ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูหินที่หนักอึ้ง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง อากาศที่เคยอบอุ่นภายนอกกลับกลายเป็ความเย็นะเืที่เสียดแทงเข้าสู่ิั กลิ่นอับชื้นของหินโบราณ, กลิ่นดินที่เปียกชุ่ม และกลิ่นจางๆ ของความเน่าเปื่อยลอยมาปะทะจมูกอย่างรุนแรง เสียงเดียวที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดคือเสียงน้ำที่หยดลงมาจากเพดานหินเป็จังหวะ ก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินที่มืดมิดเบื้องหน้า
ไททั่นยกโล่เหล็กกล้าชั้นเลวขึ้นมาในท่าเตรียมพร้อมโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของเขาสอดส่ายไปมา พยายามจับการเคลื่อนไหวในเงามืดที่แสงสว่างเพียงน้อยนิดจากภายนอกส่องเข้ามาไม่ถึง
"ระวังตัวด้วย ที่นี่... ให้ความรู้สึกไม่ดีเลย" ไททั่นพึมพำเสียงต่ำ
"มันก็ควรจะเป็อย่างนั้น" ซีโร่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ความมืดมิดดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบต่อความเยือกเย็นของเขาเลยแม้แต่น้อย "ที่นี่คือสุสาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น"
ในสายตาของไททั่น เขาเห็นเพียงความมืดและผนังหินที่ชื้นแฉะ แต่สำหรับซีโร่ 'เนตรเทพ' ของเขากำลังฉายภาพที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โถงทางเดินที่ดูเหมือนธรรมดาปรากฏเป็โครงข่ายของเส้นสายข้อมูลเรืองแสง บนผนังหินที่ดูว่างเปล่า เขาเห็นโค้ดของภาพสลักโบราณที่เลือนหายไปตามกาลเวลา มันเล่าเื่ราวของ 'ราชันย์อาร์เธอร์ริออน' กษัตริย์ผู้ถูกลืมซึ่งเคยปกครองดินแดนแถบนี้ ก่อนที่จะถูกทรยศโดยแม่ทัพของตนเองและสิ้นพระชนม์อย่างเดียวดาย
'อาร์เธอร์ริออน... หนึ่งใน NPC Lore ที่ฉันเขียนประวัติด้วยความเพลิน แต่ทีมออกแบบดันเจี้ยนเอามาสร้างเป็ดันเจี้ยนลับซะได้' ซีโร่คิดในใจ 'น่าสนใจ'
เขาเดินนำหน้าไปอย่างไม่ลังเล ราวกับว่าความมืดเป็บ้านของเขาเอง ไททั่นเดินตามอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและหนักแน่นพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่จะพุ่งออกมา
หลังจากเดินลึกเข้ามาได้ประมาณห้าสิบเมตร ซีโร่ก็ยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้หยุด
"ข้างหน้ามีกับดัก" เขากล่าวสั้นๆ
ไททั่นหยุดกึก มองไปข้างหน้าอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ พื้นหินดูเรียบสนิทเหมือนกับที่เดินผ่านมา
"ตรงไหน? ผมไม่เห็นอะไรเลย"
"แผ่นหินสามแผ่นข้างหน้า" ซีโร่ชี้ "มันคือแผ่นกลไก ถ้าเหยียบผิดลำดับ ลูกดอกอาบยาพิษจะถูกยิงออกมาจากผนังทั้งสองข้าง... มากพอที่จะทำให้ผู้เล่นสายป้องกันอย่างนายกลายเป็เม่นได้ในสามวินาที"
คำอธิบายของซีโร่ทำให้ไททั่นขนลุกซู่ เขาลองเพ่งมองอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นร่องรอยของกลไกใดๆ
แต่แล้วซีโร่ก็ทำให้เขาต้องทึ่งอีกครั้ง เขาไม่ได้พยายามจะะโข้ามหรือเดินเลี่ยง แต่เขากลับก้าวเท้าเหยียบลงไปบนแผ่นหินแผ่นที่สองอย่างจงใจ จากนั้นก็ก้าวถอยหลังมาเหยียบแผ่นแรก ก่อนจะก้มลงหยิบเศษหินก้อนเล็กๆ แล้วโยนไปให้ตกกระทบแผ่นที่สามอย่างแม่นยำ
คลิก...
เสียงกลไกทำงานเบาๆ ดังขึ้นจากภายในผนัง แต่ไม่มีลูกดอกยิงออกมา มีเพียงเสียงคล้ายสลักที่ถูกปลดล็อค
[ท่านได้ข้ามผ่านกลไก 'ทางเดินมรณะ' สำเร็จ] [บั๊ก 'ลำดับตรรกะที่ผิดพลาด' (Faulty Logic Sequence) ทำงาน!]
ซีโร่เดินผ่านพื้นที่นั้นไปอย่างสบายๆ "มาได้แล้ว"
ไททั่นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเดินตามไปอย่างว่าง่าย "คุณ... รู้เื่กลไกนั่นได้ยังไง?"
"ฉันไม่ได้รู้... ฉันแค่อ่านมัน" ซีโร่ตอบอย่างกำกวม "กลไกทุกอย่างมีตรรกะของมัน และตรรกะทุกอย่างก็มีช่องโหว่เสมอ"
คำพูดที่เหมือนปรัชญาแต่ก็สมเหตุสมผลอย่างประหลาดทำให้ไททั่นตัดสินใจว่าจะไม่ถามคำถามประเภท "ทำได้อย่างไร" อีกต่อไป เขาแค่ต้องเชื่อมั่นและทำตามก็พอ
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปอีก บรรยากาศเริ่มเย็นและชื้นมากขึ้น ผนังถ้ำเปลี่ยนจากหินสกัดเรียบๆ เป็หินธรรมชาติที่ถูกน้ำกัดเซาะ และพวกเขาก็ได้พบกับ "ผู้อยู่อาศัย" กลุ่มแรกของสุสานแห่งนี้
ซ่า! ซ่า!
เสียงบางอย่างแหวกน้ำที่ท่วมขังอยู่ริมทางเดินดังขึ้นพร้อมกันหลายจุด ก่อนที่ร่างของโครงกระดูกในสภาพผุพัง สวมชุดเกราะที่ขึ้นสนิมเขรอะ จะค่อยๆ ยืนขึ้นมาจากผืนน้ำ ดวงตาที่ว่างเปล่าของพวกมันมีแสงสีฟ้าเย็นเยียบส่องประกายออกมา
[<มอนสเตอร์> : โครงกระดูกจมน้ำ (Drowned Skeleton)] [เลเวล: 10] [HP: 350/350] [หมายเหตุ: มีความต้านทานสูงต่อการโจมตีประเภท 'แทง']
"มาแล้ว!" ไททั่นคำรามพร้อมกับตั้งโล่รับมั่น
"ไม่ใช่แค่นั้น!" ซีโร่เตือน "ในน้ำยังมีอีก!"
สิ้นเสียงของเขา ร่างที่ดูคล้ายมนุษย์แต่มีผิวซีดเซียว ดวงตาโปน และกรงเล็บยาวแหลมคมก็พุ่งพรวดออกมาจากน้ำที่ขุ่นคลั่ก พวกมันเคลื่อนที่ได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ!
[<มอนสเตอร์> : กูลสุสาน (Crypt Ghoul)] [เลเวล: 11] [HP: 300/300] [สกิล: กรงเล็บพิษ (Poison Claw) - มีโอกาส 20% ที่จะทำให้เป้าหมายติดสถานะ 'เคลื่อนที่ช้าลง']
พวกมันมีจำนวนเกือบสิบตัว! เป็สถานการณ์ที่สิ้นหวังสำหรับปาร์ตี้สองคนอย่างยิ่ง
"ไททั่น! ยืนตรงนี้! ตรึงทางเดินไว้! พวกกูลมันเร็ว!" ซีโร่ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
"รับทราบ!" ไททั่นปักหลักลงกับพื้นอย่างมั่นคง โล่ของเขาตั้งตระหง่านราวกับกำแพงเหล็ก
พวกกูลพุ่งเข้ามาเป็กลุ่มแรก กรงเล็บของพวกมันตะกุยใส่โล่อย่างบ้าคลั่ง
เคร้ง! เคร้ง! แคร่ก!
-12 -15 [ท่านติดสถานะ: เคลื่อนที่ช้าลง!] -11
ไททั่นถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงและติดสถานะดีบัฟ แต่เขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง พลังป้องกันจากโล่และเกราะเหล็กกล้าชั้นเลวช่วยลดความเสียหายไปได้มหาศาล
"อย่าใช้ดาบแทงโครงกระดูก! กระดูกสันหลังของพวกมันเปราะบาง! ใช้ขอบโล่กระแทกเข้าไป!" เสียงของซีโร่ดังขึ้น
ไททั่นที่กำลังจะแทงดาบสวนออกไปชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนท่าในทันที เขาเหวี่ยงโล่กระแทกเข้าไปที่กลางลำตัวของโครงกระดูกที่เดินเข้ามาใกล้
แกร็ก! โครม!
-95! (Weakness Hit!)
ร่างของโครงกระดูกตัวนั้นแตกกระจายเป็ชิ้นๆ ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
"สุดยอด!" ไททั่นร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
ในขณะที่ไททั่นกำลังรับมือกับฝูงมอนสเตอร์ในแนวหน้า ร่างของซีโร่ก็ได้กลายเป็พายุแห่งความตาย เขาไม่ได้ยืนอยู่กับที่ แต่เคลื่อนที่ไปรอบๆ ตัวไททั่นราวกับภูตพราย ดาบในมือของเขาสะบัดออกแต่ละครั้งล้วนมุ่งไปยังจุดตายที่ 'เนตรเทพ' แสดงให้เห็น
[Divine Eye: กูลตัวซ้ายกำลังจะใช้สกิลพุ่งตัว... คาดการณ์เป้าหมาย: ขาของไททั่น... ช่องว่างหลังการโจมตี: 1.2 วินาที]
ฉึก!
ซีโร่พุ่งเข้าไปตัดเส้นเอ็นที่ข้อเท้าของกูลตัวนั้นก่อนที่มันจะได้ใช้สกิล ทำให้มันเสียหลักล้มลง ก่อนที่เขาจะตวัดดาบปาดคอซ้ำอย่างเืเย็น
-155! (Critical Hit!)
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดแต่เป็ระบบอย่างน่าเหลือเชื่อ ไททั่นทำหน้าที่เป็กำแพงที่สมบูรณ์แบบ รับการโจมตีและสร้างจังหวะ ในขณะที่ซีโร่เป็เหมือนศัลยแพทย์ที่คอยผ่าตัดศัตรูออกไปทีละตัวด้วยความแม่นยำสูงสุด พวกเขาสองคนทำงานประสานกันราวกับฝึกซ้อมกันมานานนับปี
ในที่สุด มอนสเตอร์ตัวสุดท้ายก็ล้มลงกลายเป็กองกระดูกและซากศพที่เน่าเปื่อย
ไททั่นหอบหายใจเล็กน้อย เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นบนหน้าผาก "เกือบไปแล้ว... ถ้าไม่มีคุณ ผมคงตายไปั้แ่ 30 วินาทีแรก"
ซีโร่พยักหน้ารับ เขาก็กำลังควบคุมลมหายใจเช่นกัน การใช้เนตรเทพวิเคราะห์เป้าหมายจำนวนมากพร้อมกันนั้นใช้สมาธิสูงกว่าที่คิด
[ท่านได้รับ 1,850 EXP] [ท่านได้รับ เศษกระดูกชุ่มน้ำ x8] [ท่านได้รับ ต่อมพิษของกูล x3]
"ไปกันต่อเถอะ หนทางยังอีกยาวไกล" ซีโร่พูดจบก็กำลังจะก้าวเดินต่อ
แต่ทันใดนั้นเอง!
ฟิ้ว!
มีดสั้นเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง มันไม่ได้มุ่งเป้ามาที่พวกเขา แต่กลับปักเข้ากับก้อนหินที่ห้อยอยู่บนเพดานอย่างแม่นยำ
แคร่ก...
ก้อนหินนั้นร่วงหล่นลงมา ปิดทางเดินที่พวกเขาเพิ่งผ่านมาพอดี! เป็การตัดเส้นทางหนีของพวกเขา!
"ใคร!?" ไททั่นตวาดลั่นพร้อมกับหันขวับไปยังทิศทางที่มาของมีด
ในเงามืดที่มุมหนึ่งของโถงทางเดิน ร่างระหงในชุดเกราะหนังสีดำสนิทค่อยๆ ปรากฏตัวออกมา เส้นผมสีดำขลับของเธอสะท้อนกับแสงสลัวๆ ในมือทั้งสองข้างถือมีดสั้นโค้งงอที่ยังคงมีไอสีดำจางๆ ลอยออกมา มันคือผลจากสกิลที่เธอเพิ่งใช้... 'ย่างก้าวไร้เงา'
"ไง" เธอกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความท้าทายและความมุ่งมั่น "ดูเหมือนพวกนายจะมาเจอเื่สนุกกันโดยไม่ชวนฉันเลยนะ... ซีโร่"
"เรเวน!" ไททั่นจำเธอได้ทันที "เธอสะกดรอยตามพวกเรามา!" เขาก้าวมายืนขวางหน้าซีโร่ทันที โล่ในมือตั้งตรง เตรียมพร้อมป้องกันเต็มที่
เรเวนยิ้มมุมปาก ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคาม เธอมองผ่านไททั่นไปยังซีโร่ที่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง
"ฉันไม่ได้มาเพื่อสู้" เธอกล่าว "ฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอ"
"ข้อเสนออะไร?" ซีโร่เป็ฝ่ายถามขึ้น ทำลายความตึงเครียดลง
"ฉันรู้ว่านายกำลังทำอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่... อะไรบางอย่างที่จะทำให้กลายเป็ที่หนึ่งในเกมนี้เมื่อมันเปิดตัว" เรเวนพูดอย่างตรงไปตรงมา "ฉันเฝ้าดูนายั้แ่ที่หมู่บ้าน ฉันเห็นนายจัดการพวกก็อดแฮนด์... และฉันก็ใช้สกิลที่นายบอกทาง สะกดรอยตามนายมาถึงที่นี่ได้โดยที่พวกนายไม่รู้ตัว"
เธอหยุดเพื่อประเมินปฏิกิริยาของพวกเขา "ดันเจี้ยนลับเลเวลสูง... กับดัก... ฝูงมอนสเตอร์... นายกับแทงค์เกอร์นี่อาจจะเก่ง แต่พวกนายก็ไปได้ไม่สุดทางหรอก"
"นาย้าสเกาท์... นาย้าคนที่เคลื่อนไหวในเงามืดได้... นาย้าคนที่ช่วยสร้างความเสียหายจากมุมที่ศัตรูมองไม่เห็น" เธอกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง "และฉันคือคนที่เก่งที่สุดในด้านนี้ ข้อเสนอของฉันง่ายๆ... รับฉันเข้าปาร์ตี้ แล้วฉันจะช่วยพวกนายเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ แลกกับส่วนแบ่งที่ยุติธรรม"
นี่ไม่ใช่คำร้องขอ แต่เป็การประกาศคุณค่าของตัวเองอย่างชัดเจน
ซีโร่มองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในใจของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว
'ข้อดี: เธอพูดถูก เรา้าสายโจมตีที่ว่องไวและสามารถเป็ตัวล่อได้ เรเวนมีฝีมือและไหวพริบดี การมีเธออยู่จะเพิ่มโอกาสสำเร็จได้อย่างมหาศาล ข้อเสีย: เธอคือตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ แรงจูงใจของเธอคือผลประโยชน์ ถ้ามีข้อเสนอที่ดีกว่า เธอก็พร้อมจะหักหลังได้ทุกเมื่อ...'
"ซีโร่ อย่าไปเชื่อเธอ" ไททั่นกระซิบ "คนแบบนี้ไว้ใจไม่ได้"
ซีโร่ไม่ได้ตอบไททั่น เขามองตรงไปยังเรเวน "เงื่อนไขของเธอคืออะไร?"
"ส่วนแบ่งของไอเท็มระดับ Unique ขึ้นไป 30%" เรเวนตอบทันที "ส่วนของอื่นๆ ฉันไม่สนใจ"
มันเป็ข้อเสนอที่ดูสมเหตุสมผล แต่ซีโร่กลับส่ายหัวช้าๆ
"เงื่อนไขของฉันต่างหาก" เขากล่าวเสียงเย็น "เธอจะเข้าปาร์ตี้ได้ แต่มีกฎสามข้อ หนึ่ง, ทำตามคำสั่งของฉันโดยไม่มีข้อโต้แย้ง สอง, ส่วนแบ่งทั้งหมด... ฉันจะเป็คนตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวหลังจบภารกิจ โดยประเมินจากผลงานของเธอ และสาม..."
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรเวน "ถ้ามีความคิดจะหักหลังแม้แต่นิดเดียว... ฉันจะล่านาย ไม่ใช่แค่ในเกมเบต้า แต่จะตามไปจนถึงเกมจริง และฉันสาบานได้เลยว่า ทุกครั้งที่นายสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมา... ฉันจะไปรออยู่ที่จุดเกิดเสมอ"
คำขู่ที่เยียบเย็นและจริงจังจนน่าขนลุกทำให้แม้แต่เรเวนที่มั่นใจในตัวเองมาตลอดก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ไททั่นมองซีโร่อย่างทึ่งในความเป็ผู้นำที่เด็ดขาด ส่วนเรเวนก็กำลังชั่งใจอย่างหนักระหว่างผลประโยชน์มหาศาลที่อยู่ตรงหน้ากับอิสรภาพที่ต้องสูญเสียไป
ในที่สุด เธอก็พยักหน้าช้าๆ "ตกลง... บอส"
[ผู้เล่น "เรเวน" ได้เข้าร่วมปาร์ตี้ของท่าน]
หน้าต่างระบบยืนยันการเป็พันธมิตรครั้งใหม่นี้
"ดี" ซีโร่กล่าว "งั้นก็เริ่มงานแรกของเธอได้เลย... เรเวน ไปสำรวจโถงทางเดินด้านหน้าสามร้อยเมตร รายงานทุกอย่างที่เห็นกับดัก, จำนวนมอนสเตอร์, ลักษณะภูมิประเทศ... ฉันให้เวลาห้านาที"
เรเวนไม่ได้พูดอะไรอีก เธอยิ้มรับคำท้าทายนั้น ก่อนที่ร่างของเธอจะเลือนหายไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย
ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่ดูโอ้อีกต่อไป แต่เป็ทริโอ... ปาร์ตี้ที่ประกอบด้วยผู้บัญชาการผู้หยั่งรู้, กำแพงเหล็กผู้ภักดี, และมีดสั้นในเงามืดผู้กระหายในผลประโยชน์
และในขณะนั้นเอง เสียงคำรามที่ทุ้มลึกและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังก้องมาจากส่วนลึกของสุสาน ทำให้พื้นหินสั่นะเืเล็กน้อย
บททดสอบแรกของทีมที่ไม่น่าจะเข้ากันได้นี้... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว