หลังจากที่ได้รับข้ารับใช้ดูแลเพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหันแถมนางยังดูเป็ผู้แข็งแกร่งอีกด้วย มีคาเอลก็รีบขอตัวกลับมายังที่พักของตนภายในทันทีเพราะเกรงกลัวว่าจะมีผู้สามารถมองเห็นและล่วงรู้ความลับของตนได้และปัญหาการปกปิดความลับนั้นยังไงนั่นแหละที่ตอนนี้ตนกำลังวิตกกังวลอย่างหนัก หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นนายน้อยมีคาเอลแห่งตระกูลแม็กซีวีลอนที่ว่าเป็ผู้เก็บตัวนักหนาแล้วก็ยิ่งเก็บตัวหนักมากกว่าเดิมแทบที่จะไม่ก้าวออกมาจากที่พักของตนเลยแม้กระทั่งบาสเตียนเองก็ยังน้อยครั้งที่นายน้อยของตนนั้นจะเรียกใช้ ส่วนไคลี่ย์ข้ารับใช้ดูแลผู้มาใหม่หลังจากที่เข้ามาช่วยในการดูมีคาเอลแล้วก็มีหน้าที่หนึ่งสำคัญคือการเริ่มต้นศึกษาและดูแลผู้เป็นายของตนรวมถึงศึกษาตระกูลเบื้องต้นต่างๆ อีกด้วยและดูท่าความน่ารำคาญใจของมีคาเอลก็มีไม่น้อยสำหรับข้ารับใช้ทั้งสองที่ดูท่าว่าจะเข้าหน้ากันไม่ค่อยติดและมักจะเอ่ยวาจาโต้ตอบกันเสียน่าปวดหัวเลย
“เฮ้อ คราวนี้ข้าจะทำยังไงดีล่ะ” สิ่งที่เขากังวลคือเขาจะปกปิดความลับนี้ยังไงดี... พลางสมองก็กำลังคิดหาหนทางออกให้แก่ตน
‘จะไปยากอะไรเ้าก็แค่ปกปิดตัวตนซะก็สิ้นเื่’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) มีคาเอลหยุดนิ่งงันเมื่อกำลังคิดๆ อยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นมา อ้อ... จริงสิ นี่เขาลืมอะไรไป ใช่แล้ว เขาลืมเ้าอสรพิษตัวซวยนี่ไปนี่นา ลืมไปด้วยว่าตัวเขานั่นได้มีสัตว์อสูรในพันธะสัญญาแล้วเสียด้วยซ้ำ
‘เ้าบ้า ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ใช่อสรพิษ เ้ามนุษย์เด็กโง่!’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา)
“เฮ้อ...” มีคาเอลถอนหายใจกับความขี้โวยวายของัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาที่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าตอนนี้เราทั้งคู่นั้นก็ได้ลงเรือลำเดียวกันแล้วพันธะสัญญาที่ผูกติดชีวิตของกันและกันนี้ไปตลอดกาล น่ารำคาญใจชะมัด....
‘น่ารำคาญ... หากเ้ายังคิดว่าข้าน่ารำคาญอยู่อีกล่ะก็ ข้าจะพูดๆ ๆ ๆ พูดจนเ้าบ้าตายไปเลย มีคาเอล!’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) ก็มิรู้เหตุใดที่สัตว์อสูรระดับตำนานในตำนานชั้นสูงผู้สายเืสูงส่งยิ่งใหญ่นี้รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กน้อยเส้นผมสีรัตติกาลนี้ มีความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนไปอาจจะเป็ไปเพราะพันธะสัญญานี้ด้วยกระมังและพลังธาตุที่แข็งแกร่งของเหมันต์นิรันดรด้วยที่ส่งผลสงเสริมถึงตัวมันโดยตรงเช่นกันความรู้สึกจึงสร้างความคุ้นเคยขึ้นมา ก็อาจจะเรียกได้ว่าเหมาะสมกันแล้วนั้นกระมัง
“เ้าจะเอ่ยความให้ได้เหตุใยในเมื่อสามวันที่ผ่านมาเ้าก็ยังเงียบอยู่ได้นี่เ้าั” มันก็จริงเหตุการณ์วันนั้นมันก็ผ่านไปแล้วสามวันซึ่งสามวันที่ผ่านมาเขาก็อยู่อย่างเงียบสงบมาได้ไม่มีตัวกวนใจมาเอ่ยความมากยกเว้นก็แต่บาสเตียนน่ะนะ แล้ววันนี้เหตุใดเ้าัถึงเอ่ยพูดคุยสร้างความน่ารำคาญใจให้เขาอีกเล่าไม่อยู่เงียบๆ อย่างที่ผ่านมา
‘ข้าไม่ได้อยากเงียบ...’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) เมื่อเอ่ยและคิดได้ดังนั้นัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็เงียบขึ้นมาอีกครั้งพลางคิดไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตัวมันมองเห็นทุกอย่างก็คล้ายดับวูบไปเช่นเดียวด้วยพลังแรงกดดันอันมหาศาลที่กดทับมาภายในอย่างรุนแรงถึงขนาดที่มันเป็ถึงัระดับตำนานในตำนานแล้วยังรู้สึกสะพรึงในอำนาจนั้นแม้ว่าอาจจะเป็เพราะมันเองจะยังไม่แข็งแกร่งเต็มที่เลยก็ตามเถอะ กว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ก็ใช้เวลาไปถึงสามวันเลย และอนึ่งเสี้ยวความรู้สึกหนึ่งก็มีความคุ้นเคยคุ้นชินอย่างไรซึ่งก็บอกไม่ถูก น้ำเสียงที่เก่าแก่และน่าเกรงขามความน่าสะพรึงกลัวนั้น.... ไม่ว่าจะเป็ตัวตนหรือพลัง สิ่งที่เอ่ยออกมามันบ่งบอกเลยว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ภายในตัวของมีคาเอล ธาตุมืด..เป็พลังธาตุรัตติกาล... แต่ตัวมันก็ยังไม่รู้อะไรมาก สิ่งนี้กำลังซุกซ่อนตนอยู่ภายใต้จิตใจของมีคาเอล เด็กคนนี้ช่างมีปริศนาและความลับมากมายอะไรเช่นนี้
“หมายความว่าอย่างไร”
“เ้าัมันเกี่ยวกับเสียงลึกลับนั้นในจิตของข้างั้นรึ”
‘.....’ ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภานิ่งเงียบถึงแม้ว่ามีคาเอลจะมีสติปัญญามากแต่ถึงอย่างไรเสียเด็กก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ รู้แล้วจะได้อะไร... มันคงจะเรียกได้ว่านี่มันยังไม่ถึงเวลาที่ควรรู้เสียมากกว่า ยังมีสิ่งอื่นที่ควรทำมากกว่านั่นคือการพัฒนาตนให้แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้กับโลกใบนี้อย่างไรเล่า...
‘ใจคอเ้าจะเรียกข้าแบบนี้ไปตลอดเลยหรืออย่างไรกัน’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) การที่อยู่ๆ เ้าันั้นก็เบี่ยงเบนประเด็นออกเช่นนี้มีคาเอลก็ทำความเข้าใจได้ทันทีว่ามันคงจะกำลังจะปิดบังอะไรเขาเป็แน่ ‘เฮ้อ... ข้าก็ไม่เข้าเหตุใดใยต้องเป็ข้าที่ไม่ควรรู้อะไรเลย ไม่รู้อะไรเลยแม้กระทั่งเื่ของตนเอง ทุกคนถึงต่างปิดบังข้าไปหมด’ (มีคาเอล) ดวงตาคมกริบสีรัตติกาลเสมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่เพราะด้วยพันธะสัญญาแม้ว่ามีคาเอลจะมิได้เอ่ยออกมาัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็ได้ยินและรับรู้แต่ก็ยังมิอาจเอ่ยอะไรออกไปได้ พ่อของเ้าคงจะรู้สึกเช่นนี้กระมังนะมีคาเอลเวลาที่ไม่สามารถเอ่ยอะไรให้เ้ารู้และเข้าใจได้
“แล้วจะให้ข้าเรียกเ้าว่าอย่างไรเล่า” ดวงตาคมกริบนั้นก็ยังมองออกไปข้างนอกหน้าต่างบานใหญ่อย่างไร้จุดหมายสุดไกลลูกหูลูกตานั้นปรากฏเป็ทิวทัศน์สวยงามดูร่มรื่นใจูเาเรียงตัวสลับกันน้อยใหญ่หนึ่งในนั้นก็คือูเาแอลฟ์ที่ยังอยู่ต่อความทรงจำของเขา
‘เ้าก็ตั้งชื่อให้ข้าซะสิเ้าเด็กโง่’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) ตั้งชื่องั้นรึ... ถ้าตั้งชื่อให้ก็เป็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงมีเ้าของงั้นสิ แต่สัตว์อสูรในพันธะสัญญามิใช้สัตว์เลี้ยงนิจำเป็ต้องตั้งชื่อให้ด้วยรึ แต่เขาไม่เคยมีทั้งสัตว์เลี้ยงและไม่เคยมีทั้งสัตว์อสูรในพันธะสัญญาไม่เคยตั้งชื่อให้ใครหรือตัวอะไรก็จะไม่รู้หรอกว่าชื่อแบบไหนมันจะดี ถ้าอย่างงั้น...
“งั้นเ้าอยากชื่ออะไรก็ชื่อเถอะ”
‘มีคาเอล!’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) เ้าเด็กนี่มัน... ถ้ามันรู้มันจะถามหรืออย่างไรว่าต้องชื่ออะไร
“ไม่ได้ นั่นมันชื่อข้า”
‘เ้านี่มัน... เฮ้อ เอาชื่ออะไรก็ได้หรือไม่ก็ตั้งมาสิเอาสักชื่อที่ข้าก็พอใจด้วย’ (ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา) สุดแล้วจริงๆ บางครั้งเ้าเด็กอัจฉริยะแห่งยุคนี่คงก็คงจะมี่เวลาที่เป็เด็กจริงๆ นั่นแหละ และมีคาเอลก็นิ่งเงียบไปอยู่นานจะตั้งว่าเ้าตัวน่ารำคาญนั่นก็คงจะไม่ใช่ชื่อกระมังและเห็นทีว่าเ้าัคงจะไม่น่าจะพอใจด้วยและเนิ่นนานกว่ามีคาเอลจะเอ่ยออกมา
“แอลฟ์”
มีคาเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งดวงตาคมกริบมองทิวทัศน์ไปสุดลูกหูลูกตานั้นให้ความสนใจ ณ ทีู่เาลูกเดิมที่ได้ฝากความทรงจำอันโหดร้ายในวัยเด็กให้กับเขาประสบการณ์หนีตายครั้งแรกของตนประสบการณ์เสี่ยงชีวิตครั้งแรกของตนเอง และที่นั้นเป็ที่แห่งแรกที่ทำให้เขาได้ก่อกำเนิดจิติญญาเป็พลังธาตุที่แข็งแกร่งเหมันต์นิรันดรที่สืบทอดจากของท่านแม่ได้ัักับความอ่อนโยนที่เขามิได้ััเลยสักครั้งแม้มันจะเพียงเสี้ยวเดียวมันก็ช่างตราตรึงใจเขาเหลือเกิน ท่านแม่หากท่านยังอยู่ท่านคงจะเป็ผู้ที่อ่อนโยนมากเลยสินะ... และที่แห่งนั้นทำให้เขานั้นรู้สึกตระหนักอย่างถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดเราจึงจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพราะว่าบนโลกใบนี้มันโหดร้ายเกินกว่าที่คนอ่อนแอจะอยู่ได้ เื่ราวต่างๆ ความลับหรือปริศนาอีกครึ่งในตัวของเขา... เขาจะตามหามันให้ได้ อีกอย่างคงจะเป็ความวุ่นวายครั้งแรกในชีวิตครั้งแรกและได้พบเจอกับเ้าด้วยกระมังเ้าั...
‘หึ ก็เป็ชื่อที่ไม่เลวนะ... งั้นข้าจะขอรับไว้ก็แล้วกัน มีคาเอลนายแห่งข้า’ (แอลฟ์)
‘มีคาเอลอีกอย่างข้าจะขอเตือน... หญิงสาวผู้นั้นนะนางต้องมีอะไรบางอย่างแน่ เ้าก็ระวังตัวให้ดีล่ะ’ (แอลฟ์)
“ได้ ข้าจะระวัง” หญิงสาวผู้นั้น... หมายถึงหญิงสาวลึกลับคนนั้นน่ะรึ หรือว่าจะเป็ไคลี่ย์กันล่ะจะให้ระวังทั้งสองก็ย่อมได้ อย่างไรแล้วหญิงสาวลึกลัยนั่นก็อันตรายนอกจากจะแข็งแกร่งแล้วยังสามารถเข้านอกออกในในบริเวณตระกูลอีกด้วย ส่วนไคลี่ย์ที่เข้ามาในตอนที่เขากำลังก่อกำเนิดจิติญญาได้อย่างพอดีก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน ส่วนความคิดที่ว่านางทั้งสองคนจะเป็คนเดียวกันหรือไม่นั้นมีคาเอลเองก็ยังไม่แน่ใจคงต้องระวังภัยเสียก่อนจะดีกว่า
‘วีถีนภาอำพรางเนตร’ (แอลฟ์) มีคาเอลได้ยินสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของตนเอ่ยพร้อมกับรู้สึกได้ถึงพลังอะไรบางอย่างที่ครอบคลุมร่างกายของตนความอบอุ่นนั้นแผ่ซ่านเข้ามาอณูพลังเวทย์เบาบางครอบคลุมตัวเขาก่อนที่จะมลายหายไปเป็ปกติคืน มีคาเอลสามารถรับรู้ได้ในทันทีเลยว่านี้เป็พลังของัวารีเหมันต์แหง่ผืนนภา
‘จะมิมีผู้ใดสามารถมองเห็นหรือล่วงรู้ความลับของเ้าได้วิถีนภาอำพรางเนตรเป็เวทย์ปกปิดอำพรางขั้นเซียนเลยล่ะ’ (แอลฟ์)
‘หากเ้าอยากที่จะรู้ความจริงเกี่ยวกับปริศนาหรือความลับของตัวเ้าหรือเื่มารดาของเ้าหรือแม้กระทั่งเื่ต่างๆ ซึ่งข้าคิดว่ามันมากมายเหลือเกินและไม่ธรรมดาเอาซะเลย สิ่งเดียวที่จะช่วยเ้าหรือสิ่งที่เ้าจะต้องทำคือจงมีชีวิตอยู่ซะและจงแข็งแกร่งซะมีคาเอล’ (แอลฟ์) ัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง เมื่อร่วมพันธะสัญญากันแล้วความ้าของนายก็คล้ายความ้าของมันด้วยเมื่อมีคาเอล้าที่จะหาความจริงนี้ให้ได้มันจะหาด้วยต่างเป็กำลังให้กันและกันไป ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ของัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเหมือนหลั่งไหลเข้ามาภายในความคิดของมีคาเอลให้เขารับรู้ด้วย มีคาเอลจึงได้เอ่ยขอบใจสัตว์อสูรในพันธะสัญญาอย่างจริงใจเช่นกัน
“ขอบใจนะแอลฟ์”
นี่คงจะเป็ครั้งแรกกระมังสำหรับมีคาเอลและัวารีเหมันต์แห่งผืนนภาที่รู้สึกได้ถึงมิตรภาพที่ค่อยๆ เกิดขึ้น สำหรับมีคาเอลที่โดดเดี่ยวมาเสมอมาคล้ายกับว่าความโดดเดี่ยวนั้นได้ถูกแทนที่ปลอบประโลมและเข้าใจโดยัวารีเหมันต์แห่งผืนนภา มันมิใช่สัตว์เลี้ยงในพันธะฉันท์นายบ่าวแต่สำหรับมีคาเอลก็ต้องยอมรับว่ามันคือสหายคนแรกที่ได้เข้ามาถึงลึกถึงจิตใจของมีคาเอล เข้าใจความเ็ปต่างๆ นานาของมีคาเอลและจะร่วมแบกรับมันไปด้วยกัน มันกำลังบอกกับมีคาเอลว่าอย่างน้อยมีคาเอลก็จะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปยังมีมันอยู่และจะร่วมไปด้วย การเดินทางของชีวิตมีคาเอลคงจะได้เริ่มต้นแล้วเป็แน่ ใจหนึ่งก็รู้สึกยินดีรับอยู่บ้างแต่ใจหนึ่งก็คิดว่าชีวิตตนคงจะได้พัวพันกับความน่ารำคาญใจไม่น้อยแน่ในอนาคตนั้น ตอนนี้ทิศทางของชีวิตของมีคาเอลได้หันเหเปลี่ยนแปลงแล้วเสมือนเรือใหญ่ที่ยกสมอและใบเรือขึ้นหันเบนทิศทางเรือมุ่งหน้าสู่ทะเลมหาสมุทรกว้างใหญ่อันเวิ้งว้างและยังไกลโพ้น
และคงจะต้องมีอะไรมากมายที่น่ารำคาญใจรอเขาอยู่ พลันในหัวก็คิดถึงหญิงสาวลึกลับผู้นั้นที่ได้ช่วยเหลือเขาและยังคำกล่าวทิ้งท้ายเช่นนั้น “นายน้อยขอให้ท่านจงระวังตัวระวังตนไว้ให้ดี” “อย่าได้ตกตายเสียก่อนที่... จะเติบโตล่ะ”
นอกจากนั้นยังจะมอบของที่บอกว่าเป็ของเขาอีก แต่ว่าสมบัติของเขางั้นรึ เอ๊ะ หรือว่า... ของท่านแม่กัน นางอาจรู้จักท่านแม่งั้นรึ!
หญิงสาวลึกลับผู้นั้นเราจะต้องได้พบกันอีกแน่นอน...