สายลมเย็นะเืโหยหวนจากดินแดนอันหนาวเหน็บ พัดผ่านผืนดินราวกับม้าป่า ณ ที่แห่งใด น้ำค้างแข็งก็ก่อตัวขึ้น
ราวถูกปกคลุมด้วยม่านสีขาวบริสุทธิ์ ทำให้ทั้งโลกพร่ามัวและลึกลับ เปล่งประกายความงามอันน่าทึ่ง
ใต้แสงสีนวลส่องผ่านราตรีกาล เงาเมฆจาง ๆ ทอดยาวกระทบลงสู่เมืองจันทร์เงิน
ณ ขณะนี้ บนชั้นห้าของหอคณิกาที่มีชื่อเสียงโดดเด่นภายในเมือง
“ข้ายังไม่ตาย”
ในห้องส่วนตัวอันหรูหรา เด็กหนุ่มในวัยสิบหกหอบหายใจถี่รัวอารมณ์ตกสู่ความตื่นเต้นอย่างที่สุด
ไม่กี่ลมหายใจก่อนหน้านั้น ในดินแดนแตกสลายเขากำลังถูกกลุ่มศัตรูที่แข็งแกร่งไล่ล่า
แต่ทว่าแทนที่จะมุ่งมั่นหลบหนีด้วยความสิ้นหวัง เขากลับเลือกต่อต้านอย่างสุดความสามารถ เพื่อนำเหล่าศัตรูร่วมเดินทางไปสู่นรก
ท่ามกลางการเผชิญหน้าหนึ่งต่อศัตรูนับไม่ถ้วน ในมือขวาเขาควบแน่นเจตนาการทำลายล้าง ส่วนอีกมือเผาผลาญแก่นแท้แห่งิญญาเตรียมรับมือในจังหวะสำคัญ
โดยไม่คาดคิด รอยแยกกาลเวลาในส่วนลึกราวกับถูกกระตุ้น ผลกระทบจากการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ทำให้เกิดการะเิอย่างรุนแรง
ต่อหน้ากระแสแห่งกาลเวลาที่โหมกระหน่ำ พวกเขาเ่าั้ไม่ต่างจากมด ภายใต้คลื่นกระแสเวลาพัดผ่านไม่มีใครมีโอกาสเอาตัวรอดออกไปได้
โจวเฉินเป็คนแรกที่ถูกกลืนกินด้วยรอยแยกกาลเวลา แต่จิตสำนึกของเขาที่ควรดับสลาย กลับฉายชัดภาพเหตุการณ์ผ่านเข้ามาในความคิด
เื่ราวในความทรงจำพรั่งพรูออกมาเป็ฉาก ๆ ในลักษณะย้อนกลับ กว่าจะรู้ตัวเขาก็ได้ฟื้นขึ้นกลายเป็ตัวตนวัยหนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์
ความเป็ไปได้เดียวเท่าที่นึกได้ตอนนี้ หรือว่าเขาจะโชคดีที่ได้เผชิญกับสิ่งที่เรียกว่าการย้อนเวลา
“ไม่ผิดแน่ นี่คือผลลัพธ์หลังการะเิของรอยแยกกาลเวลา” โจวเฉินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางสำรวจร่างกายวัยเยาว์ด้วยสายตา และััศักดิ์สิทธิ์ของเขา
“ข้ากลับมาแล้วจริง ๆ” มุมปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มยินดี
หลังสามารถยืนยันความจริงที่เกิดขึ้นได้แล้ว สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือครอบครัวโจวของเขา
การที่ตระกูลโจวถูกกวาดล้างในตอนนั้น ทำให้เขาเศร้าใจอย่างสุดซึ้งจนกลายเป็แผลทางใจ ที่เกือบจะตัดเส้นทางของเขา
หากเวลานั้นเขาอยู่ในตระกูลล่ะก็ ถ้าในตอนนั้นเขามีความสามารถมากกว่านี้ บางทีตระกูลโจวคงไม่ล่มสลาย สมาชิกครอบครัวที่เขารักอาจจะไม่ต้องตายก็ได้
ยิ่งมุ่งความคิดกลับมาถึงเื่นี้เขาก็ยิ่งเสียใจ แต่พอนึกภาพกลุ่มคนที่ลงมือ อารมณ์เศร้าโศกก็เกิดการแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธพลุ่งพล่าน
“เ้าพวกสารเลว อีกไม่นานข้าจะทำให้พวกเ้าต้องชดใช้” ใบหน้าดั่งหยกอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง
ั์ตาเป็ประกายราวดวงดาวยามนี้ฉายแววโหดร้าย คิ้วคมกริบดุจดาบขมวดหากันด้วยอารมณ์รุนแรง รอยยิ้มที่เคยแฝงความขี้เล่นเผยให้เห็นความอันตรายขั้นสุด
โทสะที่แผ่กระจายโดยไม่ตั้งใจของเขา ได้ปลดปล่อยรัศมีจาง ๆ ถึงสองเส้นทางออกมาอย่างไม่รู้ตัว
และนั่นคงเป็อื่นไปไม่ได้ นอกเหนือจากพลังความเข้าใจที่เขาเคยใน่เวลาที่แล้ว
เมื่อสังเกตเห็นสิ่งนี้ ใบหน้าอันหล่อเหลาของโจวเฉินก็กลับมาแสดงรอยยิ้มอีกครั้ง
อย่างน้อยการกลับมาก็ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ในชีวิตนี้เขามาพร้อมกับข้อได้เปรียบที่เหนือความคาดหมาย
แต่ก่อนที่จะมีเวลาได้มองผ่านเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึก เพื่อสำรวจโดยละเอียด ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกแล้วมีเด็กหนุ่มสองคนก้าวเข้ามา
“พี่เฉิน เป็อย่างที่เ้าอ้วนจางบอกไว้จริง ๆ สตรีทุกคนถูกสั่งให้ไปต้อนรับเ้านั่นกันหมด ทำไมถึงต้องทำเื่ใหญ่โตเช่นนี้ด้วยข้าไม่เห็นจะเข้าใจ” เด็กหนุ่มร่างผอมเปิดปากทันทีที่นั่งลง
สหายในวัยเด็กของโจวเฉินคนนี้ชื่อหลิวชวน เขามาจากตระกูลหลิวซึ่งเป็ตระกูลผู้ฝึกฝน เปรียบเทียบกับตระกูลโจวด้อยกว่ากันเพียงเล็กน้อย
ส่วนอีกคนที่มีรูปร่างอ้วนกลมเป็ทายาทตระกูลจาง ภูมิหลังของเขาเป็หอการค้าขนาดใหญ่
จางเหลียงคือชื่อของชายอ้วนผู้นี้ แต่หลายคนมักเรียกเขาว่าเ้าอ้วนจาง จนลุกลามมาถึงกลุ่มเพื่อนกระทั่งเรียกตาม ๆ กัน
เ้าอ้วนจางวางก้นใหญ่ ๆ ลงจนเก้าอี้ส่งเสียงร้องขอชีวิตดังเอี๊ยด พลางเอามือกวาดถั่วเข้าปากแล้วพูดว่า “จะทำไงได้เ้านั่นมีพี่ชายที่ดี มีใครในเมืองกล้าไม่ให้หน้าเขาบ้าง”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราควรเปลี่ยนสถานที่ดีกว่าไหมพี่เฉิน ออกมาหาความสุขทั้งทีแต่กลับได้ห้องเปล่า ๆ กับเหล้าเย็น ๆ แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”
หลิวชวนหันไปทางโจวเฉินเพื่อรอคำตอบ แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
“ไม่จำเป็ คืนนี้ข้าแค่้าดื่มกับพวกเ้า”
“พี่เฉิน เ้ายังเสียใจอยู่อีกหรือ การต่อสู้แพ้ชนะเป็เื่ธรรมดาอย่าได้คิดมากอีกเลย”
เ้าอ้วนจางพยายามปลอบใจสหายด้วยคำพูด หลิวชวนที่เห็นดังนั้นก็เร่งวางจอกเหล้าแล้วเสริมขึ้นทันที
“ใช่แล้วพี่เฉิน แค่การประลองไม่ใช่การต่อสู้จริงที่เอาชีวิตกันเสียหน่อย จะพ่ายแพ้บ้างก็ไม่เห็นมีอะไรน่าแปลก”
ในขณะนั้น โจวเฉินยังคงปล่อยให้ทั้งสองปลอบประโลมเขาต่อไป โดยไม่คิดจะอธิบาย
เขานั่งดื่มสุราอย่างเงียบ ๆ พร้อมทบทวนเหตุการณ์ตามคำพูดของสหายไปด้วย
จากสิ่งที่กำลังได้ยินทำให้พอจะตระหนักได้ทันที วันนี้เป็อีกครั้งที่เมืองจันทร์เงินครบกำหนดการจัดงานประลอง
แม้จะมีข้อจำกัดเข้าร่วมได้เฉพาะนักศิลปะต่อสู้ แต่ก็มีผู้ที่สนใจ้าจะเข้าร่วมเป็จำนวนมาก
นักศิลปะการต่อสู้ทั้งโดยส่วนตัว ทั้งเป็ตัวแทนจากกองกำลังหลากหลายต่างพากันเข้าต่อสู้ชิงชัย
โจวเฉินและเหล่าสหายก็เป็ตัวแทนจากตระกูลของพวกเขา แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมากลับผิดคาด ทั้งสามทำผลงานได้ไม่ดีนัก
หลังพ่ายแพ้ในงานประลองไปั้แ่รอบแรก ๆ พวกเขาก็เลยต้องเผชิญความเศร้าเสียใจ และกำลังมองหาทางระบายโดยเร็ว
หอคณิกาจึงกลายเป็สถานที่รวมตัวของพวกเขาในคืนนี้ โดยหวังว่าเสียงเพลง รสสุราและความอ่อนโยนของหญิงงาม จะช่วยคลายความทุกข์ให้พวกเขาได้บ้าง
แต่ยังไม่ทันได้มีโอกาสตักตวงความสุขจากสตรีเ่าั้เลย ความงามทั้งหมดก็ถูกแย่งไปโดยไร้เหตุผล อารมณ์พวกเขาจมดิ่งลงอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรสและเหล้าชั้นดีได้อีกสักพัก ทั้งสามจึงตัดสินใจแยกย้ายกันกลับบ้าน
เ้าอ้วนจางและหลิวชวนจากไปพร้อมกับผู้ติดตาม ส่วนโจวเฉินที่ละสายตาจากสหายทั้งสอง เร่งหันหน้ามุ่งตรงไปยังทิศหนึ่งที่ไม่ใช่เส้นทางกลับ
ตามความทรงจำ ค่ำคืนนี้จะมีคนรู้จักบางคนถูกลอบสังหาร แต่โจวเฉินไม่ได้ตั้งใจเข้าไปให้ความช่วยเหลือ
เพราะผู้ที่กำลังจะตายไม่ได้สนิทกับเขาขนาดนั้น มันจึงไม่มีความจำเป็ต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง
ส่วนเหตุผลที่โจวเฉินให้ความสนใจกับการตายครั้งนี้ นั่นก็เพราะว่ามีบางสิ่งที่เขา้าหยิบยืมจากคนตาย
จบแล้วเหรอ
ทันทีที่มาถึงที่หมาย ร่างไร้ชีวิตจมกองเืบนพื้นทำให้โจวเฉินเกิดความมั่นใจว่า เหตุการณ์ลอบสังหารได้สิ้นสุดลงแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่รีบเร่งเข้าไปใกล้ทำเพียงสังเกตจากระยะไกล ใช้สายตาลอบกวาดสำรวจบริเวณโดยรอบ พร้อมอาศัยััศักดิ์สิทธิ์ตรวจดูจนทั่ว
ต้องเร่งมืออีกหน่อย ถ้ามีใครผ่านมาพบเข้าข้าคงถูกเข้าใจผิดแน่
เมื่อมั่นใจว่ารอบ ๆ นี้ไม่มีใครอื่นเว้นแต่ตัวเขาแล้ว โจวเฉินจึงทำให้แก่นแท้แห่งิญญาปรากฏออกจากทะเลแห่งจิตสำนึก
มันกลายพันธุ์จนกลายเป็สิ่งมีชีวิตลึกลับแปลกประหลาดไปแล้วจริง ๆ
สิ่งที่กำลังล่องลอยเบื้องหน้าขณะนี้แตกต่างไปจากเดิมมาก อันที่จริงเขาเองก็อยากตรวจดูให้ละเอียดกว่านี้
แต่เพราะยังอยู่ใน่เร่งด่วน เลยต้องปล่อยให้มันได้ทำหน้าที่เพื่อเป็การทดสอบ ตามความตั้งใจแรกที่ทำให้เขาต้องดั้นด้นมาจนถึงที่นี่
เอาล่ะ
เพียงความคิดเดียวของเขา ดวงไฟิญญาสีน้ำเงินดำก็พลันเคลื่อนไหว มันสร้างเส้นทางแสงในอากาศพุ่งไปยังศพผู้ที่ถูกลอบสังหาร
ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนได้ควบคุมส่วนหนึ่งของร่างกายเลยทีเดียว ดวงไฟิญญาที่ว่าหรือแก่นแท้แห่งิญญากลายพันธุ์เท่าที่ัั
มันเปรียบได้กับอวัยวะที่ 33 ของเขาเลยก็ว่าได้ เพียงแต่สามารถแยกออกจากร่างกาย และเก็บกลับเข้าไปในทะเลแห่งจิตสำนึกได้ก็เท่านั้น
ต่อมาแขนอันสั้นของมันก็เริ่มเคลื่อนไหวตามความ้าเขา ใช้กรงเล็บข้างหนึ่งล้วงลงไปกระชากร่างเงาจาง ๆ ขึ้นมาจากศพที่ยังอุ่น
ดีนะิญญายังไม่กระจัดกระจาย ไม่อย่างงั้นข้าคงได้กลับไปมือเปล่า
จากนั้นดวงตาโต ๆ ที่หางตาเชิดขึ้นสูงเหมือนกำลังโกรธ ของลูกไฟิญญาสีน้ำเงินดำก็เปล่งแสงจ้า
ปากกว้างที่มองเห็นเป็กระแสวังวนอยู่ภายในให้ความรู้สึกน่าขนลุก ได้ปลดปล่อยคลื่นพลังลึกลับไปยังดวงิญญาที่ใกล้จะสลายของผู้ตาย
กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ กว่าที่ิญญาจากศพจะควบแน่นจนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น
สุดท้ายจึงเกิดเป็ร่างคนที่มีรูปลักษณ์เหมือนร่างต้น ต่างกันตรงที่ผิวกายเป็สีแบบเดียวกับแก่นแท้แห่งิญญากลายพันธุ์ แถมยังดูขมุกขมัวราวกับไม่ใช่มนุษย์
นี่คือขั้นตอนการสร้างสมุนิญญาผู้ภักดี ซึ่งเป็หนึ่งในสองความสามารถหลักที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาใหม่ หลังแก่นแท้แห่งิญญาของเขาเกิดการกลายพันธุ์อย่างลึกลับ
ลูกสมุนที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการนี้ มีความสามารถเหมือนร่างต้นตอนที่ยังมีชีวิตทุกประการ อีกทั้งสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แถมบ่มเพาะพลังเหมือนผู้ฝึกฝนทั่วไปได้อีกด้วย
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวในร่างิญญาที่ถูกควบแน่น เป็เื่ค่าความแข็งแกร่ง และความสามารถทุก ๆ ด้านไม่ได้สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน
พวกมันในร่างิญญามีเพียงแปดในสิบส่วนจากเดิมเท่านั้น แต่แค่นี้ก็พอให้ผู้เป็นายอย่างเขา นำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้อีกตั้งมากมาย
เลวร้ายที่สุด อย่างน้อยสมุนิญญาพวกนี้ก็สามารถนำไปใช้เป็เหยื่อล่อได้ ทำให้เขามีโอกาสรอดพ้นอันตรายเพิ่มขึ้นอีกวิธีหนึ่ง
ไม่เลว ความแข็งแกร่งทุกด้านเกือบจะเทียบเท่าตอนที่ยังมีชีวิต ไหนข้าขอลองทดสอบความสามารถหลักอีกอย่าง
โจวเฉินพยักหน้าพึงพอใจอยู่คนเดียวเงียบ ๆ จากนั้นก็สั่งให้อวัยวะที่ 33 ของเขาเข้าไปประทับตราคำสาปิญญา
ยิงวงแหวนิญญาที่เต็มไปด้วยลวดลายลึกลับ จมหายเข้าไปในร่างสมุนิญญาจนเกิดเรืองแสงจาง ๆ
สำหรับเป้าหมายที่ได้รับคำสาปิญญานั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ เพิ่มพูนขึ้นมาประมาณหนึ่ง
อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ตามที่ััได้ สมุนิญญาตัวแรกของเขาถูกยกระดับขึ้นเป็สามเท่าจากเดิมเลยทีเดียว
สุดยอดเลย ตอนแรกมีพื้นฐานอยู่ที่แปดส่วน ได้คำสาปิญญาเข้าไปอีกความแข็งแกร่งกลายเป็สองเท่ากว่าจากตอนที่ยังมีชีวิต
โจวเฉินรู้สึกพอใจกับความสามารถนี้มาก สมุนิญญาของเขาแกร่งเกินร่างต้น่ที่ยังมีชีวิตไปไกลแล้ว
ความจริงคำสาปิญญาสามารถนำไปใช้กับสิ่งมีชีวิต แล้วยังมีผลต่อสิ่งของอีกด้วย