บทที่ 23 ส่งเขาเข้าคุกด้วยมือตัวเอง
“อินอิน ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ หืม?” หานจินหยางยิ้มพร้อมกับแววตาที่สั่นไหว เขาเอื้อมมือออกไปอีกครั้งเพื่อจับแขนของหลีเกอ
แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
แขนแข็งแรงวางบนไหล่ของหลีเกอ ชายหนุ่มที่มายืนอยู่ข้างเธอมีรูปร่างสูงโปร่งหล่อเหลา ทำท่าราวกับกำลังปกป้องเธอ เขาถามด้วยน้ำเสียงสุขุมและเรียบเฉย “เธอเป็เพื่อนของผม คุณมีอะไรหรือเปล่า?”
ฟู่ซือเหยียนเหลือบมองหญิงสาวด้วยหางตา เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังสั่นเทิ้มเพราะความกลัว
กลัวผู้ชายตรงหน้าคนนี้งั้นเหรอ?
“ที่แท้ก็คุณฟู่นี่เอง” หานจินหยางจำฟู่ซือเหยียนได้ นิ้วเรียวยาวดันแว่นตาบนสันจมูก ดูสุภาพอ่อนโยน “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมหานจินหยาง”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” ในเมื่ออีกฝ่ายรู้จักตัวเอง เพื่อรักษามารยาทฟู่ซือเหยียนจึงจับมือทักทายเขาเล็กน้อย
หานจินหยางมองหลีเกอที่ยืนเงียบออยู่ “พอดีผมกับอินอินเราไม่ได้เจอกันมานานหลายปีแล้วครับ ไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอกันที่นี่ ก็เลยอยากทักทาย แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอใไปหน่อยน่ะครับ”
สุดท้ายเขายังถามความสัมพันธ์ระหว่างฟู่ซือเหยียนกับหลีเกออีกด้วย
ฟู่ซือเหยียนรู้ว่าผู้ชายตรงหน้ากับหลีเกอเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็รู้สึกถึงแรงดึงเบา ๆ ของเสื้อเชิ้ตบริเวณแผ่นอก หลีเกอมองเขาอย่างอ้อนวอน “ไป...พาฉันไปเถอะค่ะ”
“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าเพื่อนของผมไม่ค่อยสบาย” เมื่อนึกถึงความร่วมมือที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากหลีเกอ และเห็นท่าทางหวาดกลัวของเธอ ฟู่ซือเหยียนจึงโอบเธอแล้วพาออกไปจากตรงนั้น
หลีเกอรู้สึกไร้เรี่ยวแรง เธอแทบจะถูกฟู่ซือเหยียนลากออกมา นั่นแสดงให้เห็นว่าเธอหวาดกลัวมากแค่ไหน ฟู่ซือเหยียนจึงตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นแล้วก้าวออกจากประตูอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังพวกเขา หานจินหยางยังคงยืนอยู่ที่เดิม ดูอบอุ่นและสุภาพ ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้ม
สองปีที่แล้ว ในที่สุดเขาก็ตามหาเธอจนเจอ
เมื่อนึกถึงแววตาของหลีเกอเมื่อครู่ที่มองมาที่เขา ความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกนั่นคือสิ่งที่เขาชอบเห็นมากที่สุด เขาชอบที่จะเห็นเธอในสภาพที่อ่อนแอแบบนี้ อยากหนีก็หนีไม่พ้น
น่าสนใจทีเดียว
“คุณหานคะ” หญิงสาวที่รออยู่ข้าง ๆ เดินเข้ามาหาเขา มือเรียวบางของเธอคล้องแขนชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าสายตาของเขายังคงมองไปที่ทางออก เธอจึงเบะปากอย่างไม่พอใจ
หญิงสาวพูดอย่างอิจฉา “ก็แค่ผู้หญิงที่หน้าตาดีนิดหน่อย ทำไมคุณหานถึงได้คิดถึงเธอขนาดนั้นด้วยล่ะคะ ฉันเองทั้งสาวและสวยกว่าแถมลีลาของฉันยังดีกว่าเธออีก!”
“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?” หานจินหยางหันมามองเธอ น้ำเสียงที่พูดฟังดูอ่อนโยน
เขาอาจดูสง่างาม แต่แววตาดุร้ายที่ฉายชัดทำให้หญิงสาวข้างกายถึงกับผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ยังไม่ทันได้ถอยไปคางสวยเรียวยาวของหญิงสาวก็ถูกมือของเขาบีบไว้แน่น
หญิงสาวแทบเจ็บจนแทบจะกรีดร้องออกมา
“คิดว่าตัวเองเป็ใคร ถึงกล้าเอาตัวเองมาเทียบกับเธอ?” หานจินหยางออกแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะบีบคางของหญิงสาวให้แตกละเอียดคามือ” เธอไม่เพียงแค่สวยแต่ยังฉลาดอีกด้วย มีค่ามากมายกว่าเธอเยอะ ส่วนเธอน่ะเหรอ? นมใหญ่แต่ไร้สมอง!”
หญิงสาวแทบจะหายใจไม่ออก ขาทั้งสองข้างสั่นเทา “คุณ…คุณหาน …”
“ไสหัวกลับสวีเดนไปซะ แล้วไม่ต้องมาหาฉันอีก!” หานจินหยางผลักหญิงสาวออกไป ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีก เขาก้างเท้าเดินออกจากล็อบบี้โรงแรมไป ส่วนหญิงสาวคนนั้นก็ล้มลงนั่งกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ
จบแล้ว จบทุกอย่างแล้ว!
อีกด้านหนึ่งฟู่ซือเหยียนที่อุ้มหลีเกอขึ้นรถแล้ว แต่หญิงสาวยังคงมีท่าทางเหม่อลอย ไหล่สั่นเทาเหมือนยังจมอยู่ในความหวาดกลัว
เมื่อครู่เขาเห็นได้ชัดว่าหานจินหยางมีเื้ัไม่ธรรมดา ไม่ใช่คนรวยก็คงเป็คนใหญ่คนโต
หลีเกอไปรู้จักคนแบบนั้นได้ยังไง?
“หลีเกอตั้งสติหน่อย” สุดท้ายชายหนุ่มจึงใช้มือตบหลีเกอสองทีอย่างแรงพลางพูดเสียงเข้มว่า “เราไม่ได้อยู่ที่โรงแรมแล้ว เขาก็ไม่อยู่แล้ว คุณไม่ต้องกลัวแล้ว”
หลีเกอเงยหน้าขึ้น สายตาค่อย ๆ ปรับโฟกัส
หญิงสาวพบว่าตัวเองอยู่ในรถ มีเพียงฟู่ซือเหยียนที่อยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกอึดอัดในใจก็ค่อย ๆ จางหายไป
หลีเกอรับน้ำที่ฟู่ซือเหยียนส่งให้ดื่มไปสองอึกจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ฟู่ซือเหยียน นั่งไขว่ห้างพิงเบาะหลังอยู่ด้านข้าง พลางหยิบมือถือออกมาตอบข้อความสำคัญ
“คนคนนั้นเป็...แฟนเก่าของฉัน” หลีเกอลังเลอยู่นาน แต่สุดท้ายก็เอ่ยปากออกมา “เราเจอกันตอนฉันไปเรียนต่างประเทศเมื่อหลายปีก่อน คุณก็รู้จักชื่อของเขา”
“พูดต่อสิ” ฟู่ซือเหยียนมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็ยังแสดงท่าทีพร้อมรับฟัง
หลีเกอกัดริมฝีปากเล็กน้อย “ตอนแรกเรามีความสัมพันธ์ที่ดี ต่อมาครั้งหนึ่งที่เราออกไปข้างนอกด้วยกัน เขาก็เหมือนเป็คนละคน พยายามข่มขืนฉัน พยายามจะฆ่าฉันด้วย… ฉันหนีรอดมาได้เลยไปแจ้งความ”
เธอรู้ว่าครอบครัวของหานจินหยางร่ำรวย ญาติพี่น้องล้วนคลุกคลีอยู่ในวงสังคมชนชั้นสูง ในประเทศ Y สำหรับข้อหาแบบนี้ ครอบครัวเขาแค่หาคนมาพูดอะไรหน่อยก็หลุดคดีได้ เธอเลยไม่ได้หวังอะไรมาก
สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ หานจินหยางยอมรับการตัดสินจำคุก 1 ปี แต่โดยดี ตอนที่ตำรวจพาเขาเดินผ่านเธอไป เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและบอกให้เธอรอเขา
หลังจากหานจิ่นหยางติดคุก หลีเกอฝันร้ายติดต่อกันเป็อาทิตย์ เธอกลัวหานจินหยางจะกลับมาแก้แค้น จึงรีบกลับประเทศ เปลี่ยนชื่อ แม้กระทั่งยอมรับการตามจีบของฟู่อวิ๋นจือ เพียงเพื่อจะลืมเื่ราวในอดีตนี้ให้ได้
แต่ไม่คิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปสามปีหานจินหยางจะมาที่นี่
ในวินาทีที่ถูกหานจินหยางเรียกไว้ เธอเหมือนคนที่ถูกตรึงไว้กับที่ หายใจติดขัด ถ้าฟู่ซือเหยียนไม่เข้ามาช่วยเธอไว้ เธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะสติแตกแค่ไหน
“คุณคิดว่าเขามาที่นี่เพื่อตามหาคุณงั้นเหรอ?” ฟู่ซือเหยียนมองหลีเกอแวบหนึ่ง เขารู้ว่าเธอมีปัญหาเื่การมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดจากเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ ชายหนุ่มจึงรู้สึกสงสารเธอขึ้นมา
ผู้หญิงคนนี้ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ
“ธุรกิจหลักของครอบครัวเขาส่วนใหญ่อยู่ที่ยุโรป ในเอเชียมีน้อยมาก” หลีเกอก้มหน้าลงพึมพำ “ฉันไม่รู้ว่าเขามาที่นี่เพราะอะไร แต่รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ”
“หานจินหยางคนนั้น ดูเหมือนจะเป็คนที่ชอบควบคุมหรือบงการคนอื่นมาก ที่คุณรู้สึกไม่สบายใจ ก็คงเพราะกลัวว่าเขาจะมาทำเื่ไม่ดีที่นี่ แล้วพาคุณไปด้วย”
ชพูดไปได้ครู่หนึ่ง ริมฝีปากของชายหนุ่มก็ยกยิ้มอย่างขบขัน “คุณหลี คุณแค่จะไปคุยเื่ธุรกิจกับผมต่างประเทศ แต่กลับให้ผมช่วยคุณกำจัดแฟนเก่าของคุณด้วย ข้อตกลงนี้ดูยังไงก็ไม่คุ้มค่าเลยนะ”
“คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า ฉันเชื่อว่าคุณอา...ประธานฟู่คงมีเป้าหมายในใจอยู่แล้ว” หลีเกอเผลอเรียกออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนคำพูดหัวใจของเธอเต้นแรงอยู่หลายครั้ง
ฟู่ซือเหยียนเพียงแค่ใช้มือลูบคางไปมาไม่ได้ตำหนิอะไร
“ประธานฟู่ ฉันรู้ว่าการเจรจาครั้งนี้คงไม่ง่าย ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่วางกับดักหลายชั้นเพื่อล่อให้ฉันตกหลุมพราง ฉันจะช่วยคุณเจรจาธุรกิจให้สำเร็จ เพื่อแลกกับการที่ให้คุณปกป้องฉันหนึ่งเดือน”
“แค่หนึ่งเดือนก็พอแล้วเหรอ?”
“ใช่ค่ะ หนึ่งเดือน” ก่อนจะหาที่ไปที่ดีกว่านี้ได้ เธอยังต้องพึ่งพา
ฟู่ซือเหยียน เพราะเธอไม่อยากเผชิญหน้ากับคนคนนั้นอีก “หลังจากเจรจาธุรกิจสำเร็จ พวกเราก็แยกย้ายกันไป ประธานฟู่คิดว่าไงคะ?”
"เธอมั่นใจว่าหานจินหยางรู้จักบริษัทฟู่ดี เลยไม่กล้าหือกับผมสินะ” ฟู่ซือเหยียน เริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง ผู้หญิงคนนี้ฉลาดกว่าที่เขาคิดไว้ “ในเวลาหนึ่งเดือน สามารถจัดการอะไรได้หลายอย่างเลยนะ”
หลีเกอไม่ได้พูดอะไรถือว่ายอมรับโดยปริยาย
แน่นอนว่าบริษัทฟู่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีธุรกิจมากมาย หานจินหยางก็เป็นักธุรกิจ ถ้าเขารู้ว่าเธอทำงานกับฟู่ซือเหยียน อย่างน้อยเขาก็ต้องเกรงใจฟู่ซือเหยียนบ้าง
เธอกำลังเดิมพัน
ฟู่ซือเหยียน้าให้เธอช่วยเจรจาธุรกิจสำคัญ ดังนั้นเธอจึงฉวยโอกาสอาศัยชื่อเสียงของฟู่ซือปกป้องตัวเองไปด้วย
ฟู่ซือเหยียนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไรออกมาหลีเกอเดาว่าเขากำลังวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของความร่วมมือครั้งนี้ เธอรู้สึกประหม่าและกำมือแน่น
“ตกลง แต่คุณหลี คุณเป็หนี้บุญคุณผมแล้วนะ” ฟู่ซือเหยียนค่อย ๆ พูดอย่างเชื่องช้า “ผมคิดว่าหลังจากที่คุณรับคีย์การ์ดใบนั้นไปแล้ว ถือว่าเราตกลงกันแล้วซะอีก”