หลินกั๋วผิงไม่มีทางยอมให้ลูกสาวไปเจาะเืเพื่อแลกกับเงินแน่ ดังนั้นท่าทีของเขาจึงเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม ต่อให้เขาสงสารเฉินเหยาเหยาที่ต้องป่วยหนักจนต้องผ่าตัดใหญ่ั้แ่อายุน้อยแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางใช้ความเห็นอกเห็นใจนั้นมาทำร้ายลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เขาเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบากเด็ดขาด
ถ้าลูกสาวของเขาอายุสักสิบแปดปี โตเป็ผู้ใหญ่แล้วก็ว่าไปอย่าง ถึงตอนนั้นการบริจาคเืคงไม่มีอันตรายอะไร แต่ลูกสาวของเขาเพิ่งผ่านวันเกิดครบแปดขวบมาไม่นานนี้เองนะ!
ลูกสาวเขากินแต่อาหารพื้นๆ ธรรมดา ดีไม่ดีอาจจะมีภาวะโลหิตจางเพราะขาดสารอาหารด้วยซ้ำ
คุณหลิวกุ้ยหลาน ทำไมคุณถึงใจดำอำมหิต กล้าให้ลูกสาวตัวเล็กแค่นี้ไปเจาะเืได้ลงคอ?
เฉินเหยาเหยาเป็ลูกที่คุณคลอดออกมา เป็เืในอก แล้วหลินทิงเสวี่ยไม่ใช่ลูกคุณหรือไง?
“กั๋วผิง ฉันถูกบีบจนหมดหนทางแล้วจริงๆ คุณก็เห็นว่าเหยาเหยาน่ารักฉลาดเฉลียวขนาดไหน แต่ถ้าไม่รีบผ่าตัดเนื้องอกนั่นทิ้ง มันจะมีผลกระทบต่อเธอในอนาคตมาก ถ้ากลายเป็เนื้อร้ายขึ้นมาจะยุ่งกันใหญ่ กั๋วผิง เห็นแก่ความเป็ผัวเมียของเราในอดีต คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม?” หลิวกุ้ยหลานพยายามใช้ลูกไม้ขอความเห็นใจเพื่อให้หลินกั๋วผิงใจอ่อน
ทิงเสวี่ยยืนเท้าเอวมือข้างหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าหลิวกุ้ยหลาน เงยหน้ามองดวงตาแดงระเรื่อคู่นั้นด้วยแววตาเ็า ก่อนจะพูดด้วยถ้อยคำที่ชอบธรรมและหนักแน่น “ที่หนูพูดไปเมื่อกี้ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ? เืของหนู หนูตัดสินใจเอง ไม่ต้องมาตอแยพ่อหนู ทางเลือกมีแค่สองทาง เอาเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนมาแลกเื หรือไม่ก็รีบพาเฉินเหยาเหยาไสหัวไปซะ จากนี้ไปทางใครทางมันไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก”
“เสียวเสวี่ย ทำไมลูกถึงใจดำแบบนี้? ใครสอนให้ลูกเป็คนแบบนี้? เหยาเหยาเป็น้องสาวของลูกนะ แม่ก็เป็แม่ของลูก ทำไมลูกทำแบบนี้ได้ลงคอ?” หลิวกุ้ยหลานมองลูกสาวคนโตที่จ้องมองเธอด้วยสายตาเ็าและไร้เยื่อใยด้วยความเ็ปรวดร้าว น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักออกมาจากดวงตา
เมื่อเผชิญหน้ากับน้ำตาของหลิวกุ้ยหลาน ทิงเสวี่ยยังคงไร้ความรู้สึก “หนูใจดำแบบนี้แหละ และคุณนั่นแหละที่สอนหนู คุณสอนหนูด้วยการกระทำของคุณเอง ตอนหนูอายุไม่ถึงสองขวบคุณก็ทิ้งหนูไป ทุกครั้งที่หนูไม่สบายร้องหาแม่ คุณอยู่ที่ไหน? ตอนหนูโดนเด็กเกเรในหมู่บ้านรังแก ด่าว่าเป็ลูกไม่มีแม่ คุณอยู่ที่ไหน? ตอนย่าตาย ่เวลาที่หนูไร้ที่พึ่งที่สุด คุณอยู่ที่ไหน? ที่จู่ๆ คุณโผล่มาจะรับหนูไปเลี้ยง ไม่ใช่เพราะอยากให้หนูได้ดีมีสุข แต่เพราะอยากได้เืหนูฟรีๆ ต่างหาก พอหนูหมดประโยชน์ คุณกับพ่อของเฉินเหยาเหยาก็คงจะขายหนูทิ้งสินะ? ถ้าเลือกได้จริงๆ หนูขอไม่มีแม่ยังดีกว่า หนูยอมมีแค่พ่อคนเดียว พ่อที่ยอมตายแทนหนูได้ แต่คุณล่ะ? นอกจากให้กำเนิดหนูมาแล้ว คุณเคยให้อะไรหนูบ้าง? อ้อ จริงสิ คุณให้สิ่งของหนูมาอย่างหนึ่ง นั่นคือความเ็ป การทำร้ายจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่าไงล่ะ”
เนื่องจากอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนขีดสุด มือและริมฝีปากของทิงเสวี่ยจึงสั่นระริก เธออยากจะร้องไห้ แต่ก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถ
เธอระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจมาตลอดแต่ไม่มีโอกาสได้พูดออกมาจนหมดสิ้น ความรู้สึกในตอนนี้มันช่างสะใจอย่างยิ่ง
เฉินเหยาเหยาที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำย่องเข้าไปหาหลิวกุ้ยหลาน เธอกระตุกแขนเสื้อแม่เบาๆ แล้วพูดเสียงอ่อย “พี่สาวน่ากลัวจัง หนูกลัว”
หลิวกุ้ยหลานลูบหัวเฉินเหยาเหยาอย่างอ่อนโยน แล้วพูดเสียงนุ่ม “หนูไปรอแม่ข้างนอกนะ เดี๋ยวแม่จะพาหนูกลับบ้าน”
เฉินเหยาเหยาเดินออกไปรอข้างนอกอย่างว่าง่าย
ความรู้สึกของหลิวกุ้ยหลานในตอนนี้ช่างสับสนวุ่นวาย คำตำหนิติเตียนของลูกสาวคนโตเมื่อครู่ทำให้เธอพูดไม่ออก เธอก้มหน้าด้วยความละอายใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอรู้ตัวแล้วว่าสำหรับลูกสาวคนโต เธอคือนักโทษผู้กระทำความผิด
เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกผิดต่อลูกสาวคนโตขึ้นมาจริงๆ
“เสียวเสวี่ย แม่รู้แล้วว่าแม่ผิด แม่ไม่ใช่แม่ที่ดี เป็แม่ที่ไม่ได้เื่ ลูกจะเกลียดแม่ แม่ก็ไม่โทษ แต่เสียวเสวี่ย เหยาเหยาไม่รู้อะไรด้วย เธอเป็น้องแท้ๆ ของลูกนะ ลูกอย่าเอาความเกลียดที่มีต่อแม่ไปลงที่เหยาเหยาเลยนะลูก เสียวเสวี่ย แม่ขอร้องล่ะ ช่วยชีวิตเหยาเหยาหน่อยได้ไหม?” นาทีนี้หลิวกุ้ยหลานไม่ได้มองลูกสาวคนโตเป็เด็กอีกต่อไป เธอมองทิงเสวี่ยเป็ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่รู้ความแล้ว
แม้หลิวกุ้ยหลานจะยอมลดทิฐิลง และเป็ครั้งแรกที่ยอมรับผิดและขอโทษ แต่ทิงเสวี่ยยังคงไม่หวั่นไหว เพราะความเ็ปในอดีตมันฝังลึกจนเกินไป
ทิงเสวี่ยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากตอบหลิวกุ้ยหลานช้าๆ “ไม่ต้องมาเปลืองน้ำลายหรอก ความคิดของหนูไม่มีวันเปลี่ยน เอาเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนมาแลกเื หรือไม่ก็อย่ามาให้หนูเห็นหน้าอีก ชาตินี้ไม่ว่าหนูจะตกระกำลำบากหรือร่ำรวยล้นฟ้าก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”
ตอนที่พูดคำเหล่านี้ ทิงเสวี่ยดูสงบเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด ในแววตาไม่มีทั้งความรักและความเกลียดชัง ความสงบนิ่งเช่นนี้กลับทำให้หลิวกุ้ยหลานรู้สึกหวาดกลัว เธอยังหวังให้ลูกสาวร้องห่มร้องไห้อาละวาดใส่เธอยังดีเสียกว่า แต่พอเห็นลูกไม่ร้องไม่โวยวาย กลับเผชิญหน้าด้วยความสงบ มันทำให้เธอทำตัวไม่ถูก
เมื่อเห็นหลิวกุ้ยหลานเงียบไปนานและไม่มีทีท่าว่าจะกลับ ทิงเสวี่ยเริ่มหมดความอดทน “ยังไม่พาเฉินเหยาเหยาไปอีก ถ้ายังไม่ไปหนูจะปล่อยหมาจริงๆ แล้วนะ”
ทิงเสวี่ยไม่ได้แค่ขู่ แต่เธอหันหลังเดินออกไปข้างนอกจริงๆ คราวนี้หลิวกุ้ยหลานเริ่มตื่นตระหนกจริงๆ แล้ว ถ้าทิงเสวี่ยไปแก้เชือกหมาจริงๆ คงยุ่งแน่ เพราะลูกสาวคนเล็กของเธอกลัวหมาที่สุด
ในที่สุดก็ไล่สองแม่ลูกกลับไปได้ ทิงเสวี่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตอนนั้นเองท้องไส้ก็เริ่มร้องประท้วง “จ๊อกๆ”
“พ่อ รีบจุดเตาหน่อย หนูหนาวจะตายแล้ว!” ั้แ่พวกเขาออกไปจ่ายตลาด ไฟในเตาก็มอดลงเพราะไม่มีคนเติมฟืน ตอนนี้ในบ้านจึงหนาวเย็นะเื
หลินกั๋วผิงรีบจุดเตาไฟ จากนั้นก็นำของที่ซื้อมาจากตลาดออกจากถุงไปจัดวางไว้ในที่ที่เหมาะสม
จังหวะนั้นเอง หลินกั๋วอันก็กลับมาจากข้างนอก “พี่ แม่ของเสียวเสวี่ยมาอีกแล้วเหรอ? เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มาด้วยคือน้องสาวเสียวเสวี่ยสินะ”
หลินกั๋วผิงถอนหายใจก่อนตอบ “ใช่ น้องสาวเสียวเสวี่ยชื่อเหยาเหยา หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียวล่ะ”
หลินกั๋วอันเบ้ปาก “ผมว่านอกจากตัวสูงกว่าเสียวเสวี่ยบ้านเรานิดหน่อย อย่างอื่นก็เทียบเสียวเสวี่ยไม่ได้สักอย่าง”
หลินกั๋วผิงตอบรับ “มันแน่อยู่แล้ว”
แม้หลินกั๋วผิงจะปากไวชมเฉินเหยาเหยาไปบ้าง แต่ในใจเขาลูกสาวตัวเองย่อม ด ดีที่สุดในโลก
ทิงเสวี่ยเอาขนมที่ซื้อมาแบ่งให้หลินกั๋วอันกิน ทั้งปาท่องโก๋ ขนมเปี๊ยะ ขนมเกลียว ตังเม ของพวกนี้น่ากินทั้งนั้น หลินกั๋วอันไหนเลยจะตัดใจกินลง
ทิงเสวี่ยเห็นอาสามไม่ยอมกินก็แกล้งทำหน้าบึ้ง “ถ้าอาสามไม่กินหนูจะโกรธ แล้วจะไม่คุยด้วยอีกเลย”
ยัยหนูตัวแสบเอามุกนี้มาขู่อีกแล้ว แต่หลินกั๋วอันก็ยอมจำนนแต่โดยดี หยิบปาท่องโก๋ขึ้นมากินหนึ่งชิ้น
ไม่นานหลินกั๋วผิงก็เตรียมมื้อเที่ยงเสร็จ อาหารกลางวันเรียบง่าย ผัดผักกาดขาวใส่เต้าหู้ที่เหลือจากเมื่อเช้า เอามาอุ่นในกระทะแล้วกินต่อ
หลินกั๋วอันรู้จุดประสงค์ที่หลิวกุ้ยหลานมา ระหว่างกินข้าวเขาจึงถามพี่ชาย “แม่เสียวเสวี่ยมาคราวนี้ยังจะให้เสียวเสวี่ยไปถ่ายเืให้ลูกสาวเธออีกเหรอ?”
หลินกั๋วผิงแค่นเสียง “ใช่ แต่ฉันไม่มีทางยอมหรอก”
จากนั้นหลินกั๋วผิงก็หันไปมองทิงเสวี่ยที่ก้มหน้าก้มตากินข้าว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เสียวเสวี่ย ต่อให้แม่เขาเอาเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนมาวางจริงๆ พ่อก็ไม่ยอมให้ลูกไปถ่ายเืให้เฉินเหยาเหยาหรอกนะ”
ทิงเสวี่ยรีบกลืนข้าวลงคอแล้วพูดสวนทันที “พ่อ ถ้าเธอเอาเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนมาให้ได้จริงๆ หนูจะถ่ายเืให้เฉินเหยาเหยา พ่อต้องตามใจหนู ไม่งั้นหนูจะไม่กินข้าว ไม่พูดด้วย แล้วก็จะไม่สนใจพ่ออีก”
หลินกั๋วผิง “...”
หลิวกุ้ยหลานพาเฉินเหยาเหยาแวะไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านแม่ตัวเองในหมู่บ้านเกาไถ พักผ่อนสักครู่แล้วจึงกลับเข้าตัวอำเภอ
พอยายเฉินรู้ว่าเธอยังจัดการเื่ไม่สำเร็จก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ชี้หน้าด่าหลิวกุ้ยหลานต่อหน้าเฉินเหยาเหยาและเฉินฮ่าวทันที “นังโง่! เื่แค่นี้ก็จัดการไม่ได้ แกมันไร้น้ำยาจริงๆ ถ้ารู้ว่าแกมันไม่ได้เื่แบบนี้ฉันไม่ยอมให้ลูกชายแต่งงานกับแกหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะนังแพศยาอย่างแกมาอ่อยลูกชายฉัน ฉันคงหาลูกสะใภ้สาวบริสุทธิ์ให้ลูกชาย แล้วก็คงได้หลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำไปนานแล้ว”
เดิมทีหลิวกุ้ยหลานก็อัดอั้นตันใจหาที่ระบายไม่ได้อยู่แล้ว ในใจกำลังหงุดหงิดเหมือนกองฟืนแห้งที่แค่โยนไม้ขีดลงไปก้านเดียวก็พร้อมลุกไหม้ ยิ่งโดนยายเฉินด่าสาดเสียเทเสียต่อหน้าลูกๆ แบบนี้ ความอดทนของหลิวกุ้ยหลานก็ขาดผึง
หลิวกุ้ยหลานสวนกลับทันที “เอาสิ! เก่งจริงก็ให้ลูกชายคุณมาหย่ากับฉันเดี๋ยวนี้เลย แล้วไปหาอีหนูสิบแปดมงกุฎที่ไหนมาแต่งงานก็ได้ อะไรคือฉันอ่อยลูกชายคุณ? ลูกชายคุณต่างหากที่รู้อยู่เต็มอกว่าฉันยังไม่หย่า ก็ยังหน้าด้านมาตามตอแยฉัน ลูกชายคุณนอกจากมีทะเบียนบ้านในเมืองแล้วมีดีอะไรอีก? อายุอานามก็ปาเข้าไปสามสิบกว่า ทั้งเตี้ยทั้งอ้วนแถมหัวก็จะล้านอยู่รอมร่อ แถมยังมีลูกติดตัวเบ้อเริ่ม ฉันหลิวกุ้ยหลานถึงจะเป็คนบ้านนอก แต่ด้วยหน้าตาแบบนี้ จะหาผัวในเมืองที่ไม่มีลูกติดก็ไม่ใช่เื่ยากหรอกนะ! ที่ผ่านมาฉันเห็นแก่หน้าเฉินเฉียงถึงได้ยอมอดทนกับคุณมาตลอด อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ อย่าลืมว่าวันข้างหน้าพอคุณแก่ตัวจนขยับไม่ไหว ก็ต้องพึ่งลูกสะใภ้อย่างฉันมาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ ถ้าไม่อยากให้บั้นปลายชีวิตตกนรกก็หัดพูดจาให้มันดีๆ หน่อย!”
นี่เป็ครั้งแรกในรอบหกเจ็ดปีั้แ่แต่งเข้าบ้านมาที่หลิวกุ้ยหลานกล้าขึ้นเสียงใส่ยายเฒ่าเฉินแบบนี้ ครั้งนี้เธอเหลืออดจริงๆ ที่ผ่านมายอมให้ยายแก่บ้านี่โขกสับขี่หลังไม่ใช่เพราะเธอเป็คนดีมีเมตตา แต่เพราะเห็นว่าเฉินเฉียงเป็ลูกกตัญญู ผู้ชายคนอื่นพอมีเมียแล้วลืมแม่ แต่เฉินเฉียงไม่ใช่แบบนั้น หลิวกุ้ยหลานจึงจำใจต้องยอมลงให้แม่ผัวบ้าง
สะใภ้ไม่เพียงกล้าต่อปากต่อคำ แต่ยังกล้าข่มขู่ ยายเฉินมีหรือจะยอม เธอนั่งแปะลงกับพื้น ดิ้นพล่าน แล้วแหกปากร้องโวยวายทันที “ฉันไม่ขออยู่แล้ว! ฉันไม่อยู่มันแล้ว! นังหลิวกุ้ยหลาน นังคนสมควรตาย แกกล้ารังแกแม่ผัวแบบนี้ ระวังเวรกรรมจะตามสนอง!”
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาเฉินเหยาเหยาใกลัวจนตัวสั่น
หลิวกุ้ยหลานรีบบอกให้เฉินฮ่าวพาน้องสาวไปหลบที่บ้านเพื่อนบ้านก่อน