ป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งขยับลำคอทำท่าจะถุยน้ำลายใส่หน้าเจิ้งหยวนแม้เจิ้งหยวนจะหลบทัน แต่ยังกระเด็นโดนเล็กน้อย เธอสบถด่าอย่างรังเกียจ “สถุน!” สิ้นเสียงก็พรวดเข้าไปหมายจะกระชากผมป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งมาตบสักที พอป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งเห็นว่าทำเจิ้งหยวนโกรธเข้าจริงๆ ก็หมดอารมณ์ด่า กระทืบเท้าเผ่นแนบไป
ช่วยไม่ได้ เห็นป้าสะใภ้ใหญ่เจิ้งร้ายกาจอย่างนั้นแต่เธอหวาดกลัวเจิ้งหยวนจากก้นบึ้งหัวใจ ใครใช้ให้ปะมือกันหลายครั้งหลายคราแล้วเธอไม่เคยได้เปรียบภายใต้เงื้อมมือเจิ้งหยวนเลยเล่า
เจิ้งหยวนขี้เกียจตามไปจัดการรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกตอนนี้เธอรอเฉินชุ่ยอวิ๋นต้มน้ำร้อนให้เธออาบไม่ไหว จึงรีบร้องบอก “แม่ กดน้ำให้ฉันหน่อยฉันขอล้างหน้าก่อน!” รังเกียจจนแทบอ้วกแล้ว!
“อารองอารอง ย่าใหญ่ด่าอาทำไมเหรอ” เด็กสาวเริ่มเป็นเจ้าหนูจำไมอีกครั้ง
เห็นดังนั้น เจิ้งหยวนจึงผลักเธอเบาๆ “ไปๆๆเรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่ายุ่ง… แม่ เร็วๆ กดน้ำให้หน่อย”เธอถอดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นชั้นนอกออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียว
ทันทีที่เห็น เฉินชุ่ยอวิ๋นพลันอุทานด้วยความตกใจ “ว้าย” เธอโมโหจนฟาดไหล่เจิ้งหยวนเสียงดัง ‘ป้าบ’ ชัดแจ๋ว “แกทำบ้าอะไรเนี่ย! รีบใส่เสื้อเร็ว นี่ยังอยู่ตรงลานบ้านนะ ไม่อายหรือไง!”
เจิ้งหยวนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ลานบ้านไม่มีคน…”ก่อนหันหน้าไปสั่งเด็กน้อย “ซิงซิง เธอไปปิดประตูแล้วยืนเฝ้าไว้อย่าให้ใครเข้ามาได้ละ”
“อื้อ!” ครั้นเด็กหญิงได้รับมอบหมายหน้าที่ก็กระตือรือร้น วิ่งกระโดดโลนเต้นไปปิดประตูทันที
กำแพงบ้านเธอค่อนข้างสูง ขอเพียงไม่มีใครเข้ามาคนนอกก็จะไม่เห็นข้างใน เธอร้องเรียกมารดาอีกรอบ “รีบกดน้ำให้ฉันเร็วฉันต้องรีบล้างออก พระเจ้า ขยะแขยงแทบตายแล้ว!”
เฉินชุ่ยอวิ๋นไปกดน้ำให้อย่างจนใจ พลางตำหนิต่อ“ทำไมฉันคลอดลูกสาวอย่างแกออกมากันนะ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเอาเสียเลยกล้าถอดเสื้อผ้ากลางลานบ้านกลางวันแสกๆ คิดว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายหรือไง! หากคนนอกมาเห็นเข้า แกจะได้แต่งงานไหม?”
เจิ้งหยวนล้างหน้าแล้ววักน้ำล้างตามแขนและลำคอต่อน้ำไหลเข้าไปในเสื้อกล้ามผ่านลำคอจนผ้าเปียกชื้นขับสัดส่วนนูนเด่นตรงหน้าอกออกมาเป็นทรงสวย เฉินชุ่ยอวิ๋นเห็นแล้วอดถอนหายใจไม่ได้อันที่จริง ลูกสาวเธอคนนี้โตมาดีทีเดียว ไม่เพียงแต่หน้าตาสะสวยเท่านั้น หน้าอกและสะโพกยังอวบอิ่มอีกด้วยมองดูก็รู้ว่ามีบุตรง่าย หวังว่าลูกเขยในอนาคตจะเห็นแก่ที่ลูกสาวเธอคลอดลูกง่ายยอมอ่อนข้อให้ ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเธอ
สกุลเฝิงเป็นครอบครัวที่ดี เฝิงชางหย่งกับภรรยาก็ล้วนเป็นคนมีเมตตาเชื่อว่าเฝิงเจี้ยนเหวินคงเป็นเด็กหนุ่มแสนดีเหมือนกันอย่าได้เกิดเรื่องวุ่นวายกับการแต่งงานคราวนี้อีกเลยต่อมาเธอก็นึกถึงคำพูดที่พี่สะใภ้ใหญ่บอก ใจพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีรู้สึกกังวลอย่างยิ่งยวด
“ป้าสะใภ้ใหญ่รู้เรื่องแกหาคู่ได้ยังไง? ทำไมเจ้าตัวแสบเจวียนจื่อปากมากขนาดนี้เนี่ย! หากป้าสะใภ้ใหญ่แกโพนทะนาเรื่องนี้ออกไปแล้วสกุลเฝิงรู้เข้าจนถอนหมั้นขึ้นมาล่ะ!”
“เด็กดื้ออย่างแกก็นะไปเถียงป้าเขาทำไมไม่รู้จักพูดจาละมุนละม่อมเกลี้ยกล่อมให้ป้าสะใภ้ใหญ่แกสงบลงเสียบ้าง? คราวนี้ยุ่งยากแล้ว เธอต้องออกไปป่าวประกาศเรื่องแกหาคนรักในอำเภอเมืองแน่ แกยังมีสัญญาหมั้นอยู่นะ เรื่องรั่วไหลออกไป ชื่อเสียงคงได้ป่นปี้ของจริง!”
“มันจะเรียกคนมานินทาลับหลังเอา!”