"ไอ้พีชกูบอกให้มึงทำอะไรหะ! แล้วนี่มึงมานั่งทำอะไรอยู่ ที่กูสั่งมึงทำเสร็จรึยัง"เสียงตะคอกภายในห้องเช่าขนาดเล็ก ดังขึ้นทุกวันเป็ประจำจนคนละแวกใกล้เคียงส่ายหัวเอือมระอา จะสงสารก็แต่เด็กในบ้านหากแต่ยื่นมือช่วยอะไรได้ไม่มากเนื่องจากว่าเป็คนนอก
"พีชล้างจานกับซักผ้าเสร็จแล้วฮะแม่ กะก็เลยมานั่งดูการ์ตูนคับ"ร่างน้อยน่ารักนุ่มนิ่มของเด็กชายวัยห้าขวบนั่งอยู่หน้าจอทีวีเล็กๆ ที่กำลังฉายการ์ตูนแมวไล่จับหนูที่ตนชื่นชอบ หลังจากทำงานบ้านที่ต้องทำเป็ประจำเสร็จแล้วเด็กชายจึงได้มีเวลาว่างอย่างที่เด็กคนหนึ่งควรจะเป็
คุณแม่วัยเพียงยี่สิบห้าปีตวัดสายตามองเด็กที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดมาอย่างรำคาญ เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจขาเรียวจึงเดินผ่านหน้าลูกชายตัวน้อยไปคว้าเอาเบียร์ที่ยังพอเหลืออยู่มาดื่มไม่สนใจเด็กที่นั่งตาแป๋วอยู่ตรงหน้า
พีชเห็นแม่เดินไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจหันกลับมาดูการ์ตูนต่อเงียบๆ หยิบรีโมตลดเสียงลงจะได้ไม่รบกวนแม่ พีชไม่อยากให้แม่ดื่มเหล้าดื่มเบียร์สูบบุหรี่อีกคุณครูบอกว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพพีชกลัวแม่ไม่สบาย
"คืนนี้มึงนอนคนเดียวไปนะ กูจะออกไปข้างนอกล็อกบ้านดีๆ "แม่พูดสั่งไว้แค่นั้นเด็กชายตัวน้อยจึงทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับมองแม่ไปแต่งตัวแล้วเดินจากไปพลางมองตามแผ่นหลังของแม่ด้วยความเป็ห่วง แม่ไปแล้วพีชจึงลุกขึ้นเดินไปปิดประตูบ้านตามที่แม่บอกประจวบกับท้องน้อยๆ ร้องประท้วงมาั้แ่เมื่อตอนเย็นบ่งบอกว่าหิวมากแค่ไหน
ร่างอ้วนป้อมผละออกจากหน้าประตูหันหลังเดินเข้าไปในครัว ตู้ไม้เก่าๆ ถูกเปิดออกพบกับความว่างเปล่ามีเพียงซอสขวดสีเหลืองเท่านั้นที่วางอยู่ เด็กชายตัวน้อยเม้มปากหยิบสิ่งนั้นออกมาพร้อมกับคดข้าวก้นหม้อที่เหลืออยู่ตักใส่จาน ข้าวเย็นๆ กับขวดซอสช่วยประทังความหิวให้เด็กชายอยู่ต่อไปได้อีกวัน
.
.
.
.
.
.
.
"ไงพรีม วันนี้กินอะไรดีละ"เสียงเ้าของร้านเหล้าอยู่ไม่ไกลจากตัวห้องเช่าของพรีมเท่าไหร่นักเอ่ยทักลูกค้าประจำที่มักจะมาดึกอย่าง่เวลานี้บ่อยๆ ด้วยความเคยชิน
"แบบเดิมเร็วๆ นะเสี้ยน"ร่างบางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ หน้าร้านก่อนจะเอ่ยตอบถึงสิ่งที่้า พรีมพ่นลมหายใจกับความเหนื่อยที่เจอในวันนี้ ทำงานจนหลังแทบขาดกว่าจะได้เงินเล่นเอาหมดแรงไปเยอะเหมือนกันไม่ทำก็ไม่ได้อีกเดี๋ยวไอ้เด็กที่รออยู่ห้องมันจะไม่มีข้าวกิน ตัวเขาน่ะไม่เท่าไหร่แต่กลัวมันจะตายมากกว่าถึงเหนื่อยก็ต้องทำต่อไป
พรีมนั่งคิดอะไรเซ็งๆ ไปเรื่อยเปื่อยเจ๊เ้าของร้านก็เดินยกเหล้าหนึ่งขวดมาวางไว้ให้พร้อมถังน้ำแข็ง เขาพยักหน้าตอบรับไปนิดหน่อยก่อนจะคีบน้ำแข็งใส่แก้วพร้อมรินน้ำสีอำพันลงไป กลิ่นของแอลกอฮอล์และรสชาติฝืดเฝื่อนที่ไหลลงคอทำให้พรีมรู้สึกดีขึ้นมาในฉับพลัน เขารินมันดื่มไปเรื่อยๆ พลางนั่งปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศความวุ่นวายยามค่ำคืน
พอเหล้าเข้าปากความคิดฟุ้งซ่านก็เริ่มทำงานทำงาน พรีมมองแก้วเหล้าในมือตรงหน้าหัวก็คิดไม่ตกกับชีวิตของตัวเอง อาชีพเด็กล้างจานหลังร้านอาหารที่ทำอยู่จะพาชีวิตเขาไปได้แค่ไหนประจวบกับรายได้ก็วันต่อวันตามค่าแรงทั่วไป แน่นอนว่ามันไม่พอแค่ค่าห้องก็ปากกัดตีนถีบจนสายตัวแทบขาดแต่ให้ทำไงก็มีปัญญาทำได้แค่นี้แถมร่างกายบ้าๆ ของตัวเองก็ทำงานหนักไม่ค่อยได้อย่างที่ควรจะเป็
พรีมเป็เด็กผู้ชายเพศพิเศษที่สามารถตั้งครรภ์ได้แถมตอนเกิดมาก็กำพร้าพ่อแม่ ั้แ่จำความได้ก็โตมาในสถานสงเคราะห์ของรัฐ จนอายุสิบแปดก็หาเื่อยากออกมาอยู่ข้างนอกวิ่งวุ่นทำเอกสารขอออกจากสถานสงเคราะห์เพราะคิดว่าตัวเองเก่งนักหนา พอออกมาก็ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองก็ยังดีหน่อยที่เขาพอจะได้รับการศึกษาทำให้อ่านออกเขียนได้แต่ก็จบแค่ไฮสคูลเท่านั้น สาเหตุที่เรียนจบก็เพราะรัฐบาลดูแลเด็กแบบพวกเราให้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่กำหนดไว้ถึงจะสามารถขอออกจากบ้านรับเลี้ยงได้
ทว่าจริงๆ ทางรัฐจัดทุนให้เด็กเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้แต่เขาเป็คนหัวช้าและด้วยนิสัยส่วนตัวเขาไม่ชอบเรียน พรีมอยากออกมาจากที่นั่นขนาดที่ว่าทางบ้านจะจัดหางานให้เพื่อติดตามดูแลเด็กแต่เขาก็รั้นที่จะไม่เอาเอง พอออกมาถึงได้รู้ว่าโลกข้างนอกมันโหดร้ายแค่ไหนส่วนตัวเองก็ทำอะไรไม่เป็ ในมือมีเพียงแค่วุฒิไฮสคูลอันน้อยนิดเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วแบบนี้ กระดาษแผ่นเล็กที่พรีมมีอยู่มันไม่เพียงพอที่จะได้งานดีๆ ทำ
เขาพาตัวเองหางานมาเรื่อยๆ จนมาเจอสถานบันเทิงแห่งหนึ่งจึงตัดสินใจไปสมัคร ประจวบกับที่นั่นสงสารจึงรับให้เป็เด็กล้างจานหลังร้านพร้อมให้ที่ซุกหัวนอนกับข้าวฟรีสามมื้อ ถือว่าเป็โชคดีในตอนนั้นแต่ก็ไม่วายต้องไปขอเอกสารจากผู้จัดการร้าน ให้ช่วยทำเื่ส่งไปที่สถานสงเคราะห์ว่าเขาได้งานทำแล้วทางบ้านจะได้ทำเื่ชี้แจงส่งทางรัฐได้ยุ่งยากเสียจริง
ส่วนชีวิตการทำงานเขาก็เหมือนได้เปิดโลกใหม่ได้เจอคนมากมายหลายรูปแบบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มายุ่งเกี่ยว สถานที่แห่งนี้เป็ของพวกชนชั้นอีลีทที่แท้จริง พรีมได้แต่ก้มมองสภาพของตัวเองที่แต่งตัวมอซอนั่งล้างจานอยู่หลังร้านแต่กับคนพวกนั้นใช้ชีวิตต่างกับคนแบบเขาราวกับอยู่คนละโลก ชีวิตของพวกคนรวยบางกลุ่มที่พรีมได้เห็นคือการมานั่งดื่มชิวๆ และกลับไป มันทำให้เขาอยากลองสิ่งที่คนพวกนั้นทำบ้าง
เหล้าที่เหลือหลังร้านเป็เป้าหมายที่พรีมสนใจและมันไม่ยากที่เขาจะเขาแอบดื่มทว่าพอมีครั้งแรกครั้งต่อไปก็ตามมา น้ำสีอำพันพวกนี้ทำให้เขาหายเหนื่อยจากการทำงานและในที่สุดพรีมก็หลงมัวเมาไปกับรสชาติของแอลกอฮอล์จนไม่สามารถหยุดมันได้ ชีวิตของเด็กวัยสิบแปดวนเวียนในสถานบันเทิงแห่งนั้นจนถึงอายุยี่สิบจุดเปลี่ยนที่แท้จริงในชีวิตของพรีมก็เริ่มขึ้นนับจากนั้น
วันครบรอบอายุยี่สิบปีของพรีมของขวัญแสนพิเศษที่เขาได้รับคือการได้เจอกับหุ้นส่วนร้านคนสำคัญที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักดึงดูดพรีมั้แ่ครั้งแรกที่ได้เห็นจนภายหลังเขาก็ได้ทราบชื่อคนคนนั้น คิลล์ คอร์นนาส ชื่อนั้นถูกพรีมตราตรึงเอาไว้จนลึกสุดใจพร้อมกับความรู้สึกทะเยอทะยานเกินกว่าจะควบคุมเริ่มก่อตัว
เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีพกเอาความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยมเพื่อเข้าใกล้ชายที่สนใจและด้วยความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ความ้าของพรีมก็เป็จริง เขาได้นอนกับคนที่ตกหลุมรักสมใจปรารถนาถึงแม้ครั้งแรกมันจะยากเย็นเพราะร่างสูงไม่เคยนึกสนใจเขาแม้แต่น้อย ทว่าด้วยอารมณ์แห่งความ้าที่ไม่อาจควบคุมได้พรีมจึงเอาชนะมันได้ไม่ยาก
ฐานะเด็กเลี้ยงของพรีมจึงเริ่มต้นขึ้นนับจากนั้นและด้วยความที่เขาหลงระเริงไปกับฐานะใหม่ที่ได้รับบวกกับสิ่งที่เคยถูกกระทำในวันวานทำให้เขามักจะทำตัวอยู่เหนือพนักงานในร้านเสมอ คุณคิลล์ดูแลเขาดีมากถึงแม้ในเวลาปกติจะเมินเฉยเขาก็ตามแต่ยามอยู่บนเตียงก็ทำให้เขามีความสุขแถมชีวิตเขาก็ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน พรีมจึงไม่ได้สนใจในเื่อื่น
ทว่าความสบายที่ได้ก็เหมือนจะผ่านไปเร็วจนไม่ทันได้ทำใจเมื่อคุณคิลล์พาแฟนตัวจริงมาที่ร้าน ส่วนตัวเขาที่ตอนนั้นกลัวว่าทุกอย่างที่ได้รับจะหายไปจึงสร้างเื่ขึ้นจนทำให้ถูกไล่ออกมาอย่างน่าสมเพช ถามว่าทำอะไรน่ะเหรอเขาก็เอาน้ำไปสาดหน้าแฟนคุณคิลล์คนนั้นน่ะสิแล้วคงไม่ต้องบอกหรอกใช่มั้ยว่าเป็ใครที่ถูกเขี่ยทิ้ง
ก่อนจะถูกไล่ออกมาคุณคิลล์ก็เขียนเช็คให้สามแสนเป็สิ่งสุดท้าย ทำให้พรีมฉุกคิดว่าคนรวยนี่เขาไม่คิดเยอะกันจริงสินะเื่เงิน โดนไล่ออกมาพร้อมเงินหนึ่งก้อนชีวิตก็กลับมาสะเปะสะปะเหมือนเมื่อก่อนจับต้นชนปลายไม่ถูกจนเงินเหลือน้อยลงทุกวันและแล้วอาการแปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้น
คลินิกแถวห้องเช่าในสลัมเป็ที่ที่พรีมเลือกไปตรวจอาการบ้าๆ ที่เป็อยู่พร้อมกับร่างโทรมๆ ของตัวเอง ผลที่ออกมาคือเขาตั้งครรภ์ได้สองเดือนและพ่อของเด็กคงเป็ใครไม่ได้นอกจากคุณคิลล์ พรีมพาตัวเองออกจากคลินิกพร้อมผลตรวจในมือและที่ที่เขาจะไปคือสถานบันเทิงที่ทำงานเก่าของเขา
พรีมไปดักรอคุณคิลล์ระหว่างทางไม่ได้เข้าไปที่ร้านเพราะถ้าไปที่นั่นเขาก็โดนไล่อยู่ดีเลยเลือกมาโดดตัดหน้ารถคันหรูที่คุ้นเคย ร่างสูงบนรถหัวเสียพอสมควรแต่ก็ยอมลงมาเผชิญหน้า พรีมบอกในสิ่งที่อยากบอกตอนนั้นไปว่าเขาท้องแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการออกปากไล่ให้ไปไกลๆ สุดท้ายก็จบแบบเดิมเหมือนแต่ก่อนที่เขาพยายามกลับไป จำนวนเงินเจ็ดหลักที่เขาเรียกร้องออกไปถูกมอบให้อย่างง่ายดายพรีมจึงจำยอมเดินออกมาเมื่อได้สิ่งที่้า
"โง่จริง"พรีมพึมพำยกยิ้มสมเพชให้ตัวเองก่อนจะยกเหล้าเข้าปากพลางคิดถึงสิ่งต่อไปที่เขาทำหลังจากนั้น
เขาเก็บเด็กในท้องเอาไว้พร้อมกับฝืนตัวเองจนหวิดจะตายหลายครั้งเพราะไม่ได้ดื่มเหล้า ที่ยอมอดเพราะกลัวตายคู่ต่างหากอย่าคิดว่าเขาจะนึกห่วงไอ้ตัวในท้องนี่เชียวล่ะ พรีมใช้เงินที่ได้มาจุนเจือตัวเองไปกับการฝากครรภ์และไว้กินไว้ใช้จนเข้าสู่เดือนที่สี่เงินก็เริ่มหมด
เมื่อทุกอย่างจนตรอกเขาก็แบกหน้านั่งวินตามรถคุณคิลล์ไปจนถึงบ้านใหญ่และไม่รู้มันเป็วันซวยหรืออะไรก็ตามแต่ที่บ้านนั้นมีงานใหญ่เขาจึงถามเอาจากยามหน้าบ้านจนได้ความว่าคนด้านในกำลังคุยเื่หมั้นของคุณคิลล์ ความอิจฉาจนขาดสติก็ทำให้พรีมตบะแตกถึงขั้นกู่ร้องโวยวายพ่นคำหยาบสารพัดว่าร่างสูงทำเขาท้องแล้วไม่รับผิดชอบจนผู้คนแตกตื่น ทว่าครั้งนี้คนที่ออกมาเคลียร์ไม่ใช่คุณคิลล์แต่เป็ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมา เขาจึงได้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็แม่ของคุณคิลล์
เธอถามเขาเสียงเรียบพร้อมกับบอกว่า้าอะไรด้วยความที่จุดมุ่งหมายเดียวที่พรีมมาที่นี่คือเื่เงิน ยิ่งเธอถามว่าอยากได้เท่าไหร่เื่ที่เคยโวยวายก่อนหน้าก็ไม่อยู่ในความสนใจของเขาอีกต่อไป ตัวเลขเจ็ดหลักที่พรีมขอไปไม่ได้ทำให้เธอะเือะไร เช็คหนึ่งใบถูกโยนออกมาพร้อมกับน้ำเสียงเจือความข่มขู่เล็กน้อยสั่งให้เขาหายไปจากลูกชายตัวเอง พรีมจึงตกปากรับคำไปเมื่อสบกับแววตาดุดันของเธอ
จากนั้นเขาก็อุ้มท้องเด็กนั่นมาตลอดจนมันคลอดออกมา เขาก็ดูแลบ้างไม่ดูแลบ้างมันก็โตมาได้จนตอนนี้ ตัวเขาเองไม่เคยรู้หรอกว่าไอ้ความอบอุ่นและการเลี้ยงเด็กที่ดีมันเป็ยังไงเพราะเขาไม่เคยได้รับ ส่วนไอ้คุณคิลล์นั่นไม่ได้สนใจอะไรแล้วผ่านไปห้าหกปีมันคงลืมไปแล้วมั้งว่ามีเด็กนี่เกิดมาก็มันไม่ยอมรับเองนี่จะให้เขาไปทำอะไรได้
พรีมถอนหายใจเหลือบมองนาฬิกาบนผนังเกือบตีสามที่เผลอนั่งรำลึกความหลังไปนานจนเหล้าหมดขวด ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปนอนเพื่อตื่นมาทำงานในวันพรุ่งนี้ เดินไปจ่ายเงินให้เจ๊ก่อนจะออกมาจากร้านรู้สึกมึนๆ นิดหน่อยจนต้องกุมขมับ จังหวะที่เดินข้ามถนนแสงไฟที่สาดใส่หน้ากับเสียงแตรรถที่ดังสนั่นหวั่นไหวนั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนชีวิตของพรีมจะจบลงในวัยยี่สิบห้าปี
.
.
.
.
.
TBC.
#ปรินซ์ลูกติด
@NATTA493