บทที่ 5 สะพายตะกร้าไปรับเสบียง (รีไรต์)
เสี่ยวหยวนเป่าเริ่มมีน้ำโหเสียแล้ว!
ลูกสิงโตน้อยผู้แสนน่ารักกำลังจะะเิอารมณ์ออกมา!
บังอาจมาดึงทึ้งร่างนางหรือ อย่าได้บีบคั้นให้นางต้องลงมือเลย นางไม่ได้อยากรังแกมนุษย์ผู้งมงายเหล่านี้! มนุษย์นั้นช่างเปราะบางนัก หากนางพลั้งมือทุบตีจนสิ้นใจไปจะทำเยี่ยงไรนางพยายามสะกดกลั้นใจพลางเอ่ยว่า
“เ้า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”
ท่านพ่อเคยสอนนางไว้ว่า แม้จะก่อศึกก็ต้องมีสัมมาคารวะนำหน้า... นำหน้าสิ่งใดนะ นางจำไม่ได้เสียแล้ว
ทังเหล่าต้าพลันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็ลิงโลดดีใจ “ไอ้หยา ยัยเด็กใบ้พูดได้แล้ว! ท่านแม่ พวกเราต้องขึ้นราคาแล้วล่ะ ยัยหนูใบ้พูดได้เช่นนี้ อย่างน้อยต้องเพิ่มเงินอีกสองตำลึง! คนใบ้กับคนปกติจะขายราคาเดียวกันไม่ได้เด็ดขาด... อ๊ากกก!”
พริบตานั้น เสี่ยวหยวนเป่ากลับตลบข้อมือคว้ามือของเขาไว้ ก่อนจะออกแรงบิดเพียงคราเดียว เสียงก็ดังสนั่น ข้อมือของเขาหักสะบั้นลงทันที!
ทังเหล่าต้าแผดเสียงร้องโหยหวนปานหมูถูกเชือด
ภาพที่เห็นทำเอาไฉ่ซื่อและเอ้อร์เป่ายืนตะลึงตาค้าง
นี่คือน้องสาวของพวกเขาที่มักจะใจนร้องไห้หรือสลบไสลไปยามเกิดเื่จริง ๆ หรือ
ช่างเก่งกาจเหลือเกิน!
ทังเหล่าเอ้อร์ยังไม่ทันรู้ความว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เมื่อครู่เขาเพิ่งหันไปไล่จับซานเป่าเพื่อไม่ให้ไปตามท่านผู้นำหมู่บ้าน ทว่าซานเป่าฝีเท้าไวนัก เขาจึงไล่ตามไม่ทันและต้องเดินกลับมา
“พี่ใหญ่ เกิดเื่อะไรขึ้น”
“มือข้าหักแล้ว เจ็บเหลือเกิน! โอ๊ยยย ยัยหนูใบ้นี่มันมีอาถรรพ์ พูดได้แล้วไม่พอ แรงยังมหาศาลนัก ซ้ำยังลงมืออำมหิตยิ่ง...”
ทังเหล่าเอ้อร์ไม่เชื่อหู ตนเห็นยัยหนูใบ้นี่เติบโตมาจนสามขวบกว่า ยามปกติขี้ขลาดตาขาวราวกับนกกระทาเยี่ยงนั้นน่ะหรือ?
เขาหันไปมองเสี่ยวหยวนเป่าด้วยความสงสัย เห็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อยท่าทางนุ่มนิ่มซุกอยู่ในอ้อมกอดของไฉ่ซื่อ ดวงตากลมโตดำขลับดูไร้พิษสง
ทังเหล่าเอ้อร์นึกในใจ นี่มันก็แค่ยัยหนูตัวน้อยชัด ๆ
ในเมื่อพี่ใหญ่ไม่กล้า เขาจะลงมือเอง!
ถึงตอนนั้นแม่เฒ่าทังคงจะให้ค่าเหนื่อยเขาบ้าง หรืออย่างน้อยก็ได้กินข้าวเพิ่มอีกสักชามก็ยังดี เขาทะยานเข้าไปหมายจะฉุดกระชากตัวเสี่ยวหยวนเป่าทว่าเสี่ยวหยวนเป่าระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว
ในสายตาของนาง การเคลื่อนไหวของมนุษย์ช่างเชื่องช้าเหลือเกิน นางอาศัยจังหวะที่ไฉ่ซื่อเผลอ ไถลตัวลงจากอ้อมกอดสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว นางยื่นขาสั้น ๆ ออกไปขัดขาของทังเหล่าเอ้อร์จนเขาล้มคะมำ หน้าคะมำพื้นดินจนฟันแทบหลุด
จากนั้น นางก็ะโขึ้นไปนั่งทับบนหลังของทังเหล่าเอ้อร์ แล้วรัวหมัดน้อย ๆ ใส่หลังเขาอย่างคล่องแคล่ว ร่างเล็กจ้อย ทว่ากระบวนท่านั้นกลับลื่นไหลและว่องไวยิ่งนัก เื่การวิวาทชกต่อย สำหรับนางแล้วช่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
ทังเหล่าเอ้อร์ครางอืออาในลำคอ พลันรู้สึกขมปร่าที่ทรวงอกก่อนจะกระอักเืออกมาคำใหญ่ รายชื่อคนร้องโหยหวน เพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง
เสี่ยวหยวนเป่ามุ่นคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ นางนึกรำคาญแขนขาอันสั้นจุนจู๋ของตนที่พละกำลังไม่ได้ดั่งใจ
ทว่าช่างเถิด...
แรงน้อยลงสักนิดก็ดี จะได้มิพลั้งมือฆ่าคนตายจริง ๆ
หากฆ่าคนตาย ดวงิญญาย่อมต้องไปฟ้องร้องต่อหน้าท่านพ่อพญายมราช เมื่อนั้นท่านพ่อคงไม่พอใจและกักขังนางไว้ในห้องมืดเป็แน่...
อืม... นางไม่อยากเข้าไปอยู่ในห้องมืดนั้นเลยสักนิด
แม่เฒ่าทังเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็แผดเสียงร้องลั่น “ผีหลอก! ยัยหนูใบ้ถูกผีเข้าสิงแล้ว!”
ต้องเป็สิ่งอัปมงคลมาเข้าสิงร่างเป็แน่ มิเช่นนั้นเด็กตัวแค่นี้จะมีแรงมากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
ไฉ่ซื่อเองก็ตกตะลึงจนทำอันใดไม่ถูก
มีเพียงเอ้อร์เป่าที่หัวไว เขาฉุกคิดถึงเสบียงที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวง์เมื่อวานนี้ที่ไฉ่ซื่อบอกว่าเป็ฝีมือของท่านพ่อ
เขาจึงะโลั่น “ท่านพ่อ! ท่านกลับมาแล้วใช่หรือไม่! ท่านเห็นพวกเราถูกรังแกจนทนดูไม่ได้ เลยมาเข้าร่างน้องสาวเพื่อสั่งสอนคนใจโฉดเหล่านี้ใช่หรือไม่! ท่านพ่อ! พวกเราคิดถึงท่านเหลือเกิน!”
เสี่ยวหยวนเป่ากะพริบตาปริบ ๆ พี่รองเป็อะไรไป
ท่านพ่ออยู่ที่ไหนกัน
ท่านพ่อของนางอยู่ในปรโลกนู่นต่างหาก...
แม่เฒ่าทังสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ใจเริ่มขลาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ นางเพิ่งจะไล่ลูก ๆ ของเ้าสี่ออกจากบ้านไป หากเ้าสี่กลับมาทวงความธรรมดาจริง ๆ มีหวังนางได้ถูกคิดบัญชีแน่
ช่างลี้ลับสยองขวัญนัก!
คนอายุมากมักจะเชื่อเื่ภูตผีิญญาเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“แม่เ้าโว้ย!” แม่เฒ่าทังจินตนาการไปไกลจนขวัญกระเจิง วิ่งหนีเตลิดไปอย่างไม่คิดชีวิต
ทังเหล่าต้าและทังเหล่าเอ้อร์เองก็ขนลุกซู่ คนที่เคยทำเื่ผิดต่อมโนธรรมย่อมมีความละอายใจซ่อนอยู่ แรงมหาศาลเช่นนี้ไม่ใช่แรงมนุษย์! ยิ่งไม่ใช่แรงของเด็กสามขวบ!
ทั้งสองทนความเ็ป ประคองกันวิ่งหนีตามแม่เฒ่าทังไปอย่างรวดเร็ว เสี่ยวหยวนเป่าหัวเราะร่า นางปรบมือชอบใจพลางะโไล่หลังอย่างร่าเริง
“คราวหน้าหากพวกเ้าท่านมาจับข้าอีก ข้าจะตีพวกท่านจนส่งไปหาท่านพ่อของข้าเลย! หึ!”
‘ท่านพ่อ’ ที่นางหมายถึงคือ พญายมแห่งปรโลก ทว่าผู้อื่นกลับเข้าใจว่าเป็ิญญาของทังเหล่าซื่อผู้ล่วงลับ
เอ้อร์เป่าผู้ปรับตัวได้ไวที่สุดเอ่ยชม “น้องสาว เ้านี่เก่งกาจจริง ๆ!”
เสี่ยวหยวนเป่าเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว! ต่อไปข้าจะปกป้องพวกท่านเอง ข้าแรงเยอะมากนะ คนชั่วมาข้าก็ไม่กลัว...”
ช่างเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
พอไฉ่ซื่อจึงเริ่มได้สติ นางโผเข้าอุ้มเสี่ยวหยวนเป่า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซึ้งใจ “ลูกรักของแม่”
ไม่ว่าจะเป็ผีสางเทวดาองค์ใดมาเข้าสิง แต่เด็กคนนี้ก็คือดวงใจของนาง ลูก ๆ เหล่านี้ นางเลี้ยงดูมาไม่เสียแรงเปล่าจริง ๆ ครู่ต่อมา พลันมีคนท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ สองสามคนเดินเข้ามา
เอ้อร์เป่าตั้งท่าระวัง “หยุดนะ! พวกท่านเป็ใคร”
เขาเกรงว่าจะเป็พวกที่แม่เฒ่าทังส่งมาฉุดคร่าน้องสาวไปอีก
ไฉ่ซื่อเองก็รีบกำบังตัวบุตรสาวไว้ตามสัญชาตญาณ
ชายชราผู้นำหน้ามา รีบอธิบายด้วยท่าทางนอบน้อม “ข้าคือบิดาของหวังเทียนโกว เื่เป็เช่นนี้... เมื่อครู่ข้าได้ยินแม่เฒ่าทังบอกว่าแม่นางน้อยบ้านเ้าถูกเทพเซียนเข้าสิง ไม่ทราบว่านางพอจะมองเห็นเทียนโกวบ้านข้าได้หรือไม่ ข้ากับเมียเฒ่าอายุมากแล้ว มีลูกชายเพียงคนเดียว เมื่อเขาจากไปเช่นนี้พวกข้าก็ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว อยากเพียงจะรู้ว่าเทียนโกวยังอยู่แถวนี้หรือไม่ หรือไปเกิดใหม่เสียแล้ว...”
อันที่จริง พวกเขาแอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ นานแล้ว แม่เฒ่าทังเป็คนสั่งให้พวกเขารออยู่ข้างนอก เมื่อเห็นว่าแผนการล้มเหลว เ้าของบ้านไม่ยินยอม พวกเขาก็ไม่อาจฝืนบังคับใจใครได้ จึงได้แต่หวังเพียงจะได้สื่อสารกับิญญาบุตรชายสักคำก็ยังดี
เอ้อร์เป่ากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ...
ทว่าเสี่ยวหยวนเป่ากลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน! เสียงเล็กเจื้อยแจ้วเอ่ยว่า “ท่านตาคนนี้ แม้ระหว่างคิ้วของท่านจะมีไอกาลกิณี และวังบุตรธิดามีเคราะห์กรรมบดบัง ทว่ายังพอมีทางแก้ไขนะเ้าคะ”
ผู้เฒ่าหวังได้ยินดังนั้นก็ทั้งใและดีใจจนตัวสั่น
“ทางแก้ไขอะไรหรือ”
“ข้าจะทำนายให้ท่านดูเสียหน่อย” เสี่ยวหยวนเป่าชูมือน้อย ๆ ขึ้นมา ทำท่าขยับนิ้วร่ายมนตร์ทำนายดวงชะตา ริมฝีปากจิ้มลิ้มพึมพำกระซิบกระซาบ
ทุกคนต่างจ้องมองด้วยอาการสงบนิ่ง...
ชั่วอึดใจ เสี่ยวหยวนเป่าก็เอ่ยว่า “เขายังไม่มีชื่อปรากฏในบัญชีเป็ตายของปรโลก ดูท่าคงจะเป็การตายหลอกเสียมากกว่า”
เด็กน้อยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ทว่าแววตากลับจริงจังยิ่งนัก ทำให้ผู้คนไม่อาจทำใจให้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งได้เลย
“โอ้! จริงหรือ ท่านอาจารย์น้อย โปรดช่วยไปช่วยเทียนโกวบ้านข้าด้วยเถิด พวกข้ายินดีจะมอบเงินทองให้ หรือหากท่าน้าเสบียงอาหาร พวกข้าก็ยินดีมอบให้ ท่านอาจารย์น้อย ข้าขอกราบกรานท่าน...”
เขาเปลี่ยนคำเรียกขานเป็ ‘อาจารย์น้อย’ ในทันที
ยามนี้มืดแปดด้าน ได้แต่หวังพึ่งน้ำบ่อหน้า หลังจากบุตรชายถูกหามขึ้นมาจากน้ำ หมอหลวงก็เคยตาม คนทรงเ้าก็เคยจ้าง ทว่าทุกคนต่างลงความเห็นว่าสิ้นลมไปแล้ว
หากไม่ใช่เพราะสองตายายตัดใจจากบุตรเพียงคนเดียวไม่ลง คงจะได้ฝังไปั้แ่เมื่อวานแล้ว
คนทรงเ้าคนก่อนเคยแนะว่า หากอาลัยบุตรชายไม่อยากให้เขาเดินทางเพียงลำพัง ก็ควรหาเพื่อนร่วมทางไปให้เขาด้วย เพลานั้นแม่เฒ่าทังอยู่ในเหตุการณ์พอดี จึงได้เสนอตัวเสี่ยวหยวนเป่าขึ้นมา จึงนำมาซึ่งเหตุการณ์วุ่นวายในวันนี้
เสี่ยวหยวนเป่าตกปากรับคำทันที “ย่อมได้ น่าจะพอช่วยได้ พวกข้า้าเสบียงอาหาร...”
เงินทองคือสิ่งใดกัน นางไม่้า!
ท่านแม่และเหล่าพี่ชายพร่ำบอกอยู่เสมอว่าขาดแคลนเสบียง เช่นนั้นนางก็จะเอาเสบียงกลับมาให้มาก เพื่อให้ทุกคนได้กินอิ่มหนำทุกวัน!
“ได้! ไม่มีปัญหา ท่านอาจารย์น้อย เชิญทางนี้เลย เชิญ!”
ผู้เฒ่าหวังดีใจจนเนื้อเต้น รีบเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวหยวนเป่าก้าวขาสั้น ๆ ตามไปทันที เมื่อเห็นไฉ่ซื่อและเอ้อร์เป่ายังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ นางจึงหันกลับมาเรียก
“ท่านแม่ พี่รอง ไปกันเถิด... สะพายตะกร้าไปด้วยนะ ไปรับเสบียงกัน!”
ไฉ่ซื่อและคนอื่น ๆ "..."
คนยังไม่ได้ช่วยเลย ก็จะให้แบกตะกร้าไปรับเสบียงเสียแล้วหรือ
ทั้งสองเดินตามไปราวกับคนละเมอ เอ้อร์เป่ายังคงมีความรอบคอบอยู่บ้าง ระหว่างทางเขาแอบหยิบหินสองก้อนซุกไว้ในอกเสื้อ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา จะได้ปกป้องน้องสาวและพากันหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
ระหว่างทางพลันสวนกับผู้นำหมู่บ้านสกุลทัง ที่วิ่งตามหลังซานเป่ามาจนหอบซี่โครงบาน
ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยถามว่าพวกเขากำลังจะไปที่ใดกัน
เอ้อร์เป่าอธิบายเื่ราวสั้น ๆ ให้ฟัง ทำเอาท่านผู้นำหมู่บ้านถึงกับยืนงง
“เทียนโกวจมน้ำตายไปเป็วันแล้ว ยังจะบอกว่าไม่ตายอีกหรือ”
ซานเป่าเองก็รู้สึกเหลือเชื่อ
ทว่าเขากลับเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวน้องสาว “ถ้าน้องสาวบอกว่าช่วยได้ ย่อมต้องช่วยได้!”
เขารีบวิ่งตามขบวนไปอย่างกระตือรือร้น
ผู้นำหมู่บ้านกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ “เหลวไหล! เหลวไหลสิ้นดี!!”
เขาเกรงว่าเื่นี้จะบานปลายจนคุมไม่อยู่ และจะทำให้ชื่อเสียงของหมู่บ้านสกุลทังมัวหมอง จึงได้แต่ต้องจำใจรีบวิ่งตามไปดูด้วยเช่นกัน