บทที่ 8 บุกมาถึงบ้าน
เมื่อคืนหนิงหรานนอนดึก ตื่นมาก็เกือบแปดโมงเช้าแล้ว
ที่จริงกำไลเงินที่หนิงหรานมีอยู่ตอนนี้ไม่ใช่อันเดิม แต่เป็กำไลที่ติดตัวเธอกลับมาจากชาติที่แล้ว ดังนั้นของใช้ต่างๆในมิติพิเศษจึงครบครัน แม้แต่ยาและอุปกรณ์วิจัยบางอย่างที่เธอวิจัยไว้ในชาติก่อนก็ยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์
เธอยกมือขยี้ตา กำลังจะลุกขึ้น เสียงจากข้างนอกก็ดังเข้ามา "พ่อกับแม่หมายความว่ายังไง? จะบอกว่าเป็ฝีมือหลิงหลานของพวกเรางั้นเหรอ?"
เสียงใสกังวานและดัง น้ำเสียงแฝงไปด้วยการเยาะเย้ยอย่างเคยชิน ทิ่มแทงใจคนฟังอย่างรุนแรง
หนิงหรานลืมตาในทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความเ็า นี่คือเสียงของหนิงชิงเฟิ่ง
เธอหันมองซ้ายมองขวาก็พบว่าตากับยายไม่อยู่ในห้องแล้ว
ประตูห้องยังปิดสนิท เธอได้ยินเสียงของตาที่ฟังดูโกรธเล็กน้อย "ชิงเฟิ่ง พวกเราเชื่อว่าที่หรานหรานพูดเป็ความจริง ตอนแรกฉันก็ไม่คิดจะพูดอะไร แต่เธอได้ยินที่หลิงหลานพูดมั้ย? ทำไมถึงพูดว่าหรานหรานกลับมาแล้วด้วยความประหลาดใจ?"
หนิงชิงเฟิ่งหัวเราะเยาะ
"พ่อ แม่ ใครๆก็รู้ว่าพวกคุณรักหนิงหรานนั่นมากกว่า นังเด็กนั่นพูดอะไรพ่อกับแม้ก็เชื่อหมด ทำไมถึงไม่เชื่อฉันบ้างล่ะ? ฉันก็เป็ลูกสาวพ่อกับแม่นะ!"
"ตอนนั้นพ่อกับแม่ก็รักพี่สาวคนโตมากกว่า ตอนนี้พวกยังจะมารังแกหลิงหลานลูกสาวของฉันอีกเหรอ?" หญิงชราดูเหมือนจะถูกกดดันอย่างหนัก ถูกซักถามจนรู้สึกทุกข์ใจ
"แกพูดอะไรของแก? ฉันกับพ่อแกแค่ถามนิดหน่อย หรานหรานตกลงมาจากเขาจนขาหัก ตอนนี้นอนอยู่บนเตียงไม่ได้สติ หลิงหลานไม่ควรจะขอโทษหรานหรานหน่อยเหรอ?"
"ขอโทษ? ยัยเด็กน่ารังเกียจนั่นโดนหลิงหลานลูกฉันผลักตกเขา พวกคุณมีหลักฐานหรือไง? ไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่างกลับมาโยนความผิดให้คนอื่น มีความยุติธรรมบ้างมั้ย?!
อีกอย่างนังเด็กนั่นมีสิทธิ์อะไรมาให้หลิงหลานลูกฉันไปขอโทษ?" จางหลิงหลานดูเหมือนจะอยู่ที่นั่นด้วย และฟังมานานแล้ว พอได้ยินที่หนิงชิงเฟิ่งพูดเธอก็ยืดอกทันที
"ใช่ แม่พูดถูก! พวกคุณยังเป็ตากับยายของฉันอยู่หรือเปล่า?
ครอบครัวเรามาส่งข้าวส่งน้ำให้พวกคุณด้วยความหวังดี แล้วพวกคุณทำกับเราแบบนี้เหรอ? พวกคุณไม่มีจิตสำนึกบ้างหรือไง?!"
"พวกแก!" หนิงเฉิงฮุยโกรธจนตัวสั่น ในอดีตพวกเขาเคยโดนครอบครัวนี้ทำแย่กว่านี้ แต่ไม่เคยทำให้พวกเขารู้สึกเ็าถึงหัวใจเหมือนวันนี้
พวกเขาเป็ครอบครัวเดียวกัน เป็ญาติพี่น้องที่มีสายเืเดียวกันแท้ๆ! ทำไมถึงทำกันได้ลงคอ!
หนิงเฉิงฮุยรู้สึกเสียใจอย่างที่สุด
เมื่อคืนพวกเขายังคิดจะโน้มน้าวให้หรานหรานยอมอภัยและคิดว่าให้หลิงหลานขอโทษ เพื่อให้พี่น้องคืนดีกัน แต่ครอบครัวของลูกสาวคนเล็กกลับเ็าขนาดนี้! พวกเขาทำผิดต่อหรานหรานจริงๆ!
พอได้ยินถึงตรงนี้หนิงหรานก็ขมวดคิ้ว รีบลงจากเตียงทันที เธอลากขาที่าเ็เดินกะเผลกไปที่ประตู
ชาวบ้านบนเขามักตื่นเช้ามาก ตอนนี้พวกผู้ชายทำงานในไร่เสร็จแล้ว ต่างคนต่างถือเครื่องมือกลับมากินข้าวเช้า พอกินเสร็จก็จะกลับไปทำไร่อีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน เสียงทะเลาะกันระหว่างพ่อแม่ลูกก็ดังมาก จนเพื่อนบ้านที่ได้ยินต่างพากันออกมาดู แม้แต่ผู้ชายที่เพิ่งกลับจากไร่ก็มามุงดูด้วย
ชาวบ้านมีกิจกรรมฆ่าเวลาน้อยมาก ปกติเื่เล็กๆน้อยๆในบ้านใครก็สามารถแพร่กระจายออกไปกลายเป็หัวข้อสนทนาหลังอาหารได้นานทีเดียว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ราววุ่นวายของครอบครัวหนิงชิงเฟิ่ง ซึ่งเป็เื่ตลกขบขันมานานกว่าสิบปีแล้ว
ในหมู่บ้านนี้ใครบ้างไม่รู้เื่น่าอับอายของบ้านหลังนี้? แต่เื่ยุ่งๆ ของพวกเขามันก็น่าสนใจนี่สิ!
สองตายายตระกูลหนิงกับครอบครัวลูกสาวคนเล็กแทบจะตัดขาดกันอยู่แล้ว
ลูกสาวคนโตก็ตายไปแล้ว พอแก่ตัวลงก็เหลือแค่หนิงหราน ลูกสาวนอกสมรสคนนี้คอยอยู่เป็เพื่อน ถ้าไม่หัวเราะเยาะครอบครัวนี้แล้วจะไปหัวเราะเยาะใครล่ะ?
หนิงหรานยังไม่ทันออกจากบ้าน ก็มีคนเดินเข้ามาในลานบ้านอีกคน เป็จางเสี้ยวเทียน ลูกชายของหนิงชิงเฟิ่ง
ที่บ้านเตรียมกับข้าวเสร็จเกือบหมดแล้ว แต่แม่กับน้องสาวยังไม่กลับมาเลย แค่มาส่งอาหารเอง ทำไมถึงนานขนาดนี้?
พอจางเสี้ยวเทียนเห็นหนิงเฉิงฮุยกับสวีอวี้จู เขาก็รู้สึกหงุดหงิดมาก ถามหนิงชิงเฟิ่งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "แม่ จะอยู่ที่นี่อีกนานมั้ย?"
การที่คนพวกนี้มาขออาศัยก็แย่พออยู่แล้ว ยังต้องมาลำบากพวกเขาอีก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพ่อไล่เขาออกมาตาม เขาก็คงกินข้าวเสร็จไปนานแล้ว
เขาไม่แม้แต่จะมองสองตายายเลย เหตุการณ์นี้ทำให้หนิงเฉิงฮุยและสวีอวี้จูยิ่งรู้สึกเ็ปมากขึ้น
พอหนิงชิงเฟิ่งเห็นลูกชายตัวเอง ไม่เพียงแต่ไม่โกรธแต่กลับมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าทันที
"เสี้ยวเทียนลูกรัก แม่กับน้องกำลังจะกลับพอดีจ้ะ"
จางหลิงหลานที่อยู่ข้างๆ แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทันที ในใจรู้สึกขมขื่น เธอรู้ดีว่าพ่อแม่มักจะลำเอียงไปทางน้องชายของเธอ
จางเสี้ยวเทียนถึงจะเป็น้องชายแท้ๆ แต่เธอก็เกลียดเขาที่สุด เพราะของดีอะไรในบ้านก็ไม่เคยมีส่วนแบ่งของเธอเลย
หนิงชิงเฟิ่งถูกลูกชายเร่งเร้า ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที
เธอโยนซาลาเปาไหม้เกรียมในมือลงพื้น ไม่สนใจว่าซาลาเปาที่ตกลงพื้นนั้นจะกินไม่ได้หรือไม่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงรังเกียจ
"วันนี้มีแค่นี้แหละ ให้ไปแล้วก็ถือว่าให้ไป อย่ามาทำเื่อัปมงคลที่บ้านฉันอีก"
คำพูดนี้ทำให้หนิงเฉิงฮุยกับสวีอวี้จูเกือบจะร้องไห้ออกมา ลูกสาวคนเล็กที่เคยว่านอนสอนง่าย กลายเป็แบบนี้ไปได้ยังไง?
ั้แ่ลูกสาวคนโตเสียชีวิต พวกเขาก็ลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ บ่อยครั้งต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากครอบครัวของลูกสาวคนเล็ก
แต่ถึงอย่างนั้นั้แ่ครึ่งปีก่อนพวกเขาก็ไม่ได้พึ่งพาลูกสาวคนเล็กอีกแล้ว ทำงานเล็กๆ น้อยๆ หารายได้เสริมกันเอง
ไม่ว่าชีวิตจะลำบากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากลูกสาวคนเล็กเลยสักครั้ง การกระทำของลูกสาวคนเล็กที่ปฏิบัติกับพวกเขาช่างเหมือนกับขอทาน!
หนิงเฉิงฮุยพยายามข่มความโกรธ พูดเสียงเข้ม "ชิงเฟิ่ง พวกเราไม่้าอะไร แค่อยากให้หลิงหลานลูกสาวเธอขอโทษหรานหรานของพวกเรา!"
"ใช่! หลิงหลานตัวแค่นี้ ทำไมใจร้ายขนาดนี้? ผลักหรานหรานของพวกเราตกเขาแล้วยังไม่สนใจ นี่ชัดเจนว่า้าให้หรานหรานของพวกเราตาย!" สวีอวี้จูพูดด้วยความโกรธเช่นกัน