จนถึงตอนนี้เย่เทียนยังไม่มีทักษะดาบระดับเทพเลยดังนั้นเขาจึงโหยหาทักษะดาบระดับเทพเป็นอย่างมาก
ตอนนี้เขาได้ผ่านด่านทดสอบของศิลานภาครามแล้วและจากบททดสอบที่ผ่านมา ระดับของทักษะดาบก็จะเพิ่มขึ้นในทุกๆ บททดสอบ แน่นอนว่าหลังจากทดสอบทำความเข้าใจทักษะดาบระดับตำนานแล้วขั้นต่อไปไม่แน่ว่าอาจจะเป็นทักษะดาบระดับเทพ
หากเขาได้เรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะก็ มันจะเป็นกำไรที่ประเมินค่าไม่ได้!
การที่มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพนั้นโอกาสเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นจะเทียบได้
ท่ามกลางความหวัง เสียงเครื่องจักรก็ดังขึ้นอีกครั้ง“บททดสอบต่อไป ฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพไปจนถึงขั้นต้นภายในระยะเวลา 1 ปี รอบนี้จะเป็นการทดสอบสุดท้าย หากผ่านการทดสอบจะได้รับรางวัลลึกลับ!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เย่เทียนดีใจจนแทบกระโดด
ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพแต่ทันทีที่เขาได้ยินถึงรางวัลลึกลับ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
การจะฝึกทักษะดาบระดับเทพให้ถึงขั้นต้นได้นั้นเป็นเรื่องยากเกินไป!
อย่างแรกเลยคือ หากต้องการฝึกทักษะดาบระดับเทพให้ถึงขั้นต้นเขาต้องยกระดับความเข้าใจเต๋าแห่งดาบให้ถึง 35% แต่ตอนนี้เขาทำความเข้าใจเตาแห่งดาบได้เพียง 28%เท่านั้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนนี้เขายังขาดคุณสมบัติที่จะสามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพไปจนถึงขั้นต้นได้
แน่นอนว่าอีกเหตุผลหลักๆ ก็คือพรสวรรค์ด้านดาบของเขานั้นเป็นเพียงระดับดาราเท่านั้นหากเขาไม่มีพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทรา มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะบรรลุเต๋าแห่งดาบเกินได้30%
“ยังพอมีเวลาตราบเท่าที่เราหลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราที่คัดลอกมาจากนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์พรสวรรค์ด้านดาบของเราจะกลายเป็นระดับจันทรา หลังจากนั้นภายในเวลา 10 วัน เราต้องทำความเข้าใจในเต๋าแห่งดาบให้ถึง 35% ซึ่งมันก็จะเพียงพอที่จะฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพให้บรรลุถึงขั้นต้นได้”
แต่เย่เทียนก็รู้ดีว่าความเป็นไปได้นี้ต่ำแค่ไหน!
เต๋ากรงเล็บของเขาบรรลุถึง30% แล้ว แต่การจะบรรลุถึง35% เขายังต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี ซึ่งต้องอาศัยความช่วยเหลือจากแผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งจึงจะสำเร็จ
แล้วเขาจะสามารถเพิ่มระดับความเข้าใจในเต๋าแห่งดาบให้ถึง35% ภายใน 10วันได้อย่างไร?
นอกเสียจากว่าเขาจะสามารถโกงได้!
“ช่างมันเถอะแม้ว่าเราจะทำไม่สำเร็จ แต่การได้รับทักษะดาบระดับเทพมามันก็เพียงพอแล้ว!”
เย่เทียนคิดเช่นนี้
พรึ่บ!
ในที่สุดทักษะดาบระดับเทพก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเย่เทียน
“ทักษะดาบระดับเทพดาบทำลายล้างดวงดาว!”
เย่เทียนอ่านข้อมูลคร่าวๆก่อนจะหายใจถี่ขึ้น
“มันเป็นทักษะดาบระดับเทพที่เกี่ยวข้องกับพรสวรรค์ด้านมิติซึ่งคล้ายกับทักษะดาบระดับตำนานดาบทลายมิติ นักดาบที่มีพรสวรรค์ด้านมิติจะสามารถลดความต้องการของระดับการบ่มเพาะได้!ซึ่งเราไม่จำเป็นจะต้องเข้าใจเต๋าแห่งดาบถึง 35% เพียงแค่ 30%ก็พอแล้ว!”
ตอนนี้
เย่เทียนสัมผัสได้ถึงความหวังภายในเวลา 10 กว่าวันนี้เขาหวังว่าเขาจะสามารถทะลวงขอบเขตเต๋าแห่งดาบให้ถึง 30% ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจำเป็นจะต้องหลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราและยกระดับพรสวรรค์ด้านดาบของเขาให้กลายเป็นระดับจันทราเสียก่อน
เมื่อขอบเขตเต๋าแห่งดาบของเขาถึง30% เขาก็เหลือเวลาอีกไม่กี่วันในการฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพ
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่คิดที่จะเสียเวลาอีกต่อไปและเริ่มหลอมรวมทักษะดาบระดับดาราโดยไม่สนใจว่าจะดึงดูดความสนใจของผู้อื่นหรือไม่
ตูม!
พรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราเริ่มกระบวนการหลอมรวมจากนั้นการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มต้นขึ้น
แม้ว่าจิตสำนึกของเขาจะยังคงอยู่ในมิติของแผ่นศิลานภาครามแต่ร่างกายของเขาก็ยังมีบางอย่างผิดปกติอยู่ดี
เส้นเลือดทั่วทั้งร่างปูดโปนออกมาเหงื่อไหลซึมไปทั่วร่างกาย ใบหน้าแสดงออกซึ่งความเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด
ในตอนนั้นเอง
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์หลายคนมองไปยังร่างของเย่เทียนด้วยความประหลาดใจพวกเขาไม่เข้าใจว่าจิตสำนึกของเย่เทียนกำลังเจอกับอะไรในมิติศิลานภาคราม เหตุใดเขาถึงได้แสดงออกอย่างทุกข์ทรมานเช่นนี้!
สิบนาทีต่อมา สีหน้าของเย่เทียนก็กลับมาเป็นปกติ
ตอนนี้กระบวนการหลอมรวมพรสวรรค์สิ้นสุดลงแล้ว!
“ตรวจสอบ!”
เย่เทียนมองพรสวรรค์ของเขาตอนนี้พรสวรรค์ด้านดาบของเขายกระดับขึ้นแล้ว
[พรสวรรค์ด้านดาบ: ระดับจันทรา]
“ฟู่วววว”
เย่เทียนถอนหายใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถเสียเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียว
ดังนั้นเขาจึงรีบเปิดพรสวรรค์ด้านเวลาและพรสวรรค์ความเข้าใจระดับสูงสุดและเริ่มทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบต่อทันที
พรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราทำให้เย่เทียนบรรลุขอบเขตเต๋าแห่งดาบได้ง่ายกว่าเดิมมากความเร็วในการบรรลุรวดเร็วยิ่งกว่าเต๋าแห่งกรงเล็บเสียอีก
“ไม่พอ ด้วยความเร็วเช่นนี้เวลาของเราไม่พอแน่!”
เย่เทียนประเมินและพึมพำกับตัวเอง
ดังนั้น
สติของเขาก็กลับร่างชั่วคราวจากนั้นเขาก็หยิบเอาสมุนไพรวิญญาณและสมบัติบางอย่างออกมากลืนมันลงไปทันที
สมบัติเหล่านี้เขาได้สะสมพวกมันไว้มานานแล้วและไม่คิดที่จะใช้มันหากไม่จำเป็นจริงๆ
เขาเพียงคิดว่าในอนาคตเขาจะขายสมบัติเหล่านี้ออกไปแต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้มัน
ด้วยความช่วยเหลือของสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากความเข้าใจของเย่เทียนจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก บวกกับพรสวรรค์ความเข้าใจที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจของเขาขึ้นอีก20 เท่า ผลลัพธ์จึงดีขึ้นกว่าเดิมมาก
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์หลายคนต่างเห็นว่าเย่เทียนกลืนโอสถวิเศษและสมุนไพรล้ำค่าไปมากมายบางส่วนก็เป็นสมุนไพรวิญญาณที่ล้ำค่าจนพวกเขาได้แต่ใฝ่ฝันถึง
โอสถวิเศษมากมายขนาดนี้ มูลค่าของมันมากกว่าทักษะดาบระดับทองหลายเท่ารวมๆ กันแล้วยังเทียบได้กับทักษะดาบระดับตำนานหลายทักษะเลยด้วยซ้ำ
“เจ้าหมอนี่!”
มีคนสบถออกมา
แต่มันก็ช่วยไม่ได้ นี่เป็นสมบัติของเย่เทียนและพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวได้
วันเวลาค่อยๆ ผ่านไป ผู้ฝึกยุทธ์หลายคนก็จากไปเพื่อไปเสาะหาสมบัติในสถานที่อื่นแต่ก็ยังมีบางคนที่ยังอยู่ในที่แห่งนี้
ทันใดนั้น
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ออกมาจากวิหารนภาครามโดยมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
“นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์คุณออกมาแล้ว!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศิษย์คนหนึ่งเดินเข้าไปหานักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์และได้บอกเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสถานการณ์ของเย่เทียน
“อะไรนะ?มีแสงสีทองและสีม่วงปรากฏขึ้นบนร่างของชายคนนั้น?”
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ตกใจมาก
ถึงแม้ว่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่ตัวเขานั้นจะไม่รู้ได้อย่างไร?
หลังจากผ่านด่านที่สามแล้วจะสามารถทดสอบด่านต่อไปได้และด่านถัดไปนั้นก็เป็นการฝึกฝนทักษะระดับทอง เขารู้ถึงเรื่องนี้ดี
และรู้ดีว่าตัวเขานั้นไม่สามารถทำได้ภายในเวลาที่กำหนดเขาจึงได้เลือกที่จะยอมแพ้ไม่เข้าทดสอบในด่านต่อไป
แต่ดูจากสถานการณ์ของเย่เทียนแล้วเย่เทียนคงจะสามารถผ่านด่านที่ 4 ได้สำเร็จ และไม่แน่ว่าเขาอาจจะผ่านด่านที่ 5 แล้วในตอนนี้
“ชายคนนี้คงจะผ่านด่านทดสอบที่ต้องฝึกฝนทักษะดาบระดับตำนานแต่ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านี้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร???”
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ไม่อยากจะเชื่อ
แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
หากเย่เทียนเข้าใจทักษะดาบระดับตำนานถึงขั้นต้นและสามารถผ่านด่านที่5 ไปได้ นั่นไม่หมายความว่าเย่เทียนกำลังเรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพอยู่หรอกหรือ?
“ทักษะดาบระดับเทพ!เคยมีจักรพรรดิบางคนของวิหารเทพสงครามคาดเดาว่าศิลาจารึกดาบนภาครามนี้อาจจะมีทักษะดาบระดับเทพซ่อนอยู่แต่ใครจะกล้ารับประกันเรื่องนี้? แต่ถ้ามีจริงๆ ละ? คนผู้นี้อาจจะได้ศึกษาทักษะดาบระดับเทพแล้วก็ได้”
ลมหายใจของนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ถี่ขึ้น
ถึงแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราเขาก็ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพได้ แต่ถึงอย่างนั้นคุณค่าของทักษะดาบระดับเทพนั้นก็ไม่อาจจินตนาการได้!
เขาเชื่อว่าวิหารเทพสงครามจะต้องสนใจทักษะดาบระดับเทพนี้อย่างแน่นอนและพวกเขาคงจะยินดีที่จะแลกเปลี่ยนมันด้วยราคาที่มหาศาล
“ฮึ่ม คนผู้นี้ต้องรู้ถึงการมีอยู่ของทักษะดาบระดับเทพแน่ดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงการทดสอบ แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าแกทำได้อย่างไร แต่ไม่มีทางที่แกจะผ่านด่านทดสอบได้โดยพึ่งพาแค่ความเข้าใจของแกเองแม้แต่ผู้มีพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราก็ไม่สามารถผ่านด่านทดสอบติดต่อกันได้ในระยะเวลาอันสั้นมันจะต้องใช้กลโกงบางอย่างแน่ๆ!” นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์แอบคาดเดา
“เราต้องออกจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยแจ้งเรื่องนี้ต่อเหล่าจักรพรรดิแห่งวิหารเทพสงคราม คนผู้นี้ไม่สามารถปล่อยไปได้อย่างเด็ดขาด!”
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์จากไปเขาไม่แม้แต่หันมองหรือไปตรวจสอบสถานที่แห่งอื่น
อีกอย่างการมายังโบราณสถานของนิกายดาบนภาครามในครั้งนี้เขาก็ได้รับกำไรมาพอสมควรแล้ว
ดังนั้นทักษะดาบระดับเทพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดตอนนี้เขาต้องรายงานเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อให้คนของวิหารเทพสงครามเร่งรีบมาจับกุมเย่เทียนโดยเร็วที่สุด!
วู๊ซ!
นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ออกจากโบราณสถานอย่างเงียบๆ