หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนายหญิงฟางนั่งลงบนตั่งไม้แกะสลักอย่างสง่างามฟางจื้อซ่านและเจียงหลิงเยว่ยกน้ำชาให้นายหญิงฟางตามธรรมเนียมแม่นมโจวทยอยส่งของขวัญรับไหว้ให้นายหญิง นางมอบของขวัญให้เจียงหลิงเยว่หลายกล่องผ้าต่วนลายเมฆ เครื่องประดับหยก เครื่องประดับทองคำและเงิน
นายหญิงฟางเอ่ยกับนางอย่างอ่อนโยน“หลิงเยว่...จากนี้ไปที่นี่คือบ้านของเ้า เ้าก็อยู่ที่นี่ให้มีความสุข เข้าใจหรือไม่”
นางส่งยิ้มแล้วเอื้อมมือจับไหล่เจียงหลิงเยว่เบาๆเจียงหลิงเยว่ยอบกายแสดงความเคารพ ตอบเสียงนุ่ม “เ้าค่ะ...ท่านแม่”
เมื่อเสร็จพิธียกน้ำชาแล้วทุกคนเริ่มพูดคุยกันอย่างผ่อนคลายฟางซูฮวาเดินเข้ามาจับมือเจียงหลิงเยว่ด้วยรอยยิ้ม นางรู้ดีว่าพี่สะใภ้ยังเก้อเขินจึงชวนคุยเพื่อให้นางคลายกังวล
“พี่สะใภ้...ท่านชอบซาลาเปาไส้เนื้อหรือไม่ แม่ครัวของเราทำอร่อยที่สุดเลยเ้าค่ะ”
เจียงหลิงเยว่ยิ้มออกมาเล็กน้อย“จริงหรือเ้าคะคุณหนูใหญ่...ข้าชอบซาลาเปาที่สุดเลยเ้าค่ะ”
ฟางซูฮวายิ้มและตอบอย่างเกรงใจ“พี่สะใภ้...ท่านเรียกข้าว่าน้องรองเหมือนท่านพี่เถิดเ้าค่ะ”
ฟางซูเจินเห็นพี่สาวพูดคุยกับเจียงหลิงเยว่อยากเข้ามาร่วมวงด้วย แต่ถูกเอินอี๋เหนียงหยิกแขนเบาๆ อย่างแเีฟางซูเจินยิ้มไม่ถึงดวงตา จับมืออี๋เหนียงมาวางไว้ที่มือตนเองแล้วลูบเบาๆเหมือนเป็การปลอบใจ ส่วนฟางซูเม่ยทำปากยื่นหน้าเง้างอน พอฟางซีห่าวเห็นก็ทำตามอย่างทันทีการกระทำของทุกคนอยู่ในสายตาของนายหญิงฟางและฟางจื้อซ่าน แม้จะไม่ได้เอ่ยอันใด
ณห้องรับประทานอาหาร โต๊ะอาหารใหญ่ทรงกลมถูกจัดวางอย่างประณีตอาหารหลากหลายชนิดเรียงรายอย่างงดงาม มีสาวใช้ยืนคอยปรนนิบัติอยู่สี่นางในตำแหน่งที่เหมาะสม นายหญิงฟางเรียกให้ทุกคนนั่งลง ร่วมรับประทานอาหารบรรยากาศเงียบสงบแต่เปี่ยมด้วยความหมาย
ฟางจื้อซ่านคีบชิ้นไก่ใส่ชามข้าวของนายหญิงฟางอย่างนอบน้อมต่างคนต่างรับประทานอาหารของตนเองอย่างสุภาพ เขาเห็นเจียงหลิงเยว่ยังดูเหนียมอายไม่กล้าคีบอาหารเอง จึงคีบชิ้นไก่ให้นางด้วยความเอาใจใส่ฟางซูเม่ยน้องเล็กที่ทุกคนมักเอาใจ เห็นท่านพี่ไม่คีบอาหารให้นาง นางทำปากยื่นแก้มป่องกว่าเดิม
ฟางซูฮวาเห็นดังนั้นจึงรีบคีบชิ้นไก่ให้น้องสาวแต่ฟางซูเม่ยคีบชิ้นไก่คืนพี่สาวแล้วทำปากจู๋ นางหันมามองฟางจื้อซ่านอย่างคาดหวังฟางจื้อซ่านถอนใจเบาๆ ก่อนจำใจคีบชิ้นไก่อันใหม่ให้นางฟางซูเม่ยคีบชิ้นไก่เข้าปากเคี้ยวช้าๆ อย่างจงใจ แล้วยิ้มเยาะเย้ยไปทางเจียงหลิงเยว่นายหญิงฟางส่ายหน้าเบาๆ ระอาใจในความซุกซนของลูกสาว
เจียงหลิงเยว่หลบตายิ้มน้อยๆนางนึกถึงตนเองในวัยเด็ก เคยซุกซนเช่นนี้เหมือนกันต่างจากฟางจื้อซ่านที่โกรธจนควันออกหู
‘เ้าเด็กแสบ!’
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จต่างคนต่างแยกย้ายกลับเรือนฟางจื้อซ่านหันไปบอกเจียงหลิงเยว่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หลิงเยว่...เ้ากลับเรือนก่อน ข้าจะอยู่สนทนากับท่านแม่สักครู่”
“เ้าค่ะ...ท่านพี่”
เขาหันไปสั่งสาวใช้“จูจู เสี่ยวอันพวกเ้าพานางกลับเรือนก่อน”
“เ้าค่ะคุณชาย”
ระหว่างทางกลับเรือนฟางซูเม่ยและฟางซีห่าวซุ่มอยู่ใต้ต้นไม้ริมทาง “เ้ากะให้แม่นๆ นะ...อาห่าว” นางกระซิบเบาๆ
ทันทีที่เจียงหลิงเยว่เดินมาถึงฟางซีห่าวโยนกบสองตัวใส่นางอย่างรวดเร็ว จูจูและเสี่ยวอันกรีดร้องลั่นจนตัวโยนแต่เจียงหลิงเยว่กลับนิ่งสนิทมือเรียวบางตวัดผ่านอากาศอย่างแม่นยำดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อคว้าหมับเข้าที่กลางลำตัวกบทั้งสองตัวไว้ได้ก่อนมันจะถึงตัวนางเสียด้วยซ้ำ!
นางเดินเข้าไปหาเด็กทั้งสองที่ยืนอ้าปากค้างก่อนจะยื่นกบที่ยังดิ้นขลุกขลักส่งคืนให้ถึงมือฟางซีห่าวแล้วหันไปใช้นิ้วเรียวเชยคางฟางซูเม่ยให้ปิดลงเบาๆ “จับไว้ให้ดีนะเ้าคะ... หากมันะโหายไปคืนนี้คุณหนูจะไม่มีเพื่อนเล่น”
รอยยิ้มละมุนของนางทำเอาเด็กแสบทั้งสองขนลุกซู่รู้ซึ้งแล้วว่าพี่สะใภ้คนนี้ไม่ใช่กระต่ายน้อยให้พวกตนรังแกเสียแล้ว แต่ฟางซูเม่ยและฟางซีห่าวแสร้งทำเป็กลบเกลื่อน
“เ้ากบสองตัวนี้มันะโเก่งจริงนะขอรับ...พี่หญิงสาม”
“ชะ...ใช่มันะโแม่นจริงๆ”
ณเรือนหลัก แม่นมโจวรินชาแล้วส่งให้นายหญิงฟางนางยกชาขึ้นจิบอย่างสง่างามตามบุคลิกของนางฟางจื้อซ่านนั่งอยู่ตรงข้ามรินชาด้วยตัวเองแล้วจิบ
“อาซ่าน...เ้ามีเื่อันใด ก็พูดมาเถิด”
“ลูกขออภัย...ที่ไม่เชื่อฟังคำตักเตือนของท่านแม่ทำให้ท่านแม่ต้องร้อนใจแล้วขอรับ” เขานิ่งไปครู่ก่อนตัดสินใจเอ่ยต่อ“ท่านแม่… ล้มเลิกเื่การถอนหมั้นเถิดขอรับ”
นายหญิงฟางใไม่คาดว่าจะได้ยินเช่นนั้นจากปากบุตรชายตอนนั้นเขาดื้อดึงเพียงนั้น แต่มาบัดนี้กลับขอให้ยกเลิก
“หลิงเยว่...นางทราบเื่แล้วนางไม่้าให้ลูกถอนหมั้น นางบอกว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคุณหนูรองหยางคุณหนูรองมิได้ทำผิดอันใด นาง...นางยอมเป็อนุขอรับ”
นายหญิงฟางยิ่งใหนักไม่คิดว่าหญิงสาวผู้ใดจะยอมเป็อนุของชายที่ตนรักนางรู้สึกสงสารและเอ็นดูหลิงเยว่ั้แ่แรกพบ… เมื่อได้ฟังความคิดของนาง ยิ่งรักยิ่งเอ็นดูและยิ่งสงสารนาง
หลังจากฟางจื้อซ่านกลับไปแล้วนายหญิงฟางนั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับแม่นมโจว “แม่นม...พรุ่งนี้ต้นยามซื่อ (09.00 –11.00 น.) เรียกพ่อบ้านและบ่าวไพร่หญิงชายมารวมตัวที่หน้าเรือนหลัก”
“นายหญิง...มีเื่อันใดหรือเ้าคะ”
นายหญิงฟางจิบชาอย่างสงบแววตาที่เคยอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็คมปลาบดุจพญาหงส์นางกำลังประกาศาที่ไร้เสียงกับคนตระกูลหยาง
“ข้าจะให้เกียรตินาง...ในเมื่อนางยอมลดตัวเพื่อลูกข้า ข้าก็จะยกนางขึ้นให้สูงด้วยมือของข้า บ่าวไพร่ต้องให้เกียรตินางมิให้ใครเรียกนางว่าอี๋เหนียง ถึงแม้อาซ่านจะแต่งคุณหนูรองหยางเข้าจวนแล้วก็ตาม”
แม่นมโจวพยักหน้าอย่างเข้าใจ“นายหญิง...ท่านจะให้บ่าวไพร่เรียกนางว่าอย่างไรเ้าคะ”
นายหญิงฟางยิ้มบางๆ แววตาแฝงความหมายลึกซึ้ง “คนอื่นจะเรียกนางว่าอี๋เหนียงก็ช่าง แต่คนในคฤหาสน์ตระกูลฟางแห่งนี้...ต้องเรียกนางว่า ‘คุณหนูสะใภ้’”