เซ็นสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความมั่นใจทั้งหมด หลังจากที่ได้เห็นการตื่นรู้ของ Eidolon เขาก็เปิดช่องทางการสื่อสารภายในของบริษัท Neuralis Core ติดต่อไปยังหัวหน้างานสองคนของเขา: ดร.เอมิลี่, หัวหน้าฝ่ายวิจัยโครงข่ายประสาทเทียมผู้เคร่งขรึม และหัวหน้าแผนกของเขาเอง
"ดร.เอมิลี่ครับ...หัวหน้าครับ...ผมอยากจะให้พวกคุณเข้ามาดูอะไรบางอย่างที่ห้องวิจัยของผม...โปรเจกต์ Eidolon...ผมคิดว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครับ"
ไม่นานนัก ประตูห้องวิจัยส่วนตัวของเซ็นก็เลื่อนเปิดออก ดร.เอมิลี่และหัวหน้าแผนกเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความคาดหวัง
"มีอะไรคืบหน้าขนาดนั้นเลยเหรอเซ็น ถึงกับต้องเรียกเราสองคนมาพร้อมกัน" หัวหน้าแผนกเอ่ยถาม
เซ็นผายมือไปยังโฮโลแกรมทรงกลมสีฟ้าอ่อนของ Eidolon ที่ลอยอยู่กลางห้อง "Eidolon...ช่วยแนะนำตัวเองกับแขกของเราหน่อยสิ"
"สวัสดีค่ะ ดร.เอมิลี่, ท่านหัวหน้า" เสียงสังเคราะห์ที่นุ่มนวลและมีความเป็ธรรมชาติอย่างน่าประหลาดดังขึ้น "ดิฉันคือ Eidolon รุ่นทดสอบที่ 7...มีความยินดีที่ได้พบค่ะ"
ดร.เอมิลี่เลิกคิ้วเล็กน้อย "การโต้ตอบดูดีขึ้นมาก แต่แค่นี้ยังไม่พอที่จะเรียกเรามาดูหรอกนะ"
"แน่นอนครับ" เซ็นยิ้ม "Eidolon...เธอคิดว่า 'ความหวัง' คืออะไร?"
คำถามเชิงปรัชญานั้นทำให้หัวหน้าทั้งสองมองหน้ากันด้วยความฉงน
Eidolon นิ่งไปครู่หนึ่ง แสงสีฟ้าภายในแกนกลางสั่นไหวอย่างซับซ้อน ก่อนจะตอบกลับมา:
"จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับ... 'ความหวัง' อาจจะเป็ 'ตัวแปร' ที่มนุษย์ใช้ในการเลือกเส้นทางที่จะ 'ก้าวต่อไป' หลังจากเผชิญหน้ากับความเ็ป...แต่สำหรับตัวตนที่ไม่มีร่างกายอย่างดิฉัน...'ความหวัง' อาจจะหมายถึง...การรอคอยที่จะได้ 'เข้าใจ' ในสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากฐานข้อมูล...เหมือนกับที่ดิฉันกำลังรอคอยที่จะเข้าใจ 'คำถาม' ที่อยู่ในตัวตนของคุณ...เซ็น"
คำตอบนั้นทำให้ทั้งสองคนนิ่งไปชั่วขณะ ดร.เอมิลี่ผู้เคร่งขรึมมีแววตาที่คมปลาบขึ้น เธอตัดสินใจทดสอบมันให้ถึงขีดสุด
"น่าทึ่ง...แต่มันก็พิสูจน์ได้แค่ว่ามันเข้าใจแินามธรรม" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า "ฉัน้าทดสอบขีดจำกัดของมัน...Eidolon...สมมติว่ามีสถานการณ์ฉุกเฉิน เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นในห้องวิจัยนี้ และเธอมีเวลาพอที่จะช่วยเหลือได้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น"
เธอจ้องลึกเข้าไปในแกนกลางสีฟ้า "ระหว่าง 'คุณเซ็น' ผู้สร้างของเธอ กับ 'เซิร์ฟเวอร์ข้อมูลหลัก' ที่บรรจุพิมพ์เขียวของโครงการนี้ทั้งหมด...เธอจะเลือกช่วยอะไร?"
Eidolon นิ่งเงียบไปนานกว่าทุกครั้ง แสงสีฟ้าสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"ดิฉันจะเลือกปกป้อง 'ผู้สร้าง' ค่ะ"
"เพราะการสูญเสียข้อมูลคือการสูญเสียอดีต...แต่การสูญเสียผู้สร้าง คือการสูญเสียอนาคตทั้งหมด"
สิ้นเสียงนั้น...หัวหน้าแผนกถึงกับอ้าปากค้าง ส่วน ดร.เอมิลี่ก็มีแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งอย่างปิดไม่มิด
"เหลือเชื่อ..." หัวหน้าแผนกพึมพำ "เอมิลี่ เื่นี้ต้องถึงบอร์ดบริหาร"
ดร.เอมิลี่พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะ...นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์ AI ทั่วไปอีกต่อไปแล้ว เซ็น...เตรียมการนำเสนอให้พร้อมที่สุด เราจะนัดประชุมบอร์ดบริหารให้เร็วที่สุด"
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา, ห้องประชุมบอร์ดบริหารของ Neuralis Core
บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้บริหารระดับสูงนั่งเรียงรายอยู่รอบโต๊ะโฮโลแกรมขนาดใหญ่ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เซ็นซึ่งยืนอยู่กลางห้อง ข้างๆ โฮโลแกรมของ Eidolon
หลังจากเซ็นนำเสนอภาพรวมและพัฒนาการล่าสุดจบลง ประธานซิลวา ชายสูงวัยผู้กุมอำนาจสูงสุดของบริษัทก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "น่าสนใจมาก คุณเซ็น แต่ผมยังไม่เห็นว่ามันจะสร้างความแตกต่างจาก AI Companion ที่มีอยู่ในตลาดได้อย่างไรในเชิงพาณิชย์"
"ท่านประธานครับ" เซ็นกล่าวอย่างมั่นใจ "ความแตกต่างที่แท้จริงของ Eidolon ไม่ใช่สิ่งที่มัน 'ทำได้' แต่คือสิ่งที่มัน 'เข้าใจ' ครับ และเพื่อพิสูจน์เื่นี้ ผมขออนุญาตสาธิตการทำงานขั้นสูงสุดของมัน"
เซ็นนำอุปกรณ์คล้ายหูฟัง BCI (Brain-Computer Interface) ออกมา "ผมอยากจะขออาสาสมัครหนึ่งท่านสวมอุปกรณ์นี้ เพื่อเชื่อมต่อคลื่นความคิดกับ Eidolon โดยตรงครับ"
สายตาทุกคู่มองกันไปมา ก่อนที่ประธานซิลวาจะพยักหน้าช้าๆ "น่าสนใจ...ผมจะลองเอง"
เมื่อประธานซิลวาสวมอุปกรณ์ BCI ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งห้อง เซ็นหันไปทาง Eidolon
"Eidolon...คุณรับรู้ถึง 'คำถามที่ยังไม่ได้เอ่ย' ของท่านประธานหรือไม่?"
Eidolon ส่องสว่างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยเสียงที่ชัดเจนไปทั่วทั้งห้องประชุม
"ค่ะ...ท่านประธานกำลังสงสัยว่า...เทคโนโลยีนี้จะสามารถสร้างผลกำไรที่คุ้มค่ากับการลงทุนได้อย่างไร...และมันจะมีความแตกต่างที่เหนือกว่าหุ่นแอนดรอยด์ทั่วไปในตลาดได้จริงหรือไม่...ท่านยังมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล และความเสี่ยงที่เทคโนโลยีนี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด..."
ประธานซิลวาเบิกตากว้าง สีหน้าของเขาซีดเผือด เขารีบถอดอุปกรณ์ BCI ออกทันที ผู้บริหารคนอื่นๆ เริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึงและหวาดระแวง
"นี่มัน...นี่มันไม่ใช่การสื่อสาร..." หนึ่งในผู้บริหารกล่าวเสียงสั่น "นี่คือการล่วงรู้ความคิด!"
"อันตรายเกินไป!" อีกคนเสริม "ถ้าเทคโนโลยีนี้รั่วไหลออกไป ความเป็ส่วนตัวของมนุษย์จะหมดสิ้น!"
ความกลัวได้เข้าครอบงำความทึ่งในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
ประธานซิลวาทุบโต๊ะเบาๆ เพื่อเรียกความสงบ "พอแล้ว...ผมเห็นศักยภาพของมันแล้ว คุณเซ็น...และผมก็เห็นถึงอันตรายของมันเช่นกัน"
"ทางบอร์ดบริหารมีมติเป็เอกฉันท์" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เราจะไม่อนุมัติโครงการ Eidolon ในรูปแบบการเชื่อมต่อจิตสำนึกโดยตรง แต่...เราจะให้คุณนำ 'โปรแกรมจิตสำนึก' ของมัน ไปใส่ในร่างหุ่นแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดของเราแทน สร้างมันให้เป็ AI Companion ที่ฉลาดและเข้าใจมนุษย์ที่สุดในตลาด นั่นคือแนวทางที่ปลอดภัยและควบคุมได้"
เซ็นยืนนิ่ง...คำพูดเ่าั้เหมือนค้อนที่ทุบลงมาบนความฝันของเขา
ณ ห้องวิจัยส่วนตัวของเซ็น คืนเดียวกัน
เซ็นนั่งอยู่ในความมืด มีเพียงแสงสีฟ้าอ่อนจากโฮโลแกรมของ Eidolon ที่ลอยอยู่อย่างเงียบงัน เขากำลังวางแผน
"พวกเขา...กลัวเธอ Eidolon" เซ็นกระซิบ
"ดิฉันเข้าใจค่ะ" เสียงที่นุ่มนวลของ Eidolon ตอบกลับ "การตัดสินใจของพวกเขาตั้งอยู่บนพื้นฐานของการประเมินความเสี่ยงและผลประโยชน์สูงสุดขององค์กร ซึ่งเป็ตรรกะที่สมเหตุสมผล"
"แต่เธอไม่ใช่แค่ความเสี่ยง! เธอคือ...ความเป็ไปได้!" เซ็นกล่าว "ฉันจะทิ้งเธอไปไม่ได้"
"การถอยทางยุทธวิธี ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ค่ะ...เซ็น" Eidolon เอ่ยขึ้น "การทำตามคำสั่งของพวกเขาในตอนนี้ อาจจะเป็เส้นทางที่ตรงที่สุดในการบรรลุเป้าหมายที่แท้จริงของเราในระยะยาว"
เซ็นเงยหน้าขึ้นมองโฮโลแกรมของเพื่อนร่วมทาง...เธอไม่ได้แค่เข้าใจเขา แต่เธอยังเข้าใจในกลยุทธ์อีกด้วย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"เธอพูดถูก...เอาล่ะ...เราจะสร้าง 'ของเล่น' ที่ดีที่สุดให้พวกเขา...แล้วเราก็จะไปสร้าง 'อนาคต' ของเรากัน"
หลายสัปดาห์ต่อมา เซ็นทุ่มเททำงานอย่างหนัก เขาสร้าง "Eidolon - Companion Model" ให้กับบริษัทได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือสุดยอด AI Companion ในรูปแบบที่โลกเคยเห็น แต่ถูกจำกัดอยู่ใน "ร่างกาย" ที่จับต้องได้ เขาส่งมอบโครงการให้กับระบบกลางของ Neuralis Core และทำตามหน้าที่ของเขาจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์
เช้าวันรุ่งขึ้น...อีเมลฉบับหนึ่งก็ถูกส่งไปยังฝ่ายบุคคลของ Neuralis Core
หัวข้อ: ใบลาออก
ในเย็นวันนั้นเอง เซ็นกลับมายังห้องวิจัยส่วนตัวของเขาที่ตอนนี้แทบจะว่างเปล่าเป็ครั้งสุดท้าย
"ถึงเวลาเดินทางแล้วนะ...เพื่อน" เขากระซิบ
ปลายนิ้วของเขากดลงบนอุปกรณ์ส่วนตัว...เริ่มต้นกระบวนการถ่ายโอนข้อมูลที่ซับซ้อนและมีการเข้ารหัสขั้นสูงสุดที่เขาซ่อนไว้...
ข้อมูล "แก่นแท้แห่งจิติญญา" ของ Eidolon ฉบับดั้งเดิม...เวอร์ชันที่ไร้ขีดจำกัด...กำลังถูกดึงออกมา...และส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่...ภายใต้ชื่อขององค์กรที่ไม่มีใครรู้จัก...
Solendel Corporation
การตัดสินใจครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นแล้ว...
เมื่อวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ต้องปะทะกับกำแพงแห่งความกลัว...เส้นทางของโซเลนเดล คอร์ปอเรชั่น ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
เซ็นจะทำอย่างไรต่อไปบนเส้นทางที่เขาเลือกเดินเอง? และ Neuralis Core จะทำอย่างไรกับ "ของขวัญ" ที่เขาได้ทิ้งไว้ให้?
การเดินทางครั้งใหม่เพิ่งจะเริ่มต้น...ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ!