ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของเฟิงเจ๋อกู้ชิงเฉิงได้นำยาอายุวัฒนะเม็ดหนึ่งออกมา และจรดไปที่ริมฝีปากของโม่อวี้เฉิน“เสวยเข้าไปเถิดเพคะอย่างน้อยก็จะชะลออาการกำเริบของพิษเหมันต์ไปได้อีกหนึ่งปี”
โม่อวี้เฉินไม่ลังเลเขามั่นใจแล้วว่า อันหยวนถังมีความเกี่ยวข้องกับหอปรุงโอสถ์
ยาอายุวัฒนะเม็ดนี้นางกลับนำออกมาได้ง่ายดายยิ่งนัก
มันเหมือนเป็การกินทองคำเลยทีเดียวหรือกล่าวได้ว่ามันมีค่ามากกว่าทองคำในปริมาณเดียวกันหลายเท่าเสียอีก
“พิษเหมันต์นี้ไม่ใช่สามารถขจัดออกไปได้หรือ?” เฟิงเจ๋อพลันร้อนใจยิ่งเขาจ้องมองไปยังขวดบรรจุยาที่กู้ชิงเฉิงเก็บกลับเข้าไปในแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว
การใช้ยาอายุวัฒนะระงับพิษก็เป็วิธีหนึ่งในแต่ละปีต้องใช้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น ทว่าพวกเขากลับไม่มีแม้แต่เม็ดเดียว
“อันที่จริงก็ทำได้ แต่ทว่าสมุนไพรที่จำเป็นั้นล้วนหายากยิ่งนักแม้จะใช้เวลาถึงหนึ่งปีก็ยังไม่แน่ว่าจะรวบรวมได้ครบถ้วน” กู้ชิงเฉิงรู้สึกเสียดายยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นแต่เพื่อเอาใจโม่อวี้เฉิน นางก็จำต้องทุ่มสุดตัว
นางปลอบใจตนเองว่าคราวหน้าเมื่อไปหอปรุงโอสถ์ ก็ค่อยปรุงเพิ่มอีกขวดแล้วกันแม้จะสิ้นเปลืองพลังกายอย่างมากก็ตาม
“ข้าจะไปหาเอง” เฟิงเจ๋อกล่าวโดยไม่ลังเล “ท่านหมอกู้โปรดเขียนชื่อสมุนไพรเ่าั้ให้ด้วย” ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดเขาก็จะค้นหาให้พบ
“วางใจเถอะ ข้าจะเขียนรายการสมุนไพรให้เ้า” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่แยแส“แต่จะใช้เวลานานเท่าใดในการรวบรวม ข้าก็ไม่อาจบอกได้”
กู้ชิงเฉิงหันไปมองโม่อวี้เฉิน“องค์รัชทายาทโปรดวางใจ เพียงพวกท่านค้นหาตัวยาได้ข้าก็จะถอนพิษเหมันต์ให้ท่านอย่างแน่นอน”
คำพูดนี้ให้เฟิงเจ๋อคลายความกังวลลงได้บ้างเขาจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ
โม่อวี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นแท้จริงแล้ว เขารับรู้ได้ถึงความขัดแย้งในใจของกู้ชิงเฉิง
บางครานาง้าจะตีตัวออกห่างจากเขา แต่บางครากลับพยายามเอาอกเอาใจเขา
ทั้งการฝังเข็มถอนพิษและการให้เขากินยาอายุวัฒนะ ล้วนเป็นางที่ริเริ่มเองทั้งสิ้น
หากนางปฏิบัติต่อเขาเหมือนที่ปฏิบัติต่อกู้ตงหลิงเขาก็คงหมดหนทาง แต่ทว่านางกลับไม่ได้ทำเช่นนั้นนางยังเสนอเงื่อนไขที่จะปกป้องตัวเองและลูก เงื่อนไขนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
ยามนี้โม่อวี้เฉินจ้องมองกู้ชิงเฉิงอย่างลึกซึ้งนางนั่งลงที่โต๊ะ และก้มหน้าเขียนตัวอักษรอย่างตั้งใจ
ขนตายาวงอนราวกับปีกผีเสื้อ ยามที่นางกะพริบตา โม่อวี้เฉินรู้สึกราวกับหัวใจของตนเต้นระรัวชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกว่าสตรีผู้นี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก
“เรียบร้อยแล้ว” ในที่สุดกู้ชิงเฉิงเขียนชื่อสมุนไพรหลายชนิดเสร็จ“รูปร่างลักษณะและแหล่งที่อยู่ของสมุนไพรเหล่านี้ข้าได้เขียนไว้โดยละเอียดแล้วจากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนขององค์รัชทายาทแล้วเพคะ”
สมุนไพรเหล่านี้หอปรุงโอสถ์มีอยู่แล้ว แต่ทว่านางจำเป็ต้องนำมาปรุงยาอายุวัฒนะ
่นี้นางใช้ยาอายุวัฒนะมากเกินไป ยาทั้งสองขวดต่างหมดลงแล้ว
เฟิงเจ๋อรับกระดาษานั้นมาเขาพับมันอย่างระมัดระวังและเก็บใส่ในอกเสื้อ
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าสมุนไพรที่อยู่บนกระดาษแผ่นนี้จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของโม่อวี้เฉินและกู้ชิงเฉิงไปตลอดกาล
โม่อวี้เฉินมั่นใจในคนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนเขาเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
…………….
ยามนี้กู้ตงหลิงถูกกักบริเวณแล้วรอบนอกของโรงเตี๊ยมของนางถูกล้อมด้วยกองกำลังทหารนับไม่ถ้วนแม้แต่แมลงวันตัวหนึ่งก็ไม่อาจเล็ดลอดออกไปได้
“หลิวผิงเป็อย่างไรบ้าง? เหตุใดจึงยังไม่ส่งข่าวกลับมาแม้แต่สตรีชั้นต่ำผู้หนึ่งก็ไม่อาจจัดการได้หรือ!” กู้ตงหลิงกล่าวด้วยความกระวนกระวายใจ
ในใจของนางกลับรู้สึกขาดความมั่นใจอันหยวนถังแห่งนี้ช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนัก จนบางครานางก็ยังสงสัยในฐานะของตนเอง
นางเป็ถึงบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกของราชครูกู้ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ล้วนมีผู้คนยกย่องเชิดชู เคารพยกย่อง คำพูดของนางไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน
แต่ในเมืองอี๋สุ่ยแห่งนี้นางกลับต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากทุกหนแห่ง ทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จ
ยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจจนอยากจะฆ่ากู้ชิงเฉิงด้วยมือตนเองเพื่อระบายความโกรธแค้นในใจ
ทว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกู้ชิงเฉิงจึงไม่กล้าที่จะหาเื่โดยตรง นางทำได้เพียงใช้กองทัพตระกูลไป๋ ให้เข้ามาจัดการ
ในความคิดของนางกองทัพตระกูลไป๋สองพันนาย ย่อมสามารถกวาดล้างเมืองอี๋สุ่ยให้สะอาดหมดจดได้เป็แน่…
กู้ไต้ก็ร้อนรนเช่นกัน“คุณหนูใหญ่ ด้านนอกดูแปลกๆ ไปขอรับ”
กู้ตงหลิงลุกไม่ได้จึงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าเปลี่ยนไปหลายครา “คนพวกนี้เป็ใครกัน?”
จากนั้นนางจึงหันไปหากู้ไต้“ไปดูหน่อยสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่คนพวกนั้นเบื่อหน่ายชีวิตแล้วหรืออย่างไร ถึงกล้ามาล้อมโรงเตี๊ยมที่ข้าพักอยู่!”
พูดจบนางก็กำหมัดแน่นนางรู้สึกว่าเมืองอี๋สุ่ยนี้คงมีบางอย่างไม่ถูกโฉลกกับนางเป็แน่จำเป็ต้องถล่มที่นี่เสียให้สิ้น!
กู้ไต้รีบออกไปสืบดูแล้ววิ่งกลับเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด“คุณหนูใหญ่! คนข้างนอก... เป็คนขององค์รัชทายาทขอรับ!พวกเขากล่าวว่า...”
เขาไม่กล้าพูดออกมาจนหมดด้วยความหวาดกลัวจับใจ
“กล่าวว่าอย่างไร?” กู้ตงหลิงเอ่ยถามเสียงต่ำ
“กล่าวว่า...องค์รัชทายาทมีรับสั่งว่า คุณหนูใหญ่แอบเคลื่อนทัพก่อความวุ่นวาย ให้คุม...คุมตัวกลับ...ไปสอบสวนที่ศาลต้าหลี่ซื่อขอรับ!” กู้ไต้หวาดกลัวแทบสิ้นสติ
วันนี้เดิมทีเป็วันที่หมอกู้จะทำการรักษาพิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทพวกเขาจึงให้หลิวผิงกำจัดอันหยวนถังและทำลายเมืองอี๋สุ่ยทว่าตอนนี้หลิวผิงกลับพลาดท่า และองค์รัชทายาทก็เข้ามาแทรกแซงเื่นี้เสียแล้ว
เื่นี้ทำให้ใจของกู้ไต้สั่นสะท้านยามนี้เขาก้มหน้าลง มองกู้ตงหลิงที่นอนอยู่บนเตียงอย่างระมัดระวัง
เขากลัวว่าคำพูดของตนจะนำพามาซึ่งภัยถึงชีวิตตอนนี้คุณหนูใหญ่ดูท่าจะอารมณ์ร้อนอย่างมาก
“ดี...ดีมาก!” กู้ตงหลิงกัดฟันแน่นกล่าวด้วยความเกลียดชัง
นางขยับมือเบาๆความเ็ปทำให้นางขมวดคิ้วแน่น
นางไม่คาดคิดเลยว่าตนจะพลาดท่าอีกครั้งและมันเป็ความพ่ายแพ้ที่ยากจะยอมรับ
ในชั่วขณะนั้นในใจของกู้ตงหลิงก็เริ่มระวังเพิ่มขึ้นหลายส่วน “ดูท่าอันหยวนถังนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว”
“ขอรับ! หมอกู้นั้นหยิ่งยโสยิ่งนัก!” กู้ไต้รีบกล่าวต่อ“ทว่าองค์รัชทายาทก็มักจะเข้าข้างนางเสมอ”
“แล้วอย่างไรเล่า ข้าเป็ถึงว่าที่พระชายา!” กู้ตงหลิงกัดฟันพูดด้วยแววตาอาฆาตแค้นลึกล้ำ
ตำแหน่งพระชายานี้จะเป็ของนางแต่เพียงผู้เดียว!
--------
โม่อวี้เฉินกลับมาถึงห้องเห็นเฟิงฮ่วนก็มาถึงแล้ว จึงเลิกคิ้วขึ้น
“องค์รัชทายาท เฟิงเจ๋อกำลังไปสืบเื่อันหยวนถังขอรับ” เฟิงฮ่วนรีบก้าวเข้ามา
เขาคือผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยของโม่อวี้เฉินทว่าเขาเพิ่งจะนำคนไล่ล่ากลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง จึงมาถึงช้าไปเล็กน้อย
“จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?” โม่อวี้เฉินไม่แสดงท่าทีใดเขาเพียงพยักหน้ารับเบาๆ
เขานั่งลงและหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ
เฟิงฮ่วนรีบรายงาน“จับเป็ได้สองคน ไม่ยอมปริปาก ยังอยู่ในคุกมืดพ่ะย่ะค่ะ”
“ช่างหัวแข็งยิ่งนัก” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลง
เขาถูกพิษเหมันต์ั้แ่ครั้งทำศึกกับแคว้นหลินและยังเป็ภายในกระโจมของเขาเอง
เื่นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับศัตรูเป็แน่และยังมีไส้ศึกอยู่ในคนใต้บังคับบัญชาของเขาด้วย
เขาสืบสวนเื่นี้มานานแล้วในที่สุดก็เริ่มมีความคืบหน้า ทว่าเมื่อใกล้จะจับตัวได้กลับมีกลุ่มมือสังหารจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นในตำหนักบูรพา
พวกมันช่างไม่กลัวอะไรเลยจริงๆถึงขนาด้าเอาชีวิตของเขา
“สอบสวนต่อไป” โม่อวี้เฉินมองถ้วยชาในมือ “และปล่อยข่าวออกไปว่าพิษเหมันต์ของข้าได้รับการรักษาแล้ว”
ดวงตาของเฟิงฮ่วนสว่างวาบขึ้น“องค์รัชทายาท ทรงหายดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ทว่าโม่อวี้เฉินกลับไม่ตอบทำให้เฟิงฮ่วนผิดหวังเล็กน้อย เขาก้มหน้าลง และถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“สืบหาที่อยู่ของเด็กน้อยคนนั้นพบแล้วหรือยัง?” โม่อวี้เฉินไม่ได้ใส่ใจนักเฟิงเจ๋อได้เริ่มจัดเตรียมคนออกค้นหาสมุนไพรแล้ว เพียงแค่ได้สมุนไพรครบตามจำนวนก็จะสามารถรักษาพิษเหมันต์ให้หายขาดได้
“สวนหรูอี้พ่ะย่ะค่ะ” สีหน้าของเฟิงฮ่วนมีความลังเลเล็กน้อย“ทว่า คนของเราเข้าไปไม่ได้”
“สวนหรูอี้มีความเกี่ยวข้องกับสำนักหรูอี้อย่างไร?” โม่อวี้เฉินเอ่ยถามเสียงทุ้ม
สำนักหรูอี้นั้นสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนมากมายนัก
“ยังสืบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” เฟิงฮ่วนกล่าวอย่างครุ่นคิด“ทว่า สวนหรูอี้ดูเหมือนจะเก็บตัวเงียบเชียบไม่มีใครเคยเห็นคนของสวนหรูอี้ภายนอกเลยพ่ะย่ะค่ะ”
โม่อวี้เฉินยังคงไม่วางใจเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “กลับมาจากต้าหลีครั้งนี้เ้าได้นำอาหารที่นั่นมาด้วยหรือไม่?”
“นำมาบ้างพ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงฮ่วนรีบตอบ “ฮองเฮาทรงโปรดชนิดใด กระหม่อมก็ได้ซื้อมาบ้างแล้ว”
แต่เขาไม่คาดคิดว่าโม่อวี้เฉินจะเอ่ยขึ้นมาว่า “นำมาให้ข้าแล้วตามข้าไปพบหมอกู้”
เมื่อได้ยินดังนั้นก็ทำให้เฟิงฮ่วนตัวแข็งทื่อเขาไม่คิดเลยว่าเ้านายของตนจะนำอาหารเหล่านี้ไปเอาใจหมอผู้นั้นถึงขั้นไม่สนใจพระมารดาของตนเอง!