ขอโทษทีเลขาคนนี้ผมจอง

    การยอมรับของครอบครัว

            ครบหนึ่งเดือนแล้วกับการมาทำงานของทิวา ชายหนุ่มเรียนรู้งานได้เร็วจนฉัตรภพไม่มีอะไรจะต้องแนะนำอีกแล้ว

            ตอนนี้เวลาออกไปพบลูกค้านอกบริษัทเมคินจะพาทิวาไปด้วยทุกครั้งยกเว้นต้องไปเซ็นสัญญาหรือมีเ๹ื่๪๫กฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องจึงจะให้ฉัตรภพตามไปด้วย

            “ทิว เย็นนี้พี่จะไปกินข้าวกับที่บ้านจะไปด้วยกันไหม”

            “ไม่ดีกว่าครับ”

            ทิวาเคยไปที่บ้านของเมคินมาแล้วครั้งหนึ่งทุกคนให้การต้อนรับและพูดคุยอย่างเป็๲กันเองทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนตัวเองเป็๲ส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ที่ไม่ยอมไปกับเมคินวันนี้เพราะมีเขามีอย่างอื่นที่ต้องทำ

            “แล้วจะไปกินข้าวที่ไหน”

            “ก็ร้านใต้คอนโดนั่นแหละครับ พี่คินจะค้างที่นั่นไหม”

            “ยังไม่แน่ใจ นายอยู่คนเดียวได้ไหม”

            “พี่ผมอายุ 25 แล้วนะครับไม่ใช่เด็กๆ แล้ว”

            “อ้าวเหรอก็พี่เห็นนายยังชอบดูการ์ตูนอยู่เลย ก็นึกว่ายังไม่โต”

            “พี่เองก็ดูอย่ามาว่าแต่ผม รีบไปสิครับเดี๋ยวคุณแม่ก็รอนานหรอก”

            “ไม่ไปด้วยแน่นะ”

            “ไม่ครับ วันนี้ผมจะไปฟิตเนส”

            “พี่ฟังไม่ผิดใช่ไหม” เพราะมีหลายครั้งที่เขาชวนทิวาไปออกกำลังกายด้วยแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยไปด้วยสักครั้ง

            “ไม่ผิด ต่อไปนี้ผมจะออกกำลังกาย”

            “งั้นพรุ่งนี้เช้าไม่ต้องทำอาหาร ไปวิ่งกับพี่” เป็๞อีกเ๹ื่๪๫ที่เมคินอยากทำร่วมกับทิวา มันคงดีถ้าเขาได้วิ่งเคียงข้างกันท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่นยามเช้า

            “ก็ได้ครับ”

            “นายมีรองเท้าวิ่งไหม”

            “มีครับ ก็พี่นั่นแหละซื้อให้ผม” ไม่ใช่แค่รองเท้าแต่ยังมีชุดสำหรับใส่วิ่งอีกสองชุด ซึ่งเทิวาไม่เคยหยิบมาสวมเลยสักครั้ง

            “พี่ลืมไปเลย” เมคินหัวเราะ

            ” พี่รีบไปเถอะ รถมันติดกว่าจะถึงบ้านก็คงอีกนานนะครับ”

            “ให้พี่ไปส่งก่อนไหม”

            “ไม่เป็๲ไรครับ ผมนั่งรถฟ้าไปง่ายกว่าครับ พี่จะได้ไม่เสียเวลา”


            บ้านโอภาสธนรัตน์

            “คุณเมคินมาแล้ว เตรียมตั้งโต๊ะเลยไหมคะคุณท่าน”

            แม่น้อมแม่บ้านวัย 55 ปีถามเ๽้าของบ้านซึ่งนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก

            “อีกสักครึ่งชั่วโมงก็ได้” เมฆาบอก

            เมฆาไม่ค่อยเจอกับลูกชายบ่อยนักเพราะตอนนี้เขาไม่ค่อยเข้าบริษัทนอกจากจะมีประชุมใหญ่แล้วเมคินก็ไม่ค่อยกลับมานอนที่บ้าน

            “สวัสดีครับพ่อ แม่รอผมนานไหม”

            “อือ นั่งก่อนเดี๋ยวค่อยกินข้าว พ่อมีเ๱ื่๵๹จะถาม”

            “ครับพ่อ”

            “ทิวาไม่มาด้วยเหรอ” จีรญามองตามหลังลูกชายแต่ก็ไม่เห็นแม้เงาของอีกคน

            “ไม่ครับ”

            “พ่อมีอะไรกับทิวาหรือเปล่า”

            “ไม่มีหรอก แต่ได้ยินข่าวมาว่าลูกกับเลขาตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋”

            “ไม่เห็นแปลกนี่ครับ เขาเป็๲เลขาผม”

            “แม่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ร้อนตัวนะ”

            จีรญายิ้มอย่างรู้ทัน แค่เห็นสีหน้าและแววตาของลูกชายเธอก็พอจะเดาออกว่าตอนนี้เมคินมีความสุขมากแค่ไหน

            “พ่อคุยกับภพเมื่อวาน ภพบอกว่าทิวาทำงานดีมาก ช่วยคินได้หลายเ๹ื่๪๫เลยใช่ไหม”

            “ครับพ่อ แต่ผมว่าคงไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹งานใช่ไหม”

            “แล้วคินคิดว่ายังไงล่ะ จะคบหากันพ่อกับแม่ก็ไม่ว่าอะไรนะ”

            “ผมไม่ได้คิดไกลขนาดนั้นครับ แค่ตอนนี้ทำงานเข้าขากัน” ปากบอกว่าแค่นั้นแต่ในใจก็ตรงกันข้าม

            “แม่ไม่ได้ห้ามนะ เพราะทิวาเป็๞เด็กดีขยัน แต่คินต้องแน่ใจด้วยว่าเขารู้สึกและคิดยังไงกับคิน”

            “ผมไม่รู้ครับ ทิวาดูยาก”

            “อยู่คอนโดเดียวกันยังดูไม่ออกอีกเหรอ” คนเป็๞แม่ถาม

            “ผมไม่ค่อยแน่ใจ”

            “ถ้าทิวาไม่ใช่แบบที่ลูกคิด จะเสียใจไหม”

            “ก็คงเสียใจครับ”

            “พ่อว่าเ๹ื่๪๫นี้คินต้องพูดกับทิวาตรงๆ นะ ถ้ามารู้ทีหลังเกิดผิดใจกันลาออกไปอีกทีนี้ใครจะช่วยงาน”

            “ที่แท้พ่อก็ห่วงเ๱ื่๵๹งาน ผมนึกว่าห่วงผม” เมคินหัวเราะ

            “พ่อแม่ก็ต้องห่วงลูกนั่นแหละ แต่ถ้าวันหนึ่งทิวาลาออกพ่อก็นึกเสียดายนะ”

            “ผมก็ไม่อยากเป็๲อย่างนั้น บางทีผมอาจบอกเขาว่ารู้สึกยังไง ถ้าเขาไม่ยอมรับไมตรีที่ผมยื่นให้ เขาจะลาออกหรือทำงานต่อผมก็ไม่ว่า”

            “ดูลูกแม่ไม่ค่อยมั่นใจเลย”

            “ไม่รู้สิครับ ทิวาไม่เหมือนคนอื่น อยู่ด้วยแล้วสบายใจครับ แต่บางครั้งก็เหมือนเด็กเหมือนเป็๲น้องชาย”

            “ถ้าทิวาไม่คิดอะไรกับลูก ก็ขอให้คิดว่าคือน้องชายจะได้ไม่ต้องเจ็บมาก” คนเป็๞แม่บอก

            “ก็คงอย่างนั้นแหละครับแม่”

            “ผมดีใจที่พ่อกับแม่ไม่โกรธผม”

            “เ๱ื่๵๹อะไร”

            “ก็เ๹ื่๪๫ที่ผมไม่เป็๞เหมือนคนอื่น ผมเป็๞ลูกชายคนเดียว แต่กลับเป็๞แบบนี้”

            เ๱ื่๵๹นี้เคยคุยกันหลายครั้งแล้ว เขาเสียใจที่ไม่สามารถรักหรือชอบผู้หญิงได้ และมันก็น่าเสียดายถ้าครอบครัวของเขาจะไม่มีผู้สืบสกุล

            “ยังคิดมากอีกเหรอ พ่อไม่ติดใจอะไรแล้ว ยังไงคินก็คือลูกของพ่อกับแม่”

            “แม่ยอมรับว่ากว่าจะทำใจกับเ๱ื่๵๹นี้ได้ก็นาน แต่ถ้าแม่บังคับคนที่ไม่มีความสุขก็คือลูกของแม่ ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนทนเห็นลูกเป็๲ทุกข์เพราะตัวเองได้หรอกนะคิน”

            “พ่อกับแม่คิดว่าถ้าคนอื่นรู้ จะเป็๞ยังไง”

            “คนอื่นก็คือคนอื่น พ่อกับแม่ไม่สนใจ” เมฆาย้ำอีกครั้ง

            “ผมโชคดีที่พ่อกับแม่เข้าใจผม”

            “แม่ก็ดีใจที่คินบอกกับพ่อแม่ตรงๆ ถ้าคินไม่บอก พวกเราก็คงไม่มีทางรู้ ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่บังคับลูกให้แต่งงาน”

            “ถ้าพ่อกับแม่บังคับผมจริงๆ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกครับ” เพราะเมคินรักทั้งสองคนมาก และคงไม่กล้าขัดใจ

            “แต่คินก็จะไม่มีความสุข แม่ไม่ยอมหรอกนะ”

            “ผมอยากให้ทุกครอบอครัวยอมรับเหมือนพ่อกับแม่”

            “มันก็คงต้องค่อยเป็๲ค่อยไปนั่นแหละคิน บางครอบครัวก็อาจมีเหตุผลที่ไม่อาจยอมรับได้”

            “ผมถึงบอกไงครับ ว่าผมโชคดีมาก”

            “แม่ก็โชคดีที่เราเปิดใจคุยกันแต่แรก”

            “ไปกินข้าวกันดีไหม จะได้รีบกลับ” จีรญารู้ว่ายังไงลูกชายก็คงไม่ค้างที่นี่

            เมคินทานอาหารเย็นเสร็จแล้วก็นั่งคุยกับพ่อและแม่อีกพักใหญ่ กะว่าถึงคอนโดทิวาคงนอนไปแล้ว คืนนี้เขายังไม่อยากคุยกับชายหนุ่มเพราะอยากทบทวนความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง