ตูม!
กองหินปราณิญญาครามจำนวนมากนับพันก้อนถูกวางไว้ในห้องเรือนของหลิงรั่วซี!พลังปราณิญญาที่เข้มข้นของพวกมันทำให้ทั่วทั้งห้องอบอวลไปด้วยพลังปานประหนึ่งแม่น้ำที่ไหลทะลักท่วม!
แต่ก็ถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยแผ่นยันต์วิเศษยันต์ขังปราณกับยันต์ซ่อนปราณนับร้อยเปล่งประกายแสงสีขาว กักขังและปิดซ่อนกลิ่นอายปราณิญญาให้คงอยู่ในห้องเรือนไม่อาจเล็ดลอดไปสู่ภายนอกได้แม้แต่เศษเสี้ยว
“นะ... นี่...หินปราณิญญาครามงั้นหรือ!?” ดวงเนตรคู่งามของมารดาคนงามสั่นสะท้านรูม่านตาเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง ด้วยภูมิความรู้ของนางนางย่อมรู้ว่าหินสีครามเหล่านี้คืออะไร และมีมูลค่ามากมายเพียงไหน!?
หินปราณิญญาครามนั้นคือสกุลเงินระดับสูงในหมู่ผู้ฝึกตนที่ก้าวเท้าเข้าสู่ระดับิญญาแท้ไปแล้ว!
มีมูลค่ามากกว่าหินปราณิญญาทั่วไปถึง1 ล้านเท่า!?
หรือจะพูดให้ชัดๆเลยก็คือ... หินปราณิญญา1 ล้านก้อนเท่ากับหินปราณิญญาคราม 1 ก้อน
แล้วหินปราณิญญาคราม 1000 ก้อนล่ะ?
มันเทียบเท่ากับหินปราณิญญา1000 ล้านก้อน!!
ความล้ำค่าของมันสามารถล่อลวงให้ผู้ฝึกตนระดับนักพรตบังเกิดความโลภได้เลย!ดังนั้นยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงระดับที่ต่ำกว่านั้น ที่อาจจะบ้าคลั่งจนเสียสติได้หากได้เห็นหินปราณิญญาครามกองนี้!
“ชิงเอ๋อห์ นี่คืออะไร?”
นางหันไปถามกับลูกชายของนางด้วยอารมณ์สับสนและมึนงง
เนื่องนี่เป็ครั้งแรกที่นางได้พบเจอกับหินปราณิญญาครามมากขนาดนี้เป็ครั้งแรกในความรอบรู้ของนาง นางรู้ว่าแม้แต่ขุมพลังระดับ4 ยังมิอาจใช้จ่ายด้ายเม็ดเงินจำนวนนี้ได้ง่ายๆโดยไม่คิดไตร่ตรอง
ขุมพลังระดับ 4 ที่อ่อนแอไม่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ไม่มีคนหนุนหลัง หรือไม่มีขุมพลังทาสบริวาร พวกเขาต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบหลายต่อหลายปี เพื่อให้ได้หินปราณิญญาครามสัก500-600 ก้อน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...มันก็ขึ้นอยู่กับโชคลาภของแต่ละขุมพลังด้วยเช่นเดียวกันเพราะหากขุมพลังระดับต่ำบังเอิญประสบโชควาสนาใหญ่ ดันค้นพบสายแร่ปราณิญญาขึ้นมาพวกเขาอาจจะเติบโตและก้าวหน้า ทะยานขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้น
อี้ชิงยิ้มเขาหัวศีรษะแกรกๆอย่างเก้อเขิน ใช้คำพูดโน้มน้าวที่เตรียมไว้แล้วของเขา “ท่านแม่ข้าจะบอกความจริงกับท่าน... พอดีว่ามหาโชคของข้าจากขอทานชราผู้นั้นมีมากมายเกินนับใช้อย่างไรก็อาจจะไม่หมดไม่สิ้น...”
“ฉะนั้นข้าจึงอยากช่วยสนับสนุนท่านแม่ให้ท่านบ่มเพาะบำเพ็ญได้อย่างไร้ห่วงไร้พะวง...สิ่งเหล่านี้เป็ข้าที่เตรียมไว้ให้ท่าน ขอท่านโปรดอย่าได้ปฏิเสธเลยนะขอรับถือเป็สิ่งที่ผู้บุตรต้องตอบแทนบุพการี”
ชายหนุ่มพูดพลางลูบแหวนมิติที่นิ้วของเขาหยิบเอาสิ่งของวิเศษต่างๆออกมาทีละชิ้นทีละอย่าง ไม่ว่าจะเป็ชุดธงหลากสีสันที่สามารถช่วยรวมปราณธูปหอมที่ช่วยสงบจิตใจให้มิคิดฟุ้งซ่าน เบาะบำเพ็ญที่ช่วยปรับสมดุลปราณิญญาให้มั่นคง
สิ่งเหล่านี้เดิมทีเป็ของในถุงมิติจากศพของยอดฝีมือระดับยอดยุทธ์ มันเป็สิ่งของที่อี้ชิงเคยคิดว่าไม่ได้สำคัญอะไรมากเลยเผลอมองข้ามและเกือบจะโยนพวกมันทิ้ง เพราะสภาพที่ขาดชำรุดและมีระดับที่ต่ำ
แต่ไป๋หลงก็ได้มาหยุดเขาเอาไว้ แล้วบอกว่าพวกมันยังสามารถปรับแต่งและหลอมสร้างขึ้นใหม่ได้วัสดุที่ใช้ค่อนข้างดี จึงอยากให้เขาส่งมอบพวกมันให้แก่ตนเพื่อจัดการแปรสภาพพวกมัน
และผลสุดท้าย... จากกองขยะก็กลายเป็ของวิเศษระดับเหลืองขั้นต่ำ!
ของวิเศษประเภทบ่มเพาะบำเพ็ญ!?
“นี่คือชุดธงรวมปราณ ธูปหอมสงบจิตและเบาะบำเพ็ญ... พวกมันสามารถ...” ชายหนุ่มอธิบายแต่ละอย่างอย่างละเอียดบอกว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างแก่มารดาคนงามของเขาที่ยังนิ่งอึ้งไม่หยุด
ทั้งเคล็ดบ่มเพาะกายแสงจันทร์ที่ไป๋หลงและเฮยหลงแนะนำว่าเหมาะสมกับนาง...ทั้งโอสถเม็ดยาวิเศษหลายชนิดจำนวนหลายร้อยเม็ด... ทั้งยาชิงหยุน... น้ำนมดินนับ 100 ขวด... ผลไม้ปราณิญญา... สมุนไพรล้ำค่า...
สิ่งล้ำค่ามากมายที่ช่วยเอื้อต่อการบ่มเพาะล้วนต่างถูกกองสุมไว้ดุจเศษดิน!?
“...”
“อา... เ้าทำให้แม่ประหลาดใจจริงๆ แต่สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าท่านผู้าุโจักต้องให้ค่าแก่เ้ามากเ้าจะต้องไม่ทำให้ท่านผิดหวังนะ ชิงเอ๋อห์...♥” รับฟังคำอธิบายทั้งหมดแล้ว ความคิดและสติของหลิงรั่วซีก็กลับมา
นางกำชับอี้ชิงให้ฝึกฝนอย่างหนัก อย่าได้ี้เีและเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกกับพวกสาวใช้ในจวน
สำหรับทรัพยากรปราณิญญาเหล่านี้... หากนางไม่ยอมรับไว้ลูกชายยอดรักของนางคงไม่ยอมง่ายๆแน่
เพราะอย่างไร... ก็เย็ดก็ถ่างขาให้เขาเอาไปแล้ว?
ทรัพยากรปราณิญญาที่เยอะมากมายขนาดนี้นางจำต้องยอมรับไว้อย่างยินดีและขอบคุณเท่านั้น...♥
......
......
หลังจากที่อำลามารดาผู้งดงามของตนแล้ว อี้ชิงก็กลับมายังเรือนของตนเองเขาลงไปยังห้องโถงลับใต้ดินเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของการหลอมสร้างนาวาบินซึ่งไป๋หลงและเฮยหลงก็ไม่ได้ทำให้คนผิดหวังแม้แต่น้อย
เค้าโครงถูกวางไว้เรียบร้อยแล้วตอนนี้กำลังจัดวางค่ายกลและแต่งเติมโครงร่างข้างใน ทำเป็ห้องโถงกลาง ห้องบ่มเพาะ 3ห้อง คลังพลังงานที่ใช้กักเก็บหินปราณิญญา และห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังสุดของตัวเรือ
ระเบียงภายนอกและลำตัวของลำตกแต่งด้วยลวดลายเมฆาสีเขียวมรกตมีกลิ่นอายของธาตุไม้เข้มข้นและลึกล้ำยิ่งราวกับป่าทั้งผืนถูกขุดรากถอนโคนเอามาหลอมกลั่น และสร้างเป็เรือนาวาลำนี้!
“กระดูกของผู้ฝึกตนธาตุไม้ระดับนักพรต สามารถทำได้ขนาดนี้เชี่ยวหรือ?”
“ดี! ดีมากๆ!” ชายหนุ่มชื่นชมไม่หยุดความรู้สึกตื่นเต้นทำให้เขาแทบจะเฝ้ารอไม่ไหวที่จะได้โบยบินไปพร้อมกับนาวาลำนี้ของเขา
คนครุ่นคิดชื่อของมันสักพักใหญ่ก็ตั้งให้กับมันว่า “เรือชิงหยุน!”
แม้ว่าชื่อนี้จะไปซ้ำกับยาชิงหยุนที่ใช้รักษาฟื้นฟูอาการาเ็ของสาวๆของเขาก็เถอะแต่ก็ไม่มีคำไหนที่เหมาะสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว!
“นายท่านมีสิ่งใดรับสั่งหรือขอรับ?” ไป๋หลงและเฮยหลงละจากการจัดวางค่ายกลวูบไหวกายเข้ามาป้องหมัดป้องมือ กล่าวทักทายเ้านาย
“อืมพวกเ้าทำงานหนักแล้ว” อี้ชิงพยักหน้าพลางทอดถอนหายใจยาวอย่างมีความทุกข์ในใจทำทีราวกับนายท่านผู้เมตตาและสงสารในความเหน็ดเหนื่อยของข้าทาสบริวารของตน?
“นับเป็หน้าที่ของพวกข้าขอรับ”ทั้งสองกล่าวโดยไม่เปลี่ยนอารมณ์
“หืม?” ตอนนี้เองที่คนพลันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างบนตัวของทั้งสองข้ารับใช้กลิ่นอายปราณิญญาของพวกเขาแข็งแกร่งและทรงพลังขึ้นอย่างมาก! เหนือล้ำกว่าระดับปรมาจารย์ไปแล้ว!?
นี่มัน...
ระดับยอดยุทธ์!?
พวกเขาเลื่อนระดับแล้ว?เป็ไปได้ยังไง? รวดเร็วเพียงนี้เชี่ยว!?
อี้ชิงมีััที่ละเอียดอ่อนและเฉียบคมเขาอนุมานและสรุปเหตุผลได้ว่าอาจจะเป็เพราะตนเลื่อนระดับจากระดับรวมปราณสู่ระดับรวมจิตจึงเป็เหตุให้ขีดจำกัดตบะบ่มเพาะของพวกเขาถูกปลดปล่อย!?
“นายท่าน การหลอมสร้างนาวาบินคาดว่าคงใช้เวลาสั้นกว่าที่คิดขอรับเพราะตบะพลังของพวกข้าอยู่ระดับยอดยุทธ์แล้ว...” ไป๋หลงอธิบายเสริมยืนยันความคิดของอี้ชิงเกี่ยวกับตัวตนของพวกเขา
“ดีมากขอบใจพวกเ้าด้วยนะ” อี้ชิงพูดอย่างสุภาพการคาดเดาว่าทั้งสองข้ารับใช้คือผู้ทรงพลังที่ถูกลดระดับนั้นถูกต้องจริงๆ!? ในระดับสูงสุด พวกเขาจะแข็งแกร่งมากเพียงไหนกันนะ?
‘รางวัลใหญ่! รางวัลใหญ่ระดับ์ชัดๆ!?’
‘ฮ่าฮ่าฮ่า!’ชายหนุ่มหัวเราะในใจ เต็มไปด้วยความสุขและยินดีอย่างท่วมท้น!
อาศัยผู้ทรงพลังลึกล้ำที่อยู่ข้างกายถึง2 คนนี้ เขายังต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีก?เขาสามารถกลายเป็จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้ความสามารถปล่อยให้ขุนนางทั้งสองบริหารจัดการประเทศให้เจริญรุ่งเรือง!
ขณะที่ตนเสวยสุขสำราญกับเหล่าสตรีงามเพลิดเพลินไปกับคำชื่นชมอวยพรจากพสกนิกรทั่วหล้า!
“...” ไป๋หลง เฮยหลง และร่างเงาจ้องมองสีหน้าที่ดูระรื่นเบิกบานของชายหนุ่มก็เดาได้ว่ากำลังคิดเื่อันใดอยู่ในใจ
เพราะมันก็คงหนีไม่พ้นความสุขสำราญสบายอุรา งอมืองอเท้าปล่อยให้พวกเขาเลี้ยงดูและบ่มเพาะฝึกฝนแทนเป็แน่ คิดๆแล้วก็ปวดศีรษะผู้ฝึกตนต่างบ่มเพาะดิ้นรนแทบตาย แต่มีเพียงเขาที่นั่งๆนอนๆกับผู้หญิงแล้วเลื่อนระดับ?
์ช่างไม่ยุติธรรม...
“แค่กๆ” อี้ชิงกระแอ่มไออย่างเขินอาย
เรียกคืนสติของเขากลับมาจากความฟุ้งซ่านไร้สาระโบกแขนเสื้อราวกับคุณชายผู้ดี เอ่ยถามกับทั้งสองอย่างจริงจังและเคร่งขรึม “ที่ข้ามาก็เพราะธุระหรอกพวกเ้ามีวิธีอะไรที่สามารถช่วยเร่งการฝึกฝนของป้าเฉียงและเสี่ยวเหมาไหม?”
“เรียนนายท่านพวกนางพื้นฐานค่อนข้างตื้นเขิน การรีบร้อนเกินไปอาจไม่เหมาะเพราะ่เริ่มต้นควรเริ่มบ่มเพาะและเข้าใจแก่นแท้ของการบำเพ็ญให้ได้อย่างถ่องแท้เสียก่อนรากฐานจึงจะมั่นคงและแข็งแกร่ง”
“แต่...ก็ยังมีวิธี...”
“หากมีผู้ฝึกตนผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยชี้แนะแนวทางคอยเฝ้าระวังมิให้ธาตุไฟเข้าแทรกระหว่างการฝึกก็สามารถช่วยเร่งเร้าให้พวกนางเลื่อนระดับขั้นได้อย่างรวดเร็วขอรับ...”
“ผู้เชี่ยวชาญ?” ชายหนุ่มดวงตาเปล่งประกาย คนแรกที่เขานึกคือไป๋หลง
แต่ทว่า...
ตัวตนของไป๋หลงและเฮยหลงนั้นพิเศษเกินไปการเปิดเผยพวกเขาอย่างซี้ซั้ว ไม่คิดไตร่ตรองหรือคิดหน้าคิดหลังอาจนำไปสู่บทสรุปที่เลวร้ายได้... เพราะอย่างไรบนโลกใบนี้ก็ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่า มากพอจะคุกคามชีวิตของพวกเขา
จังหวะนี้เอง...
ที่อี้ชิงพลันหวนคิดถึงศพของผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์
‘หรือว่า...ข้าจะให้ไป๋หลงหลอมหุ่นเชิด?’