“หืม?”
“โชคของตระกูลเพิ่มขึ้น500 แต้ม?”
มู่เสินฉวนรู้สึกประหลาดใจ
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้ว่าพลังแห่งโชคนี้มีไว้เพื่ออะไร
แต่คิดว่ายิ่งมากก็จะยิ่งเป็ประโยชน์เอาไว้ถ้ามีเวลาก็คงจะหาข้อมูลดู
เขาไม่ได้สนใจแจ้งเตือนมากนักหลังจากกำชับกลุ่มผู้าุโไม่กี่คำ ก็ปล่อยให้แยกย้ายกันไป
ก่อนจากไป มู่เสินฉวนได้เรียกมู่อู่จี๋เอาไว้เสียก่อนและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อู่จี๋สิบปีมานี้เ้าลำบากมากแล้ว”
“ตอนที่ข้าปิดด่านฝึกตนข้ารีบร้อนเกินไป และไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนจะให้เ้ามารับหน้าที่แทน”
“เ้าไม่โกรธข้าใช่หรือไม่”
มู่อู่จี๋รีบส่ายหัว และพูดอย่างละอายใจ
“การแบ่งเบาความกังวลให้ท่านพี่เป็หน้าที่ของข้า”
“เพียงแต่น้องชายคนนี้โง่เขลานักทำสิ่งใดก็ล้มเหลว ไม่สามารถนำพาตระกูลไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้”
“ข้าละอายใจต่อท่านพี่ยิ่งนัก”
มู่เสินฉวนตบไหล่ของเขา “เราเป็พี่น้องกันอย่าพูดอะไรเหมือนคนอื่นคนไกลกันเลย”
“ข้าเฝ้าดูเฉินเอ๋อร์เติบโตมาั้แ่ยังเด็กพร์ในการฝึกตนของเขาไม่ธรรมดา”
“ตอนนี้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นข้าก็จะไปดูให้ว่าจะพอมีทางแก้ไขอย่างไรบ้าง”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้มู่อู่จี๋ก็ถอนหายใจหนักๆ
แม้ว่าเขาจะไม่คาดหวังมากนักแต่ท่านพี่ของเขาก็เป็ถึงผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงแล้ว บางทีเขาอาจจะเห็นปัญหาบางอย่างก็ได้
จากนั้นมู่อู่จี๋ก็ก้มหัวให้มู่เสินฉวนและกล่าวว่า
“ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนท่านพี่ด้วย”
“อืม”
มู่เสินฉวนตอบรับจากนั้นร่างของเขาก็วับหาย แล้วมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
...
ในห้องรับรองแขกที่เรียบง่ายสะอาดตา
เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปีอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิและกำลังฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออก
ร่างกายของเขาห้อมล้อมไปด้วยหมอกิญญาที่พร่ามัวและแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งประกายอยู่รอบๆ
ทันใดนั้นเขาก็กักเก็บพลังเอาไว้ก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้น
บนใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเขามีความประหลาดใจปรากฏอยู่ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นกล่าวกับอากาศ
“ท่านอาจารย์วิธีการฝึกตนที่ท่านสอนข้าช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”
“ด้วยความเร็วระดับนี้ข้าคงจะฝ่าทะลุไปยังขั้นที่สองของระดับรากฐานได้ในไม่ช้า”
ทันทีที่เสียงจบลงแหวนโบราณที่มู่เฉินสวมอยู่ก็เปล่งประกาย และเสียงที่แหบแห้งราวคนแก่ชราดังขึ้น
“เ้าเด็กน้อยมันย่อมเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว!”
“ข้าปรมาจารย์ิญญาไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำไม่ได้!”
และดูเหมือนว่ามู่เฉินเองก็ไม่ได้แปลกใจกับเสียงนี้เช่นกัน
จึงรู้เหตุผลแน่ชัดแล้วว่าทำไมใน่สามปีที่ผ่านมา การฝึกตนของเขาถึงไม่ก้าวหน้าไปไหน
นั่นก็เพราะว่ามีเศษเสี้ยวิญญาของผู้ฝึกตนอยู่ในแหวนบนมือของเขาและมันก็ฟื้นคืนชีพด้วยการดูดซับปราณิญญาของเขาเป็เวลาสามปีนั่นเอง
แม้ว่าในตอนแรกเขาจะโกรธมาก
แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นข้อตกลงอันหอมหวานที่ถูกหยิบยื่นให้
หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายเดือนปรมาจารย์ิญญาก็รับเขาเป็ศิษย์อย่างจริงจัง และสอนทุกอย่างที่เขารู้ให้กับมู่เฉิน
นับว่าเป็โชคดีมากจริงๆ!
มู่เฉินลุกขึ้นอย่างช้าๆและมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาสีดำของเขาแผ่รังสีเ็า
“หวังเยี่ยนหรัน”
“ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ได้กลับมาเพื่อขอถอนหมั้นจริงๆ หรอกนะ...”
ทันใดนั้นเอง เสียงของปรมาจารย์ิญญาก็พูดขึ้นอีกครั้งด้วยความรีบร้อน
“มู่เฉิน!”
“มีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่”
“เขาได้ฝึกฝนตำหนักิญญาแล้วและจิตััศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เฉียบคมมาก ข้าถูกเขาพบเข้าได้ง่ายๆ เลย”
“ข้าจะซ่อนกลิ่นอายของข้าก่อนเ้าเองก็อย่าเพิ่งพูดอะไรกับข้า”
มู่เฉินใเมื่อได้ยินคำพูดนี้
ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วง!
ผู้แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลมู่ของพวกเขาคือผู้าุโใหญ่ระดับแก่นปราณขั้นที่แปดทำไมตอนนี้ถึงมีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงได้
พวกเขามาเพื่อแก้แค้นหรือ?
ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น
จู่ๆ เสียงที่อ่อนโยนก็ดังมาจากนอกประตูเสียก่อน
“เฉินเอ๋อร์ออกมาพบข้าหน่อย”
“หืม?”
“เสียงนี้มัน...”
มู่เฉินเบิกตากว้างทันใด สีหน้าเขาบ่งบอกว่าไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
เขารีบเปิดประตูและวิ่งออกไปทันที
และเมื่อเขามองเห็นร่างที่อยู่นอกประตูอย่างชัดเจนน้ำตาของเขาก็ไหลออกมา
“ท่านลุง...ท่านลุงสาม!”
“เป็ท่านจริงๆ ด้วย”
“ท่านยังมีชีวิตอยู่!”
มู่เสินฉวนหัวเราะพร้อมต่อว่าติดตลกกลับไปทันที
“เ้าเด็กตัวแสบไม่ได้เจอกันสิบปี”
“พอเจอกัน ก็แช่งให้ข้าตายเลยหรือ”
มู่เฉินตื่นเต้นจนพูดไม่ออกชั่วขณะ
ต้องรู้ก่อนว่ามู่เสินฉวนเป็พี่น้องร่วมสายเืกับบิดาของเขา
วีรบุรุษที่เขาชื่นชมมากที่สุดั้แ่เด็ก
เขาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในเมืองชิงหยุนด้วยกำปั้นเหล็กทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนในระดับแก่นปราณหวาดกลัว
เขาคิดว่าอีกฝ่ายได้เสียชีวิตจากการปิดด่านเป็เวลาสิบปีไปแล้ว
ไม่คิดเลยว่าวันนี้เขาจะปรากฏตัวต่อหน้าตัวเองอีกครั้ง
และจากที่ท่านอาจารย์บอกเมื่อครู่นี้ดูเหมือนท่านลุงสามจะเป็ผู้ฝึกตนในระดับตำหนักม่วงแล้ว!
แบบนี้จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร!
“ท่านลุงสามข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
มู่เฉินเช็ดคราบน้ำตาตรงหางตาทิ้งและรีบอธิบาย
“หึๆข้ารู้”
มู่เสินฉวนลูบหัวเด็กหนุ่มแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นหน้าจอโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
[ชื่อ: มู่เฉิน]
[พื้นฐานการฝึกตน: รากฐานขั้นที่หนึ่ง]
[คุณสมบัติ: สูง]
[ความเข้าใจ: สูง]
[พร์: ไม่มี]
[โชคลาภ: มีเศษเสี้ยวิญญาของผู้ฝึกตนในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์อยู่ในร่าง]
'อย่างที่คิดไว้เลย!'
'โมเดลแบบนี้เหมือนกับตัวเอกคนนั้นไม่มีผิด'
'เฉินเอ๋อร์มีพื้นฐานการฝึกตนในระดับรากฐานขั้นที่หนึ่งั้แ่อายุยังน้อยแบบนี้แปลว่าเศษเสี้ยวิญญาของผู้ฝึกตนคนนั้นน่าจะตื่นขึ้นแล้วด้วยสินะ'
มู่เสินฉวนพูดกับตัวเองในใจ
ขอบเขตการฝึกตนแบ่งออกเป็ห้าประเภท
ขอบเขตสามัญขั้นต้นขัดเกลา รากฐาน แก่นปราณ
ขอบเขตสามัญขั้นกลางตำหนักม่วง ถ้ำ์ ธรรมกาย
ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ไฟศักดิ์สิทธิ์ เอกะ เทพ์
ขอบเขตเหนือธรรมชาติ กึ่งเซียน เซียน มหาเซียน
ขอบเขตจักรพรรดิ กึ่งจักรพรรดิ มหาจักรพรรดิ จักรพรรดิ์
แต่ละขอบเขตแบ่งออกเป็เก้าขั้น
และตอนนี้เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! พบเป้าหมายการลงทุนสีน้ำเงิน โฮสต์สามารถเริ่มการลงทุนได้...]