บทที่ 26 หญิงสาวคนนี้ช่างเป็แม่ศรีเรือน
จางจิงจิงทำเป็มองไม่เห็นพฤติกรรมอันไร้แก่นสารของฮั่วฟางฟาง ครอบครัวของอีกฝ่ายสามารถสั่งสอนได้ แต่เธอในฐานะพี่สะใภ้ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะยังไงตนก็เป็คนนอก
ถ้าเธอเข้าไปยุ่ง แม้พ่อแม่ของฮั่วฟางฟางจะไม่พูดอะไรต่อหน้า แต่ในใจคงจะต้องตำหนิเธออย่างแน่นอน
ดังนั้นเธอจึงตั้งหน้าตั้งตากินข้าว ไม่สนใจเื่อะไรทั้งนั้น
กว่าแม่ลูกคู่นั้นจะเถียงกันเสร็จ จางจิงจิงก็หวีผมให้ฮั่วเสี่ยวเยว่เสร็จแล้ว
วันนี้จางจิงจิงใช้กรรไกรตัดผมหน้าม้าให้เด็กหญิง และถักเปียสองข้าง บอกเลยว่าน่ารักมาก
หญิงสาวเอามือบีบแก้มฮั่วเสี่ยวเยว่อย่างอดใจไม่ไหว อยากจะหอมสักฟอด
วันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์ หวู่เพ่ยหลานและสามีไม่ต้องไปทำงาน เลยนอนพักอยู่ที่บ้าน ส่วนฮั่วฟางฟางหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อน แถมยังขอเงินพ่อแม่ไปอีกด้วย
หวู่เพ่ยหลานเป็คนล้างจาน
หลังจากจางจิงจิงช่วยเด็กๆ ทั้งสามคนล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ไปบอกหวู่เพ่ยหลานว่าจะไปที่ห้องเพื่อใช้จักรเย็บผ้า
แน่นอนว่าหวู่เพ่ยหลานไม่ขัดข้อง เมื่อวานเธอเห็นเสื้อผ้าที่เ้าสามใส่แล้ว งานตัดเย็บดีมาก ร้านตัดเย็บทำแบบนี้ไม่ได้แน่ ๆ
วันนี้ขณะที่จางจิงจิงทำเสื้อผ้า หวู่เพ่ยหลานอดไม่ได้ที่จะชะโงกเข้าไปดูสองสามครั้ง จางจิงจิงวาดลงบนผ้าอย่างระมัดระวัง และยังใช้สายวัดวัดขนาดเป็ครั้งคราว
หลังจากตัดผ้า เธอก็กดจักรเย็บผ้าแล้วเริ่มเย็บ หวู่เพ่ยหลานมองดูอย่างอ้าปากค้าง นี่ไม่ใช่สาวชาวบ้านธรรมดา นี่มันกล่องสมบัติชัด ๆ!
เธอไม่อยากสนใจจางจิงจิงมากนัก แต่ก็อดไม่ได้จริง ๆ
"เธอเย็บผ้าเป็ด้วยเหรอ?"
จางจิงจิงชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะที่กดจักรเย็บผ้า เธอพูดว่า "หมู่บ้านของพวกเรายากจนน่ะค่ะ ทำอะไรก็ต้องทำเอง ตอนที่ไม่มีอะไรทำ หนูก็ดูคนอื่นเขาเย็บผ้าเลยได้วิชามาบ้าง คิดว่าเสื้อผ้าฤดูร้อนก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร จะได้ประหยัดเงินหน่อย ไม่งั้นจ้างช่างตัดเสื้อก็ต้องเสียเงินไม่น้อย"
เื่ที่ฮั่วฉางชิงให้จางจิงจิงดูแลเงิน หวู่เพ่ยหลานรู้เื่นี้แล้ว ตอนแรกเธอไม่เห็นด้วย คิดว่าเอาเงินให้คนแบบจางจิงจิงดูแล นี่มันไม่ใช่เื่ตลกเหรอ? พอใช้หมดแล้วจะพูดอะไรได้
แต่ตอนนี้เห็นจางจิงจิงทั้งขยันขันแข็งและประหยัดมัธยัสถ์ เธอจึงกังวลน้อยลง
"สิ่งที่เธอพูดก็มีเหตุผล"
หลังจากนั้น จางจิงจิงก็เย็บผ้าไปคุยกับแม่สามีไปพลาง บรรยากาศเป็ไปอย่างกลมกลืน
หวู่เพ่ยหลานไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถนั่งคุยกับลูกสะใภ้อย่างใจเย็นได้ เธอเองก็ประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของจางจิงจิงไม่น้อยเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาพวกเธอคงดูถูกหล่อนเกินไป จางจิงจิงตอนนั้นอาละวาดในงานแต่งงาน บางทีเธออาจจะไม่ชอบที่ฮั่วฉางชิงมีลูกติดสามคน พูดอย่างยุติธรรม ในชนบท การจะเลี้ยงดูลูกให้เป็แบบนี้ได้ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ดูออกเลยว่าพ่อแม่ของจางจิงจิงที่อยู่ชนบทรักเธอมากแค่ไหน
ไม่นาน จางจิงจิงก็ทำเสื้อผ้าของฮั่วหยุนฉีหรือเ้ารองเสร็จ เธอเรียกเขาเข้ามาลอง
เ้ารองรออยู่ก่อนแล้ว พอได้ยินดังนั้นก็ดีใจรีบวิ่งเข้ามา
ในบรรดาเด็กทั้งสามคน คนที่ทำให้จางจิงจิงปวดหัวมากที่สุดก็คือเ้ารองนี่แหละ ฉลาดแกมโกง แถมยังดูเหมือนจะมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากที่สุด
เสื้อผ้าของเ้ารองก็เหมือนกับของเ้าสาม ถ้าไม่ติดว่าเขาตัวสูงกว่า คงเหมือนฝาแฝดกันไม่มีผิด
พี่สาวคนโตเห็นน้องชายทั้งสองคนใส่เสื้อผ้าสวยๆ ก็รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย แต่ก่อนตอนอยู่ที่บ้าน เธอเป็คนที่ไม่ค่อยได้รับความสำคัญที่สุด ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว แม่เลี้ยงดีกับเธอ เพราะงั้นเธอควรจะพอใจ เพราะน้องชายทั้งสองคนอายุน้อยกว่าตน
ในขณะที่เด็กหญิงกำลังรู้สึกน้อยใจอยู่นั้น จางจิงจิงก็หยิบผ้าสีชมพูผืนหนึ่งออกมา แล้วเริ่มวาดเส้นลงไป
ครั้งนี้ เธอใช้เวลาวาดนานกว่าเดิม ฮั่วเสี่ยวเยว่รู้สึกอยากรู้อยากเห็น จึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าจางจิงจิงวาดดอกไม้เล็กๆ ไว้บนผ้ามากมาย ดูสวยมากๆ
จางจิงจิงเงยหน้ามองเด็กน้อย ยิ้มหวานพลางหรี่ตา
"ชอบไหมจ๊ะ? อันนี้ป้าทำให้หนูเลยนะ ป้าเย็บดอกไม้เล็กๆ ให้ด้วย"
แทบจะในทันที สีหน้าของฮั่วเสี่วเยว่ก็แปรเปลี่ยนเป็ดีใจสุดขีด
"ชอบค่ะ ชอบมากๆ ขอบคุณคุณป้าจิงจิงค่ะ!"
เห็นสีหน้าดีใจของเ้าตัวเล็ก จางจิงจิงก็รู้สึกว่าความเหนื่อยยากของเธอนั้นคุ้มค่าแล้ว
พอถึงตอนเที่ยง จางจิงจิงก็ทำชุดของฮั่วเสี่ยวเยว่เสร็จ
ชุดกระโปรงสีชมพู เย็บประดับดอกไม้เล็กๆ ดูสวยจับใจ
ฮั่วเสี่ยวเยว่สวมใส่มันด้วยความหลงใหล นี่เป็ชุดที่สวยที่สุดเท่าที่เธอเคยใส่มาเลย
เห็นเด็กๆ ทั้งสามคนดีใจ จางจิงจิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
แต่เหมือนจะนั่งนานไปหน่อย ปวดหลังปวดเอวไปหมด
เสี่ยวหล่าวต้า เห็น จางจิงจิง ทุบหลังตัวเอง รีบวิ่งเข้ามาทันที
"คุณป้าคะ ให้หนูทุบหลังให้นะคะ"
พูดจบฮั่วเสี่ยวเยว่ก็เอามือเล็กๆ ตีๆ ทุบๆ ไปที่หลังของเธอ แถมยังคอยถามอยู่เรื่อยๆ ว่ามีตรงไหนรู้สึกไม่สบายไหม
ถึงแม้เด็กน้อยจะอายุแค่หกขวบ แต่แรงตีของเธอก็ไม่เบาเลย ทำเอาจางจิงจิงรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก
เด็กๆ ที่เหลืออีกสองคนเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาช่วยกันบีบนวดแขนนวดไหล่ให้ จางจิงจิงถูกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง รู้สึกอบอุ่นหัวใจเหมือนเป็คุณแม่ยังไงอย่างนั้น
"พอแล้วๆ ฉันต้องไปทำกับข้าวแล้ว"
หวู่เพ่ยหลานเห็นเธอทำนู่นทำนี่มาทั้งเช้าก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา อยากจะอาสาทำเอง แต่พอนึกถึงฝีมือทำกับข้าวของตัวเอง เลยได้แต่ปิดปากเงียบ
มื้อเที่ยงทานข้าวสวย จางจิงจิงทอดหมูแดดเดียว และแน่นอนว่าพอถึงเวลาอาหารฮั่วฟางฟางก็กลับมาอย่างรู้หน้าที่
ระหว่างกินข้าว เธอกินไปตั้งสองชาม แถมยังกินหมูแดดเดียวไปเยอะเลย
"บ่ายนี้ไม่ต้องออกไปไหนนะ อยู่บ้านทำการบ้าน ดูผลการเรียนของแกสิ ใกล้จะสอบแล้ว อย่าได้สอบได้ที่โหล่เชียว ไม่งั้นโดนลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของแกหัวเราะเยาะแน่"
หวู่เพ่ยหลานพูดถึงลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงของฮั่วฟางฟาง เธอเป็ลูกสาวของพี่ชายฮั่วฉางชิง เรียนอยู่ชั้นปีเดียวกับฮั่วฟางฟาง แถมยังเป็โรงเรียนเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ผลการเรียนของหล่อนดีกว่าฮั่วฟางฟางมาก
แม้จะเป็ญาติกัน แต่ทั้งสองบ้านก็ไม่ค่อยลงรอยกัน ต่างฝ่ายต่างก็เปรียบเทียบกันแบบลับๆ ทุกครั้งที่เจอหน้า เื่ที่ฮั่วฟางฟางเรียนไม่เก่งก็จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดให้พวกเขารู้สึกเสียหน้า
พอพูดถึงลูกพี่ลูกน้องคนนี้ ฮั่วฟางฟางก็ขมวดคิ้ว เธออ้าปากเหมือนจะเถียง แต่ก็กลืนคำพูดลงไป
หลังจากกินข้าวเสร็จ หวู่เพ่ยหลานไม่ได้ให้จางจิงจิงล้างจาน แต่ให้ฮั่วฟางฟางไปล้าง
แน่นอนว่าฮั่วฟางฟางไม่ยอมไป
หวู่เพ่ยหลานก็ไม่ได้สุภาพ "เมื่อกี้กินเนื้อแกก็กินเยอะสุด ตอนนี้ให้ล้างจานแค่หน่อยเดียวก็ไม่ยอม ถ้าแกไม่ล้าง ต่อไปก็ไม่ต้องมาขอเงินฉันกับพ่อแกอีก"
พอได้ยินว่าจะถูกตัดเงิน ฮั่วฟางฟางก็เหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ฟีบลงไปทันที แล้วเดินคอตกเข้าครัวไป
จางจิงจิงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
จริงๆ แล้วเธออยากจะใช้เวลาตอนกลางวันเย็บเสื้อผ้าให้ตัวเองสักชุด แต่พ่อแม่สามีอยากจะพักผ่อนตอนกลางวัน เธอจึงเลื่อนเวลาออกไป
ตอนบ่าย ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ หญิงสาวเลยไปที่ทำการไปรษณีย์ ใช้เงินส่งโทรเลขกลับบ้าน ครั้งนี้โทรเลขคิดค่าบริการเป็คำ เธอไม่อยากใช้เงินเยอะ เลยไม่กล้าส่งเยอะ
เธอบอกแค่ว่าตอนนี้แต่งงานแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี บอกให้ที่บ้านสบายใจ รอโอกาสเหมาะๆ แล้วจะกลับไปเยี่ยม
ตอนส่งโทรเลข จางจิงจิงรู้สึกกังวลเล็กน้อย เื่ที่เ้าของร่างเดิมแต่งงานไม่ได้บอกพ่อแม่ เพราะตอนนั้นกลัวพวกท่านจะขึ้นมาทำให้เธอขายหน้า
ไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่บ้านเกิดได้รับโทรเลขฉบับนี้แล้วจะเป็ยังไงบ้าง