หลังจากผ่านการบําเพ็ญตบะเมื่อครู่ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดระดับของวิญญาณยุทธ์ถึงสําคัญนัก
เช่นเมื่อครู่เขาบําเพ็ญตบะไปแล้วสามชั่วยาม แต่ก็ไม่อะไรสักอย่างเดียว หากเปลี่ยนเป็นฉินฉางคงบําเพ็ญตบะสามชั่วยาม กลัวว่าคงจะบรรลุพลังภายในขั้นที่หนึ่งไปแล้ว
ไม่เพียงแต่เท่านั้น ยิ่งระดับวิญญาณยุทธ์สูงมากเท่าไหร่ ความสามารถของพลังวิญญาณก็จะยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย ซึ่งสามารถช่วยเสริมในยามสู้รบได้เป็นอย่างดี
"แต่ว่าโชคยังดีที่วิญญาณยุทธ์ของข้าเป็นแค่ระดับสีเหลืองขั้นที่หนึ่ง หากว่าเป็นระดับขั้นอื่น น่ากลัวว่าจะต้องวิตกกังวลมากกว่านี้เป็นแน่"
ริมฝีปากของฉินหนานปรากฏเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ขึ้นมา ภายหลังจากจิตเทวะของเขากลับไปสงบนิ่งยังบริเวณตันเถียนแล้ว
จิตเทวะนั้นเห็นได้แต่ในบริเวณตันเถียนของฉินหนานเท่านั้น เป็นสายฟ้าสีแดงกลุ่มหนึ่งขนาดเท่ากําปั้น ลอยเคลื่อนที่จากบนลงล่าง ท่ามกลางกลุ่มสายฟ้าเหล่านั้น สัมผัสได้ถึงกระแสลึกลับที่แผ่ออกมา มีกลิ่นไอโบราณน่ากลัวแฝงอยู่
สิ่งนี้เป็นความลับอันยิ่งใหญ่ของฉินหนาน ที่แม้แต่บิดาของเขาก็ยังไม่ล่วงรู้
ขณะนั้นฉินหนานอายุเพียงสิบสี่ปีได้ออกไปฝึกวิชาข้างนอก ทันใดนั้นก็เจอเข้ากับพายุฝนฟ้าคะนอง ในตอนที่รีบหาที่หลบฝนอยู่นั้นกลับโชคร้ายถูกสายฟ้าสีแดงฟาดผ่าเข้า
เหตุการณ์ที่ถูกสายฟ้าฟาดนี้ แท้จริงแล้ว คนในเมืองหลินซุ่ยต่างรู้กันดี เพียงแต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า หลังจากที่ฉินหนานโดนฟ้าผ่าแล้ว ในสมองของเขากลับมีความทรงจําบางช่วงบางตอนเพิ่มขึ้น ภายในร่างกายก็มีสายฟ้าสีแดงกลุ่มหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
"จากความทรงจําที่ขาด ๆ หาย ๆ ช่วงนั้น กลุ่มสายฟ้าสีแดงกลุ่มนี้คือวิญญาณยุทธ์สายหนึ่งที่ไร้เจ้าของ เรียกว่า 'จิตวิญญาณเทพเจ้าสงคราม' "
"หากว่าอยากได้จิตวิญญาณเทพเจ้าสงคราม มีแต่ต้องเอาวิญญาณยุทธ์ของตัวเองเป็นเครื่องสังเวยจึงจะได้มา"
"อีกทั้งหากระดับวิญญาณยุทธ์ของตนสูงมาก โอกาสที่จะปลุกขึ้นมาก็เป็นไปได้ยาก ในทางกลับกัน หากว่าวิญญาณยุทธ์เพียงระดับเหลืองขั้นที่หนึ่งก็จะสามารถปลุกจิตวิญญาณเทพเจ้าสงครามขึ้นมาได้!"
รอยยิ้มบนริมฝีปากของฉินหนานยิ่งกว้างมากขึ้น นี่เป็นสาเหตุว่าทําไมเขาถึงปลุกจิตวิญญาณระดับเหลืองขั้นที่หนึ่งแล้วไม่รู้สึกเสียใจเท่าไรนัก
จิตวิญญาณของเทพเจ้าสงครามมีที่มาลึกลับ หากว่าเขาปลุกวิญญาณยุทธ์ได้ถึงระดับสีเหลืองขั้นที่ห้า เมื่อนําวิญญาณยุทธ์มาเซ่นสังเวย ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถเพิ่มโอกาสในการครอบครองจิตวิญญาณเทพสงครามได้เท่านั้น ฉินหนานเองก็ต้องต่อสู้กับจิตใจของตัวเองอย่างหนัก
การนําเอาวิญญาณยุทธ์ระดับเหลืองขั้นที่ห้ามาเป็นเครื่องสังเวยก็อาจจะต้องใช้ความกล้าอย่างมาก
แต่วิญญาณยุทธ์ของฉินหนานเป็นเพียงระดับเหลืองขั้นที่หนึ่ง ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับของไร้ค่า เมื่อนํามาเซ่นสังเวย ไม่เพียงแต่สามารถรับประกันโอกาสที่จะได้ครอบครองเท่านั้น จิตใจของฉินหนานเองก็จะไม่รู้สึกถึงความกดดันใด ๆ อีกด้วย
ฉินหนานรีบซ่อนรอยยิ้มอย่างรวดเร็ว เขาถือดาบเพลิงโลกันต์ไว้ในมือ ค่อย ๆ สูดหายใจลึก ๆ แล้วพูดว่า
"ตอนนี้ ข้าขอเอาดาบเล่มนี้เป็นเครื่องสังเวยแล้วกัน"
สีหน้าของฉินหนานรีบเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที ปากของเขาพึมพําออกมาเป็นคาถาเก่าโบราณ
ชื่อของคาถานี้คือ 'เคล็ดวิชาสังเวยวิญญาณ' ซึ่งปรากฏขึ้นในความทรงจําของฉินหนานตอนที่โดนฟ้าผ่านั่นเอง
เคล็ดวิชาสังเวยวิญญาณ ความหมายตามชื่อ มันคือเคล็ดวิชาในการเซ่นสังเวยวิญญาณยุทธ์ของตนเอง เคล็ดวิชานี้ลึกลับเป็นอย่างมากอีกทั้งไม่จําเป็นต้องใช้ลมปราณใด ๆ เข้ามาช่วย ไม่จําเป็นต้องมีของทดแทนใด ๆ ล้วนลึกลับเป็นที่สุด
ด้วยการกระตุ้นเคล็ดวิชาสังเวยวิญญาณ บนฝ่ามือของฉินหนานปรากฏมีแสงสีดําเป็นเส้น ๆ ค่อย ๆ ปรากฏออกมา ต่อมาแสงสีดํานี้แปรเปลี่ยนเป็นของเหลวข้นหนืดติดกันราวของเหลวกองหนึ่งที่ดึงดูดกันไปมาไม่หยุด
แววตาของฉินหนานมองจ้องเขม็ง จากนั้นฝ่ามือก็หันออกไปด้านหน้าตรงไปยังดาบเพลิงโลกันต์ทันทีพร้อมกับคว้าจับอย่างรุนแรง
ภาพอันน่าตกใจปรากฏขึ้นมาแล้ว เขาประจักษ์แต่เพียงว่าดาบเพลิงโลกันต์ทั้งเล่มเริ่มส่งเสียงและสั่นสะเทือนขึ้นมา คล้ายมีพลังทําลายล้างบางอย่างกําลังประทุอยู่ภายใน นั่นทําให้ดาบเพลิงโลกันต์เล่มนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงในชั่วพริบตา
เมื่อดาบเพลิงโลกันต์แตกกระจายจนกลายเป็นสะเก็ดสีแดงทั่วท้องฟ้า ราวกับกองไฟย่อม ๆ ลอยม้วนขึ้นมา
สีหน้าของฉินหนานกลับซีดเผือดลง ในชั่ววินาทีที่ดาบเพลิงโลกันต์แตกกระจาย เขารู้สึกราวกับว่าถูกดึงวิญญาณออกไปจากร่าง จนเกือบทําให้หยุดหายใจ
การส่งมอบจิตวิญญาณให้แก่สวรรค์เบื้องบนนั้น ราวกับดึงชีวิตของตัวเองออกมาครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เมื่อจิตวิญญาณแตกดับก็เหมือนกับร่างกายของฉินหนานแตกดับไปเช่นกัน
ฉินหนานกัดฟันพยายามประคองแรงบีบคั้นที่อยู่ในหัว ขยับมือออกไป ก่อนยื่นไปคว้าอากาศ บนมือของเขานั้นมีของเหลวสีดําอยู่ ฉับพลันก็เกิดแตกตัวออกเป็นแรงดึงดูดที่ลึกลับสายหนึ่ง
สิ่งนั้นกระจายออกไปยังจุดสีแดงนับไม่ถ้วนที่อยู่บนฟากฟ้า ทันใดนั้นก็ม้วนกลับเข้ามากระแทกสู่ภายในตัวของฉินหนานและพุ่งลงไปยังจุดตันเถียน
สายฟ้าสีแดงที่ลอยวนอยู่ในจุดตันเถียนของฉินหนานนั้นกลืนกินจุดสีแดงเหล่านี้ลงไปทั้งหมด
ในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น คล้ายกับเวลาหยุดหมุน ตามมาด้วยกลุ่มสายฟ้าสีแดงนั้นก็ระเบิดออกในทันที
"จิตวิญญาณของเทพเจ้าสงครามทั้งบนสวรรค์และปฐพีไม่มีที่ใดที่ไม่ย่างกรายไป ไม่มีคราใดที่ไม่คว้าชัยชนะ...."
เสียงโบราณอันทรงอํานาจ ฟังดูคล้ายกับเสียงสายฟ้าหลายสายฟาดลงมา ภายในหัวสมองของฉินหนาน ดังวนเวียนขึ้นมา
"โอ๊ยยยย..."
ฉินหนานเบิกตากว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน แม้แต่คําว่าเจ็บก็ยังยากที่จะเอื้อนเอ่ย พลันก็โดนคลื่นพลังโจมตีจนสลบไป- โปรดติดตามตอนต่อไป -