item monster ไอเทมมอนสเตอร์

    ตอนที่ 89 ข้อความจากน้องสาวให้พี่ชาย

    ตอนที่ 89 ข้อความจากน้องสาวให้พี่ชาย

    “ที่จริงสถานการณ์ของเจนไม่มีใครรู้แน่ชัดมากนักหรอกแต่ว่าเจนฝากนี่มาผ่านผู้อำนวยการอีคอนและให้อีลิกมามอบให้ฉัน บางทีคามิลอาจจะรู้เรื่องนี้หาข้ออ้างอนุญาตให้ฉันเข้ามาเพื่อมอบแท็บอันนี้ให้นาย”นิโคลหยิบแท็บที่เป็นของชิ้นกลมประมาณ 3 นิ้วมอบให้กับลุค

    ลุครับมาด้วยสีหน้าสงสัยมันคืออะไร

    “นี่เป็นแท็บที่เหมือนกับอุปกรณ์บันทึกข้อมูลขนาดเล็กใช้สำหรับบันทึกข้อความคำพูดและวิดีโอ มีให้เห็นเฉพาะพวกที่อยู่ในโลกต่างมิติพวกฮันเตอร์นิยมใช้มัน” นิโคลอธิบาย

    เธอพูดเสริมว่า “บางทีเจนอาจจะฝากข้อความถึงนาย”

    นิโคลวางแท็บไว้บนมือของลุค เขาไม่ได้เปิดดูมันในทันที

    ทั้งสองคนเงียบกันไปอยู่สักพักหนึ่ง สุดท้ายลุคก็กล่าวขึ้นมา

    “ด้านนอกเป็นยังไงบ้าง” ลุคมองออกไปนอกหน้าต่างเขาเห็นแต่ซากปรักหักพังและความวุ่นวาย ถึงยังไงลุคก็เป็นคนของเมืองนี้ต่อให้เขาจะเห็นน้องสาวสำคัญที่สุดแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะใจดำจนไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น

    “นายไม่ต้องไปสนใจหรอก ทุกอย่างมันเกิดเพราะมันต้องเกิด” นิโคลกล่าวเธอก็ไม่รู้จะพูดเรื่องนี้ยังไง

    ลุคก้มหน้าลงและกล่าวเสียงเบาที่มีแค่เขาและนิโคลที่ได้ยิน

    “ที่จริงแล้วก่อนหน้านั้น ตอนที่ฉันได้พลังเหนือมนุษย์มาฉันมีปัญหากับพวกมาเฟียกลุ่มหนึ่ง ฉันเคยพาเจนหนีจากเขต 5 มาที่เขต 4ฉันและน้องเคยพูดกันว่าหลังจากเจนเรียนจบซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนเราจะย้ายออกไปจากเมืองในตอนนั้นฉันทำเงินจากการเป็นฮันเตอร์ได้มาก เลยซื้อบ้านซึ่งข้ออ้างคือฉันไม่อยากจะจ่ายมากไปกับค่าโรงแรม แต่บางทีลึก ๆแล้วอาจเป็นความรู้สึกยึดติดว่าเมืองปลายฝนคือบ้านของฉันก็ได้ ทำให้ฉันอยากจะมีบ้านก่อนจะย้ายออกไป”

    “บ้านสักหลังที่ทำให้นึกถึง บ้านหลังนั้นชวนคิดถึงบ้านในอดีตในตอนที่ยังมีบ้านมีพ่อและแม่ให้กลับไปหา มีน้องที่น่ารักและเรียนเก่งคนนั้น”

    “ยิ่งฉันแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งลบความคิดที่จะจากเมืองนี้ไปเรื่อยๆ ฉันคิดว่าถ้ามีพลังมากพอก็สามารถจัดการกับพวกมาเฟียเหล่านั้นได้จริงอยู่พลังฉันแข็งแกร่งพอจัดการมาเฟียได้ แต่ฉันมันไม่รู้อะไรไม่รู้และไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ครอบครัวฉัน ตัวฉัน น้องฉันตกลงแล้วทำไมถึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้”

    ลุคตั้งคำถามกับตัวเอง ร่างพลังพรสวรรค์ในจี้ห้อยคอพลังพรสวรรค์ของเจน เอกสารลับที่พวกมาเฟียมี การจับตามองเขาและน้องสาวตลอดจนเรื่องราวขององค์หญิงเทพอสูร

    ยิ่งเอาทุกอย่างมารวมกัน ยิ่งทำให้ลุครู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย

    “เมืองนี้พังพินาศไม่ใช่เพราะเจน แต่เป็นเพราะฉันถ้าฉันพาเจนหนีไปจากเมืองนี้ตั้งแต่แรก ก็จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นที่นี่”

    ลุคก้มหน้าลงกล่าวด้วยเสียงสั่น มือเขาสั่นไหวเบา ๆ

    ในตอนนั้นเองนิโคลก็เข้ามากอดลุคไว้แน่นจนทั้งสองได้ยินหัวใจของอีกฝ่าย

    “ถ้านายหนีไปเมืองอื่นมันก็จะไปเกิดที่เมืองอื่นอยู่ดีพรสวรรค์ของเจนถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนได้นายเพียงแต่พยายามให้ดีที่สุดในแบบของนายก็เท่านั้นและนายก็ผ่านมันมาจนถึงตอนนี้ได้ ตอนนี้ฉันอยากให้นายกลับมาเป็นลุคคนนั้นคนที่ไม่หวาดกลัวเมื่อต้องเจอกับอันตราย และเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง”

    นิโคลผละออกมาและจ้องไปที่แววตาของชายหนุ่ม “นายทำได้ใช่ไหม”

    “ได้” ลุคพยักหน้า

    “ดี ฉันยังรอให้นายสร้างกิลด์และฉันจะไปเป็นรองหัวหน้ากิลด์อยู่หลังจากนายดูแท็บนั้นจบแล้ว นายต้องเตรียมตัวพรุ่งนี้เจ้าหน้าที่ของสหพันธรัฐจะมาที่นี่พวกเขาส่งคนระดับตำแหน่งผู้ปกครองเมืองมาด้วย พวกเขาคงจะมาตัดสินคดีของนายอีลิกบอกว่าพวกเจ้าหน้าที่รัฐคานันส่งมานั้นจะตัดสินคดีและแนวโน้มตอนนี้คือไม่โทษตายก็โทษจำคุกตลอดชีวิตดังนั้นตอนนี้ทางรอดเดียวของนายคือพรุ่งนี้นายต้องขอใช้สิทธิ์การเป็นฮันเตอร์ให้ไกอาตัดสินโทษและความผิดแทนศาลประจำเมือง”นิโคลกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง

    “ขอให้ไกอาตัดสิน ไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องนี้ทำได้เหรอ”

    “ฉันไม่รู้ แต่คนที่บอกคืออีลิกเขารู้มาจากผู้อำนวยการอีคอน”

    “ผู้อำนวยการอีคอนเขาต้องมีเหตุผลที่บอกเรื่องนี้ให้กับอีลิกและต้องรู้ว่าอีลิกต้องมาบอกฉันทำไมผู้อำนวยการถึงช่วยฉัน”

    “ฉันไม่รู้ แต่ก่อนเข้ามาอีลิกและคามิลไปคุยกันบางทีอาจจะเกี่ยวกับน้องสาวของนายก็ได้” นิโคลมองไปที่แท็บบันทึกในมือของลุค

    ตอนนั้นเองเสียงคามิลดังมาจากด้านนอก

    “หมดเวลาแล้วออกมา”

    “แล้วเจอกันพรุ่งนี้” นิโคลกล่าวกับลุค ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

    ...

    หลังจากนิโคลออกไปลุคก็เปิดดูแท็บข้อความที่เจนฝากมาถึงเขาถึงมือของลุคจะถูกล็อกไว้กับกุญแจมือ แต่การใช้งานแท็บสื่อสารนั้นก็ง่ายมากแต่กดลงไปเบา ๆ ก็มีภาพโฮโลแกรมสามมิติขึ้นมา

    เป็นอย่างที่นิโคลบอก เจนฝากข้อความมาถึงเขาจริง ๆภาพที่แสดงอยู่นั้นเป็นเจนที่บันทึกไว้ลุคมองดูใบหน้าของเจนด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง

    “พี่หนูไม่รู้ว่าพี่จะตื่นขึ้นมาตอนไหนแต่ว่ารุ่นพี่แอนนาบอกว่ามีคนแอบมาช่วยพี่แล้วแต่เธอไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใครและรุ่นพี่แอนนาบอกว่าพี่จะตื่นขึ้นมาแน่นอนหนูเลยบันทึกข้อความฝากมาบอกกับพี่ว่า พี่หนูสบายดี พี่ไม่ต้องห่วงหนูนะจริงสิ!...พี่อาจจะยังไม่รู้ รุ่นพี่แอนนาคือเหนือมนุษย์ระดับ A ที่ช่วยหยุดมอนสเตอร์ไว้หลังจากเธอพาหนูขึ้นมาบนยานเหาะก็ติดต่อไปหาอาจารย์ของเธอที่ชื่อว่า ท่านเจลิน่าแองลีโจ ท่านเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยแร็คน่าร์มหาวิทยาลัยของเหนือมนุษย์ที่รวบรวมเด็กที่ปลุกพลังเหนือมนุษย์ไว้ตอนแรกที่รุ่นพี่แอนนาบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านเจลิน่าหนูก็กลัวว่าเธอจะสั่งให้จัดการหนูเหมือนกันแต่พอท่านเจลิน่ารู้เรื่องของหนู ท่านก็บอกว่าให้หนูไปที่นั่นเพราะเธอสามารถช่วยให้ผนึกพลังพรสวรรค์ไว้และสอนควบคุมมันได้ที่สำคัญคือเธอปกป้องหนูจากพวกมอนสเตอร์ได้ ไม่ให้พวกมันรู้ตำแหน่งของหนูได้ หนูไม่รู้ว่าต้องเป็นท่านเจลิน่ามีพลังที่แข็งแกร่งขนาดไหนแต่คงแข็งแกร่งกว่าพี่รุ่นแอนนาดังนั้นหนูจึงต้องไปเข้าเรียนที่การฝึกควบคุมและหนูต้องเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอนถ้าพลังเพิ่มเร็วเกินไปองค์หญิงเทพอสูรจะฉวยโอกาสและกลับมาช่วงชิงร่างหนูได้”

    “หนูรู้ว่าพี่เป็นห่วงหนู แต่ว่าบางทีตอนนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีหนูไม่อยากจะพาปัญหามาให้พี่และต้องคอยให้พี่เอาแต่ปกป้องหนูอีกหนูอยากจะมีพลังพอที่จะช่วยเหลือพี่บ้าง สักวันหนูจะแข็งแกร่งแบบรุ่นพี่แอนนาไม่ก็ท่านเจลิน่า หนูเชื่อว่าหนูทำได้ พี่หลังจากหนูไปที่นั่นแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้มาที่นี่อีกใหม่เพราะรุ่นพี่บอกว่ามหาวิทยาลัยแร็คน่าร์ไม่ได้ตั้งอยู่บนโลกของเขาแต่เป็นโลกสมบูรณ์อีกใบ หนูจะหาทางติดต่อกลับมาหาพี่ให้ได้นะหนู...หนูแค่อยากจะบอกว่าหนูขอโทษหนูอยากจะชดใช้ให้กับคนทั้งหมดที่ตายไปในเมืองนี้ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทำยังไง...พี่ถ้าพี่มาที่มหาวิทยาลัยแร็คน่าร์อย่าลืมมาเยี่ยมหนูบ้างนะ”

    ภาพของเจนกำลังสะอื้นเบา ๆ ก่อนที่เธอจะเช็ดน้ำตาและพูดต่อว่า“พี่หนูมีเวลาไม่มากแล้ว เรากำลังจะไปกันแล้ว พี่ลาก่อนนะ”

    ภาพของเจนค้างไว้อยู่แบบนั้นไม่มีข้อความใด ๆ อีก

    ลุคเหมือนกับโดนคำพูดสุดท้ายของเจนทำให้เขารู้สึกว่างเปล่าในหัวใจราวกับส่วนหนึ่งของชีวิตได้หายไปอยู่ในที่ไกลเหรอเกิน เขาเหมือนกับรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะที่ผ่านมาเจนคือครอบครัวเดียวของเขา

    “พลังที่แข็งแกร่งกว่าระดับ A ถึงจะปกป้องเจนได้” ลุคพึมพำเบา ๆเขารู้ว่าตัวเองในตอนนี้ไม่มีความสามารถที่ปกป้องเจนได้เขาเป็นเพียงเหนือมนุษย์ระดับ E ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็เท่านั้น แม้แต่ระดับ Dยังทำลายเข้าและเกือบจะฆ่าเข้าได้ด้วยซ้ำ

    ลุคจินตนาการถึงพลังของตัวตนที่เหนือกว่าระดับ A ไม่ออก

    “ฉันทำได้เพียงแค่ปล่อยให้เจนไปบนเส้นทางของเธอไปหาคนที่มอบในสิ่งที่ช่วยเธอได้ นั้นคือสิ่งที่ฉันทำได้ในฐานะพี่ชาย”

    ลุคบอกกับตัวเองและหลับตาลง ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาความสั่นไหวในจิตใจหายไปแล้ว เขาตัดสินใจและมีความมุ่งมั่นอีกครั้ง

    “ในเมื่อมีคนที่ไปถึงระดับที่เหนือกว่า A ได้ ฉันก็ต้องทำได้เหมือนกันแต่ว่าก่อนอื่นจะต้องหาทางออกเรื่องการตัดสินคดีในวันพรุ่งนี้ก่อน”

    พอนึกขึ้นมาได้ก็คิดว่าจนไม่ได้พูดถึงเรื่องคดีของเขา“บางทีเจนอาจจะไม่รู้ รุ่นพี่แอนนาของเจนไม่ได้บอกเจน แต่นั่นถือเป็นเรื่องดีถ้าเจนรู้เข้า เจนจะไม่ยอมไปแต่โดยดีแน่นอน บางทีเหตุผลที่ผู้อำนวยการฝากคามิลให้มาบอกอีลิกให้มาบอกนิโคล เพื่อมาบอกฉันอาจจะเพราะเกี่ยวกับแอนนาคนนี้ไม่ก็ท่านเจลิน่าผู้มีพลังเหนือกว่าระดับ A หรือเจนที่ทั้งพวกเขาให้ความสำคัญพวกเขาเชื่อว่าไกอาจะตัดสินและช่วยให้ฉันรอดได้มันอาจจะมีเบื้องหลังบางอย่างที่ฉันไม่รู้”

    “ไกอาสุดยอดปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกใบนี้จะตัดสินฉันจากอะไรและยังไง” ลุคตั้งคำถามในใจเพียงคนเดียว

    “ไม่ฉันจะไม่ฝากทุกอย่างไว้กับคนอื่น” ลุคคิดหาทางรอดของตัวเอง

    “ถ้าศาลเมืองตัดสินให้ฉันตายหรือจำคุกตลอดชีวิต ฉันจะให้ไกอาช่วยถ้าไกอาช่วยไม่ได้ ฉันจะต้องมีแผนหนีของตัวเอง เขาไม่ยอมมานอนรอความตายแน่นอนอย่างแย่ก็แค่ไปเป็นพวกตลาดใต้ดิน ยังไงฉันก็ติดหนี้ตาเฒ่านั้นมาสองครั้งแล้วถ้าฉันตายตาเฒ่าต้องขาดทุนแน่นอน”

    ถ้าชายชราขาพิการได้ยินความคิดของลุคเขาคงอยากจะเขกหัวลุคให้แรงกว่าเดิมแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องitem monster ไอเทมมอนสเตอร์ ที่คุณอ่าน