คำตอบของลู่สือม่านทำให้ฉินชวนขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินตรงมาตรวจสอบพลังปราณในกายของลู่สือม่านทันทีเขาตรวจสอบพลังปราณของนางด้วยสีหน้าอึมครึมเมื่อคิดได้ว่าก่อนหน้านี้ลู่สืออินพึ่งจะแนะนำนางว่าเป็น้องสาวของเขาฉินชวนก็สามารถคาดเดาได้ในทันทีว่าลู่สือม่านน่าจะเป็น้องสาวที่เป็บุตรสาวคนโตของเ้าเมืองเทียนเหอเมื่อคาดเดาฐานะของลู่สือม่านได้แล้วสุดท้ายเขาก็จ้องมองนางอีกครั้งแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“เ้าคือบุตรสาวคนโตของท่านเ้าเมืองเทียนเหอหรือ”คำถามของฉินชวนทำให้ลู่สือม่านพยักหน้าพลางเอ่ยตอบออกมา
“ใช่แล้วเ้าค่ะ”คำตอบของนางทำให้ฉินชวนขมวดคิ้วแล้วเอ่ยออกมาตามตรง
“เ้าไม่มีพลังปราณแล้วนี่นาแล้วเ้าหลอมยาลูกกลอนได้อย่างไร”คำถามของเขาทำให้ลู่สือม่านจ้องหน้าเขาแล้วเอ่ยถามเขาออกมาในทันที
“ไม่มีพลังปราณแล้วแน่นอนว่าต้องเป็เช่นนั้นเ้าค่ะเพราะเดิมทีข้าก็ไม่มีพลังปราณอยู่แล้ว”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยออกมาเช่นนี้ ฉินชวนจึงได้กระแอมเบาๆ แล้วเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“ข้าหมายถึงในเมื่อเ้าไม่มีพลังปราณเลยแล้วเ้าหลอมยาได้อย่างไร”
“ข้าไม่ได้ใช้พลังปราณของตนเองในการหลอมยาหรอกเ้าค่ะแต่ข้าใช้เตาหลอมยาของท่านแม่เ้าค่ะข้าเดาว่าพลังปราณของท่านแม่น่าจะยังคงไหลวนอยู่ในเตาหลอมยาใบนั้นจึงทำให้ข้าสามารถหลอมยาที่ช่วยเพิ่มพลังปราณได้สำเร็จเ้าค่ะ”คำตอบของลู่สือม่านทำให้ฉินชวนหรี่ตาลงแล้วเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในทันที
“ถ้าหากว่าข้าจะขอดูเตาหลอมยาของเ้าเ้าจะยินดีหรือไม่” เมื่อฉินชวนเอ่ยถามเช่นนี้ลู่สือม่านก็รีบส่ายหน้าในทันที
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะเตาหลอมยาของข้าอยู่ที่จวนเ้าเมือง คงเป็เื่ยากที่นำติดตัวมาด้วย”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ฉินชวนก็รีบเอ่ยอาสาออกมาในทันที
“ข้าไปนำมาให้เ้าก็ได้นะรับรองว่าจะดูแลเตาหลอมยาให้เ้าเป็อย่างดี”เมื่อฉินชวนเอ่ยเช่นนี้ลู่สือม่านก็รีบส่ายหน้าในทันที
“ต้องขออภัยท่านอาจารย์ฉินด้วยข้าเก็บเตาหลอมยาของข้าไว้ในที่ปลอดภัยนอกจากข้าแล้วไม่มีผู้ใดรู้ว่าเตาหลอมยานั้นอยู่ที่ไหน”เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ฉินชวนก็จ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ส่งเสียงจุ๊ปากแล้วเอ่ยออกมาในทันที
“แม่หนูน้อยเ้าจะไม่ให้ข้าดูก็บอกมาตามตรงอย่าได้บ่ายเบี่ยงอ้อมไปอ้อมมาอีกเลย”
“ต้องขออภัยท่านอาจารย์ด้วยเ้าค่ะเตาหลอมยาใบนั้นเป็ของต่างหน้าที่ท่านแม่ของข้าทิ้งเอาไว้ให้ไม่อาจจะให้ผู้อื่นเห็นได้จริงๆ เ้าค่ะ” ลู่สือม่านตัดสินใจเอ่ยออกมาตามตรงบิดาของนางเคยสั่งเอาไว้ว่าเตาหลอมยาที่มารดาทิ้งเอาไว้ให้ห้ามให้ผู้อื่นเห็นเป็อันขาด
“พอบอกให้พูดออกมาตามตรงเ้าก็รีบเอ่ยปากปฏิเสธข้าเลยเชียวนะเ้าคงจะไม่รู้กระมังว่าข้าคือศิษย์พี่ของมารดาของเ้าหากเ้าไม่เชื่อคำพูดของข้าไปสอบถามบิดาของเ้าก็ได้”เมื่อฉินชวนเอ่ยเช่นนี้ลู่สือม่านก็พยักหน้า
“ท่านแม่ของข้าเคยเป็ศิษย์ของสำนักถงซานแห่งนี้ดังนั้นบรรดาศิษย์เก่าของสำนักถงซานที่มีอายุมากกว่านางล้วนเป็ศิษย์พี่ของนางกันทั้งนั้นแหละเ้าค่ะ”ลู่สือม่านเอ่ยพลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับตนเองท่าทางของนางทำให้ลู่สืออินอดเอ่ยออกมาไม่ได้
“ท่านอาจารย์อย่าได้ถือสานางเลยนางกำพร้ามารดาั้แ่เกิดส่วนท่านพ่อก็ตามอกตามใจนางส่วนเื่เตาหลอมยานั้นหากเป็ท่านอาจารย์ท่านพ่อของข้าคงจะไม่ติดขัดที่จะให้ท่านดู”
เมื่อลู่สืออินเอ่ยเช่นนี้สีหน้าของฉินชวนเต็มไปด้วยความเสียดายด้วยรู้ดีว่าหากเขาไปขอให้เ้าเมืองลู่เจานำเตาหลอมยาของฮูหยินที่เสียไปแล้วมาให้เขาดูเขาเชื่อว่าลู่เจาคงจะไม่มีทางยินยอมเป็แน่
“ไม่ให้ดูก็ไม่เป็ไรแม่หนูฝากตัวเป็ศิษย์ผู้ใดในสำนักถงซานแห่งนี้หรือยังบิดาของเ้าได้กำชับมาหรือไม่ว่าให้เ้ามาฝากตัวเป็ศิษย์ของข้า”คำถามของฉินชวนเต็มไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจก็คิดว่าลู่เจาที่อาศัยเส้นสายของเขาฝากลูกสาวที่ไร้ซึ่งพลังปราณเข้ามาในสำนักถงซานแห่งนี้จะต้องกำชับบุตรสาวให้มาฝากตัวเป็ศิษย์สายตรงของเขาอย่างแน่นอนเมื่อมีความสัมพันธ์เป็ศิษย์กับอาจารย์แล้ววันหน้าหากเขาจะขอดูเตาหลอมที่มีพลังปราณของลูกศิษย์ของเขานางย่อมจะไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน
“ท่านพ่อไม่ได้กำชับเื่ฝากตัวเป็ศิษย์เ้าค่ะกำชับแค่ว่าในเมื่อมีโอกาสได้เข้ามาในสำนักถงซานแล้วให้ข้าใช้ชีวิตในสำนักอย่างเต็มที่เพราะที่มีทิวทัศน์งดงาม อาหารอร่อยผู้คนในนี้ก็มีความเหนือกว่าผู้คนภายนอกเกือบทุกด้าน ท่านพ่อยังบอกกับข้าอีกว่าให้ข้าเลียนแบบท่วงท่าของคนในสำนักเอาไว้ยามกลับจวนไปนอกจากจะติดกลิ่นอายของคนเป็เซียนแล้วจะได้มีท่วงท่าของคนที่ใกล้จะได้เป็เซียนติดกลับไปด้วยเ้าค่ะ”คำพูดของลู่สือม่านทำให้ฉินชวนอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง
ส่วนลู่สือหลิงเม้มปากแน่นด้วยตอนที่บิดากำชับพี่สาวของนางนางก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกน้อยอกน้อยใจบิดาก็เพราะทั้งๆที่นางได้รับคัดเลือกให้เข้าสำนักถงซานในขั้นสร้างปราณซึ่งน้อยคนนักจะได้ข้ามขั้นเช่นนางแต่บิดากลับไม่ได้สนใจในตัวนางเลยในใจของเขาสนใจแค่เพียงว่าพี่สาวต่างมารดาของนางผู้นี้จะสามารถเสพสุขในสำนักถงซานแห่งนี้ได้อย่างตอนที่อยู่ในจวนได้หรือไม่เพียงเท่านั้นท่าทีของเขาทำให้นางรู้สึกน้อยอกน้อยใจมาจนถึงขั้นนี้ยามนี้เมื่อลู่สือม่านเอ่ยออกมาในใจของนางก็อดรู้สึกหม่นหมองไม่ได้
ลู่สืออินที่มองสีหน้าของลู่สือหลิงอยู่พลันยิ้มออกมาแล้วยื่นมือมาลูบศีรษะของนางแล้วเอ่ยปลอบใจออกมา"อย่าได้ถือสาท่าทีของท่านพ่อเลยถึงอย่างไรเขาก็เป็ห่วงเ้าเช่นเดียวกันไม่เช่นนั้นจะฝากฝังเ้าให้ข้าช่วยดูแลหรือ"ลู่สืออินเอ่ยออกมาอย่างแ่เบาให้ได้ยินกันแค่เพียงสองคนเพียงเท่านั้นบิดาของเขาเป็คนหยาบกระด้างทุกการกระทำมักจะทำตามอำเภอใจจนลืมคิดถึงความ้าของผู้อื่นเขาที่ขัดแย้งกับบิดามาโดยตลอดย่อมจะเข้าใจความคิดของลู่สือหลิง
“เหตุใดเขาจึงได้บอกกับเ้าเช่นนี้”ฉินชวนเอ่ยถามลู่สือม่านในทันทีที่หาเสียงของตนเองเจอลู่สือม่านจึงแค่เพียงยิ้มออกมาแล้วเอ่ยตามตรง
“ชีวิตนี้ของข้าเป้าหมายหลักคือกิน ดื่มและเที่ยวเล่นหากไม่ใช่เพราะท่านพ่อกังวลว่าวันหน้าข้าจะแต่งไม่ออกเขาก็คงจะไม่ส่งข้ามาที่นี่แต่แท้จริงแล้วข้าหาได้กังวลเื่การแต่งงานไม่เพราะข้ารู้ดีว่าทั้งท่านพ่อและพี่ชายไม่มีทางทอดทิ้งข้าแน่” เมื่อลู่สือม่านเอ่ยเช่นนี้ฉินชวนก็หัวเราะเหอะๆออกมาแต่เมื่อคิดถึงศิษย์น้องของตนเองที่มีความคล้ายคลึงกับเด็กสาวตรงหน้าเขาก็เข้าใจในทันที
‘ที่แท้นางก็เหมือนเ้าหมินิ่บุตรสาวของเ้ามีปณิธานเดียวกันกับเ้าเลยน่าเสียดายที่เ้าไม่อาจจะทำได้สำเร็จดังนั้นข้าจะช่วยเหลือบุตรสาวของเ้าให้นางสามารถใช้ชีวิตตามความ้าได้สำเร็จก็แล้วกัน’ ฉินชวนคิดอยู่ในใจแล้วจึงได้เอ่ยออกมา
“เช่นนั้นเ้าก็ฝากตัวเป็ศิษย์สายตรงของข้าเถิดข้าขอรับรองว่าที่หอจันทราแห่งนี้เ้าจะสามารถกินดื่มและเที่ยวเล่นได้อย่างสบายใจ”เมื่อฉินชวนเอ่ยเช่นนี้ซวีจื่ออิงก็รีบเอ่ยออกมาในทันที
“ไม่ทราบว่าข้าเองก็อยากจะขอเป็ศิษย์สายตรงของท่านท่านอาจารย์ฉินจะยินดีรับข้าเป็ศิษย์หรือไม่”
“หากเ้ามีใจใฝ่บำเพ็ญหอจันทราของข้าก็ยินดีต้อนรับเสมอ”เมื่อฉินชวนเอ่ยเช่นนี้ทั้งลู่สือม่านและซวีจื่ออิงก็รีบคุกเข่าแล้วเอ่ยวาจาออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันในทันที
“ศิษย์ขอคารวะอาจารย์เ้าค่ะ”ความรวดเร็วของเด็กสาวทั้งสองทำให้ฉินชวนหัวเราะร่าออกมาในทันที
“ไม่เลวๆความรวดเร็วระดับนี้พวกเ้าน่าจะเข้ากับศิษย์พี่ของพวกเ้าได้อย่างรวดเร็วแน่ๆ”คำพูดของฉินชวนทำให้ทั้งลู่สือม่านและซวีจื่ออิงหันไปสบตากันด้วยความกังวลในทันทีพวกนางลืมศิษย์พี่ผู้ชอบทำตัวแปลกประหลาดในหอจันทราไปเสียสนิทเลย