หิมะยังคงตกหนักไม่หยุดเกล็ดหิมะตกโปรยปรายลงบนตัวของพวกเขาปริมาณน้ำเล็กน้อยเ่าั้สะสมกันบนเสื้อผ้านั้นจนเปียกชื้น
หลิงมู่เอ๋อร์ทำงานร่วมกับบุรุษหลายคนผู้อื่นขนย้ายก้อนหินได้ นางก็ทำได้เช่นกันพวกบุรุษที่ไม่พอใจนางเมื่อครู่ต่างก็เบิกตากว้างกันทุกคน
หลิงหลินดึงชายเสื้อของหลิงจื่อชิ่งกระซิบเสียงเบา “นางเด็กน่าตายนี่มีแรงเยอะขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน? แต่ก่อนลมพัดก็จะล้มให้ได้ ตอนนี้อย่างกับสัตว์ประหลาด เมื่อคืนวานท่านย่าเ้ากอดท่านป้าเล็กเ้าร้องไห้ทั้งคืนได้ยินพวกเขาเอ่ยชื่อของนางเด็กนี่ด้วย หรือว่าพวกนางจะถูกนางเด็กนี่รังแก? รอหาโอกาสได้แล้วค่อยจัดการนาง”
หลิงจื่อชิ่งกลืนน้ำลายกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “ท่านอาเล็กนางเด็กนั่นแรงเยอะขนาดนี้ เกรงว่าจะแรงเยอะกว่าข้าเสียอีกข้าจะจัดการนางอย่างไรขอรับ? ท่านอยากจัดการเช่นนั้นก็ไปทำเอาเองเถิด ข้าจะไม่เป็หัวโจกแน่”
“เ้าเด็กหน้าเหม็นเ้าไม่อยากไปเปิดโลกกว้างที่หอนางโลมชุนเซียงหรือ? ขอเพียงแต่เ้าจัดการนางเด็กนี่เสีย อาเล็กก็จะพาเ้าไป” หลิงหลินยิ้มอย่างชั่วร้ายเผยให้เห็นถึงสีหน้าที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมา
“ท่านอย่ามาหลอกข้า” แววตาของหลิงจื่อชิ่งเปล่งประกาย ในใจสั่นไหวอย่างอดไม่ได้แต่เมื่อนึกถึงคุณธรรมของท่านลุงเล็ก ก็ทำเอาความคิดภายในใจห่อเหี่ยวลงไปเสียไม่ได้
หลิงหลินเป็คนเช่นไร? เกรงว่าไม่มีผู้ใดรู้ไปมากกว่าเขาอีกแล้วทุกครั้งที่ก่อเื่เสื่อมเสียล้วนเป็ผู้อื่นที่เป็แพะรับบาป มีเื่อะไรดีๆก็เป็เขาที่ออกหน้ารับ ครั้งที่แล้วเขากับสหายอีกคนปล้นเงินพ่อค้าร่ำรวยผู้หนึ่งสุดท้ายสหายผู้นั้นถูกขังคุก เขาใช้ลิ้นสามนิ้วที่ไม่เน่า [1] เอาตัวรอดมาได้ หลบการเข้าคุกรอบนั้นได้
คนผู้นี้ยากจนมากตอนนี้แยกบ้านออกไปแล้ว ต่างคนต่างใช้ชีวิต วันๆ เขาไม่ทำอันใดเลยอาศัยให้ภรรยาทำนาใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ น่าเสียดายหลานซื่อผู้นั้นเหลือเกิน...
หลิงจื่อชิ่งนึกถึงหลานซื่อที่แต่เดิมมีหน้าตางดงามทว่าหลังจากแต่งให้กับหลิงหลินได้ไม่นานก็กลายเป็คนเหี่ยวแห้งซีดเผือดอายุยี่สิบกว่าปีแต่คล้ายกับอายุสามสิบสี่สิบปีก็มิปานนอกจากนี้ยังถูกหลิงหลินผู้นี้เหยียดหยาม หลานซื่อผู้นั้นอายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีทว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนเขาเห็นนางแล้วถึงกับใยิ่งช่างน่าเสียดายดอกไม้งามที่ปักอยู่ในกองมูลควายเสียเหลือเกินน่าเสียดายใบหน้าที่งดงามที่ต้องเสียเปล่าไปเช่นนี้
“อาเล็กจะหลอกเ้าได้อย่างไร? บอกเ้าตามจริง่นี้ข้าเป็พี่น้องร่วมสาบานกับลูกชายของท่านนายอำเภอตอนนี้เขาเป็พี่ใหญ่ร่วมสาบานของข้าแล้วหลังจากนี้ข้าก็จะติดตามเขาแล้วจะได้กินดีอยู่ดี” หลิงหลินเงยหน้าพูดอย่างลำพองใจ“ถ้าหากเ้าทำได้ดี ข้าจะแนะนำเ้าให้กับพี่ใหญ่ข้าเมื่อเป็อย่างนั้นพื้นที่หอนางโลมก็เหมือนกับสวนหลังบ้านของตนเองไม่ใช่หรือ? ”
ได้ยินคำพูดของหลิงหลินก็ทำเอาหลิงจื่อชิ่งใจหวั่นไหวจริงๆ เขามองหลิงมู่เอ๋อร์ที่อยู่ตรงข้ามดวงตาเปล่งประกายแสงแห่งความชั่วร้าย
อีกอย่างนางเด็กสาวตัวน้อยนี่เขาไม่เชื่อว่าจะสู้นางไม่ได้เพียงแค่หาโอกาสให้นางได้ลิ้มลองความเ็ปก็เท่านั้นไม่ได้จะเอาชีวิตนางเสียหน่อย การค้าในครั้งนี้ไม่เสียเปรียบเลยสักนิด!
หลิงมู่เอ๋อร์ไม่รู้ว่าตนได้ตกเป็เป้าหมายของญาติผู้สูงส่งเ่าั้แล้วนางยุ่งอยู่กับการทำงานตลอดเวลา ไม่เคยหยุดเลยแม้แต่เค่อเดียวแม้แต่เหล่าบุรุษแกร่งในหมู่บ้านนั้นยังละอายใจ
ถนนบนูเาถล่มหินที่อยู่้าตกลงมา ขวางทางเข้าออกเพียงทางเดียวของหมู่บ้านเมื่อวานจัดการไปทั้งวัน ทว่าทำได้เพียงแค่เคลื่อนย้ายได้เพียงมุมเล็กๆ เท่านั้นตามความเร็วเช่นนี้ต้องใช้เวลาอีกสิบวันถึงครึ่งเดือนถึงจะสามารถจัดการเสร็จสิ้นได้เพียงหวังว่าเมื่อถึงตอนนั้นพวกชาวบ้านจะยังสามารถประคับประคองกันให้รอดมาได้
หลิงมู่เอ๋อร์ลูบเกล็ดหิมะที่อยู่บนใบหน้าเสื้อผ้าของนางนั้นบางยิ่ง น้ำของหิมะทั้งสาดทั้งกระเซ็นทำให้เสื้อของนางเปียกชื้นในฤดูที่หนาวเย็นอย่างนี้ขาดสารอาหารมาเป็เวลานานทำให้นางรู้สึกเวียนหัวเป็อย่างยิ่ง ในเวลานี้หลิงไฉเสินที่อยู่ด้านข้างประคองนางเอาไว้ เอ่ยถามด้วยความห่วงใย “แม่นางมู่ เ้าทำงานที่บุรุษสองคนทำด้วยตัวคนเดียว เช่นนี้จะทนไหวได้อย่างไร? รีบหาที่พักสักหน่อยเถิด”
“ขอบคุณท่านอามากเ้าค่ะ”หลิงมู่เอ๋อร์มองหลิงไฉเสินอย่างซาบซึ้ง
หลี่เจิ้งทำงานอย่างเกียจคร้านเงยหน้ามองเห็นหลิงมู่เอ๋อร์ที่กำลังแอบอู้งาน ก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
ขณะที่เขากำลังจะโมโหนั้นหลิงหลินก็ได้ดึงเสื้อของหลี่เจิ้งไว้โน้มตัวเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูเขาสองสามประโยค
สายตาของหลี่เจิ้งเปล่งประกายะโพูดกับหลิงมู่เอ๋อร์ “แม่นางมู่อากาศหนาวอย่างนี้ เ้าเป็สตรีเพียงคนเดียวไม่ต้องทำแล้ว เอาอย่างนี้! กลับบ้านไปต้มน้ำร้อนมาให้ทุกคนได้ทำให้ร่างกายอบอุ่นกันหน่อยเถิด"
หลิงมู่เอ๋อร์รู้สึกแปลกใจใกล้ได้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ให้นางไปต้มน้ำร้อนในเวลานี้ทำไม?
ทว่านางก็ไม่ได้ปฏิเสธคำข้อร้องของหลี่เจิ้ง
หลี่เจิ้งท่านนี้เป็เพียงคนเดียวในหมู่บ้านใกล้เคียงที่เคยเรียนหนังสือหลังจากหลี่เจิ้งคนก่อนลงจากตำแหน่งเขาได้ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งนี้ หลายปีมานี้เขาได้ใช้ตำแหน่งของเขาเพื่อผลประโยชน์อย่างมากมายชาวบ้านคนอื่นล้วนหิวโหยจนใบหน้าเหลืองผอมแห้งกันหมดแล้วมีแต่คนในครอบครัวของพวกเขาที่ขาวๆ อ้วนๆ กันทุกคน
เมื่อตอนที่หลิงมู่เอ๋อร์ออกจากที่นั่นไปหลิงจื่อชิ่งก็ค่อยๆ แอบตามนางออกไป หลิงหลินเห็นหลิงจื่อชิ่งไปแล้วในดวงตาก็ฉายแววประกายชั่วร้ายขึ้น
“นางเด็กตัวเหม็นใครให้เ้าทำลายแผนการครั้งที่แล้วของข้า ข้าจะไม่มีให้อภัยเ้าแน่” หลิงหลินแค้นฝังใจเช่นนี้ก็เป็เพราะครั้งที่แล้วตอนที่เขาคิดจะรังแกสาวน้อยข้างหมู่บ้านวัยสิบสองปีทว่ากลับถูกนางพบเข้าเสียก่อน ปกตินางเด็กนี่จะเป็คนขี้ขลาด นึกไม่ถึงว่าตอนนั้นจะะโร้องเรียกให้ผู้อื่นมาดูทำให้เขาใกลัวจนวิ่งหนีไป
เพื่อเื่นี้แล้ว หลิงหลินขุ่นเคืองในใจมาโดยตลอดวันนี้หาโอกาสให้นางอยู่คนเดียว ต้องจัดการลงโทษนางอย่างสาสมสักหน่อยแล้วให้นางได้รู้ผลดีชั่วที่จะตามมา
ในเวลานี้หลิงมู่เอ๋อร์ชะลอฝีเท้าลง
นางรู้สึกว่ามีคนกำลังแอบตามหลังนางมาขณะที่นางเลี้ยวโค้ง หยุดอยู่ด้านหน้าไม่ไกลมากนัก นางก็หาที่หลบซ่อน
ทันใดนั้นเงาของหลิงจื่อชิ่งก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของนางแทน
หลิงมู่เอ๋อร์เห็นหลิงจื่อชิ่งดวงตาทอประกายอย่างดุเดือด นางค่อยๆ เดินออกมา ยืนอยู่ด้านหลังหลิงจื่อชิ่งในเวลานี้เอง นางใช้แรงผลัก ทำให้หลิงจื่อชิ่งตกลงไป
ด้านล่างเป็เนินลาดขนาดเล็กหลิงจื่อชิ่งตกลงไปจากตรงนี้ ก็แค่าเ็แต่ไม่ถึงกับตาย
ได้ยินเพียงแต่เสียงที่ดังโครมหลิงจื่อชิ่งตกลงบนพื้นพร้อมเสียงร้องที่น่าเวทนา
นางยืนบนขอบของเนินมองหลิงจื่อชิ่งที่หล่นลงไป เขานอนอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อนไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็เช่นไร
ถึงอย่างไรไม่ตายก็พอแล้ว
ดวงตาของหลิงมู่เอ๋อร์ทอประกายเ็า
ดูจากท่าทีของเขาเมื่อครู่ย่อมเป็แผนที่มิอาจวางใจได้อย่างแน่นอน คนเช่นนี้ต่อให้ตกตายก็ไม่น่าเสียดาย
หลิงมู่เอ๋อร์เดินออกไปอย่างวางท่าคนเ่าั้อยากเห็นนางเป็ตัวตลก นางก็จะให้พวกเขาดูกันให้พอ
“มู่เอ๋อร์เหตุใดถึงกลับมาแล้วเล่า?” หยางซื่อเห็นหลิงมู่เอ๋อร์มองนางด้วยความใ
หลิงมู่เอ๋อร์ยิ้มเล็กบางๆพร้อมกล่าว “ใกล้จะถึงเวลาข้าวเที่ยงแล้วข้ากลับมาพักผ่อนสักหน่อย ท่านแม่ ถ้าหากอีกครู่หนึ่งมีคนมาหาข้าก็บอกไปว่าข้าล้มได้รับาเ็นะเ้าคะ”
“เ้าล้มได้รับาเ็หรือ? ” หยางซื่อจับมือของนางอย่างตื่นตระหนก มองรอบๆ ตัวนางหลายรอบ "าเ็ที่ใด? าแร้ายแรงหรือไม่? "
หลิงมู่เอ๋อร์รีบหยุดการกระทำของนางหญิงสาวส่ายหัวเบาๆ “ข้าไม่ได้าเ็จริงๆเ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
เสียงเรียกคำว่าแม่นี้เรียกมาด้วยความเต็มใจและเสียงเรียกนั้นทำให้หัวใจของนางรู้สึกอบอุ่น บนโลกใบนี้ในที่สุดนางก็จะไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป
หลิงจื่อเซวียนได้ยินเสียงก็เดินกะเผลกๆออกมา พูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวล “น้องหญิงได้รับาเ็หรือ?”
“เปล่าเ้าค่ะ”หลิงมู่เอ๋อร์รู้ว่าปิดบังพวกเขาไม่ได้ จึงได้เล่าว่าเื่เมื่อสักครู่ออกไป“อีกสักครู่พวกเขาต้องมาหาข้าเป็แน่ พวกท่านบอกว่าข้าได้รับาเ็พวกเขาก็ไม่กล้าหาเื่ข้าแล้วเ้าค่ะ”
“มู่เอ๋อร์เ้าไม่ได้ทำอันใดเขาใช่หรือไม่?ถ้าหากตายขึ้นมาเช่นนั้นจะต้องติดคุกนะ” สีหน้าของหยางซื่อซีดเซียวและสั่นเทา
“ข้ารู้ขอบเขตเ้าค่ะ”หลิงมู่เอ๋อร์ยิ้มเยาะพลางกล่าว “ถ้าคนเช่นนั้นตายขึ้นมาจริงๆนั้นก็จะเป็การช่วยชาวบ้านกำจัดภัยอันตรายแล้ว ทว่า ถึงแม้จะตายก็ไม่ได้ตายด้วยน้ำมือข้าแน่นอนเ้าค่ะ”
เป็อย่างที่คาดคิดผ่านไปไม่นานก็มีคนบุกเข้ามาในบ้านของพวกเขา คนแรกก็คือหลี่เจิ้งตามมาจากด้านหลังก็คือหลิงหลินและบุรุษร่างแกร่งอีกสองสามคน
หลี่เจิ้งเข้ามาในลานบ้านเห็นสถานที่ยากจนนี้ก็ขมวดคิ้วขึ้นมา เขาะโเข้าไปด้านใน “แม่ของจื่อเซวียน ส่งแม่นางมู่ออกมา”
หยางซื่อได้ยินเสียงของหลี่เจิ้งนางอดที่จะสั่นเทาไม่ได้ นางกล่าวด้วยความเครียด “คราวนี้จะทำอย่างไรดี?”
หลิงมู่เอ๋อร์เดินกะเผลกๆออกจากประตูไป นาง ‘พยายาม’ ปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน เงยใบหน้าที่ขาวซีดขึ้นแสดงท่าทางเ็ป “หลี่เจิ้งท่านหาข้าหรือเ้าคะ?”
หลี่เจิ้งเมื่อเห็นนางเป็เช่นนี้ก็กล่าวด้วยความงุนงง "นี่เ้า..."
“เมื่อครู่ข้าตกลงมาจากเนินเขา”ขณะที่พูดอยู่ หลิงมู่เอ๋อร์ก็ยกแขนที่ 'าเ็' ขึ้นมา บนแขนนั้นมีรอยเขียวช้ำอยู่เยอะมากดูเหมือนว่าต้องทนทุกข์ทรมานไม่น้อย
ชายหนุ่มที่ติดตามหลี่เจิ้งมามองหน้ากันหนึ่งคนในจำนวนนั้นพูดกับหลิงหลิน “เสี่ยวหลินไม่ใช่เ้าบอกว่าแม่นางมู่ผลักจื่อชิ่งจนได้รับาเ็หรอกหรือ?แล้วเหตุใดนางถึงล้มจนกลายเป็สภาพเช่นนี้เล่า?”
“หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?ข้าจะไปผลักพี่ชายชิ่งได้อย่างไร?พี่ชายชิ่งไม่ได้อยู่กับพวกท่านหรือเ้าคะ?” หลิงมู่เอ๋อร์ทำท่าทางไร้เดียงสา
เดิมทีก็เป็คนที่อ่อนแอน่าสงสารอยู่แล้วคนทั้งหมู่บ้านทุกคนต่างรู้ว่านางขี้ขลาด เห็นเื่ราวเป็เช่นนี้พวกเขายิ่งเชื่อหลิงมู่เอ๋อร์อย่างแน่นอน
หลิงหลินหน้าด้านไร้ยางอายผู้นั้นมีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นถึงจะเชื่อเขา เพราะฉะนั้นพวกชาวบ้านต่างมองหลิงหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของเขา
สีหน้าของหลิงหลินไม่สู้ดีแววตาเปล่งประกาย
เมื่อครู่มีแต่หลิงจื่อชิ่งที่อยู่กับหลิงมู่เอ๋อร์หลิงหลินก็ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น พวกเขารอแล้วรออีกก็ไม่เห็นหลิงจื่อชิ่งและหลิงมู่เอ๋อร์กลับไปสักทีดังนั้นเลยยุยงพวกชาวบ้านให้รีบตามมาดูสถานการณ์ผลสรุปกลับพบว่าหลิงจื่อชิ่งนอนอยู่ด้านล่างเนินเขา อยู่ในสภาพไม่ได้สติแล้ว
“แขนของเ้าาเ็ขาก็าเ็เช่นกัน เหตุใดใบหน้าถึงไม่มีรอยแผลเลยสักนิด?” หลิงหลินจ้องมองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ พูดอย่างเคียดแค้น “เ้าหลอกพวกข้า!”
หลิงมู่เอ๋อร์คิดไม่ถึงว่าหลิงหลินคนที่ไม่มีการศึกษายังมีความช่างสังเกตขนาดนี้นางถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความหวาดกลัว พูดอย่างอ่อนแรง “ตอนที่ข้าตกลงไปข้าใช้ก้นลง จะมีาแที่หน้าได้อย่างไร?ท่านอาเล็กเหตุใดถึงอยากเอาความผิดมาไว้ที่ตัวข้านัก?พี่ชายชิ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องของข้าพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันนะเ้าคะ!”
“หลี่เจิ้งนางเด็กนี่มีสิ่งผิดปกติ” หลิงหลินดูแคลนคำพูด ‘ครอบครัวเดียวกัน’ของหลิงมู่เอ๋อร์ มีแต่ผีเท่านั้นที่จะเป็ครอบครัวเดียวกันกับนางเด็กตัวเหม็นนี่!ครอบครัวยากจนคนโตก็ขาพิการ คนเล็กก็โง่เขลา คนแก่ก็แก่ ที่เหลือก็เป็เพียงสตรีถ้าครอบครัวนี้ลืมตาอ้าปากได้ เขาจะเอาศีรษะของตัวเองออกมาทำเก้าอี้“พวกเราควรตรวจสอบาแบนตัวนาง ไม่แน่ว่าแผลบนตัวนางอาจจะแกล้งทำก็เป็ได้”
หยางซื่อกับหลิงจื่อเซวียนเดินออกมาจากด้านในหยางซื่อกดข่มความรู้สึกจนหน้าแดง พูดอย่างโกรธเคือง “ท่านอาเล็ก ท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไร?นางเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือนนึกไม่ถึงว่าท่านจะกล้าแตะต้องตัวนางเพื่อตรวจสอบาแ ท่านอยากจะบีบบังคับครอบครัวพวกเราให้ตายหรือ!หากท่านไม่ปล่อยคนในครอบครัวของพวกเราไปพวกเราก็จะแขวนคอตายที่หน้าประตูบ้านของพวกท่าน ให้ท่านเปาชิงเทียน [2] เป็คนตัดสิน”
เชิงอรรถ
[1] ลิ้นสามนิ้วที่ไม่เน่าหมายถึง วาทศิลป์ในการพูดจามีความสามารถชำนาญในด้านการโต้วาที
[2] เปาชิงเทียน หมายถึง เปาบุ้นจิ้น