บทที่ 2: เจอกันครั้งแรก
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากผิวกายของดาวที่ลอยมาปะทะจมูกในช่องทางเดินแคบๆ ใต้ท้องเรือยอร์ชสอดประสานกับสายตาหวานซึ้งที่ช้อนมองผมอย่างประหม่า ปลุกเร้าความตื่นตัวของร่างกายผมอย่างเงียบเชียบ
ผมรีบขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม ท่าทางเลิกลั่กของดาวและใบหน้าที่แดงซ่านลามไปถึงใบหูทำให้ผมต้องพยายามทำลายความอึดอัดนี้ด้วยรอยยิ้มขี้เล่นตามสไตล์ "ลมทะเลภูเก็ตนี่เดาใจยากจริงๆ ครับคุณดาว บทจะพัดก็พัดซะตั้งตัวไม่ทันเลย แต่ไม่ต้องห่วงนะคับ บนเรือลำนี้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกเว้นกระโปรงของคุณดาวที่อาจจะต้องคอยระวังเป็พิเศษเวลาขึ้นลงบันได" ผมพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ หวังจะช่วยลดความขัดเขินของเธอ
ดาวค้อนควับให้ผมวงโตทว่าดวงตากลับประกายความขำขันปนเอียงอาย “ปีเตอร์นี่แกล้งดาวตลอดเลยนะคะ แทนที่จะรีบเตือนดาวก่อนลงบันได”
“ผมเตือนแล้วน้า บอกให้ระวังขั้นสุดท้ายไงครับ” ผมตอบพลางผายมือเชิญเธอเดินต่อไปยังห้องพักมาสเตอร์สวีทใต้ท้องเรือ “แต่เอาเป็ว่าผมขอรับผิดชอบด้วยการยกกระเป๋าและถือรองเท้าคู่นี้ให้องค์หญิงตลอดการเดินทางแล้วกันครับ เพื่อเป็การไถ่โทษ”
เสียงหัวเราะใสๆ ของดาวดังขึ้นช่วยให้บรรยากาศที่เกร็งเมื่อครู่ละลายหายไปจนสิ้น เธอเดินนำผมก้าวเข้าสู่ห้องพักมาสเตอร์สวีทที่ผมให้ลูกเรือจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างหรูหรา ห้องนี้ตกแต่งด้วยไม้สักโทนสีอุ่น ตัดกับเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดตา กระจกบานกลมข้างผนังเปิดรับแสงสะท้อนจากผิวน้ำทะเลด้านนอก เข้ามาจับกระทบผิวห้องเกิดเป็ริ้วคลื่นระยิบระยับดูเงียบสงบและเป็ส่วนตัวอย่างที่สุด
“ห้องสวยมากเลยค่ะปีเตอร์ กว้างขวางกว่าที่ดาวคิดไว้เยอะเลย” ดาวเอ่ยปากชมพลางเดินไปลูบไล้ปลายเตียงนุ่มแ่เบา สายตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกกลมที่เห็นผืนน้ำทะเลอันดามันสีมรกตไกลสุดลูกหูลูกตา
“ยินดีที่ชอบครับคุณดาว พักผ่อนจัดของส่วนตัวตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเตรียมความพร้อมที่ห้องควบคุมเรือ อีกประมาณยี่สิบนาทีเราจะเริ่มแล่นเรือออกจากอ่าวป่าตอง มุ่งหน้าไปทางเกาะาาใหญ่กันครับ” ผมบอกกล่าวอย่างสุภาพก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นไปยังห้องบังคับการ้าดาดฟ้าเรือ
การเป็ผู้บริหารและกัปตันเรือที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสัดส่วนเวลาและการควบคุมอารมณ์ความรู้สึก ผมเตือนตัวเองเสมอในฐานะเพื่อนสนิทของเอกว่าไม่ควรล้ำเส้นความเหมาะสมเด็ดขาด ถึงแม้ว่าในใจจะแอบสั่นไหวกับรูปร่างสมส่วนและดวงตาหวานเศร้าคู่นั้นของดาวก็ตามที ความหล่อล่ำและผิวสีแทนคร้ามแดดของผมที่ผ่านการทำงานหนักกลางทะเลมาหลายปี อาจจะเป็เสน่ห์ที่ผู้หญิงหลายคนติดใจ แต่กับดาว... เธอคือพื้นที่ต้องห้ามที่ผมต้องคอยเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลาการพำนักปฏิบัติงานที่ภูเก็ตยอร์ชคลับ 20-30 วันในรอบนี้ ก่อนที่ผมจะต้องบินย้ายไปดูแลสาขาที่สิงคโปร์ต่อไป
เครื่องยนต์คู่อันทรงพลังของเรือ Ocean Breeze เริ่มทำงาน ส่งแรงสั่นะเืแ่เบาผ่านมายังฝ่าเท้าของผมที่เหยียบอยู่หน้าแผงควบคุม ผมค่อยๆ บังคับพังงาเรือเพื่อนำพาเรือยอร์ชลำั์แล่นฝ่าเกลียวคลื่นสีขาวสะอาดตาออกสู่ทะเลลึก ลมทะเลที่พัดมาปะทะใบหน้าช่างสดชื่นและมีพลัง สายน้ำสีมรกตแตกตัวเป็ฟองคลื่นสีขาวโพลนขนานไปกับกราบเรือทั้งสองข้าง
หลังจากเรือแล่นเข้าสู่จังหวะที่นิ่งและคงที่แล้ว ดาวก็ก้าวขึ้นมาบนดาดฟ้าเรืออีกครั้ง เธอเปลี่ยนเสื้อคลุมสีขาวเป็เสื้อกล้ามตัวเบาบางเผยให้เห็นลำคอระหงและลาดไหล่เนียนละเอียด สะพายกล้องถ่ายรูปตัวเล็กพกพาติดตัวมาด้วย
“ปีเตอร์คะ วิวตรงนี้สวยมากเลยค่ะ ลมพัดเย็นดีจัง” ดาวเดินมาร้องทักพลางเกาะราวสะพานเรือมองออกไปข้างหน้า
“ใช่ครับ ทะเลอันดามัน่นี้เป็่ที่น้ำใสที่สุดแล้วล่ะครับ” ผมเดินไปหยิบลูกมะพร้าวอ่อนแช่เย็นเจาะรูเสียบหลอดที่เตรียมไว้มายื่นให้เธอ “นี่ครับ น้ำมะพร้าวสดเย็นๆ ดื่มแก้ร้อนระหว่างล่องเรือ รับรองฟินกว่านอนอยู่โรงแรมเฉยๆ แน่นอนครับ”
ดาวรับลูกมะพร้าวไปดื่มรวดเดียวพร้อมกับทำสีหน้ามีความสุขอย่างแท้จริง “อืม ชื่นใจจังค่ะ ขอบคุณนะคะปีเตอร์ที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ตลอดเวลาที่ดาวอยู่บ้าน... เอกเขาแทบไม่เคยมีเวลาพาออกมานั่งรับลมรับธรรมชาติแบบนี้เลย วันๆ เขามีแต่ประชุม ดีลงาน และกินดินเนอร์กับลูกค้า ซึ่งถึงแม้จะเป็ร้านอาหารหรูแค่ไหน เขาก็เอาแต่มองโทรศัพท์สั่งงานลูกน้องตลอดเวลา” ดาวพูดพลางถอนหายใจยาว แววตากลับมาหม่นหมองอีกครั้งเมื่อนึกถึงสามี
ผมรับฟังอย่างอบอุ่นและไม่เอ่ยขัดจังหวะ ปล่อยให้เธอระบายความอ้างว้างที่สะสมอยู่ในใจออกมาอย่างเต็มที่ “ผมเข้าใจครับเอกเป็คนทะเยอทะยานและรับผิดชอบสูง แต่อย่างว่าแหละครับ... ผู้หญิงที่แสนดีและงดงามเช่นคุณดาว ก็คู่ควรกับการได้รับการดูแลและเอาใจใส่เป็พิเศษเช่นกัน ่ 20-30 วันที่ผมดูแลสาขาภูเก็ตนี้ ผมสัญญาว่าจะคอยเป็ผู้จัดการทริปที่ดีที่สุด คอยดูแลและสร้างเสียงหัวเราะให้คุณดาวลืมความเหงาไปเลยครับ” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแววตาจริงใจ
คำพูดปลอบโยนของผมทำให้ดาวหน้าแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย เธอช้อนสายตามองผมด้วยความซาบซึ้งและรู้สึกปลอดภัยยามอยู่ใกล้ชิด “ปีเตอร์นี่เป็สุภาพบุรุษและพูดเก่งจริงๆ เลยนะคะ ดาวรู้สึกดีขึ้นมากเลยค่ะที่ได้มาล่องเรือทริปนี้”
“ด้วยความยินดีครับองค์หญิง!” ผมแกล้งโค้งรับคำชมขี้เล่น ก่อนจะชี้มือออกไปนอกกราบเรือขวา “อุ๊ย! คุณดาวมองไปตรงนู้นสิครับ มีฝูงปลาโลมาว่ายขนานมากับเรือเราด้วยนะนั่น!”
ดาวเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นพยายามเพ่งมองหาแต่ระยะที่ค่อนข้างไกลทำให้เธอมองเห็นไม่ชัด “ไหนคะปีเตอร์ ตรงไหนเหรอ ดาวมองไม่เห็นเลย”
ผมเอื้อมมือไปหยิบกล้องส่องทางไกลคู่ชีพของผมแล้วก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลังดาวเพื่อช่วยนำทาง ผมประคองมือของเธอขึ้นมาจับตัวกล้องส่องทางไกล ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้แผ่นหลังบอบบางของดาวเบียดเข้ากับแผงอกแกร่งและมัดกล้ามล่ำๆ ของผมโดยตรง กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศทะเลผสมกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ จากผิวกายดาวลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในใจของผมจนเป้ากางเกงเริ่มตึงกระชับเข่า
“นั่นไงครับคุณดาว ปรับโฟกัสตรงนี้นิดนึง มองไปทางเกาะเล็กๆ ซ้ายมือสิครับ” ผมกระซิบข้างหูของเธอ มือของผมคอยประคองหลังมือเธอชี้ทิศทาง ร่างกายที่เบียดเสียดกันอย่างช้าๆ ทำให้ดาวเริ่มหายใจติดขัดและใจสั่นสะท้านกับออร่าชายหนุ่มสุดฮอตของผม
“เห็น... เห็นแล้วค่ะปีเตอร์ น่ารักจังเลยค่ะ” ดาวตอบกลับเสียงแ่พร่า ดวงตาไม่ได้จดจ้องเพียงปลาโลมาแต่เริ่มสั่นไหวกับััเนื้อตัวอันแสนร้อนรุ่มของผมที่ยืนแนบชิดประคองเธออยู่เื้ั
ทว่าในวินาทีที่จังหวะชีวิตคู่กำลังสอดประสานประกายไฟบางอย่าง จู่ๆ เกลียวคลื่นขนาดั์ก็ม้วนตัวกระแทกเข้ากับกราบเรือยอร์ชอย่างรุนแรงจนเรือโคลงเคลงไปด้านข้างกะทันหัน ดาวเสียหลักซวนเซหงายหลังลอยละลิ่วจะล้มลงกระแทกพื้น ผมรีบขยับตัวก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและใช้ท่อนแขนแกร่งโอบอุ้มรับร่างอวบอัดของเธอเอาไว้แน่นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทว่าด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางทำให้ร่างกายล่ำบึ้กของผมเสียหลักเบียดชิดกึ่งกลางเป้ากางเกงที่เริ่มขยายตัวและตึงแน่นเต็มพิกัด เข้ากดเบียดกระแทกกับต้นขาอ่อนขาวเนียนของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้!...