ปีศาจกินมนุษย์มันเกินจริงหรือเปล่า?
แต่ที่เธอเห็นเมื่อกี้ก็กระต่ายั์บินได้เธอคงไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?
ชายชรายิ้มเศร้าก่อนที่เขาจะเดินนำเธอไปยังโซฟาที่ตั้งอยู่มุมห้องด้านหนึ่ง“ตาว่าเรามานั่งคุยกันตรงนี้ดีกว่า เื่นี้คงต้องเล่ากันยาว”
เธอเหลือบมองชายสูงวัยที่ยืนรอเธออยู่นิดนึงก่อนที่จะยอมเดินไปนั่งข้าง ๆ คนที่อ้างตัวว่าเป็คุณตาของเธออย่างลังเลถึงจะมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนก็เถอะ
“ที่ที่หลานอยู่ตอนนี้คืออาณาจักรเซเลสเทียร์อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองจากเทพีเซเลน่า เทพีแห่งแสงสว่างและด้วยความเมตตาของพระองค์ท่านเราจึงสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของปีศาจมาได้จนถึงทุกวันนี้”
ั์ตาสีม่วงคู่นั้นหม่นแสงลงก่อนที่จะเล่าต่อ
“แต่ทว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนจ้าวปีศาจตนใหม่กลับมีความคิดอยากอาณาจักรเซเลสเทียร์เขาจึงสั่งให้ปีศาจเข้ามาในเซเลสเทียร์และก็ยังส่งมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้”
เธอขมวดคิ้วพลางมองคนที่เล่าเื่อย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เทพี? ปีศาจ?
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เชื่อเื่ที่ชายสูงวัยพูดหรอกนะแต่มันยากที่จะเชื่อว่าเื่พวกนี้เป็เื่จริงมีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่จะเชื่อตำนานพวกนี้
หัวหน้านักบุญวิคเตอร์มองเธอนิ่งแล้วไม่พูดอะไรต่อแต่เขากลับเลือกที่จะสั่นกระดิ่งที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาแทน
วาบ...
กาน้ำชาหอมกรุ่นและขนมหน้าตาประหลาดหลายจานปรากฎขึ้นบนโต๊ะขนาดเล็กตรงหน้านั่นทำเอาเธอเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงจนต้องเอามือขยี้ตาตัวเองหลายครั้ง
“กินขนมรองท้องก่อนไหมนี่ก็บ่ายมากแล้ว”ชายที่อ้างตัวว่าเป็คุณตาของเธอยื่นแก้วชาหอมกรุ่นมาให้พร้อมด้วยรอยยิ้มแถมยังเลื่อนจานขนมหน้าตาน่ากินอีกหลายจานมาตรงหน้าเธอ
เธอเหลือบมองขนมตรงหน้าแล้วเม้มปากนิดๆ ถึงเขาจะบอกว่าเป็คุณตาของเธอ แต่เธอก็เพิ่งเจอเขาครั้งแรกดังนั้นการรับของกินจากคนที่ไม่คุ้นเคยนั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสำหรับสถานการณ์แบบนี้
“อ่า...จริงซินะนาเวียบอกว่าหลานชอบกินน้ำหวานมากกว่าชานี่น่า ตาก็ลืมไป”เพียงแต่ชายสูงวัยสั่นกระดิ่งอีกครั้งน้ำหวานก็ปรากฎตรงหน้าเลื่อนน้ำหวานมาให้แล้วขยิบตาให้เธอนิดนึง
“ตารับรองได้ว่าอาหารพวกนี้สะอาดและปลอดภัยแน่นอน”
สายตาทรงอำนาจนั่นบ่งบอกว่าเขารู้ทันความคิดของเธอเธอจึงต้องแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้และยอมกินขนมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อร่อยมาก!!
เธอเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านทันทีที่ตักคำแรกเข้าปากหลังจากนั้นเธอก็ลืมตัวกวาดขนมตรงหน้าเสียเรียบวุธในเวลาเพียงไม่กี่นาที
รอยยิ้มของชายชราที่นั่งมองเธอเงียบๆ ทำให้เธอรู้สึกตัวว่าเธอกำลังเริ่มกินขนมจานที่สองโดยไม่ทันรู้ตัว
คุ้นจังเลย...รอยยิ้มนี้
ความรู้สึกจุกในอกจู่โจมเธออย่างไม่รู้สาเหตุแล้วภาพในความทรงจำก็ทับซ้อนกับชายชราตรงหน้า
ภาพของชายวัยกลางคนที่ยิ้มทั้งตาและปากพร้อมกับส่งขนมมากมายให้เธอที่กำลังเหลือบมองขนมที่อยู่ห่างออกไป
“คุณตาวิคเตอร์!”
เธอทิ้งช้อนในมือทันทีก่อนที่จะโถมตัวเข้ากอดชายชราความรู้สึกอัดอั้นที่สะสมมาั้แ่มิติก่อนทำให้เธอน้ำตาคลอขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอได้กลับคืนสู่ครอบครัวของเธอแล้วที่ผ่านมาญาติของเธอมีแค่คุณยายและคุณตาที่เธอรู้จักผ่านการเล่าของคุณยายเท่านั้น!
เธอไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับคนอื่นๆ ในครอบครัวของเธอเลย แม้กระทั่งพ่อแม่ของเธอ!
“จำตาได้แล้วรึ ดาเรีย”
เธอพยักหน้าแล้วปาดน้ำตาออกเบาๆ “นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นคะ แล้วปีศาจพวกนั้นมาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เกี่ยวซิ”เสียงของคุณตาแหบแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด “เพราะยายของหลานโดนคำสาปปีศาจเข้า”
“อะไรนะ! คำสาปปีศาจ? มันคืออะไร?” เธอนวดขมับเบา ๆเมื่อรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาเพราะตอนนี้ในหัวเธอมีแต่คำถามเต็มไปหมด
“ก็อย่างที่ตาเล่าให้หลานฟังนั่นแหละมิตินี้มีปีศาจ แล้วมนุษย์ก็มักจะเป็เหยื่ออันโอชะของปีศาจเสมอ”คุณตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
“เื่มันมีอยู่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ยายของหลานโดนคำสาปปีศาจเข้านั่นทำให้นาเวียต้องรีบกลับมาที่นี่เพื่อหาวิธียับยั้งและล้างคำสาปให้เร็วที่สุดไม่อย่างนั้นนาเวียจะกลายเป็ปีศาจไปตลอดชีวิต!”
“อะไรนะคะ”เธอคว้าแขนวิคเตอร์มาจับไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยินกลายเป็ปีศาจงั้นหรอ
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?
“หลานได้ยินไม่ผิดหรอกคำสาปปีศาจเป็มนตราชั้นสูงของปีศาจที่จะทำให้คนกลายเป็ปีศาจที่ไม่มีวันตายและกลายเป็ทาสของเ้าของคำสาปไปตลอดกาล”
“และยิ่งปีศาจมีพลังสูงมากเท่าไรคำสาปนั้นก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้นนั่นเลยทำให้นาเวียต้องรีบกลับมาที่นี่จนไม่มีเวลาที่จะบอกหลาน”
“แล้ววิธีแก้ล่ะมันต้องมีวิธีแก้ซิ”
“วิธีนะมีอยู่แต่ว่าติดเงื่อนไขตรงที่ว่าคนที่จะล้างคำสาปได้ก็ต้องมีพลังในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าปีศาจที่เป็เ้าของคำสาปและในกรณีของนาเวียนั่นปีศาจตนนั้นมีพลังสูงมาก...มากจนกระทั่งตาเองก็ไม่ล้างคำสาปให้นาเวียไม่ได้!”
เธอทรุดตัวลงพิงโซฟาอย่างอ่อนแรงก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติรับความจริงที่ถาโถมเข้ามา
เวทมนตร์เทพีและปีศาจเป็สิ่งที่เธอไม่คุ้นเคยและไม่เข้าใจเลยสักนิด!
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องโฟกัสกับปัญหาเร่งด่วนเสียก่อนเธอไม่เชื่อว่าเื่นี้จะไม่มีทางแก้ มันต้องมีสักทาง!
“มันต้องมีบ้างแหละน่าคนที่สามารถช่วยยายได้”
“ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลยแต่ว่าคนที่จะแก้คำสาปปีศาจนั้นได้มีเพียงคนที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น”
คำพูดของคุณตาทำให้เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก
แต่คำพูดที่ตามมาของคุณตาทำให้เธอแทบอยากจะกรี๊ดออกมาแทนเมื่อรู้ว่าโอกาสที่จะล้างคำสาปมันน้อยมากแค่ไหน
“น่าเสียดายที่ว่าตอนนี้ไม่มีใครเลยมีพลังสูงจนถึงระดับพลังศักดิ์สิทธิ์แม้แต่คนเดียว!”
“นอกจากพลังศักดิ์สิทธิ์แล้วเราไม่มีทางอื่นเลยหรือคะ”
“ไม่มีนี่เป็วิธีเดียวเท่านั้นที่สามารถแก้ได้” เสียงแหบแห้งของท่านตาทำให้เธออึ้ง
“ถ้างั้นหนูต้องทำยังไงถึงจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านั้นได้”
“มีเพียงคนที่ทำบัญญัติเซเลสเทียร์สำเร็จเท่านั้นจึงจะมีพลังสูงระดับนั้นได้”เธอมองคุณตาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
จะบัญญัติอะไรก็ช่างเถอะแค่เธอทำสำเร็จก็พอใช่ม่ะ?
“ได้งั้นหนูจะรับบัญญัตินั่นเอง” ตอนนี้คุณตาจะให้เธอทำอะไร เธอก็ยอมทั้งนั้นแหละขอแค่เพียงคุณยายกลับมาเป็ปกติก็พอ
“ดาเรียก่อนอื่นหลานต้องรู้ก่อนว่าคนที่รับบัญญัตินั่นได้มีเพียงทายาทสายตรงของตระกูลผู้นำแคว้นของแต่ละแคว้นเท่านั้นและบัญญัตินี้จะผูกพันหลานไปจนตาย”
ใครมันช่างคิดเงื่อนไขบ้า ๆนั่นนะ
แล้วนี่เธอจะไปหาทายาทสายตรงของผู้นำแคว้นมาจากไหน!
“คุณตาแล้วคนสำคัญแบบนั้น...เขาจะยอมช่วยเราหรือคะ” ถ้าไม่มีทายาทสายตรงโอกาสที่จะแก้คำสาปนั่นแทบจะเป็ศูนย์
“จะยอมหรือไม่หลานคงต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง” แววตาประหลาดของคุณตาที่มองมาทำเอาเธอชะงัก
“ท่านตาท่านคงไม่ได้หมายความว่า...”
“ดาเรีย หลานคือเ้าหญิงดาเรียน่าเซนทาร่า เ้าหญิงแห่งแอสตราเวล และเป็หนึ่งในสองทายาทสายตรงของราชวงศ์เซนทาร่าที่เป็ผู้ปกครองแคว้นแอสตราเวล”
คำพูดของคุณตาทำเอาเธอแทบหน้ามืดจนต้องจับที่เท้าแขนโซฟาเอาไว้คนธรรมดาอย่างเธอเนี่ยนะ...เ้าหญิง!
“แล้วหนึ่งในสอง? คืออะไรคะ”
“แอสตราเวลมีเ้าหญิงสองคนและอีกคนคือเลดี้ราย่า บุตรสาวของเ้าชายซาเรสที่มีศักดิ์เป็ลุงของหลาน”
รายชื่อของบุคคลที่ไม่คุ้นเคยทำให้เธอมึนตึ้บเข้าไปอีกเธอนวดขมับเบา ๆอย่างทบทวนความทรงจำแต่ทว่าเธอกลับไม่เคยมีสองชื่อนี้อยู่ในสารระบบเลย
“เลดี้ราย่ากับเ้าชายซาเรส?”
“ใช่ญาติเพียงสองคนที่เหลืออยู่ของหลาน แต่ว่าหลานต้องระวังพวกเขาไว้ให้ดีเพราะถ้าหลานพลาดพวกเขาพร้อมจะเหยียบหลานซ้ำเหมือนที่เขาพยายามทำกับพ่อแม่ของหลาน”
คำพูดของคุณตานั่นกระตุ้นให้ความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมาภาพของชายหญิงคู่หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดหรูหราปรากฏขึ้นในมโนภาพของเธอ
ชายหนุ่มหล่อเหล่าและหญิงสาวแสนสวยราวกับนางไม้ที่ก้มลงอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยในชุดฟูฟ่องสวยงามเด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนเธอไม่ผิดเพี้ยนและด้านหลังพวกเขาก็มีคุณตาวิคเตอร์กับคุณยายนาเวียในวัยกลางคนยืนอยู่
‘ขอความสุขจงมีแด่ท่านจักรพรรดิโอลิเวอร์และจักรพรรดินีรีอา’ เสียงของคุณตาวิคเตอร์ดังขึ้น
‘ขอบคุณท่านอาจารย์มากแต่เรียกผมแบบเดิมจะดีกว่า’ชายหนุ่มท่าทางองอาจที่อุ้มเธออยู่หันไปบอกคุณตาวิคเตอร์
‘นั่นซิคะ ท่านพ่อหนูเขินไปหมดแล้วเนี่ย’ หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างเขิน ๆ
‘แน่ใจนะว่าเขินฉันเห็นนะว่าเธอกับลูกแอบกินขนมไม่หยุดเลยตอนทำพิธี นึกว่าหิวซะอีก’คำพูดหยอกเย้าจากชายหนุ่มทำให้เสียงหัวเราะดังรอบด้านจนหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวหน้าแดงก่ำและมองค้อนไปยังชายหนุ่มตาเขียว
อึก...
เธอสะดุ้งเฮือกคล้ายหลุดออกจากภวังค์แล้วภาพนั้นก็หายไปและภาพของวิคเตอร์ที่กำลังลูบหัวเธออยู่ปรากฏขึ้นมาแทน
“ท่านตา...ท่านพ่อกับท่านแม่ล่ะค่ะ”
“พ่อกับแม่ของหลานได้จากไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อปีก่อนหลานอย่าได้โกรธพวกเขาเลยนะที่พวกเขาให้นาเวียพาหลานไปอยู่มิติอื่นก็เพื่อความปลอดภัยของตัวหลานเองและพวกเขาก็รักหลานมากนะ”
เธอหลุบตาลงด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ตอนนี้ความรู้สึกต่าง ๆนานาของเธอมันตีกันมั่วไปหมดแต่เพื่อรักษาครอบครัวของเธอที่เหลืออยู่
ไม่ว่าเธอจะต้องแลกด้วยอะไรเธอก็จะช่วยยายให้ได้
“ท่านตาค่ะถึงหนูไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น แต่หนูจะรับบัญญัติเซเลสเทียร์เอง!”