Reborn to Rule : ตำนานเอเย่นต์แห่งโลกฟุตบอล

    บทที่ 29 ความรู้สึก

    ภายในห้องประชุมสโมสรพีเอสวี บรรยากาศเงียบสงัดลงหลังจากอเล็กซ์เดินออกไปเพื่อปล่อยให้บอร์ดบริหารหารือ แฮร์รี่ ฟาน ไรจ์ ประธานสโมสรผู้มากบารมีนั่งนิ่งพลางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา เขาหันไปมอง แฟรงค์ อาร์เนเซ่น ผู้อำนวยการกีฬาชาวเดนมาร์กผู้มีสายตาแหลมคม


    "นายคิดยังไง แฟรงค์? ดีลพ่วงนักเตะดาวรุ่งลีคล่างที่อิตาลีที่ชื่อเอวร่านี่มันดูทะแม่งๆ นะ" ฟาน ไรจ์ เอ่ยถาม


    "ในแง่ของธุรกิจ 4.8 ล้านปอนด์ สำหรับแยน เวนเนกอร์ มันคือราคาที่บาเลนเซียพร้อมจ่ายแน่ถ้าเราชักช้า" อาร์เนเซ่นกางแฟ้มข้อมูลที่อเล็กซ์ทิ้งไว้ "แต่สิ่งที่น่าสนใจคือข้อมูลสมรรถภาพของเด็กที่ชื่อเอวร่า... อเล็กซ์ไม่ได้มองเขาเป็นกองหน้า แต่เขามองเป็นแบ็กซ้ายด้วยค่าสถิติความเร็วและการแย่งบอลที่สูงลิบ ถ้ามันเป็นจริงตามที่เขากล่าวอ้าง การได้ตัวมาแบบไร้ค่าตัวพ่วงกับดีลแยน มันคือการลงทุนที่แทบไม่มีความเสี่ยงเลยนะแฮร์รี่"


    "นายเชื่อสายตาของไอ้เด็กหนุ่มอเล็กซ์นั่นขนาดนั้นเลยเหรอ?"


    "ผมไม่ได้เชื่อแค่สายตาเขา แต่ผมเชื่อในผลลัพธ์ที่เขาทำกับแยน" อาร์เนเซ่นยิ้ม "ถ้าเราไม่คว้าไว้ บาเลนเซียเอาไปแน่ และเราจะเสียทั้งดาวยิงเบอร์หนึ่งและเพชรเม็ดงามไปพร้อมกันก็ได้"...


    -----


    ณ โรงงานผลิตนม Campina, เนเธอร์แลนด์


    แยน เวนเนกอร์ ในชุดวอร์มกีฬาพรีเซนเตอร์ กำลังนั่งพักจิบน้ำอยู่ข้างกองถ่ายโฆษณา เขาหันไปคุยกับ เกิร์ต พี่ชายและที่ปรึกษาคนสนิท


    "อเล็กซ์เงียบไปทั้งวันแล้วไม่รู้ดีลเป็นยังไง" แยนปาดเหงื่อ "เขาบอกให้ผมโฟกัสกับงานพรีเตอร์ แต่ผมอดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้เขาคุยกับพีเอสวีไปถึงไหนแล้ว"


    "เชื่อใจเขาเถอะแยน" เกิร์ตตบบ่า "อเล็กซ์ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผน ฉันสังเกตเห็นแววตาเขาตอนพูดเรื่องสเปน... เขานั่นกำลังเล่นเกมใหญ่เพื่อนายอยู่"


    ณ กรุงโคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก


    ที่บ้านตระกูลนีลเซ่น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำเต็มไปด้วยความอบอุ่น เฟรดริก นีลเซ่น นั่งฟังพ่อและแม่ที่กำลังชื่นชม โซเรน น้องชายของเขา


    "แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะโซเรน ที่กล้าเข้าไปหาคุณแวน เดอ เบิร์ก ด้วยตัวเอง" ผู้เป็นแม่กล่าวพลางยิ้ม "เพราะความกล้าของลูก พี่ชายของลูกถึงได้มีโอกาสเซ็นสัญญากับเอเย่นต์ที่เก่งที่สุดในฮอลแลนด์ตอนนี้"


    "ผมแค่ไม่อยากเห็นพี่เฟรดริกจมอยู่กับทีมที่มองไม่เห็นค่าครับ" โซเรนตอบ "คุณอเล็กซ์สัญญาว่าจะหาทีมที่ใช่ให้พี่ และผมเชื่อว่าเขาทำได้จริง"


    เฟรดริกยิ้มจางๆ พลางนึกถึงสัญญาที่เพิ่งเซ็นไป ความหวังที่เคยดับมอดเริ่มลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง


    ณ เมืองปารีส, ฝรั่งเศส


    ปาทริค เอวร่า นั่งอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน มองดูลูกฟุตบอลที่เด็กๆ แถวนั้นเตะเล่นกันอย่างสนุกสนาน ในหัวของเขานึกถึงคำพูดของอเล็กซ์ที่บอกว่าเขาเกิดมาเพื่อเป็น "แบ็กซ้ายระดับโลก"


    "เขาให้เงินผมมาจุนเจือครอบครัว ทั้งที่ผมยังไม่ได้สร้างผลงานอะไรให้เขาเลย" เอวร่าพึมพำ "คนอย่างอเล็กซ์... ถ้าเขาบอกว่าผมจะไปได้ไกล ผมก็จะทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคิดถูก"


    เขากำหมัดแน่น คาดหวังถึงโทรศัพท์จากเนเธอร์แลนด์ที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล


    ณ อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์


    ที่สนามฝึกซ้อมในบ้าน เวสลีย์ สไนเดอร์ กำลังหอบหายใจอย่างหนักจากการฝึกซ้อมพิเศษกับ โธมัส โค้ชส่วนตัวที่อเล็กซ์ส่งมาดูแล


    "บอสสั่งมาว่า นายต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแกนกลาง เวสลีย์" โธมัสกล่าวพลางดูนาฬิกาจับเวลา


    สไนเดอร์ไม่ได้บ่นแม้แต่คำเดียว เขาพยักหน้าและเริ่มออกวิ่งรอบใหม่ ความมุ่งมั่นในแววตาของเด็กหนุ่มวัย 16 ปี บ่งบอกว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางของยอดนักเตะอย่างเต็มตัว



    -----


    คล้ายกับเรื่องReborn to Rule : ตำนานเอเย่นต์แห่งโลกฟุตบอล ที่คุณอ่าน