ตอนที่ 3 ไม่เจ็บก็ไม่หลาบจำ
เมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชของหลานชายคนโตทั้งสอง แม่เฒ่าหลิวก็รู้สึกราวกับกำลังจะเป็บ้า รีบปราดเข้าไปตบหลินจิ่วเหนียง
ตอนอยู่ที่บ้าน นางได้ยินเพื่อนบ้านมารายงานว่าหลินจิ่วเหนียงกำลังจะฆ่าหลานของนางเช่นกัน แต่นางไม่เชื่อถือสักนิด เพราะรู้ดีกว่าผู้ใดว่าหลินจิ่วเหนียงรักเด็กเหล่านี้มากเพียงใด
ทว่าเพื่อนบ้านยืนกรานว่าเื่นี้เป็ความจริง นางจึงต้องออกมาดู และภาพที่เห็นก็ทำเอานางแทบลมจับ
นางจึงตบด้วยแรงทั้งหมดที่มี เพราะ้าสั่งสอนบทเรียนที่รุนแรงแก่ลูกสะใภ้
แต่ฝ่ามือนางกลับว่างเปล่า
เื่นี้ทำให้แม่เฒ่าหลิวยิ่งบันดาลโทสะ ในตระกูลหลิว นางเคยเป็แต่ผู้รังแกฝ่ายเดียว และไม่เคยยอมให้ผู้ใดมาขัดคำสั่งนาง หากนาง้าทุบตีพวกนาง พวกนางจะไม่ได้รับอนุญาตให้หลบเลี่ยง
หลินจิ่วเหนียงกลับกล้าที่จะหลบ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจนางจริงจังด้วยซ้ำ นางจึงยังคงง้างมือขึ้นอีกครั้ง แล้วกระโจนไปข้างหน้าอย่างเดือดดาล
“หลินจิ่วเหนียง นังหญิงแพศยา กล้าดีอย่างไรมาหลบข้า เฆี่ยนหลานข้าปางตายเช่นนี้ ข้าจะเฆี่ยนเ้าให้ตายไปเลย”
หลินจิ่วเหนียงไม่ได้โง่เขลาถึงขั้นยืนรออยู่ตรงนั้นเพื่อถูกทุบตี
เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงชราที่ปรี่เข้ามาและทำท่าจะกินกบาลนาง รอยยิ้มเย้ยหยันก็พลันปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางไม่เคยลืมว่าหมาป่าตาขาวเหล่านี้คิดจะส่งนางไป 'ถ้ำทิ้งคนชรา'
ให้เคารพผู้าุโ ก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายสมควรได้รับความเคารพจากนางหรือไม่
ดังนั้นหากอีกฝ่ายกล้าโจมตี นางก็กล้าสู้กลับในฐานะเ้าของร่างเดิม การปล่อยให้ตัวเองยืนนิ่งอยู่ที่เดิมรอถูกทุบตีอย่างโง่เขลาน่ะหรือ อย่าแม้แต่จะคิด!
ทันทีที่จับอีกฝ่ายทุ่มข้ามไหล่ลงกับพื้น โลกทั้งใบก็คล้ายจะเงียบกริบ
ลูกสะใภ้กล้าทำร้ายแม่สามี เกิดอาเพศแล้ว
ทุกคนต่างถอยหนีด้วยความสยดสยอง จนเหลือเพียงครอบครัวของพวกนาง
หลินจิ่วเหนียงมองแม่เฒ่าหลิวที่กำลังนอนร้องครวญครางอย่างเ็ปด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม่เฒ่าหลิวที่กำลังเ็ปก็จ้องมองหลินจิ่วเหนียงเขม็ง สตรีผู้นี้กล้าดีอย่างไรมาขัดขืนและจับนางทุ่มลงพื้น!
นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยความเ็ป ก่อนกระโจนเข้าใส่หลินจิ่วเหนียงอีกครั้ง พร้อมกับคำรามอย่างดุร้าย
“หลินจิ่วเหนียง เ้าต้องตายด้วยน้ำมือข้า”
หลินจิ่วเหนียงเอี้ยวตัวเบา ๆ หลบหญิงชราที่พุ่งมาชน ในขณะสองร่างเฉียดกัน นางก็เหยียดเท้าขึ้นเกี่ยวสกัดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มีเสียงดังโครมพร้อมกับเสียงกรีดร้อง หลายคนถึงกับหดคอ เป็การล้มลงที่น่าอนาถยิ่งนัก
แม่เฒ่าหลิวล้มลงนอนพังพาบบนพื้นอยู่นานกว่าจะฟื้น ความเ็ปแผ่ซ่านอยู่ในปาก เมื่อเห็นฟันสีเหลืองจมกองเือยู่บนพื้น นางก็กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
“กรี๊ด หลินจิ่วเหนียง นังหญิงสารเลว!”
เมื่อเห็นความทุกข์ทรมานของแม่เฒ่าหลิว หลินจิ่วเหนียงก็รู้สึกมีความสุขที่ได้แก้แค้น
สายตานางกวาดไปยังลูกชายตระกูลหลิวที่ถูกนางสั่งสอนบทเรียนให้ มุมปากนางเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“ในเมื่อพวกเ้าดูถูกแม่อย่างข้านัก และเชื่อฟังนางเสียจนอยากให้ข้ารีบตายไปเร็ว ๆ เช่นนี้ จากนี้ไปพวกเ้าก็อยู่กับนังเฒ่าใกล้ตายคนนี้เสีย ข้าไม่ยินดีรับใช้พวกหมาป่าตาขาวอย่างพวกเ้า”
หลังจากพูดจบ หลินจิ่วเหนียงก็หันหลังเดินจากไปด้วยท่าทางสง่างามโดยไม่ลังเล
“ท่านย่า”
หลิวซานนีและภรรยาของหลิวเอ้อร์หลางพยุงตัวหลิวเอ้อร์หลางเดินมา ขณะที่เขาร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ “ท่านย่า ท่านแม่ทุบตีข้าเจ็บมากขอรับ”
“เ้า เ้าเห็นหรือไม่ว่าข้าก็เจ็บ?” หลิวต้าหลางก็เดินมาพร้อมกับภรรยาและซื่อหลาง
เมื่อได้ยินหลิวซานนีร้องไห้ด้วยความเ็ป เขาก็อดไม่ได้ที่จะปฏิเสธ เขาอ้าปากค้างด้วยความเ็ป และอดไม่ได้ที่จะด่าทอภรรยาตัวเอง
ด่าทอเพราะนางไม่ออกมาช่วยเมื่อเห็นสามีถูกตี เป็ลูกสะใภ้ที่เอาแต่ก้มหน้า ไม่กล้าเอ่ยคำใดเมื่อถูกดุ
เพียะ!
แม่เฒ่าหลิวที่ลุกขึ้นจากพื้นแล้วไม่อาจทนได้อีกต่อไป เดินปรี่เข้ามาตบหน้าหลิวต้าหลางอย่างจัง
“หลิวต้าหลาง เ้ายังจะทำตัวหยิ่งผยองอีก หากเ้าฟังที่ข้าบอกให้ส่งนางขึ้นเขาแต่เช้า ทุกอย่างก็จะไม่เป็เช่นนี้ใช่หรือไม่?”
“ท่านย่า ท่านตบข้า” หลิวต้าหลางโกรธมาก เขาถูกแม่ทุบตี แล้วตอนนี้ก็ยังถูกย่าตบอีก จึงคำรามด้วยความโกรธ “ท่านย่า หากท่านไม่ให้ท้ายพวกเรา ท่านแม่จะทุบตีเราได้อย่างไร?”
“ดังนั้นเ้าจึงโทษข้าหรือ?” แม่เฒ่าหลิวคำราม “ข้าทำไปเพื่อใครกัน?”
“ทั้งหมดก็เพื่อพวกเ้าไม่ใช่หรือ? นางป่วยหนักถึงเพียงนั้นจนหมอบอกว่าให้เตรียมจัดงานศพได้เลย ใครจะไปรู้เล่าว่านางจะหายดี?”
แม่เฒ่าหลิวยังคงฉุนเฉียว นางไม่เคยชอบลูกสะใภ้ใหญ่คนนี้เลย แต่เพราะท่านผู้เฒ่ายืนกรานให้แต่งนางเข้าบ้านโดยไม่ต้องใช้เงินสินสอดใดๆ ทั้งสิ้น นางจึงจะยอมตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ
แต่คาดไม่ถึงว่านเมื่อนังตัวซวยคนนี้เข้ามาในบ้านสกุลหลิวของนาง สามีของนางก็เสียชีวิต ทำให้นางกลายเป็หม้ายั้แ่อายุยังน้อย
หลิวซื่อหลางกัดฟันด้วยความเ็ป สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น “แต่ แต่ท่านแม่ของพวกเรากลับกลายเป็ฟื้นขึ้นมาและหายจากอาการป่วย มันน่าจะเป็เื่น่ายินดีมิใช่หรือ?”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา หลิวต้าหลางและคนอื่น ๆ ก็ตกตะลึง
ใช่แล้ว นี่ควรเป็เื่น่ายินดี
เมื่อท่านแม่ของพวกเขาฟื้นแล้ว ที่บ้านก็จะมีคนทำอาหาร ทำงานบ้าน ทำงานนอกบ้าน และมีคนหาเงินให้พวกเขาใช้ไม่ใช่หรือ?
หลิวอู่นีผู้เป็ลูกคนสุดท้องอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ขึ้นมาในตอนนี้ “ฮือๆ พวกเราทำให้ท่านแม่ขุ่นเคือง ท่านแม่ไม่้าพวกเราอีกต่อไปแล้ว จะทำอย่างไรกันดี”
“นางกล้าหรือ!”
แม่เฒ่าหลิวพูดด้วยความโกรธ “บ้านหลังนั้นเป็ของตระกูลหลิวของเรา นางไม่กล้าทิ้งพวกเ้าหรอก มีเพียงตระกูลหลิวของเราเท่านั้นที่จะทิ้งนาง ไป ข้าจะพาพวกเ้ากลับไปแล้วขับไล่นางออกไปให้พ้นทาง ให้นางรู้ว่าครอบครัวนี้ผู้ใดเป็ใหญ่”
จากนั้นนางก็ผ่อนเสียงอ่อนโยนลง “เ้าพวกเด็กโง่เอ๋ย หากนางไม่สนใจพวกเ้า คิดว่าย่าจะยังเพิกเฉยต่อพวกเ้าได้หรือ? ไป กลับไปกับข้าเพื่อคิดบัญชีกับนาง ข้าไม่เชื่อว่านางจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้”
……
แม่เฒ่าหลิวรีบกลับบ้านพร้อมกับหลิวต้าหลางและคนอื่น ๆ ด้วยความโกรธเคือง แต่นางคาดไม่ถึงว่าตนจะพลาด
พวกเขาไม่พบหลินจิ่วเหนียงในบ้าน ไม่ว่าจะะโอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดตอบรับ
เื่นี้ทำให้แม่เฒ่าหลิวโกรธมาก นางรีบไปที่ห้องของหลินจิ่วเหนียงแล้วโยนเสื้อผ้าสองสามชุดที่มีอยู่ในนั้นออกมากระทืบอย่างแรง พร้อมทิ้งคำสาปแช่งไว้
ทันทีที่แม่เฒ่าหลิวจากไป พี่น้องชายหญิงก็มารวมตัวกันทันที เพื่อปรึกษาว่ามารดาของพวกเขาหายไปที่ใด
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้คุยกันให้เป็เื่เป็ราว ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องแหลมชวนสังเวชดังมาจากลูกหมูในสวนหลังบ้าน
ทุกคนใ และรีบวิ่งไปที่สวนหลังบ้าน
ลูกหมูตัวนั้นเป็สิ่งมีค่าที่สุดในครอบครัวของพวกเขา พวกเขาจะรอจนถึงสิ้นปีค่อยฆ่ามันเพื่อแลกเป็เงินสำหรับซื้อเกลือและน้ำมันสำหรับปีหน้าและเพื่อชดใช้หนี้ที่หลิวต้าหลางและหลิวเอ้อร์หลางติดค้างอยู่ เพราะพวกเขาแต่งงานเมื่อสองปีก่อน ดังนั้นจึงต้องไม่มีอะไรผิดพลาด
แต่เมื่อพวกเขารีบวิ่งไปจนถึงสวนหลังบ้าน ก็เห็นมารดาที่เพิ่งหายจากอาการป่วยหนักกำลังเงื้อไม้ฟาดหัวหมูอย่างโเี้ หลายคนกรีดร้องด้วยความใ
“ท่านแม่ อย่านะขอรับ!”
“ท่านแม่ อย่า!”
……
พลั่ก!
ท่อนไม้ในมือของหลินจิ่วเหนียงซึ่งหนากว่าแขนของนางฟาดลงบนหัวลูกหมูน้ำหนักตัวมากกว่ายี่สิบจินอย่างแม่นยำ ลูกหมูล้มลงกับพื้นพร้อมส่งเสียงครวญครางอู้อี้ ขาทั้งสี่ปัดป่ายสองสามครั้งขณะดิ้นพล่าน ก่อนจะแข็งทื่อ ไม่ขยับเขยื้อนอีก
หลิวเอ้อร์หลางและคนอื่น ๆ รีบวิ่งไปดูในทันใด เมื่อเห็นลูกหมูนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ทุกคนก็หน้าซีดเผือด พลางจ้องมองหลินจิ่วเหนียงอย่างไม่เชื่อสายตา
แต่หลินจิ่วเหนียงเพียงหันมายิ้มให้พวกเขา แล้ววินาทีต่อมานางก็อุ้มซากลูกหมูเปื้อนเืเดินไปที่บ่อน้ำ
นางอยากกินเนื้อ ใครหน้าไหนที่กล้ามาขวาง นางจะทุบให้หมด!
.............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
ฟื้นมาแม่ก็พร้อมทุบเรียงตัวเลย ใกันทั้งบ้านเลยทีนี้
ไหหม่า(海馬)