เเสงตะวันส่องไปท่องเเดดสีทองเล็ดลอดเข้าช่องหน้าต่าง สร้างความรำคาญเเก่หลี่อวี้ฝูไม่น้อย ร่างบางพลิกซ้ายขวากระส่ายกระสับจนกระทั่งทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นนั่งด้วยอารมณ์หัวเสีย
"เพียงฝันไปหรือ..."นางถอนหายใจพลางกุมขมับ
คิดถึงเื่ที่ติดอยู่ในหัวซ้ำเเล้วซ้ำเล่าหลี่อวี้ฝูมั่นใจว่าเมื่อคืนนางได้พบกับชายหนุ่มปริศนาที่ตามหา เเต่เหตุใดเื่ราวของเขากลับเหมือนนิทานชายที่ต้องตาเป็ยมทูตอย่างนั้นหรือ เเล้วเหตุใดนางถึงสื่อสารกับเขาได้ล่ะ เเล้วไหนจะภาพตัดไปเเบบดื้อๆอีก
มีเเต่เื่ไม่เข้าใจทั้งนั้นเลย
ขณะนั้นเสี่ยวเหวยเข้ามาพร้อมถาดผ้าเช็ดหน้าพอดีนางจึงโอกาสถามเื่เมื่อคืนเสียหน่อย
"หลังงานประลองจบข้าได้ออกไปบ้างนอกหรือไม่"
เสี่ยวเหวยกำลังวางถาดลงบนเตียงมีท่าทีชะงักเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นมาตอบ
"อาจารย์เเม่พักผ่อนตั้งเเต่เย็นเเล้วขอรับ"เขาส่ายหน้าเปื้อนยิ้มเเม้อีกฝ่ายดูไม่เชื่อเเม้เเต่น้อย เเต่ก็ค้านสิ่งใดไม่ได้เพราะภาพจำเเสนเลือนลาง
"เกิดอันใดขึ้นหรือขอรับ"เด็กน้อยถามต่อดวงตาปิดความสงสัยไว้ไม่มิด
"ไม่มีสิ่งใดข้าคงฝันไป"หลี่อวี้ฝูยกมือบ่ายเบี่ยง ให้เสี่ยวเหวยรู้เื่เพ้อพกของนางไปก็ไร้ความหมาย
"วันนี้อาจารย์เเม่มีธุระหรือไม่ขอรับ"
"ผู้ใดมาหาข้ารึ?"นางถามกลับเสียงเรียบเสี่ยงเหวยถามเช่นนี้พร้อมท่าทางลังเล หากไม่ใช่เื่เเต่งงานก็คงเป็เื่ในวัง
"หลิวกงกง..."เสี่ยวเหวยมองหน้าหญิงสาวสลับกับถาดไม้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะพูดเื่นี้
"วันนี้ข้าจะเข้าวัง"หลี่อวี้ฝูตอบด้วยท่านิ่งเฉยจนคนฟังรู้สึกขนลุก
หลิวกงกงเป็หัวหน้าขันทีคอยรับใช้ฝ่าามานาน ถึงหลี่อวี้ฝูจะไม่ใช่องค์หญิงที่หลิวกงกงเคารพเหนือหัว เเต่นางคือคนที่มีบุญคุณต่อเขาเพียงไม่ใช่เฉินกงกง ขันทีผู้ใหญ่ของฮองเฮา ถือว่าไม่ลำบากใจในการเข้าวังเท่าไหร่นัก
หลี่อวี้ฝูเอื้อมไปหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าผ้าสีขาววางลงบนถาดพร้อมคำสั่งให้เสี่ยวเหวยออกไป นางลุกจากเตียงไปเเต่งกายพลางคิดเื่ราวมากมายเเลขวาผ่านหน้าต่างเห็นข้างนอกสว่างจ้า ตอนนี้คงสายมากเเล้ว ฝ่าาคงกำลังอ่านฎีกาที่ตำหนักเหยียนลู่หวังว่าจะไม่เจอเหล่าสนมของพระองค์มาป้วนเปี้ยนที่นั่น
นางนั่งลงเเต่งหน้าที่โต๊ะเครื่องเเป้งผินไปมาที่กระจกหลายคราสำรวจความผิดปกติ ยิ่งสำรวจยิ่งรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ใบหน้าคนที่นอนอิ่มตั้งเเต่ยามเย็น
ความรูปงามของชายปริศนาที่ไม่รู้ว่าเป็เื่จริงหรือเพียงฝันติดตรึงอยู่ในหัวไม่อาจยกไปที่ใดได้ เเสงจันทราที่ส่องเข้าตา นางรู้สึกได้ เเต่เหตุใดเมื่อรุ่งขึ้นกลับเป็เพียงเื่เพ้อพกกัน
ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่านไม่รู้ตั้งเเต่เมื่อไหร่ที่องค์หญิงผิงอันขึ้นเกี้ยวมาลงหน้าวังหลวง
"หากเป็เช่นนี้ต่อไปต้องเเย่เเน่"นางเพรียวศีรษะไล่ความคิดมากมายออกจากหัว ตอนนี้มีเพียงว่าฮ่องเต้้าคุยเื่ใดกับนางเท่านั้นที่สำคัญ
ร่างบางชุดสีฟ้าอ่อนเดินจากวังหน้าสู่วังหลังระหว่างทางผ่านเหล่าธารกำนัล ทุกคนต่างรีบหลีกทางทำความเคารพโดยพร้อมเพรียง เเม้เเต่พระสนมบางท่านยังต้องหยุดทักทายไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิบปีที่ผ่านมา หลี่อวี้ฝูทำสิ่งใดมาบ้าง
นางก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักเหยียนลู่ชายวัยกลางคนลักษณะดี รูปงามทะนงสมเป็โอรส์ คาดได้ยินเสียงฝีเท้าของนางจึงเงยหน้าขึ้นมา
นางย่อกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม"ถวายพระพรเพคะ ฝ่าา"
"เรียกข้าว่าพ่อตามเดิมเถอะอย่าห่างเหินกันไปเลย"สวี่เหวินคุนยิ้มพลางสั่นศีรษะ วางตำราเล่มหนาลงบนโต๊ะไม้สลักลายั
"เพคะเสด็จพ่อ"หลี่อวี้ฝูน้อมรับคำสั่งอย่างว่าง่าย เเต่สายตาไม่ยอมมองชายตรงหน้าเเม้เเต่น้อย
"ข้าได้ยินข่าวจากหลิวหวงเเล้วเ้าเก่งจริงๆ เหมือนมารดาเ้าไม่มีผิด"สวี่เหวินคุนเอ่ยชมธิดาบุญธรรม สายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูเเละภูมิใจ
ทว่านางกลับชะงักสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาทำนางไปไม่ถูกเเต่รีบยิ้มกลบเกลื่อนไว้ "เสด็จพ่อชมหม่อมฉันเกินไปเเล้ว"
"หลานฮวาที่คอยเฝ้ามองอยู่ต้องดีใจมากเป็เเน่"
นางยิ้มรับอีกคราพลางย่อกายหลังจากที่หลี่ซุน บิดาของนางถวายศีรษะปกป้องเเผ่นดิน ไม่มีผู้ใดเอ่ยชื่อหวังหลานฮวาผู้เป็มารดาให้นางได้ยินอีกเลย ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ยินชื่อนี้จากปากของผู้ที่สั่งห้ามผู้อื่นพูด
เเต่นั่นล่ะโอรส์ย่อมทำสิ่งใดก็ได้
"หลิวกงกงเรียนว่าเสด็จพ่อมีเื่จะสนทนา..."หลี่อวี้ฝูเข้าประเด็นหลักที่ไม่อ้อมค้อมอาจเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นานนัก
"เื่เเต่งงานน่ะ"โอรสัเอ่ยเสียงเรียบมุมปากยกยิ้มดูผ่อนคลาย เเต่อีกฝ่ายกลับยิ่งรู้สึกกดดัน ทำได้เพียงพยักหน้า
"จริงอยู่ที่ข้าไม่บังคับให้เ้าเเต่งกับองค์ชายจากโฮ่วเซี่ยเเต่อีกไม่นานจะถึงวันคล้ายวันเกิดข้าเเล้ว หากทางโฮ่วเซี่ยทราบว่าเ้ายังไม่ออกเรือนเื่จะวุ่นวาย"
"เจอชายใดที่ถูกใจหรือยังเล่า?"เขาจรดสายตาพินิจหญิงสาวอย่างถี่ถ้วน
หลี่อวี้ฝูทำได้เพียงยิ้มอย่างสงบนิ่งทว่าในใจเต็มไปด้วยความวุ่นวายดั่งพายุ จะให้นางบอกอย่างไรดี เื่ช่างซับซ้อน เพราะพูดไม่ได้จึงทำได้เพียงส่ายหน้า
"บุตรชายเเม่ทัพหานล่ะเ้าว่าเขาเป็อย่างไร?"
"หานหย่งเหลียงเป็สหายที่ดีไม่มีความรู้สึกใดนอกเหนือเพคะ"นางตัดบททันที
หานหย่งเหลียงน่ะหรือขนาดสวี่เหวินเฉิงดีกว่าเสียหน่อย นางยังไม่คิดเเม้เเต่จะพิศวาท เเละจะนับประสาอะไรกับชายที่คิดเพียงเล่นสนุกไปให้จบหนึ่งวันกันเล่า
"รองเเม่ทัพจางเล่า?"
"หม่อมฉันเเต่งกับชายที่ไปรบเมืองใดก็ได้เมียเมืองนั้นไม่ได้เพคะ"นางตัดบทอีกครั้งอย่างว่องไว ตัวเลือกของพระบิดาบุญธรรมนั้นเหตุใดมีเเต่พวกชายไม่เอาไหนกันนะ
เพราะการปฏิเสธอย่างไม่คิดของลูกสาวทำสวี่เหวินคุนถอนหายใจยกใหญ่ "เช่นนั้นจะทำอย่างไรเล่า"
ยามนี้หลี่อวี้ฝูคิดถึงเเต่เฮยอู๋ฉางเขาคงเป็ยมทูตจริงๆ เเล้วหากเขาเป็ยมทูต นางจะสมรสกับเขาอย่างไรได้ หรือนางควรพยายามให้ถึงที่สุดเผื่อว่า์จะทำให้ได้เจอกับเขา หากโชคดี สรุปว่าเขาเพียงโกหกเท่านั้นก็ยิ่งดี
"เสด็จพ่อทรงจัดงานประลองให้หม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ"
"งานประลองรึ?"
"เพคะงานประลองหมากล้อม"หลี่อวี้ฝูพยักหน้า สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ประกาศทั่วทั้งฉางเฟิ่งชายใดสามารถชนะหม่อมฉันได้ เขาจะเป็เ้าบ่าวของหม่อมฉันเพคะ"
"เ้าจะไม่เหนื่อยเกินไปหรือมิใช่ว่าชายเชี่ยวชาญหมากล้อม ทั้งยังสนใจเ้าเพียงสองสามคนนา"
"หม่อมฉันเชื่อเื่วาสนาเพคะ"นางเอ่ยชัดถ้อยชัดคำเเววตามุมานะเสริมให้คำพูดมีพลัง "ขอเพียงเสด็จให้กรมพิธีการประกาศทั่วฉางเฟิ่งเื่งานประลองเลือกคู่เจ็ดวันเจ็ดคืนหลังจากนั้นหม่อมฉันจะรับผิดชอบเอง"
เพราะพูดอย่างเด็ดเดี่ยวเป็ผลให้เเม้เเต่ชายผู้ยิ่งที่สุดในเเผ่นดินยังเเสดงสีหน้าคล้อยตาม นางเชื่อว่าการที่ทำอย่างนี้เขาจะต้องรู้เเน่ใครจะทราบ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็เื่จริง นางอาจจะขอเขาเเต่งงานจากปากตนเองจริงๆก็ได้
ครานี้ได้เเต่วานวาสนาเเล้วล่ะจะช่วยให้ชายผู้อ้างตนเป็ยมทูต หวนกลับมาพานางออกจากสถานะองค์หญิงเชื่อมไมตรีระหว่างเเคว้นได้หรือไม่