๆ”ศิษย์สามเสริม
ศิษย์สี่มองหน้าคนนั้นคนนี้อย่างไม่รู้เื่“ปิ่นมุกโลหิตคืออะไรหรือศิษย์พี่?”
“เ้าเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานไม่รู้เื่นี้ก็ไม่แปลกหรอก” ศิษย์พี่ใหญ่บอก “ปิ่นมุกโลหิตก็คือปิ่นที่องค์ชายเผ่าสิงห์เอาไว้หมั้นหมายหญิงคนรักอย่างไรล่ะ”
“ห๊า!” ศิษย์สี่ใหันไปมองปิ่นอีกครั้ง“งั้นก็หมายความว่าเ้าห้าเป็คู่หมั้นขององค์ชายเผ่าสิงห์งั้นหรือ?”
ทุกคนต่างทำสีหน้ายุ่งเหยิง
“แต่เ้าห้าเป็ชายนะจะเป็คู่หมั้นขององค์ชายเผ่าสิงห์ได้อย่างไรกัน?” ศิษย์สี่โพล่งออกมา
เทพามองร่างน้อยด้วยแววตาเ็ปแล้วก็รีบซ่อนความรู้สึกไว้ก่อนที่ใครจะทันเห็น
“พวกเ้าออกไปโต้เถียงกันข้างนอกไป”เขาโบกมือไล่ศิษย์
บรรดาศิษย์หน้าจ๋อยรีบออกไปทันที
เมื่อไม่มีใครแล้วเทพาก็ขยับไปนั่งข้างๆ นาง หยิบผ้าห่มคลุมให้
“ร้อน...” ร่างน้อยกระสับกระส่ายด้วยพิษไข้ปัดผ้าออก
เทพาแตะมือกับหน้าผากนวลใช้พลังเทพถ่ายเทความเย็นเข้าไป
พลัน! เขาก็พบกับพลังบางอย่างในตัวนาง “เพลิงมรณะ!”
มือใหญ่ละจากหน้าผากนวลจ้องมองวงหน้างามอย่างงุนงง “นางได้เพลิงมรณะมาได้อย่างไรกัน?เหตุใดเพลิงมรณะจึงเลือกนาง?”
เขาคิดๆ แต่ก็คิดอย่างไรก็คิดไม่ตกว่าเหตุใดพลังเพลิงมรณะที่ถูกผนึกไว้ในถ้ำน้ำตกจึงได้เลือกนาง?หากนางเป็เชื้อสายเผ่าสิงห์ย่อมไร้ข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น แต่นี่นางเป็แมวป่าแล้วแมวป่าเช่นนางจะรับเอาเพลิงมรณะมาได้อย่างไร?
สายตาเหลือบเห็นปิ่น มือใหญ่แตะลงบนปิ่นมุกโลหิต“หรือเป็เพราะปิ่นนี้จึงทำให้เพลิงมรณะมาสถิตอยู่ที่นาง”
มือใหญ่ละจากปิ่นเลื่อนไปแตะหน้าผากนวลพยายามจะดึงเพลิงมรณะออกจากร่างอ้อนแอ้น
แต่เพลิงมรณะกลับไม่ยอมออกจากร่างเล็กเลยแม้แต่น้อยสถิตแน่นในร่างน้อยดั่งเป็ร่างเดียวกัน
เขาพยายามดึงเพลิงมรณะอยู่นานแต่ก็ไม่อาจดึงออกมาได้จึงหยุดมือแล้วถอนใจอย่างกังวล แล้วก็คอยเฝ้าดูอาการอย่างเป็ห่วง
เช้าตรู่บรรดาศิษย์นั่งสัปหงกอยู่หน้าประตู คอยเฝ้ารอเผื่ออาจารย์จะเรียกใช้ทั้งคืนอีกทั้งยังพากันเป็ห่วงศิษย์น้องเล็กจนไม่เป็อันหลับอันนอนกันเลยสักคน
ดวงตาคู่สวยค่อยๆลืมตาขึ้นภาพแรกที่เห็นก็คือหน้าของอาจารย์ฟุบหลับอยู่ใกล้ๆ พอขยับมือ ก็รู้สึกได้ว่ากำบางสิ่งไว้สายตาเลื่อนไปมองสิ่งที่กำไว้ก็พบว่าเป็มือของอาจารย์
ฉ่า! สองแก้มนวลของเด็กสาวซับสีระเรื่อ นางรีบปล่อยมือจากอาจารย์ แล้วก็พลิกตัวหันหลังขวับ!
เทพารู้สึกตัวั้แ่อุ้งมือนุ่มเริ่มขยับแล้วแต่ก็แสร้งทำเป็ยังหลับอยู่อย่างนั้น ไม่อยากให้นางรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
เสียงบรรดาศิษย์หน้าประตูเริ่มขยับตัวตื่นทำให้เขาจำต้องรีบเสด็จออกไปก่อนที่บรรดาศิษย์จะเข้ามา
ลี่จิ่นลืมตาตื่นเห็นอาจารย์เสด็จออกมาพอดีก็รีบถามว่า“อาจารย์ เ้าห้าเป็อย่างไรบ้างขอรับ?”
“ยังนอนอยู่”เทพาตอบสั้นๆแล้วก็เสด็จไป
ลี่จิ่นรีบลุกเข้าไปดูศิษย์น้องเห็นนอนตะแคงหันหลังให้ก็ขยับตัวเข้าไปใช้หลังมือแตะผิวแก้มวัดความร้อน“อืม...ตัวยังร้อนอยู่”
เขาละมือออก“คงต้องไปต้มโอสถให้เ้าห้าอีกชาม”
แล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ไป๋เมาได้ยินเสียงฝีเท้าออกไปแล้วก็พลิกตัวนอนหงายยังงงๆอยู่ว่าตัวเองกลับมานอนที่ห้องได้อย่างไร?นอนคิดไปคิดมาจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา
“เ้าห้าลุกขึ้นมากินโอสถก่อน”เสียงศิษย์พี่ใหญ่บอก
ไป๋เมาเอียงหน้ามองแล้วค่อยๆลุกขึ้น
ศิษย์พี่รองรีบเข้าไปช่วยประคอง“ค่อยๆลุกนะ”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ