ตอนที่ 4 – เสียงเรียกจากใต้บ้าน
่เย็นวันเดียวกัน
บ้านหญิงเ้าของแมวเงียบจนได้ยินเสียงไม้ลั่นใต้พื้นทุกครั้งที่มีใครขยับ
เมฆาวางเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไว้ตามจุดสำคัญ — ห้องนั่งเล่น หน้าบันได และตรงบ่อหลังบ้านที่เจอกล่องกระดูกเมื่อบ่าย
เส้นกราฟบนหน้าจอค่อยๆ กระดิกขึ้นเอง ทั้งที่ไม่มีลมพัด ไม่มีคนเดิน
วรุฒมองหน้าจอ “พี่...มันขยับเองอีกแล้วครับ”
“แปลว่ามีการรบกวนคลื่นสนามแม่เหล็กจากวัตถุบางอย่าง” เมฆาตอบนิ่งๆ “อาจเป็โลหะ หรือ...สนามพลังของบางสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ”
“ผมขอเลือกคำแรกได้ไหมครับพี่ โลหะน่ะปลอดภัยกว่าเยอะเลย...”
“นายเลือกไม่ได้ วรุฒ” เมฆาตอบเฉย “มันเลือกนายต่างหาก”
วรุฒหันมาทำหน้าจะร้อง “พี่อย่าพูดเหมือนในหนังผีแบบนั้นสิครับ มันไม่ช่วยเลยนะครับ ผมจะหัวใจวายอยู่แล้วเนี่ย”
จิตราหัวเราะเบาๆ “ใจเย็นสิคุณวรุฒ ถ้าผีมันเลือกคุณจริงๆ อย่างน้อยเราก็มีพยานนะ”
“ขอบคุณครับคุณจิตรา แต่ผมไม่อยากมีพยาน ผมอยากมีชีวิตอยู่มากกว่า!”
เมฆาเพียงยิ้มมุมปาก ก่อนเดินเข้าไปในห้องโถงที่พื้นไม้ยุบตัวเล็กน้อยตรงกลาง
เขาก้มลงเคาะพื้น ตึ๊ก...ตึ๊ก...ตึ๊ก...
เสียงเคาะสะท้อนว่างเปล่ากว่าจุดอื่น เหมือนข้างใต้กลวง
“พี่...อย่าบอกนะครับว่าข้างล่างมีห้องอีก”
“ไม่ใช่ห้อง แต่เป็ช่องว่าง — อาจจะมีทางลงใต้บ้าน”
จิตราส่องไฟฉาย “พี่ดูนี่สิคะ มีรอยข่วนอยู่รอบๆ แผ่นไม้ เหมือนมีอะไรพยายามจะขึ้นมา...”
“แมว?” เมฆาถาม
“หรืออย่างอื่นค่ะ...”
ทันใดนั้น เสียง “กร๊อบ...” ดังใต้เท้า วรุฒสะดุ้ง “พี่! มันขยับครับ!”
เมฆาใช้ไฟฉายส่อง เห็นแผ่นไม้ตรงนั้นแง้มออกนิดหนึ่ง เหมือนมีแรงดันจากข้างใต้
เขาก้มลงช้าๆ เอามือแตะ แล้วเปิดขึ้นทีละนิด
กลิ่นอับผสมกลิ่นน้ำหอมลาเวนเดอร์ลอยขึ้นมาแรงจนแสบจมูก
“กลิ่นเดิมอีกแล้ว...” จิตราพึมพำ
เมฆาพยักหน้า “กลิ่นของคนที่ยังไม่ยอมไปไหน”
พอเขาเปิดฝาออกหมด ก็เห็นช่องแคบๆ ลงไปใต้พื้นบ้าน มีบันไดไม้ผุพังทอดลงไปสู่ความมืด
เสียง “เมี้ยว...” ดังขึ้นอีกครั้งจากข้างล่าง
“พี่...” วรุฒเสียงสั่น “เราจะ...ลงไปจริงๆ เหรอครับ?”
“ไม่ต้องห่วง” เมฆาพูดเรียบ “ผีไม่ทำร้ายคนที่กลัวมันหรอก”
“แต่ผมกลัวมากเลยนะครับพี่! มันต้องรู้แน่ๆ!”
“งั้นดี นายปลอดภัยที่สุดแล้ว”
พูดจบ เมฆาก็ก้าวลงก่อนโดยไม่ลังเล
ไฟฉายในมือส่องให้เห็นฝุ่นปลิวลอยเป็เกล็ดในอากาศ กลิ่นอับเก่าแก่เหมือนห้องเก็บของที่ปิดมานานหลายสิบปี
วรุฒกับจิตราตามลงมาอย่างระแวดระวัง
จนถึงพื้นด้านล่าง — เป็ห้องเล็กๆ มีเครื่องดนตรีวางอยู่หลายชิ้น ทั้งขลุ่ย พิณ ไวโอลิน
ทุกชิ้นมี “เศษขนแมว” เกาะเต็มไปหมด
“พี่...” จิตรากระซิบ “ที่นี่มัน...”
“ที่ซ่อนของเธอ” เมฆาพูด “รัชนีเป็นักดนตรี เธอคงสร้างที่นี่ไว้ซ้อมคนเดียว”
วรุฒมองรอบๆ “แต่ผมว่ามันเหมือนที่ซ้อมของผีมากกว่า...”
เขาเดินไปแตะไวโอลินตัวหนึ่ง แต่ทันทีที่นิ้วัั — สายดีด แง้ง! ดังขึ้นเอง
ทุกคนชะงัก
เสียงนั้นก้องสะท้อนทั่วห้อง แล้วตามมาด้วยเสียง “ขลุ่ย” เบาๆ จากอีกมุมหนึ่ง — ทั้งที่ไม่มีใครเป่า
จิตรารีบหลบหลังเมฆา “พี่คะ มันเล่นเอง!”
เมฆาหรี่ตา “ดูจังหวะสิ เหมือนกำลัง...บรรเลงเพลง”
เสียงเครื่องดนตรีเริ่มประสานกันทีละชิ้น — เหมือนบทเพลงเศร้าลึกลับจากที่ไกลโพ้น
แสงบางอย่างเริ่มส่องลอดออกมาจากใต้ขลุ่ยไม้
เมฆาก้มลงส่องไฟฉาย
ใต้ขลุ่ยมี “รูปถ่ายหญิงสาวอุ้มแมว” วางอยู่ และบนภาพนั้นมีคราบเืจางๆ
วรุฒเสียงสั่น “พี่...นั่นเธอใช่ไหมครับ...รัชนี?”
เมฆาไม่ตอบ เขาเพียงเอามือแตะรูปเบาๆ แล้วพูดช้าๆ
“ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่...ช่วยบอกเราหน่อย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
ทันใดนั้น เครื่องดนตรีทุกชิ้นดังพร้อมกัน แง้งงงงงงงงงง!
ไฟฉายดับวูบ — และในความมืดนั้น เสียงผู้หญิงกระซิบชัดเจนอยู่ใกล้หูทุกคน
“ฉัน...ไม่ได้ตายเพราะแมว...”
จบตอนที่ 4 – เสียงเรียกจากใต้บ้าน
*ตอนต่อไปจะเป็ ตอนที่ 5 – เพลงสุดท้ายของรัชนี
ซึ่งจะเปิดเผยความจริงบางส่วนเกี่ยวกับหญิงเ้าของแมว และเหตุผลที่เธอไม่อาจไปไหนได้*
*โปรดติดตามตอนต่อไป*