ตอนที่ 7 วิชาหมัดวานร (3)
“ไม่เลว ไม่เลว!! เ้าใช้เวลาเพียงแค่สามอาทิตย์ก็สามารถเข้าใจมันได้ทั้งหมดแล้ว" ทันใดนั้นร่างของชายชราค่อยๆปรากฏขึ้นพร้อมกับสภาพแวดล้อมทั้งหมดค่อยๆหายไปช้าๆ.....
รอยยิ้มปรากฏที่ใบหน้าของชายชราเมื่อมันมองมาที่จิ๋นหยาง เพราะใน่ที่ผ่านมานั้นมันคอยเฝ้าดูจิ๋นหยางอยู่ตลอดมันสังเกตเห็นความมุมานะของเขา การฝึกแบบทรหดหนักถึงสองเท่ามากกว่าคนปกติทั่วไปในทุกๆวัน.....
ที่เขาฝึกมานั้นหากเป็คนธรรมดาปกติถ้าฝึกหนักขนาดนี้คงต้องนอนพักอย่างน้อยสองคืนถึงจะกลับมาฝึกต่อได้และความเร็วในระดับนี้ก็น่าอัศจรรย์มากที่ใช้เวลาเพียงแค่สามอาทิตย์ในการเข้าใจและเรียนรู้พื้นฐานทั้งหมดรวมไปถึงสามารถควบคุมพลังได้ด้วย......
"ดีเมื่อเ้าสามารถเรียนรู้และเข้าใจถึงพื้นฐานได้แล้ว ต่อไปข้าก็จะสอบถึงวิชาหมัดวานรที่เ้า้าจะเรียนรู้"ชายชรากล่าวชมพร้อมกับบอกว่าเขาจะสอนขั้นต่อไปให้.....
แป๊ะ!!
หวืดดดดดด!!
ทันใดนั้นชายชราก็ชี้นิ้วไปที่ระหว่างคิ้วของจิ๋นหยาง ภาพมากมายได้ไหลเข้าไปในหัวของเข้าราวกับว่าภาพและข้อความตัวอักษรทั้งหมดนี้มันเป็ความทรงจำของเขาเองเขาสามารถเข้าใจและรู้แจ้งถึงกระบวนท่าทั้งหมดของวิชานี้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์......
"เอาละทีนี้เ้าก็รู้และเข้าใจมันได้ทั้งหมดแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเ้าแล้วว่าจะสามารถฝึกแล้วใช้มันได้หรือไม่?" ชายชรากล่าวอธิบายพร้อมกับยิ้มอย่างภาคภูมิ.....
วิชาหมัดวานร มีทั้งหมด 3 กระบวนท่าโจมตีและ 2กระบวนท่าการเคลื่อนไหว
กระบวนท่าโจมตีทั้งสามได้แก่.....
1.วานรตะปบเหยื่อ
2.วานรหมัดเมา
3.วานรพิฆาต
(ท่าร่างการคลื่นไหว)
1.อัสนีวานร
2.วานรเร้นลับ
กระบวนท่าต่างๆผุดขึ้นมาในสมองของจิ๋นหยางอย่างรวมเร็ว........
[ทักษะหมัดวานรกระบวนท่าที่หนึ่งวานรตะปบเหยื่อ]
ตู้ม!!!
พื้นแตกกระจายออกจนเห็นเป็ลอยแยกยาวในพื้นที่มิตินี้ทันทีหลังจากที่จิ๋นหยางออกกระบวนท่าวานรตะปบเหยื่อ.....
"ข้าทำได้แล้ว ข้าสามารถทำได้แล้ว!!" จิ๋นหยางกล่าวอย่างดีอกดีใจที่เขาสามารถใช้ออกกระบวนท่าแรกได้สำเร็จและแสดงอนุภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์.....
กระบวนท่าวานรตะปบเหยื่อนั้นตอนนี้มันอยู่ในขั้นสูงสุดแล้วเขาใช้เวลาเพียงแค่อาทิตย์ก็สามารถฝึกฝนและพัฒนามันไปถึงขั้นสูงสุดแล้วถ้าเขาฝึกต่อไปอีกเขาอาจจะพัฒนากระบวนท่านี้ไปถึงขั้นชำนาญและมันก็จะมีอนุภาพมากกว่านี้อีกหลายสิบเท่า......
บวกกับพลังฝึกตนของเขา ไม่ใช้เพียงแค่กระบวนท่านี้เท่านั้นที่จิ๋นหยางฝึกเขายังได้ฝึกกระบวนท่า “อัสนีวานร” ควบคู่กันไปด้วย ถ้ามีท่าโจมตีไม่มีท่าที่ใช้ในการเคลื่อนไหวมันก็จะทำให้เขาเสียเปรียบดังนั้นเขาจึงคิดว่ากระบวนท่านี้จะช่วยเขาได้มากเลยที่เดียวในเวลาต่อสู้.....
‘เ้านี้มันไม่ได้รู้เลยว่าวิชาที่มันฝึกอยู่เป็วิชาหมัดโบราณที่มีอนุภาพอย่างมากและมันยังมีความลับซ่อนไว้อยู่อีก ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคืออะไร ที่รู้ก็มีเพียงสิ่งที่ให้เ้าหนูนี่ดูเท่านั้นแต่ส่วนที่เหลือก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมของมันเอง’ ชายชราพึมพำกับตัวเองเกี่ยวกับพร์ของจิ๋นหยางที่มากจนน่าอัศจรรย์ใจ......
"เอาละในเมื่อเ้าสามารถฝึกฝนและเข้าใจมันได้แล้วคงเห็นแล้วซินะว่าข้าคนนี้พูดจริง ที่นี้เ้าจะกรามคาราวะข้าเป็อาจารย์ของเ้าได้หรือยัง..?" เมื่อทุกอย่างเป็ไปตามที่จิ๋นหยางขอแล้วชายชราก็พูดถึงข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่ได้ตกลงกันไว้ในทันที.....
อ๊ะ!!
จิ๋นหยางมองไปที่ชายชราแล้วนิ่งเงียบสักครู่หนึ่งและในสุดสุดเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า..........
"ท่านผู้าุโข้าขอเวลาฝึกต่ออีกสักหน่อยได้หรือไม่ ข้ายังไม่อาจปักใจเชื่อได้ว่าวิชาที่ท่านสอนข้ามานี้จะเป็ของจริงหรือป่าวข้า้าออกไปดูที่ผนังถ้ำว่ามันเป็วิชาเดียวกันหรือไม่"จิ๋นหยางยังคงไม่ยอมที่จะกราบคาราวะชายชราเป็อาจารย์ในตอนนี้เขาจึงยกข้อเปรียบเทียบทักษะที่ชายชราให้มากับข้างนอกนั้นเหมือนกันหรือไม่.....
เ้า!!!
ชายชราได้แต่อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ถูกพร้อมกับสีหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวเป็อย่างมาก แต่ไม่นานเขาก็ต้องทำใจเพราะใบหน้าของจิ๋นหยางนั้นดูใส่ซื่อเหมือนไม่ได้มีแผนการอะไร........
"ก็ได้! ข้าจะส่งเ้าออกไปและข้าจะให้เวลาเ้าอีกหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับมาพบข้าอีกครั้งจากนั้นเ้าต้องกราบข้าเป็อาจารย์หากว่าวิชาที่ข้าให้ไปเหมือนกับที่ผนังถ้ำนั้น!!"
หวืดดดดดด!!
เมื่อสิ้นสุดเสียงของชายชรา ภาพพื้นที่ภายในมิติเริ่มที่จะแจกออกแล้วปรากฏภาพของถ้ำที่เขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้เขาใช้เวลาในพื้นที่มิติของไข่มุกไปหนึ่งเดือนเต็มแต่เวลาข้างนอกจริงๆพึ่งจะผ่านไปเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น..........
ที่จริงแล้วที่ชายชราส่งจิ๋นหยางออกมานั้นเป็เพราะพลังของชายชราไม่สามารถที่จะคงสภาพของพื้นที่นั้นได้นานเนื่องจากพลังของมันที่ใช้ให้กับจิ๋นหยางในการฝึกฝนต่างๆนั้นต้องแลกมากับพลังจำนวนมากซึ่งสมบัติิญญาที่ยังไม่ได้ผูกเ้าของนั้นไม่อาจใช้พลังได้อย่างเต็มที่......
นั่นจึงเป็เหตุให้มันต้องพักฟื้นถึงหนึ่งเดือนเต็ม และนั้นคือเวลาที่ชายชราให้กับจิ๋นหยางชายชราคิดว่าเพียงแค่หนึ่งเดือนก็สามารถทำให้จิ๋นหยางยอมรับมันเป็อาจารย์และสอนสิ่งต่างๆให้ได้แล้วและเพื่อที่จะยืดร่างของจิ๋นหยางมาเป็ของมันเองแต่มันกับคิดไม่ถึงว่าเด็กอายุสิบสี่ปีอย่างจิ๋นหยางจะมีความคิดลึกซึ้งเช่นนี้.........
เมื่อเขากลับออกมาจากมิติแล้วสิ่งแรกที่เขาคิดคือการลงไปแช่ในสะน้ำขนาดเล็กภายในถ้ำและกินผลท้อแสนอร่อยสักหลายๆคำถึงแม้ว่าเวลาจริงๆแล้วจะผ่านมาแค่วันเดียวแต่ความรู้สึกที่ฝึกฝนนั้นก็ผ่านมาหนึ่งเดือนความกระหายอยากกินจึงมีมาก ยิ่งคิดยิ่งน้ำลายไหล......
ตอนนี้จิ๋นหยางเป็ผู้ฝึกตนระดับฝึกหัดขั้นที่เจ็ดแล้วความแข็งแรงของเขาก็อยู่ที่หนึ่งสิงห์กับอีกห้าร้อยจิน ซึ่งเทียบได้กับผู้ฝึกระดับต้นเริ่มต้นขั้นที่หนึ่งและสามารถต่อสู้กันได้แบบสบายๆ.......
และในขณะที่เขากำลังแช่น้ำอยู่นั้นเสียงเก่าแก่โบราณก็ดังก้องขึ้นอีกครั้งซึ่งเป็เสียงที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้ในตอนที่เขาพึ่งเขามาในถ้ำแห่งนี้.......
“อำนาจไม่เที่ยงธรรม,ทุกคนแกร่งแย้งชิงดี,เข่นฆ่าไรเหตุผล,จบลงด้วยความตาย
หมื่นหมัดไร้คำพูด,ผันแปรตามวิถี,เคลื่อนไหวดังอัสนี,ปฐียังะเื”
“นั้นเสียงใคร!?”
........................
ไม่มีเสียงตอบกลับมาเมื่อจิ๋นหยางะโถามไป เขารีบลุกขึ้นจากสระน้ำและเดินตรงไปยังต้นท้อก่อนที่เขาจะเอื้อมมือขึ้นไปเพื่อที่จะเด็ดผลท้อและคราวนี้จิ๋นหยางคิดที่จะเด็ดพร้อมกันถึงสองลูกในคราเดียวดู......
ปึก!!
ฟู้วววววววว
สายลมอันรุนแรงพัดมาทางจิ๋นหยางและกระทบเขาไปที่เขาทำให้เขาถอยหลังกลับไปแต่เพียงสองถึงสามก้าวเท่านั้น จากเดิมที่เขาเคยเด็ดสองลูกพร้อมกันทำให้เขาได้รับาเ็อย่างหนักหน่วง แต่คราวนี้ได้รับผลกระทบเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น......
หลังจากที่เขาออกมาจากมิติในไข่มุก ขาก็ได้รับความรู้เพิ่มมากกว่าเดิมถึงสิ่งต่างๆที่ไหลเข้ามาให้หัวของเขาอย่างช้าถึงประสบการณ์ หรือสิ่งของต่างๆภายใน ร่วมถึงสมุนไพรนาๆชนิดด้วยและเขาก็สังเกตเห็นว่าในถ้ำที่เขาอยู่นี้เต็มไปด้วยต้นสมุนไพรมากมายที่ขึ้นตามที่ต่างๆและดูเหมือนมันจะเป็สมุนไพรหายากด้วย.........
ในที่สุดเขาก็ได้กินผลท้อตามที่หวังไว้เขากินมันอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อมันไหลลงไปในลำคอความรู้สึกถึงกระแสพลังที่เริ่มไหลเวียนภายในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่องั้แ่ที่เขาได้ฝึกพื้นฐานที่สมบูรณ์ก็ทำให้เขารับรู้ถึงพลังได้ดีขึ้น เมื่อรู้ว่าสึกถึงพลังที่ไหลเวียนนั้นเขาก็เริ่มที่จะดูดซับพลังที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องทันใดนั้นก็มีสังกึ่งก้องดังมาจากภายในตัวเขา.......
ตู้มมมมม!!
มันเป็เสียงของการเลื่อนระดับพลังฝึกตนของจิ๋นหยางนั้นเองจากขั้นที่เจ็ดสู่ระดับฝึกหัดขั้นที่แปด พร้อมกันนั้นของเหลวสีดำก็ไหลออกมาจากตัวเขานี้คือการทะลวงผ่านไปอีกระดับหนึ่ง ความแข็งแร่งของเขาเองก็เพิ่มขึ้นมาเป็สามสิงห์แล้วในตอนนี้ซึ่งมีเทียบเท่าได้กับระดับเริ่มต้นขั้นที่สองเลย และในตอนนี้ผู้ฝึกตนที่ระดับต่ำกว่าระดับเริ่มต้นล้วนไม่ใช้คู่ต่อสู้ของเขาแล้วในตอนนี้หากเทียบพละกำลังกัน........
เมื่อสงบสติลงได้แล้วเขาก็ลงไปแช่ในสระน้ำเพื่อชำละล้างของเหลวออก.....
"เรามีเวลาอีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นที่ได้ตกลงกับตาเฒ่านั้นไว้ เราต้องคิดหาวิธีอะไรสักอย่างเพื่อจัดการกับเื่นี้แต่ตอนนี้เราควรสนใจกับวิชาหมัดวานรก่อน อยากรู้นักว่าตอนนี้มันจะมีอนุภาพมากขนาดไหนแล้ว"
จิ๋นหยางใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆในการดูดซับพลังจากผลท้อที่เขากินไปพร้อมกับแช่อยู่ในสระน้ำไปพร้อมๆกันด้วยขนาดแช่มาทั้งวันเขายังไม่รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหน มีแต่จะเพิ่มพลังให้กับเขาและทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก.......
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับฝึกหัดขั้นที่แปดแล้วและก็คาดว่าอีกไม่นานเขาก็จะสามารถทะลวงผ่านไปยังระดับฝึกหัดขั้นที่เก้าได้ และเมื่อถึงตอนนั้นจิ๋นหยางก็มีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถสู้กับพวกกลุ่มคนที่ฆ่าป้าหยู่ได้และเขาก็จะฆ่าพวกมันทั้งหมดเพื่อแก้แค้นให้กับป้าหยู่ด้วย........
ดังนั้นแล้วตอนนี้การเพิ่มระดับพลังจึงเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดแล้วสำหรับเขาไม่ว่าจะยังไงก็ตามจิ๋นหยางจะไม่ยอมแพ้ให้กับโคชะตาที่เลวร้ายนี้และจะทำทุกวิธีทางเพื่อพลิกเปลี่ยนชะตากรรมของเขาใหม่และทำให้ใครก็ตามที่คิดจะทำร้ายเขาและครอบครัวของเขา.......