17.00 น.
หลังเลิกจากการเรียนวิชาสุดท้ายของวัน ฉันและเพื่อนๆก็แยกย้ายกันกลับห้อง ตอนแรกเพื่อนๆ อยากจะจัดฉลองวันเกิดให้ฉันแต่ฉันขอพวกเธอไว้ว่าให้จัดเลี้ยงกัน่สี่ทุ่มเพราะฉันอยากไปเดินซื้อของใช้กับแดนก่อน เพื่อนๆ ที่น่ารักของฉันก็ยอมให้เอาพวกเธอมาอ้างว่าไม่ว่างไปด้วยให้ฉันมาขอให้เขาพาไปฉันไม่ได้โกหกเขานะ เพื่อนๆ ของฉันไม่ว่างจริงๆเพราะพวกเธออาสาจะอยู่จัดห้องรอฉันกลับมาแล้วค่อยฉลองด้วยกันยังไงล่ะ เพื่อนๆของฉันน่ารักและเข้าใจฉันที่สุด ฉันอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีเขียวอ่อนลายรูปทรงพีระมิดเกล้าผมทรงหางม้าผูกโบสีเดียวกันกับชุด สะพายกระเป๋าถักทรงกลมสีเขียวเข้มสวมรองเท้าหุ้มข้อสีน้ำตาลนานมากแล้วที่ฉันไม่ได้แต่งตัวน่ารักแบบนี้ไปเที่ยวกับเขา ไปเที่ยวงั้นหรอฉันจะชวนเขาไปซื้อของต่างหาก เราไม่เคยไปเดินห้างด้วยกันเลยสักครั้งเมื่อสำรวจแล้วว่าแต่งตัวเรียบร้อยจึงกดโทรศัพท์โทรออกหาเขา
(ครับน้อง)
“แดน พาน้องไปซื้อของใช้หน่อยสิ”
(ไม่ไป ี้เี)
“ไปเป็เพื่อนน้องหน่อยนะแดนคนดีน้องไม่มีเพื่อนไปจริงๆ”
(ไม่ชอบเดินห้าง น่าเบื่อ)
“ไปไม่นานหรอกนะ น้องจะรีบซื้อรีบกลับ แดนไปนั่งรอน้องที่ร้านอาหารก็ได้เดี๋ยวน้องเลี้ยงข้าวเย็น แถมหนังให้อีกหนึ่งเื่เลยก็ได้ นะแดนนะพาน้องไปทีน๊า” ฉันอ้อนเขาสุดฤทธิ์อยากให้เขาพาไปให้ได้
(ให้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวนะ)
“ได้ๆน้องจะบริหารเวลาหนึ่งชั่วโมงของแดนให้ลงตัวที่สุดไม่ให้เกินเลยสักวินาทีเดียว”
(โอเค ลงมารอเลยอีกสิบนาทีถึง)
“โอเคจ้า”
ฉันรอเขาไม่นานจริงๆเขาคงกำลังขับรถอยู่แถวนี้ถึงมารับฉันได้ภายในเวลาสิบนาทีตามที่เขาบอกจริงๆเราใช้เวลาเกือบสี่สิบนาทีกว่าจะฝ่าการจราจรที่แน่นขนัดมาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ได้ฉันรู้สึกดีที่เขาไม่ได้มีอาการหงุดหงิดกับการจราจรบนท้องถนน
“หนึ่งชั่วโมงนะน้องห้ามเกินไม่อย่างนั้นกลับบ้านเองนะ”เขาบอกฉันเมื่อเราเดินเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้กันแล้ว
“รู้แล้วน่าไม่เกินแน่นอน แล้วนี่ตามน้องมาทำไมไปหาร้านนั่งรอสิ ไม่ชอบเดินห้างไม่ใช่หรือไง” ฉันไม่ได้หวังให้เขาเดินตามฉันไปซื้อของหรือช่วยฉันถือของอะไรแบบนั้นแค่เขามาส่งฉันก็พอใจมากแล้ว
“ก็บอกว่าจะมาซื้อของใช้ไม่ใช่หรือไง”เขายังคงเดินตามฉันไม่ได้เดินไปหาที่นั่งรอเหมือนอย่างที่ฉันคิดไว้
“อื้ม”
“ไปเถอะ จะห้านาทีแล้วนะ”เขาเร่งให้ฉันรีบไปทำธุระอย่างนั้นหรอ ฉันเดินไปยังจุดหมายแรกของวันนี้แผนกชุดชั้นในสตรี ทุกวันเกิดฉันจะซื้อชั้นในใหม่เสมอ ฉันทำแบบนี้มาสามปีแล้ว
“รอน้องหน้าร้านนะ น้องเข้าไปเดี๋ยวเดียว”ฉันขอให้เขายืนรอฉันที่หน้าแผนกชุดชั้นในสตรี ก่อนจะเดินเลือกแบบที่ฉันชอบสี่ชุดวันนี้ฉันมาซื้อชุดชั้นในให้เป็ของขวัญวันเกิดของตัวเองฉันไม่เคยบอกเขาว่าฉันเกิดวันไหนที่ชวนเขาออกมาวันนี้ก็เพราะอยากเจอเขาในวันเกิดของตัวเองก็เท่านั้นและเื่ซื้อของก็เป็เพียงข้ออ้างหนึ่งเท่านั้นเมื่อเลือกได้แบบที่ชอบเรียบร้อยก็รีบเดินไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์ไม่อยากปล่อยให้เขารอนาน
“สามชุดนี้ด้วยครับ”ชุดชั้นในลายลูกไม้สีเนื้อสีดำและสีขาวรวมทั้งหมดสามตัวถูกวางรวมกับชุดชั้นในสี่ตัวแรกของฉัน
“เฮ้ย! บอกให้รอหน้าร้านไงแล้วนี่ของใครเอามาคิดรวมกับของน้องทำไม”ฉันถามเขาออกไปแล้วแต่เป็ฉันที่อายเสียเอง
“ของขวัญวันเกิด” เขาตอบสั้นๆแล้วยื่นบัตรเดบิตให้พนักงานรูดอย่างรวดเร็ว
“แฟนน้องน่ารักจังนะคะ”พี่พนักงานยื่นถุงกระดาษที่มีสัญลักษณ์ของทางร้านให้กับฉันหลังจากที่เธอคิดเงินเรียบร้อยแล้วฉันพูดไม่ออกทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ให้พนักงานร้านไปอายจนพูดไม่ออกคงจะเป็แบบนี้นี่เอง
“รู้ได้ยังไงว่าวันนี้วันเกิดน้อง” ฉันหาเสียงของตัวเองเจอจนได้
“รู้ก็แล้วกัน” นี่คือคำตอบหรอฉันอ้าปากหวอกับคำตอบของเขา เขาทำเพียงลูบหัวฉัน แล้วจับมือให้เราเดินมาด้วยกัน
“.........” จับมืองั้นหรอแถมยังแย่งถุงจากมือฉันไปถือเองด้วยฉันขอคิดเข้าข้างตัวเองแล้วกันว่าเข้าอยากดูแลฉันด้วยความเต็มใจเขาอาจจะสนใจฉันขึ้นมาบ้างแล้วถ้าส่องกระจกในตอนนี้ฉันคงเห็นภาพสะท้อนของตัวเองที่กำลังยิ้มกว้างอย่างมีความสุขอยู่แน่ๆ
“ไปหาอะไรกินกัน ฉลองวันเกิดให้น้องซะหน่อยหรือจะไปฉลองที่วีคลับ เดี๋ยวโทรบอกเพื่อนๆ เราไปฉลองกันที่นั่นก็ได้”
“อย่าเลย น้องไม่ได้อยากฉลองอะไร ทุกๆปีถ้าอยู่บ้าน่เช้าก็จะใส่บาตรกับหม่าม้าป่าป๊าแล้วก็กินข้าวเย็นกันแค่นั้นไม่ได้ทำอะไรพิเศษหรอก”
“แล้วเมื่อเช้าใส่บาตรที่ไหน”
“โอนเงินบริจาคเอาน่ะ ทำบุญจะทำกับใครที่ไหนก็ได้”
“อืม ก็จริง ตกลงจะกินข้าวเย็นที่นี่ใช่ไหม”
“กินนี่แหละ ขอเวลาแดนมาได้หนึ่งชั่วโมงต้องบริหารดีๆ”
“วันนี้ยกให้เป็กรณีพิเศษก็ได้”
“อย่าเลย แดนให้ของขวัญน้องมาแล้วนี่”
“แล้วอยากกินอะไร เลือกร้านเลย”
“ร้านนี้แล้วกัน”
“อาหารญี่ปุ่นอีกแล้วหรอ ชอบจริงนะ”
“เย็นแล้ว กินอะไรที่ย่อยง่ายๆ จะได้นอนหลับสบายไง”
“อืม”
“สามชุดที่แดนหยิบมารู้ได้ยังไงว่าน้องใส่ไซซ์ไหน”
“จำไม่ได้จริงๆ หรอว่ารู้ได้ยังไง”
“หือ แล้วน้องจะจำได้ยังไง”
“ถ้าพูดแล้วอย่าโกรธนะ”
“มันยังไงกันรีบบอกมาเลยนะแดนว่ารู้ได้ยังไงแล้วน้องจำอะไรไม่ได้ น้องงงไปหมดแล้วเนี่ย”
“สัญญามาก่อนว่าถ้าพูดแล้วจะไม่โกรธ”
“ไม่อยากสัญญา พูดแบบนี้ต้องมีเื่อะไรแน่ๆ”
“ไม่สัญญาก็ไม่กล้าพูด” ฉันช่างใจระหว่างรู้กับไม่รู้ถ้าฉันฟังแล้วโกรธเขาก็ไม่อยากพูดงั้นหรอ มันเกี่ยวกับที่เขารู้ไซซ์ชุดชั้นในของฉันยังไงยิ่งคิดยิ่งอยากรู้ และแล้วความอยากรู้ก็ชนะทุกสิ่ง
“โอเค สัญญาก็ได้”
“สั่งอาหารก่อนเถอะ พนักงานรอรับออเดอร์นานแล้ว”เขาโบกมือเรียกพนักงานที่ยืนมองเราอยู่
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”พนักงานเข้ามารับออเดอร์ของเราด้วยรอยยิ้ม
“เ้าของวันเกิดสั่งสิ วันนี้อยากกินอะไร”
“ช่วยกันเลือกสิ”
“น้องสั่งเลย เรากินทุกอย่างที่น้องเลือกให้อยู่แล้ว”นี่เขากำลังพูดเอาใจฉันอยู่ใช่หรือเปล่า
“ข้าวหน้าเนื้อหนึ่งเซต สเต๊กปลาแซลมอนหนึ่งเซตสลัดผลไม้ เทมปุระทอด แดนอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม” ฉันเลือกเมนูที่เราสองคนกินเป็ประจำ
“ไม่ครับ” เขายิ้มอย่างนั้นหรอมีอะไรให้ต้องยิ้มอย่างมีความสุขอย่างนั้นกัน
“เครื่องดื่มรับอะไรดีคะ”
“น้ำเปล่าสองขวดค่ะ”
“ได้ค่ะ ขออนุญาตทวนรายการนะคะ ข้าวหน้าเนื้อหนึ่งเซตสเต๊กปลาแซลมอนหนึ่งเซต สลัดผลไม้ เทมปุระทอด น้ำเปล่าสองขวด น้ำแข็งสองแก้วนะคะ”
“ค่ะ”
“รออาหารสักครู่นะคะ” พนักงานยิ้มให้ฉัน
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มตอบกลับ
“ตกลงว่ายังไง รู้ได้ยังไง”
“สัญญาแล้วนะว่าจะไม่โกรธ”เขายิ้มพร้อมกับทวงคำสัญญาที่ฉันเพิ่งให้เขาไป
“สัญญา พูดมาสิว่ารู้ได้ยังไง” ฉันเร่งเขา
“ก็คืนนั้นไง ที่เรานอนกอดกันคืนนั้นน่ะสองชิ้นนั้นเราเป็คนซักและตากเองกับมือ”เขาโน้มตัวจากฝั่งตรงข้ามแล้วกวักมือให้ฉันโน้มตัวมาฟังแล้วกระซิบบอกกับฉันถึงคืนนั้นที่เขาซักเสื้อผ้าพวกนั้นให้ฉัน ฉันจำได้ทันทีหน้าของฉันตอนนี้คงจะแดงมาก แต่ฉันต้องเก็บอาการสินะ
“อื้ม จำได้แล้ว ความจำดีมากเลยนะเื่ที่ไม่ควรจะจำทำไมจำแม่นขนาดนี้นะ” ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันทีที่ได้ยินคำตอบและกัดฟันบ่นเขาเบาๆ รู้สึกอายจนไม่อยากจะมองหน้าเขาอีกครั้งความทรงจำวันนั้นไหลเวียนเขามาในหัวไม่หยุดเหมือนก๊อกแตกยังไงอย่างนั้น
“เราความจำดีมากนะน้อง” เขาก้มลงกระซิบใกล้หูของฉันนี่เขาตามมารังควานฉันอย่างนั้นหรอ ฉันเอียงหน้ามองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“ขอโทษครับครั้งนี้น้องบังคับเราให้พูดนะเราไม่ได้อยากพูดเลยจริงๆ”เขายกมือขึ้นบอกว่าขอยอมแพ้
“หยุดพูดได้แล้ว เงียบไปเลย” ฉันเอานิ้วจิ้มไปที่ปากเขาแต่เขากลับงับนิ้วฉันซะอย่างนั้น
“ปล่อยเลย มือไม่ได้ล้าง สกปรกจะตายงับมาได้ยังไง”เขายอมปล่อยนิ้วฉันให้เป็อิสระ
“เอาทิชชูเปียกมา” เขาแบบมือขอทิชชูเปียกไปทำไมกันฉันไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมยื่นให้เขา
“จะเช็ดหน้าหรอ”เขาดึงออกมาหนึ่งแผ่นแล้วจัดการเช็ดมือให้ฉัน เริ่มจากฝ่ามือและนิ้วทีละนิ้วเช็ดทุกซอกทุกมุมอย่างเบามือ
“อีกข้าง”เขาหยิบเพิ่มอีกหนึ่งแผ่นแล้วเช็ดมืออีกข้างของฉันอย่างเบามือเหมือนกับข้างแรกที่เขาเพิ่งเช็ดไปก่อนหน้านี้ฉันยิ้มกับการกระทำน่ารักของเขา
“วันนี้ทำอะไรแปลกๆ นะแดน” ฉันแซวการกระทำน่ารักของเขา
“วันพิเศษน่ะ” เขามองหน้าฉันและยิ้มน้อยๆจากนั้นก็เช็ดมือทั้งสองข้างของตัวเอง ได้แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้วการที่คนที่เรารักทำดีกับเราแบบนี้มันมีความสุขมากจริงๆ