บทที่ 15 พบเจอคนรู้จัก (รีไรต์)
หลินเนี่ยนเตรียมปั้นเื่อย่างร้อนใจ “ถะ…ถ้าฉันไม่ได้ะโน้ำ ก็คงจะไม่ดึงดูดความสนใจจากสหายจางไห่หยาง ปู่ของเขาเป็ผู้อำนวยการของโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อย ฉะ…ฉันไม่อยากให้หวงเจี้ยนกั๋วรับ่เป็ผู้อำนวยการต่อจากผู้อำนวยการใหญ่”
ฟู่ชิวสือคิดในใจ ‘เหมือนกับที่เราวิเคราะห์ไว้เลย’
พูดจบ เธอก็เหลือบมองฟู่ชิวสือ จากนั้นก็ก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว
เธอไม่กลัวฟู่ชิวสือจะไปบอกเล่าต่อหน้าจางไห่หยาง เขาเป็ศัตรูคู่อาฆาตกับจางไห่หยาง จางไห่หยางต้องไม่เชื่อคำพูดของเขาแน่นอน
แต่ถ้าเชื่อล่ะ
จางไห่หยางจะเกลียดเธอและคงอยู่ห่างจากเธอให้มากที่สุด นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอ้าหรอกเหรอ
ฟู่ชิวสือยกมือลูบหัวเธอ ขยับเข้าไปใกล้และเอ่ยชม “เธอฉลาดมาก ฉันจะไม่บอกใครเื่ที่เธอวางแผนกับจางไห่หยาง เธอก็ไม่จำเป็ต้องพูดกับบุคคลที่สาม แต่จากนี้ถ้าเจอเื่อะไรที่แก้ไม่ได้ อย่าล้อเล่นกับชีวิตตัวเองอีก!”
ปวดใจ…
นอกจากปวดใจแล้วก็ยังปวดใจอยู่ดี
ถ้าไม่ได้ถูกบีบจนอับจนหนทาง ถ้าไม่ได้เปี่ยมด้วยความเกลียดชัง ใครจะบรรลุเป้าหมายด้วยวิธีการสุดโต่งกัน?
“จากนี้ถ้ามีเื่ลำบากอะไร เธอก็มาหาฉันได้”
หลินเนี่ยนเบิกตากว้าง แต่ฟู่ชิวสือเก็บมือกลับไปอย่างเป็ธรรมชาติแล้วนั่งหลังตรง ราวกับความรู้สึกที่ถูกลูบหัวเมื่อครู่เป็ภาพลวงตา
จู่ ๆ ตอนนี้เสียงในหนังก็ดังขึ้น หลินเนี่ยนสะดุ้งโหยง สายตาเลื่อนไปที่จอฉายขนาดใหญ่ทันที
หนังเื่นี้ถ่ายทำได้ดีจริง ๆ การ์ตูนในยุคนี้มีการพัฒนา ทุกฉากเป็แรงกายแรงใจของเหล่าศิลปินรุ่นเก่า
หลินเนี่ยนค่อย ๆ ถูกเนื้อเื่ของหนังดึงดูด ขณะที่เธอตั้งใจดูหนัง ฟู่ชิวสือก็กำลังตั้งใจดูเธอ
เขาคิดในใจ ‘นี่อาจจะเป็ครั้งแรกที่เธอได้ดูหนังหรือเปล่านะ’
เขามองสีหน้าและแววตาของหญิงสาวที่เปลี่ยนไปตามเนื้อเื่ของหนัง หัวใจของฟู่ชิวสืออ่อนยวบจนสับสน นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาปรารถนาอยากจะกุมมือใครสักคน และอยากจะดูแลคนคนนั้นให้ดี
วางแผนก่อนลงมือ รู้จุดหมายย่อมได้มา
จู่ ๆ ฟู่ชิวสือก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาเล็กน้อย บางเื่แม้แต่เขาก็ยังสู้หญิงสาวคนหนึ่งไม่ได้
เขานึกถึง ‘ศาลาแม่น้ำอู’ ของตู้มู่ ‘ทหารมีชัยหรือพ่ายมิอาจรู้ รับความอัปยศอดสูได้จึงเป็ชาย ลูกหลานเจียงตงมากสามารถ หวนคืนอำนาจยากจะตัดสิน’
ความคิดของฟู่ชิวสือลอยไปไกล กระทั่งหนังฉายจบ แสงไฟในโรงฉายหนังก็สว่างขึ้นอีกครั้ง เขาจึงได้สติกลับมา
หลินเนี่ยนเห็นท่าทางไม่สนใจของเขาก็คิดว่าเขาอยากจะไปหลังจากคุยเสร็จ แต่สุดท้ายกลับถูกเธอรั้งไว้จนถึงตอนนี้
นั่นสิ ผู้ชายคนไหนจะชอบดูการ์ตูนกัน
ไม่เหมือนกับเธอ เธอคิดว่ามันแปลกดีเพราะไม่เคยดูมาก่อน
หลินเนี่ยนรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย
เมื่อทั้งสองคนออกจากโรงหนัง หลินเนี่ยนจึงพูดขึ้นว่า “งั้นฉันไปนะ” คงจะไม่ได้พบกันอีก!
“เดี๋ยวฉันไปส่ง” ฟู่ชิวสือพูด
“ไม่ต้อง ๆ ฉันกลับเองได้” หลินเนี่ยนรีบโบกมือบอกปัด เธอยังซื้อของไม่เสร็จเลย!
ฟู่ชิวสือยกมือขึ้นมองนาฬิกา “ก็ได้ มีเื่ลำบากอะไรก็ส่งจดหมายหรือไม่ก็ส่งโทรเลขมาหาฉันนะ!” พูดจบ เขาก็หยิบกระดาษใบหนึ่งออกจากกระเป๋ามายื่นให้หลินเนี่ยน
้าเขียนที่อยู่และเบอร์ติดต่อของเขา
“สหายหยางต้งเหลียงมีสถานะพิเศษ คงให้ที่อยู่เขากับเธอไม่ได้ ถ้าเธอมีเื่อยากพบเขาก็เขียนจดหมายบอกฉัน ฉันจะคิดหาวิธีช่วยเธอติดต่อ”
หลินเนี่ยนจึงรับกระดาษใบนั้นมาเก็บไว้ “ขอบคุณมาก งั้นฉันไปแล้วนะ!”
เธอครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดกับฟู่ชิวสืออีกครั้งว่า “ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็เื่ใหญ่ แล้วก็ไม่มีอุปสรรคไหนที่ผ่านไปไม่ได้ด้วย”
“จากนี้ไปฉันจะใช้ชีวิตอย่างดี นายบอกอาหยางด้วยว่าไม่ต้องเป็ห่วงฉัน!”
ราวกับว่าหลินเนี่ยนกำลังพูดกับตัวเอง ที่จริงก็หวังว่าฟู่ชิวสือจะพบเื่ที่เปิดใจได้ คนที่หน้าตาดีขนาดนี้ เธอหวังว่าเขาจะมีชีวิตที่ดีได้ อย่ามีจุดจบแบบในนิยายต้นฉบับจะดีที่สุด
“ไม่ต้องเป็ห่วงฉัน!” หลินเนี่ยนโบกมือให้ฟู่ชิวสือ จากนั้นก็หันหลังแล้ววิ่งออกไป
ฟู่ชิวสือมองตามหลังเธอแล้วกระตุกยิ้มเบา ๆ
กระทั่งมองไม่เห็นร่างของหลินเนี่ยนแล้ว จึงพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ว่า “ฟู่ชิวสือ นายจะแพ้สาวน้อยตัวเล็ก ๆ นี่ไม่ได้นะ!”
เขาหันหลังจากไปด้วยท่าทีสบาย ๆ
วันต่อมา
หลินเนี่ยนรีบตื่นนอน จางชุ่ยฟางยังถามว่าเธอจะไปไหนตอนที่ออกจากบ้าน หลินเนี่ยนไม่ตอบ แม้หลังออกจากบ้านจะได้ยินเสียงด่าแวด ๆ ของจางชุ่ยฟางก็ไม่ได้ใส่ใจ
ถึงอย่างไรจางชุ่ยฟางก็มีความสุขได้อีกไม่นาน
หลินเนี่ยนมาถึงสถานที่ที่นัดแนะกับหลิ่วกุ้ยเซียง แล้วตามเธอไปที่ฝ่ายบุคคลทางฝั่งสำนักงานโรงงานพร้อมกับชายหนุ่มอีกคน เื่นี้หลิ่วกุ้ยเซียงตกลงกับฝ่ายนั้นผ่านเส้นสายแล้ว เื่ใหญ่ขนาดนี้อีกฝ่ายก็ไม่ได้คุยกับหวงเจี้ยนกั๋วและภรรยาไว้ด้วย
เดิมทีเื่ของหลินเนี่ยนนั้นทางโรงงานอนุมัติแล้ว ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่ห้องเอกสาร
ทุกขั้นตอนเป็ไปตามกฎเกณฑ์และระบบของโรงงาน อีกสักพักหวงเจี้ยนกั๋วอยากจะมาเอาเื่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว!
ขั้นตอนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว!
ลงชื่อนิด พิมพ์ลายนิ้วมือหน่อย เท่านี้ก็เสร็จสิ้นแล้ว!
หลินเนี่ยนพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ ชายหนุ่มคนนั้นก็ดำเนินการเสร็จตามมาติด ๆ
จบเื่สักที!
คนของฝ่ายบุคคลบอกว่ารอจางก๋านเหม่ยเข้างานก็จะแจ้งเขาให้ออกไป!
หลินเนี่ยนมีความสุข แต่ใบหน้ากลับมีสีหน้าประหม่า หลิ่วกุ้ยเซียงแนะนำเธอว่าอย่าไปกลัว เธอกำลังจะไปชนบทแล้ว จางชุ่ยฟางไม่มีทางตามไปด่าเธอที่ชนบทได้
หลิ่วกุ้ยเซียงลางานครึ่งวัน เธอช่วยหลินเนี่ยนถือสัมภาระส่วนหนึ่ง แล้วส่งเธอไปรวมตัวที่สำนักงานยุวชน
ตลอดทางก็กำชับหลินเนี่ยนไปหลายเื่ เช่น อย่าหาแฟนที่ชนบทเด็ดขาด เพราะจะกลับเข้าเมืองไม่ได้อีก
ทั้งยังบอกอีกว่าถ้ามีโอกาสกลับเข้าเมือง เธอจะให้เหล่าจ้าวช่วย่ชิงมาให้เธอแน่นอน
ที่พูดมาทั้งหมดเป็ความหวังดี
นอกจากหลิ่วกุ้ยเซียงจะใช้ประโยชน์จากหลินเนี่ยนแล้ว สิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดก็เพราะความสงสาร จึงปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็หลานสาว
คำพูดเหล่านี้ล้วนออกมาจากใจจริง
เมื่อมาถึงสถานที่รวมตัว หลินเนี่ยนก็รับสัมภาระมาจากมือของหลิ่วกุ้ยเซียง แล้วบอกลาเธอด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณมากค่ะอาหลิ่ว แม่ของหนูยังไม่เคยใส่ใจหนูขนาดนี้เลย!”
เธอก็หว่านล้อมเป็เหมือนกันนะ!
“หนูไม่รู้จะขอบคุณอาหลิ่วกับอาจ้าวยังไงดี!”
“หนูจะจำคำของอาไว้ อยู่ที่ชนบทหนูจะเป็เด็กดี อาไม่ต้องเป็ห่วงหนูนะคะ!”
“ลาก่อนค่ะอาหลิ่ว!”
หลินเนี่ยนเดินไปเข้าแถว แล้วหันหลังโบกมือให้หลิ่วกุ้ยเซียง
หลิ่วกุ้ยเซียงก็โบกมือให้หลินเนี่ยนทั้งน้ำตา “ถึงแล้วอย่าลืมส่งจดหมายให้อาหลิ่วด้วยนะ!”
“้าอะไรก็บอกอาหลิ่ว อาจะซื้อของที่นี่ส่งไปให้หนูเอง!”
หลินเนี่ยนพยักหน้าทั้งน้ำตาเช่นกัน แน่นอนว่าเธอจะเก็บคำพูดของอาหลิ่วมาคิดจริงจังไม่ได้ แต่ส่งจดหมายน่ะเธอทำแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะรู้เื่ของบ้านตระกูลหวงได้ยังไง
เธออยากเห็นพวกคนบ้านตระกูลหวงต้องพบเจอโชคร้ายแทนเ้าของร่างเดิม
“ได้ค่ะ หนูจะส่งจดหมายมาให้อานะคะ!”
หลินเนี่ยนเดินตามแถว เมื่อเสียงเรียกชื่อของเธอดังขึ้น เธอก็รีบขานรับ “อยู่ค่ะ!” จากนั้นก็หยิบหลักฐานยืนยันตัวตนส่งให้สหายที่รับผิดชอบเช็กชื่อลงทะเบียน
เช็กชื่อเสร็จ อีกฝ่ายก็ให้เธอเข้าแถวขึ้นรถ
รถคันนี้เป็รถบรรทุกยี่ห้อ FAW มีผ้าใบสีเขียวพอง ๆ คลุมอยู่บนตู้โดยสาร
ตู้โดยสารสูงเล็กน้อย ไม่เป็มิตรกับสหายหญิงนัก
แต่มีสหายชายบนตู้โดยสารยื่นมือมาช่วยรับสัมภาระ แล้วดึงมือสหายหญิงขึ้นมาด้วย
หลินเนี่ยนสบตากับสหายชายที่ยื่นมือมาให้เธอ จึงพบว่าเป็คนรู้จัก!
“นายเองเหรอ?”
“นายก็ไปชนบทด้วยเหรอ?” เธอประหลาดใจมาก
หลิวหย่งหนานพยักหน้าด้วยสีหน้าเ็า
เขามีท่าทางเ็า หลังจากที่เขาดึงหลินเนี่ยนขึ้นรถ แม้ว่าเธอจะชวนคุยแต่เขาก็ไม่คุยด้วย เมื่อเห็นว่าม้านั่งแถวหนึ่งยังมีที่นั่ง เธอจึงเดินไปนั่งตรงนั้นแทน
ใครจะรู้ว่าหลังจากหลิวหย่งหนานดึงเธอขึ้นมาแล้วจะตามมานั่งอยู่ข้างเธอ ไม่สนใจว่าจะมีสหายหญิงอยู่ข้างหลังหรือเปล่า
หลินเนี่ยน “...”
อ๋อ หรือเขาช่วยเพราะเห็นว่าเธอเคยเป็ลูกค้า