แพรค่อย ๆ ลุกจากเตียงตอนตีสามกว่า ๆ
ห้องมืดสลัว มีแค่แสงไฟหัวเตียงที่เปิดทิ้งไว้สลัว ๆ ช่วยให้มองเห็นทางได้พอหมาด ๆ
หัวยังมึน ๆ จากไวน์เมื่อคืน แต่กระเพาะปัสสาวะบีบแน่นจนต้องลุกมาฉี่
แพรเดินงัวเงียออกจากห้องนอน เท้าเปล่าตบ ๆ บนพื้นไม้เย็น ๆ เดินตรงไปห้องน้ำที่อยู่ข้าง ๆ ห้องนั่งเล่น
แต่พอเดินออกมาถึงโซฟา แพรชะงักค้าง
พี่กรนอนหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวของแพร

เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมเผยให้เห็นหน้าอกกว้างกำยำ กล้ามเนื้อชัดเจนแต่ไม่ใหญ่เกินไป ผิวแทนจากแดดที่เคยออกวิจัยภาคสนามบ่อย ๆ
แขนข้างหนึ่งพาดหัว เผยให้เห็นกล้ามแขนและเส้นเืที่ชัดขึ้นเพราะนอนหลับแบบเหนื่อยล้า
กางเกงใส่บ๊อกเซอร์ เผยให้เห็นส่วนนั้นที่สะดุดตา
ร่างกายทั้งตัวดูแข็งแรง ทรุดตัวลงนอนแบบคนที่ตั้งใจเฝ้าทั้งคืนจริง ๆ
แพรยืนนิ่ง หยุดมองนานเกินกว่าที่ตั้งใจ
หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตาไล่จากใบหน้าที่หลับสนิท ลงมาที่คอ ไหล่กว้าง หน้าอกที่ยกขึ้นลงตามลมหายใจช้า ๆ กล้ามท้องที่ตึงแน่นแม้ตอนนอน แล้วก็... ลงไปต่ำกว่านั้นนิดหนึ่งก่อนจะสะดุ้งตัวเอง
พระเ้า... พี่กรยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ
แพรคิดในใจ หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ทั้งจากเขินและจากภาพตรงหน้าที่ทำให้แพรรู้สึกอะไรบางอย่างที่บอกไม่ถูก
แพรยืนอยู่อย่างนั้นนานเกินไป จนพี่กรเริ่มขยับตัวเบา ๆ
เปลือกตาพี่กรกระพริบ แล้วลืมขึ้นช้า ๆ ตาเจอกับแพรที่ยืนมองอยู่ตรงหน้า
พี่กรชะงักไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่งทันที มือยกขึ้นเกล้าผมยุ่ง ๆ แล้วยิ้มง่วง ๆ แต่ยังหล่อแบบไม่ตั้งใจ
“แพร... ตื่นแล้วเหรอครับ”
เสียงทุ้มต่ำเพราะเพิ่งตื่น
“พี่ขอโทษที่ยังอยู่ตรงนี้ พี่แค่อยากให้แน่ใจว่าแพรปลอดภัย ไม่เมาแล้วล้มอีก เลยรอจนหลับไป”
พี่กรมองหน้าแพรที่ยังยืนนิ่ง หน้าแดงก่ำ แล้วพี่ก็สังเกตได้ว่าสายตาแพรเพิ่งไล่ลงมาจากตัวพี่
พี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“แพร... เป็อะไรรึเปล่าครับ หน้าดูแดง ๆ”
พี่ถามเสียงนุ่ม ห่วงใยจริง ๆ
“หรือเมาค้าง อยากกินน้ำ กินอะไรแก้เมา พี่ไปเอาให้ได้นะ”
พี่กรยังนั่งอยู่บนโซฟา ร่างกายกำยำที่ตอนนี้ดูใกล้ชิดขึ้นเพราะแพรยืนอยู่ใกล้มาก
แพรยังยืนนิ่ง ใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง