บทที่ 4 สุดท้ายแม่นมก็ลงมือจริง ๆ!
ลมเหนือพัดหวีดหวิว
เซียวฉู่ฉู่ตื่นขึ้นมากลางคัน ดื่มนมอย่างงัวเงีย ก่อนจะได้ยินเสียงดังมาจากห้องโถง
"พระสนม แม่นมผู้นี้มีปัญหาอย่างที่คิดจริง ๆ เพคะ แผนร้ายของนาง พวกเราจับได้คาหนังคาเขา!"
เซียวฉู่ฉู่พยายามลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก พบว่าหลิ่วตาอิ้งอุ้มนางอยู่ ดูเหมือนจะนอนอยู่บนเตียงยาวในห้องหนังสือด้านใน
ไม่ได้อยู่ในห้องนอนเดิม
"มัดตัวนางไว้ แล้วไปเชิญขันทีผู้ดูแลสำนักกิจการราชวงศ์มา!"
หลิ่วตาอิ้งออกคำสั่ง แต่นางเอ่ยด้วยเสียงที่เบาลง เกรงว่าจะปลุกบุตรสาวในอ้อมอกให้ตื่น
เซียวฉู่ฉู่งัวเงียสงสัย ดูเหมือนวิกฤตอาการป่วยหนักจากลมหนาวจะคลี่คลายแล้ว?
จับคนร้ายได้คาหนังคาเขาแล้วหรือ?
ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว
นางส่งเสียงงึมงำในลำคอสองที แล้วก็ทนความง่วงของทารกน้อยไม่ไหว
หลังจากดื่มนมจนอิ่ม หลิ่วตาอิ้งก็ลูบหลังเบา ๆ นางจึงหลับไปอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น เซียวฉู่ฉู่ตื่นขึ้นในอ้อมกอดหอมกรุ่นของมารดา ขณะกำลังจะแอบยืดเท้าเล็ก ๆ ก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กดังขึ้นในห้อง
"กระหม่อมมองคนผิดไป ถึงได้ปล่อยให้นางกำนัลต่ำช้าที่ไม่รู้จักบุญคุณ คิดร้ายต่อพระโลหิตราชวงศ์ เข้าใกล้องค์หญิงน้อย"
"ขอพระสนมโปรดอภัยให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
ขณะที่เขาพูด เซียวฉู่ฉู่ก็ลืมตาขึ้นด้วยความอยากรู้
ขันทีผู้ดูแลสำนักกิจการราชวงศ์ร่างสันทัด แต่ตัวอ้วนหน้ากลม ยื่นถุงเงินให้นางกำนัลชิวหลีที่รับใช้หลิ่วตาอิ้ง!
สำนักกิจการราชวงศ์ที่ดูแลบ่าวไพร่ นับเป็ตำแหน่งที่ร่ำรวยมาแต่ไหนแต่ไร
หากพระสนม้าหาบ่าวรับใช้ที่ไว้ใจได้ ล้วนต้องติดสินบนขันทีผู้ดูแลสำนักกิจการราชวงศ์
แต่น้อยครั้งนักที่จะเป็ฝ่ายสำนักกิจการราชวงศ์จะมอบเงินให้พระสนม!
โดยเฉพาะหลิ่วตาอิ้งที่ตำแหน่งต่ำต้อยเช่นนี้
เซียวฉู่ฉู่ขยับปากเล็กน้อย
นางกำนัลชิวหลีที่ได้รับทองคำก็มองหลิ่วตาอิ้งด้วยความประหลาดใจและลังเล
หลิ่วตาอิ้งกำลังจะปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่กลับรู้สึกถึงเท้าเล็ก ๆ ของบุตรสาวในอ้อมอกที่ขยับไหว
‘หลังจากเื่นี้เกิดขึ้น ขันทีผู้ดูแลที่จัดสรรแม่นมให้กับหลิ่วตาอิ้งก็กลัวว่าจะถูกลากเข้าไปพัวพัน ในนิยายเขาก็รีบนำเงินมามอบให้ท่านแม่ของข้าแต่เช้าตรู่’
‘แต่ท่านแม่ไม่รับ ส่งผลให้ขันทีผู้นั้นเกลียดชังนาง’
‘ภายหลังขันทีที่สำนักกิจการราชวงศ์จัดสรรให้มารดาข้า ล้วนแต่เป็พวกไร้ประโยชน์ ทั้งโง่ ทั้งี้เี และไม่เอาไหน’
ลมหายใจของหลิ่วตาอิ้งพลันสะดุด หลังจากคืนที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าเสียงในใจขององค์หญิงน้อยที่นางได้ยินนั้นเป็เื่จริง!
ยามนี้หลิ่วตาอิ้งไม่กล้าละเลยคำพูดที่ได้ยิน นางรีบมองตามเสียงในใจของบุตรสาว ไปยังขันทีที่ยืนค้อมตัวยิ้มประจบอยู่เบื้องหน้า
‘ขันทีผู้นี้รับขันทีวังจื้อที่รับใช้ในวังหน้าเป็บิดาบุญธรรม หลังจากเหตุการณ์แม่นมครั้งนี้ เขาก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ’
‘พูดให้ถูกต้องแล้ว เขาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่สกปรกที่แม่นมคิดจะให้ข้ากับท่านแม่ตายเพราะความหนาว’
เซียวฉู่ฉู่ในผ้าอ้อมมองถุงเงินนั้นด้วยความอยากได้
‘อนิจจา ท่านแม่ปฏิเสธทองคำสิบตำลึงที่เขามอบให้ ไม่เพียงเสียเงินไป ยังได้ศัตรูที่เป็คนต่ำช้าเพิ่ม ก่อปัญหาไม่จบไม่สิ้น’
เซียวฉู่ฉู่อดไม่ได้ที่จะอ้าปาก ส่งเสียงอ้อแอ้สองครั้งไปทางหลิ่วตาอิ้งด้วยความร้อนใจ
ดวงตางามของหลิ่วตาอิ้งเป็ประกาย ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ให้นางกำนัลชิวหลี
ชิวหลีเข้าใจความหมาย รีบรับถุงเงินจากมือขันทีผู้ดูแล
‘โอ้ ท่านแม่ของข้ามีฝีมือการต่อสู้ในวังไม่ธรรมดาเลย ช่างฉลาดจริง ๆ! ถูกต้องแล้ว สอบสวนก็สอบสวนไป เงินก็ส่วนเงิน ใครว่าสอบสวนคนแล้วจะรับเงินไม่ได้!’
‘ไม่รับก็เสียเปล่า ข้างในมีทองคำตั้งสิบตำลึงนะ’
‘สามารถสั่งอาหารเนื้อได้ตั้งหนึ่งเดือนเลย’
เซียวฉู่ฉู่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ หากไม่ติดว่าอยู่ในร่างทารก นางคงยกนิ้วให้หลิ่วตาอิ้งแล้ว
หลิ่วตาอิ้งเห็นสีหน้าน่ารักที่ยิ้มตาหยีของบุตรสาว ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม
ขันทีจากสำนักกิจการราชวงศ์ที่ยืนอยู่ด้านล่างเห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกโล่งใจทันที
หลิ่วตาอิ้งผู้นี้เป็คนฉลาด
เขาคิดว่านางจะด่าเขาไปด้วย แล้วส่งตัวไปให้กรมตุลาการสอบสวนเสียอีก หากเป็เช่นนั้น เขาคงต้องไปขอความช่วยเหลือจากบิดาบุญธรรม แล้วสู้กับหลิ่วตาอิ้งจนถึงที่สุด
แต่ตอนนี้นางรับเงินแล้ว ยังยิ้มให้เขา นับว่าเป็คนรู้กาลเทศะ
เมื่อเป็เช่นนี้ เขาก็ควรตอบแทนน้ำใจ ไม่ควรใช้คำพูดขอไปทีมาหลอกนาง
ขันทีผู้ดูแลจากสำนักกิจการราชวงศ์ ค้อมกายคำนับหลิ่วตาอิ้งด้วยความจริงใจในครั้งนี้
"กระหม่อมได้สอบสวนแม่นมผู้นั้นตลอดทั้งคืนเมื่อวาน"
"นางสารภาพว่าริษยาที่พระสนมได้อยู่กับองค์หญิงน้อยทุกวัน จึงทนไม่ไหวถึงได้ก่อเื่"
"เพราะทุกครั้งที่เห็นพระสนมและองค์หญิงอยู่ด้วยกัน นางก็นึกถึงบุตรน้อยวัยสามเดือนของตน คิดถึงการที่ต้องเข้าวังมาเป็แม่นมให้องค์หญิง แต่กลับไม่ได้ให้นมบุตรของตัวเอง จึงเกลียดชังพระสนมและองค์หญิงถึงกระดูก!"
"หากองค์หญิงสิ้นพระชนม์เร็ว นางก็จะได้กลับบ้าน!"
ช่างเป็เหตุผลที่บิดเบี้ยวเหลือเกิน!
หลิ่วตาอิ้งโกรธจัด
การเป็แม่นมและเข้ามาทำงานในวังนั้น ควรเป็ความสมัครใจ
หากไม่ใช่เพราะตนเองรายงานตัว และสมัครใจไปลงทะเบียนที่สำนักกิจการราชวงศ์เอง ก็คงไม่ได้ขึ้นบัญชีผู้คัดเลือกเป็แม่นมด้วยซ้ำ
แม้จะเปลี่ยนใจหลังเข้าวังแล้ว ก็สามารถบอกนางตามตรงได้ว่าอยากกลับไปให้นมบุตรของตน นางจะใจดำถึงขั้นไม่ยอมปล่อยตัวเชียวหรือ?
เหตุใดแม่นมผู้นั้นถึงทำร้ายเด็กเล็ก ๆ เช่นนี้ได้!
หลิ่วตาอิ้งทั้งโกรธทั้งหวาดกลัว
แต่ขันทีจากสำนักกิจการราชวงศ์กลับมองนางอย่างมีนัย
"ขอแจ้งให้พระสนมทราบว่า แม่นมผู้นั้นเป็ชาวเมืองหางโจว"
หลิ่วตาอิ้งชะงัก
เมืองหางโจว?
คำพูดนี้มาอย่างกะทันหัน แต่หลิ่วตาอิ้งคิดสักครู่ก็เข้าใจ
นางได้ฟังเสียงในใจของบุตรสาวและรับเงินไป นี่คือการแสดงออกว่าจะไม่เอาเื่ขันทีผู้นี้
ขันทีผู้นี้จึงตอบแทนน้ำใจนางด้วยการบอกใบ้ถึงสาเหตุที่แท้จริงที่แม่นมวางแผนทำร้ายองค์หญิง
เมืองหางโจวเกี่ยวข้องกับผู้อยู่เื้ัหรือ?
‘โอ้ แม่นมของเฉินฉางจ้าย*[1] ก็เป็ชาวเมืองหางโจวด้วยนะ~’
เซียวฉู่ฉู่นึกตามคำพูดของขันที ไม่นานก็ส่งเสียงฮึมฮัม
‘แต่แม่นมที่ก่อเื่ยืนกรานว่าเป็ความริษยาของตนเอง แม้จะถูกทรมานในกรมตุลาการก็ไม่พบว่าเกี่ยวข้องกับเฉินฉางจ้าย’
เฉินฉางจ้าย ที่แท้ก็คือนาง!
หลิ่วตาอิ้งใ นางกับเฉินฉางจ้ายเข้าวังพร้อมกัน ต่างอาศัยอยู่ในตำหนักตงหัวของพระสนมิ่ผินด้วยกัน
หลายปีมานี้ ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้รับความโปรดปราน จึงสนิทกันราวกับพี่น้อง
เซียวฉู่ฉู่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางเป่าฟองนม ‘เฮ้อ เฉินฉางจ้ายอิจฉาที่ท่านแม่กับนางไม่ได้รับความโปรดปรานเหมือนกัน แต่ท่านแม่กลับมีลูกสองคนอยู่เคียงข้าง…’
หลิ่วตาอิ้งชะงักงัน
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ หลิ่วตาอิ้งสูดหายใจลึก "รบกวนขันทีไปพบกับิ่ผินพร้อมข้าด้วย"
นางพำนักอยู่ที่ตำหนักด้านขวาของตำหนักตงหัวพร้อมกับองค์หญิงน้อย ตามลำดับขั้น นางอยู่ต่ำกว่าิ่ผิน หากมีเื่ใดต้องแจ้งให้ิ่ผินทราบก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น เื่นี้แปดส่วนต้องเกี่ยวข้องกับเฉินฉางจ้ายที่พำนักอยู่ตำหนักด้านซ้าย
ขันทีสำนักกิจการราชวงศ์ค้อมคำนับทันที "ขอเพียงพระสนมสั่งการ!"
ยามอู่*[2] ระฆังยามสามดังขึ้น
ภายในเฉียนซีอู่สั่ว ที่พำนักขององค์ชาย องค์ชายห้าสั่งให้ขันทีน้อยตักน้ำเย็นมาหนึ่งอ่าง แล้วเอาผ้าชุบน้ำประคบที่ใบหน้าเพื่อให้สดชื่น
เมื่อคืนเขาพลิกไปพลิกมา แทบจะไม่ได้หลับทั้งคืน
ในหัวคิดแต่เื่เสียงในใจประหลาดของน้องหญิงที่ได้ยินเมื่อวาน
นั่นจะเป็ความจริงหรือไม่?
หากคืนนี้มีทาสชั่วช้ากล้าวางแผนทำร้ายน้องหญิงกับมารดา ก็แสดงว่าเสียงในใจอื่น ๆ ของน้องหญิงอาจเป็จริงได้ รวมถึงจุดจบอันโหดร้ายของเขาและตระกูลของมารดาด้วย
เมื่อคืนองค์ชายห้าคิดถึงเื่เหล่านี้ ทั้งเสียใจที่ปกติไม่ได้ใส่ใจมารดามากพอ และสำนึกว่าตนเองยังไม่แข็งแกร่งพอ
และที่กังวลมากที่สุดคือ มารดากับน้องหญิงจะรอดพ้นจากการลอบทำร้ายของทาสชั่วช้ายามดึกหรือไม่
ด้วยความกังวลใจเช่นนี้ จึงนอนไม่หลับทั้งคืน
ขณะนี้ องค์ชายห้าใช้ผ้าเย็นประคบที่หน้าผาก แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ประตูลานเล็กของตน
ไม่นานในสายตาก็เห็นขันทีน้อยรีบวิ่งเข้ามาในลาน วิ่งเร็วจนเกือบล้ม
หัวใจองค์ชายห้าเต้นแรง
สายตาของเขาคมกริบ อีกฝ่ายยังไม่ทันเลิกม่านประตู เขาก็ถามขึ้น "เป็อย่างไร!?"
ขันทีน้อยหอบแฮ่ก ๆ "องค์ชายห้า กระหม่อมเพิ่งไปเตรียมอาหารเช้าตามที่ท่านสั่ง แวะไปหาถุงหอมที่ท่านทำหล่นไว้แถวประตูตำหนักตงหัว ผลปรากฏว่ากระหม่อมเห็นพระสนมหลิ่วพาองค์หญิงน้อย พร้อมกับแม่นมที่ถูกมัดไปที่ตำหนักหลักของพระสนมิ่พ่ะย่ะค่ะ!"
องค์ชายห้าลุกพรวดขึ้น โยนผ้าลงในอ่างน้ำ!
ในเวลาเดียวกัน ที่ถนนหลังตะวันตกในเมืองหลวง จวนตระกูลหลิ่ว
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วมีรอยคล้ำใต้ตา มองไปทางวังหลวงด้วยความกังวล
"ฮูหยิน มีจดหมายส่งมาจากวัง บอกว่าแม่นมข้างกายพระสนมหลิ่วของบ้านเรามีปัญหา!"
"พระสนมหลิ่วของพวกเราได้ไปร้องไห้กับพระสนมิ่แล้ว พระสนมิ่ก็ได้ทูลขอพระาานุญาตจากฮองเฮาให้ตระกูลหลิ่วของพวกเรา ส่งแม่นมที่ไว้ใจได้สองคนไปดูแลองค์หญิงน้อย!"
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิ่วสะดุ้งจนชนถ้วยน้ำชาลายดอกไม้สีครามที่อยู่ข้าง ๆ หกกระจาย
[1] ฉางจ้าย คือ ชื่อเรียกยศ ตำแหน่งสนมขั้นเกือบจะต่ำสุด
[2] ยามอู่ คือ ่เวลาระหว่าง 03:00 - 05:00 นาฬิกา