“กลับมาแล้วครับ” เสียงเด็กชายร้องขึ้นเพื่อบอกคนในบ้าน เ้าของเสียงคือออฟ เด็กมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เขาเดินไป-กลับโรงเรียนทุกวันเพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร หลังจากทักทายพ่อกับแม่หลังเลิกเรียนเสร็จ เขาก็ขึ้นห้องตัวเองไป และตั้งใจไปอ่านหนังสือต่อ
“อ้าว นี่ชุดเราเหรอ” เขาพูดหลังจากเห็นกล่องที่ห่อพัสดุไว้วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือของตน เขาจึงแกะมันออกด้วยความตื่นเต้นและพบว่ามันเป็ชุดนักเรียน พร้อมทั้งถุงเท้า และรองเท้า
ออฟค่อยๆลองใส่ชุดนักเรียนที่มาวางอยู่บนโต๊ะ มีตราโรงเรียนและชื่อจริงของเขาปักอยู่เรียบร้อย ถุงเท้าและรองเท้าก็ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียนที่ออฟเรียนอยู่ด้วย ก่อนจะเริ่มสำรวจดูชุดที่ได้รับมา และจึงได้พบความผิดปกติขึ้น
“หือ?” เมื่อลองใส่ชุด เขาพบว่าตนสามารถแก้โจทย์ที่ครูให้มาทำเป็การบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับไปอ่านโจทย์อีกด้วยซ้ำ “มีกระดาษอยู่ด้วยนี่” ออฟหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อนักเรียน
การใช้งาน
1. ใส่ชุดให้ครบทุกชิ้น
2. ผู้ที่สวมใส่จะได้รับความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความสามารถในการจำที่ดีขึ้น
3. ผู้ใส่จะกลับเป็เหมือนเดิมเมื่อถอดชุด แม้จะถอดแค่ชิ้นเดียว
4. ชุดจะขยายขึ้นตามขนาดร่างกายของผู้ใส่ได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็ชุดอื่นได้
5. ชุดไม่สามารถทำลายได้โดยวิธีทางกายภาพแบบปกติ ต้องเป็การเผาทิ้งเท่านั้น
ทันทีที่อ่านกระดาษการใช้งานจนจบ ออฟก็เชื่อทุกอย่างในกระดาษทันทีโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ อาจจะเป็เพราะอำนาจของชุดที่เขาใส่อยู่ “ถ้างั้น เราลองเอามันไปใช้จะดีมั้ยนะ” ออฟลองสวมชุดที่เพิ่งได้มาในการอ่านหนังสือทั้งคืน อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันที่เขาต้องสอบกลางภาคแล้ว หลังจากอ่านไปได้สักพัก เขาจึงลองถอดรองเท้าออก และพบว่าความจำทั้งหมดตอนที่อ่านหนังสือมายังไม่หายไป “เยี่ยม แสดงว่าเราสามารถจำสิ่งที่อ่านตอนใส่ชุดได้ แม้จะถอดไปแล้วงั้นสิ” แต่ทันทีที่ถอด เขาก็รู้สึกทันทีว่าถ้าอ่านต่อไปทั้งๆที่ไม่ใส่ชุดให้ครบคงจะไม่สามารถจำสิ่งต่างๆได้หมดแน่ และเมื่อย้อนไปดูโจทย์ที่เขาพึ่งทำได้มาหมาดๆ ก็พบว่ามันเป็โจทย์ยากๆที่เขาต้องใช้เวลาทำและเข้าใจนานขึ้น
“ไปโรงเรียนก่อนนะครับ” ออฟบอกคนในบ้านก่อนเดินออกไป วันนี้ที่โรงเรียนมีคาบพละ เขาจึงต้องใส่ชุดพละมาเรียนแทน เมื่อก้าวเข้ารั้วโรงเรียน ออฟก็ได้เจอเพื่อนร่วมห้องคนนึง เธอมีชื่อว่าลิน ลินเป็หัวหน้าห้องั้แ่ชั้นประถมจนถึงม.3 ออฟและลินเป็เพื่อนที่รู้จักกันมาั้แ่ประถมแล้ว “วันนี้มาเร็วนะออฟ ปกติเห็นมาตอนคนอื่นเข้าแถวตลอดนี่” ลินเข้าไปทักออฟอย่างเป็มิตร “เมื่อวานลืมสมุดการบ้านไว้โรงเรียนน่ะสิ เลยต้องรีบมาทำตอนเช้าเนี่ยแหละ” ออฟตอบกลับไป “ห้ะ! งั้นนายต้องมาเร็วกว่านี้อีกสิ งานที่ครูสั่งนั่นโคตรเยอะเลย เมื่อวานก็ปั่นั้แ่เลิกเรียนจนเกือบเที่ยงคืน แน่นอนว่าฉันไม่ให้ลอกหรอกนะ ไปทำเอาเอง” แต่เมื่อออฟได้ยินเขาก็หัวเราะและพูดออกไป “ไม่ต้องห่วงน่า พวกคำนวณน่ะ ฉันคิดไว้เมื่อวานหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่เขียนใส่สมุดแล้วก็ส่งเท่านั้นเอง อีกอย่างเธอก็ไม่เคยให้เพื่อนลอกงานตัวเองซักครั้งอยู่แล้วนี่”
ลินเป็เด็กเรียนเก่งมาั้แ่ประถม การเรียนก็ได้อันดับต้นๆตลอด และไม่เคยหลุดจากท็อป 3 ของห้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว พวกงานกิจกรรมก็ทำได้ดีไม่แพ้คนในห้อง ความรับผิดชอบก็สูง จึงเป็ที่ยอมรับของคนในห้องและถูกเลือกเป็หัวหน้าห้องมาตลอด การที่ได้เห็นเธอทำหน้าใแบบนี้จึงเป็ครั้งแรกของออฟ “นี่นายทำเสร็จแล้วจริงอะ” ลินถาม “อืม ก็บอกแล้วว่าคิดไว้ก่อน” ออฟตอบกลับไปก่อนนำสมุดไปส่งบนโต๊ะครู ซึ่งมีแค่สมุดของลินวางอยู่ก่อนเพียงเล่มเดียวเท่านั้น
เมื่อคาบเรียนคาบแรกเริ่มขึ้น ทุกคนในห้องทำหน้าเครียดกันเกือบหมด “ทั้งห้อง 35 คน มีคนทำงานแค่ 2 คนเนี่ยนะ แค่ความรับผิดชอบแค่นี้ยังไม่มี โตไปจะทำอะไรได้” เสียงครูคณิตศาสตร์ะโดังลั่นห้อง “เธอมีเหตุผลอะไรถึงไม่ส่งห้ะ” ครูถามขึ้นก่อนชี้ไปที่หน้านักเรียนชายคนหนึ่ง “ผมทำไม่เป็ครับ” นักเรียนรับผิดอย่างมั่นใจ แต่ครูกลับไม่ได้เห็นใจเขาแม้แต่น้อย “เื่แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ ตอนสอนเมื่อวานทำไมไม่ถาม!” แต่แล้วนักเรียนหญิงอีกคนก็พูดขึ้นแทรก “เมื่อวานหนูก็ถามแล้วนะคะ แค่ครูก็ไม่อธิบายแถมด่ากลับอีก แล้วงานมันก็เยอะเกินไปค่ะ” เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนในห้องก็เงียบลงทันที นั่นถือเป็การพูดที่กล้าและดูเสี่ยงมาก “ฉันว่าเราคงไม่ได้เรียนคาบนี้แล้วล่ะ” ออฟกระซิบบอกลินที่นั่งข้างกัน และก็เป็อย่างที่ออฟพูด ครูคณิตโมโหจนหน้าแดงขึ้นมาชัดเจน และด่าทอทุกคนในห้องแบบเหมารวม “คนแบบนั้นไม่ควรมาเป็ครูเลยนะ” ออฟพูดกับลิน “ใช่ ฉันจะลองคุยให้เขาสงบลงละกัน” ลินตอบกลับ แต่ยังไม่ทันที่ลินจะได้ลุกขึ้นพูดกับครู เธอก็ถูกดึงแขนไว้โดยออฟ “เธอไม่ต้อง พูดดีๆไปครูก็โวยวายไม่เลิกอยู่ดี เดี๋ยวฉันพูดเองดีกว่า”
To be continued…