อะลันน่าเคยใช้ชีวิตในวัยเด็กของเธออยู่ในแถบนี้หน้าผาสูงชัน หุบผาที่มีกระแสธารไหลผ่านได้ถูกเครื่องจักรกลอันทรงประสิทธิภาพะเิออก เพื่อจะเผยให้เห็นสายแร่ที่แยกตัวไปตามแนวหินได้ชัดเจนขึ้น เมื่อการหาผลประโยชน์จากธรรมชาติอันอุดมได้สิ้นสุดลง ต้นไม้ใบหญ้าก็รุกรานเข้ามาแผ่นดินไว้อีกครั้ง
เมซาบีเป็คำที่มาจากภาษาอินเดียนแดงเผ่าโอจิบว่าซึ่งแปลความได้ว่า “แผ่นดินของั์หลับ” มันเป็ชื่อที่ตั้งขึ้นเรียกขานเทือกเขาเทือกเขาหนึ่ง ซึ่งมีรูปร่างเหมือนคนกำลังนอนอยู่ ครั้งนั้น เคยมีป่าดงดิบขึ้นปลกคลุมเหนือแนวเนินไว้แต่แล้วความไร้ราคีของผืนป่า ก็เริ่มถูกทำลายลง ในตอนแรกก็ด้วยพวกที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการถอนทิ้งป่าแห่งนั้นทิ้งทั้งรากทั้งโคนของพวกเหมืองแร่ทั้งหลายที่้าเสาะแสวงหาแร่เหล็กด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยกว่าขวานธรรมดาๆ มาก และแล้ว ต้นสนที่สูงสง่าที่อินเดียนแดงเผ่าโอจิบว่าเคยรู้จักซึ่งมีความสูงกว่าห้าสิบฟุตก็หายไปหมดสิ้นถ้าจะมีก็เพียงต้นอ่อนที่ขึ้นมาแทนที่เท่านั้น
ขณะที่ั์ใหญ่หลับใหลอย่างไม่ยอมตื่น ั์ตนอื่นๆ ก็เพ่นพ่านกันไปทั่วทั้งแผ่นดิน และแล้ว...ความงดงามก็ถูกทำลายลงอย่างน่าเสียดาย สายตาของอะลันน่าเหลือบมองไปทางบุรุษผู้ซึ่งนั่งอยู่เื้ัพวงมาลัยราวกับไร้ความรู้สึก โรลท์ แมทธิวส์ ก็คือั์ใหญ่อีกตนหนึ่ง เช่นที่พ่อของเธอเคยปรารภถึงเขาอย่างแท้จริง ความเป็ั์ใหญ่ของเขานั้นไม่ได้หมายถึงรูปร่างของเรือนกาย แม้ว่าเขาจะเป็คนรูปร่างสูงสง่าและมีอำนาจอยู่ในท่วงทีกิริยาก็ตาม แต่ทว่า รูปร่างก็มิได้ทำให้เขาแตกต่างไปกว่าคนอื่นๆเท่าใดนัก มันยังคงมีความหมายกว่านั้นอีกมากมาย
ดอเรียน เพาเวลส์ พ่อของเธอ เป็คนใจอ่อน คงแก่เรียนก็จริง แต่นอกจากธรรมชาติแห่งความกระตือรือร้นที่มีอยู่ในตัวแล้ว พ่อไม่เคยเป็นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเลยในชีวิต เหมืองแร่ที่เคยทำอยู่ ก็เป็มรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ที่เขาได้รับต่อมาจากบิดาและปู่อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเมื่อสายแร่หยุดลง มันก็เหมือนกับว่าอนาคตของครอบครัวได้ถึงกาล สิ้นสุดลงไปด้วย
ลึกลงไปในหัวใจ อะลันน่ารู้ดีว่าคำพูดของโรลท์แมทธิวส์ที่ว่า พ่อของเธออาจจะต้องถึงล้มละลายได้ ถ้าเขาจะไม่ยอมขายให้กับบริษัทที่มั่นคงกว่า ว่ามันเป็ความจริงเพียงไร แต่เธอก็รู้ด้วยว่าการที่พ่อตัดสินใจขายเหมืองของตนไปนั้น ไม่ได้เป็เพราะว่าเขากำลังตกอยู่ในสภาพร้อนเงินแต่เพียงเหตุผลเดียว เพราะเหตุผลประการสำคัญก็คือ พ่อเป็ห่วงเศรษฐกิจการครองชีพของพวกคนงานที่ทำงานอยู่ในเหมืองแร่ของพ่อมากกว่า หลังจากที่เขาขายเหมืองให้แก่ โรลท์ แมทธิวส์ แล้ว ดอเรียน เพาเวลส์ ก็เลิกอาชีพการทำเหมืองแร่ไปเลย นำเงินที่ได้จากการขายเหมืองไปซื้อและเล่นหุ้นเช่นคนทั่วๆ ไป
เมื่ออะลันน่าทักท้วงพร้อมทั้งยืนยันในเจตจำนง ที่ว่าเขาควรมีส่วนในการบริหารงานเหมืองแร่ที่ได้เปลี่ยนมือไปแล้วบ้าง ดอเรียนก็ได้แต่ยิ้มและส่ายศีรษะอย่างไม่เห็นด้วยกับลูกสาว
“มันเป็งานที่้าผู้บริหารเพียงคนเดียวเท่านั้นและใครคนนั้นก็ต้องเป็นักสู้พร้อมที่จะเผชิญอุปสรรคนานัปการ ต้องทำงานอย่างหนักพร้อมๆ ไปกับพวกคนงานที่จ้างเข้ามาโดยจะมัวห่วงใยในเื่ความรู้สึกนึกคิดของใครไม่ได้ทั้งสิ้น เมื่อลูกเป็เ้าของกิจการจ้างคนเข้ามาทำงานด้วย ลูกจะมัวนั่งรอความช่วยเหลือจากพระเ้าอยู่ไม่ได้หรอก เพราะจะไม่มีวันประสบความสำเร็จในชีวิต พ่อยอมรับว่า สำหรับพ่อเองแล้ว แม้แต่ความเจ็บไข้ได้ป่วยของครอบครัวพวกคนงานพ่อก็ยังเป็ห่วง และห่วงยิ่งกว่าคนงานที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ ซึ่งในความเป็จริงแล้ว ลูกจะปล่อยให้เื่เล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้เข้ามารบกวนจิตใจไม่ได้เลย ลูกจะต้องกันตัวเองออกมาเสียจากพวกคนงาน จะต้องไม่หวั่นไหวกับปัญหาของพวกเขา จะเอาความรู้สึกส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็ของเราหรือของใครก็ตามเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่งานไม่ได้เป็อันขาด จะต้องไม่รู้สึกยินดียินร้าย ไม่ว่าคนพวกนั้นจะรักหรือจะเกลียดเราก็ตาม คนที่จะบริหารงานเช่นนี้ได้จะต้องเป็คนที่ทำตัวอยู่เหนือคนอื่นๆ ได้ จะต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่...อย่างแท้จริง จะปล่อยให้ขวากหนามเข้ามาพ้องพานวิถีดำเนินชีวิตหรือบริหารงานของเราไม่ได้ ถ้าเรา้าจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง และโรลท์ แมทธิวส์ ก็คือคนในลักษณะที่พ่อพูดมาทั้งหมดแล้วนั่นแหละ”
“เป็คนอำมหิตเืเย็น สินะคะ เท่าที่ฟังพ่อพูดมาทั้งหมด” อะลันน่าเคยโต้แย้งกับพ่อด้วยคำนี้
“พ่อคิดว่าจะใช้คำนั้นอธิบายคุณลักษณะของเขาก็ได้” ดอเรียน เพาเวลส์คล้อยตามลูกสาว “แต่เขาก็สามารถจะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จได้ และตัวเขาเองก็ก้าวหน้าด้วย ซึ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จแล้ว ผลพลอยได้มันก็ตกทอดไปถึงคนอื่นๆ รวมทั้งตัวเราเองด้วย”
เืเย็นอำมหิต...มันออกจะเป็คำคุณศัพท์ที่อธิบายถึงลักษณะของผู้ชายคนนี้ได้เหมาะสมที่สุด เขาสามารถที่จะกันตัวเองออกห่าง และทำตัวอยู่เหนือคนอื่นๆได้อย่างแท้จริง สิ่งที่อะลันน่าได้รู้ก็คือ นับั้แ่โรลท์เข้าบริหารงานบริษัท เขาไม่เคยติดต่อเกี่ยวข้องกับใครในบริษัทในทางส่วนตัวทั้งสิ้น จะทำก็เฉพาะแต่เวลาที่ต้องเกี่ยวข้องกับด้วยเื่งานเท่านั้น เคิร์ทอาจจะเป็เพียงบุคคลเดียวที่ได้รับการยกเว้นในข้อนี้ แต่กระนั้น ความใกล้ชิดสนิทสนมของพี่น้องทั้งสองก็ดูจะมีอยู่น้อยเต็มที
อีกครั้งที่เธอทอดสายตาจับอยู่กับมือทั้งสองที่แข็งแกร่งและกระชับอยู่กับพวงมาลัยรถ บังเกิดความใครรู้ขึ้นมาว่าเขาจะสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนที่รู้จักบ้างอะลันน่า ไม่ได้สงสัยเลยว่าััแห่งฝ่ามือคู่นี้จะต้องนำมาทั้งความเจ็บซ้ำและความสุขสมในเวลาเดียวกัน แต่กระนั้นเธอก็ยังข้องใจอยู่ดีว่าโรลท์ จะเคยรู้สึกรู้สมอะไรบ้างหรือไม่
รถเริ่มชะลอความเร็วและเลี้ยวลงจากเส้นทางหลวงเมื่ออะลันน่าเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นประตูทางเข้าเหมืองยามที่รักษาการณ์อยู่ตรงประตูโน้มกายลงเมื่อเห็นรถคันที่เคลื่อนใกล้เข้ามา พร้อมกับรีบเปิดประตูเพื่อปล่อยให้มันวิ่งผ่านเข้าไป เธอจำยามรักษาการณ์คนนั้นได้ เรือนผมของเขาเป็สีเทาแล้ว และไหล่ก็หรุบต่ำลงด้วยวัยที่ผ่านไป แต่ใบหน้าก็ยังคุ้นชินกับสายตาอยู่
“ยามคนนี้ชื่อบ๊อบ ซมิดดท์ใช่ไหมค่ะ?” ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็ครั้งแรกที่เธอผ่านเข้ามาในเหมืองอีกครั้ง หลังจากที่จากไปเมื่อห้าปีก่อน “ฉันเคยไปโรงเรียนกับลูกสาวเขาชื่อจัสทีนนะ”
“อาจจะใช่มั้ง ผมไม่รู้จักชื่อเขาหรอก”
ความไม่สนใจในชื่อเสียงเรียงนามของคนงานปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดในคำตอบที่ไร้เยื่อใยนั้น ซึ่งถ้าเป็พ่อของเธอแล้วจะต้องรู้จักทั่วทุกคน เพราะพ่อภาคภูมิใจมากที่จะได้รู้จักชื่อของคนที่เข้ามาร่วมทำงานในบริษัทของตนด้วยแต่อะลันน่าไม่ได้เอ่ยถึงเื่นี้ เพราะเธอตระหนัก ถึงความเป็จริงจากคำพูดของพ่อ ถึงคุณภาพของบุคคลที่้าจะบริหารงานของตนให้ประสบความสำเร็จอยู่
มันไม่ใช่เื่สลักสำคัญอะไรเลยที่คนอย่างโรลท์จะต้องรู้ชื่อของคนงานทุกคนตราบใดที่เขามีพนักงานที่จะทำบัญชีเงินเดือนให้ มีคอมพิวเตอร์ที่จะแจ้งรายละเอียดทุกประการที่เขา้าจะรู้ สิ่งเ่าั้ต่างหากที่เป็ความสลักสำคัญสำหรับเขา เจตนารมณ์ของเขาทำให้อะลันน่ารู้สึกใจเย็นเยือกขึ้นเมื่อนึกถึงว่าตนเองไม่ได้มีสัญชาตญาณแห่งความเป็นักธุรกิจเลย เธอประทับใจในความอ่อนโยนของพ่อ ซึ่งแม้ว่ามันจะนำความล้มเหลวมาให้มากกว่าที่จะภาคภูมิใจในความสำเร็จของโรลท์ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้ความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็ความปรารถนาทางเรือนกายหรือสามัญสำนึกเช่นมนุษย์ธรรมดาก็ตาม ขอบคุณพระเ้าที่เคิร์ทไม่ได้เป็คนใจแข็งเช่นที่พี่ชายของเขาเป็อยู่
ลึกเข้าไปจากประตูเหมือง ไม่ว่าจะมองไปทางใดก็จะเห็นคนงานที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานของตนอยู่ กลุ่มควันลอยตัวขึ้นตามปล่องซึ่งควบคุมมลภาวะไว้เหนือหลังคาโรงงานขนาดใหญ่ รถบรรทุกคันใหญ่ๆ วิ่งกลับไปกลับมาระหว่างประตูทางเข้าหลุมแร่ ฝุ่นม้วนตัวขึ้นเป็ก้อนและเกาะจับอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งในสายตา เสียงอึกทึกครึกโครมไปทั่ว เพียงแต่ว่ามันผ่านเข้ามาในรถคันงามนี้ได้ไม่มากนักเท่านั้น