ณ หน้าโรงเรียนนาริตะ เวลา 07:40 นาฬิกา
09/10/xx
"เฮ้อ..." ผมถอนใจหายอย่างเบื่อหน่ายขณะรอเวลาเรียนหลังจากมาถึงห้องเรียนทันเวลาพอดี วันนี้โทคิยะไม่มาโรงเรียนเพราะต้องไปตรวจร่างกายและไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความเื่มีคนมาทำร้ายร่างกาย แต่เพราะยังไม่มีหลักฐานมัดตัวคนร้ายจึงทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ผมก็ดีใจนะที่เขายังอยู่เพราะนั้นทำให้ผมได้ดำเนินชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกหวั่นๆกลัวคนร้ายจะย้อนกลับมาทำอีก ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่างโทคิยะได้ตายอีกแน่
"เอาละเด็กๆนั่งที่ได้แล้ว"
"ครับ/ค่ะ" อาจารย์ไอดะเข้าห้องมาพอดีนั้นทำให้ทุกอย่างในห้องเรียนกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง อาจารย์ไอดะเป็อีกหนึ่งคนที่น่าสงสัยเพราะเขามีเื่ทะเลาะกับผู้ปกครองของนักเรียนคนอื่นๆและยังทำตัวลับๆล่อๆกับนักเรียนหญิงอีกด้วย แถมเป็คนที่ใช้งานโทคิยะบ่อยๆเลยคิดว่าเขาอาจมีเื่ฝังใจถึงใช้แต่โทคิยะก็ได้ ผมจึงพยายามสอดส่องอาจารย์ไอดะตลอดเวลาหวังจะจับผิด แต่เขาทำตัวปกติทุกอย่างทั้งท่าทาง คำพูดคำจา สีหน้าอารมณ์ล้วนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป อืม...เขาจะใช่คนร้ายจริงๆนะเหรอ?
"คาเสะ"
"ครับ?" จู่ๆอาจารย์ไอดะก็เรียกขณะเดินตรวจการบ้านของทุกคน เขาย่อตัวลงมานั่งข้างๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
"ได้ยินว่าบ้านโทคิยะโจรขึ้นแถมยังโดนทำร้ายอีก เขาเป็อะไรหรือเปล่า?" เฮ้อ...ถามเื่นี้นี่เอง รู้สึกแปลกๆยังไงชอบกลแหะ เขาถามเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองหรือเปล่านะ...
"ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ แต่ต้องดูอาการอีกสักหน่อย"
"งั้นเหรอ...ไม่เป็อะไรก็แล้วไป" พูดเสร็จอาจารย์ก็ลุกขึ้นเดินไปตรวจงานของนักเรียนคนอื่นๆต่อ ตอนนี้อาจารย์คือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งไม่ผิดแน่นอน ต้องรู้ความจริงให้ได้ว่าอาจารย์คือคนร้ายตัวจริงหรือแค่บังเอิญกันแน่
.
.
เวลาต่อมา
.
.
ณ ห้องเรียนชั้นมัธยม เวลา 12:00 นาฬิกา
"งั้นเจอกันคาบหน้านะเด็กๆ"
"ครับ/ค่ะ" เมื่อถึงเวลาพักเที่ยงทุกคนก็เริ่มออกจากห้องเรียนกันหมด ยกเว้นผมที่กำลังเดินไปหาอาจารย์ไอดะพร้อมยิ้มอย่างไร้เดียงสาเพื่อหวังเข้าหาเขาด้วยจุดประสงค์แอบแฝง
"อาจารย์ครับ ผมช่วยถือนะครับ"
"โอ้! ขอบใจมากนะ" เมื่อได้ยินแบบนั้นผมจึงช่วยอาจารย์ไอดะยกหนังสือและเดินตามหลังเขาไปพร้อมมองสำรวจตามร่างกายของเขาไปด้วย รูปร่างเขาเหมือนคนร้ายเมื่อคืนจริงๆด้วย แต่แค่นี้มันยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาใช่ตัวจริงหรือเปล่า แล้วอะไรที่จะพิสูจน์ได้ละว่าเขาคือคนร้ายเมื่อคืน ลองแอบๆถามดูดีกว่า
"อาจารย์ครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?"
"หืม? ว่ามาสิ"
"อาจารย์มีรถหรือเปล่าครับ?"
"มีสิ รถยนต์นะ จอดอยู่หลังโรงเรียนนู่น"
"อาจารย์ใช้มานานหรือยังครับ?"
"นานแล้วละ ั้แ่ฉันเป็อาจารย์ใหม่ๆเลยมั่ง ตัวรถมันก็เก่าแล้วด้วยว่าจะเปลี่ยนไปใช้คันอื่นสักหน่อย ว่าแต่ถามทำไมเหรอ?"
"เอ่อ...แค่สงสัยนะครับว่าคนหล่อๆแบบอาจารย์ควงสาวมานั่งรถเล่นหรือเปล่า (^^)" ผมพูดหยอกล้ออาจารย์ไอดะด้วยสีหน้าร่าเริงแม้ในใจพยายามขบความกลัวเอาไว้ในจิตใจ แค่คิดว่าอาจารย์คือคนร้ายก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอ้วกออกมา แต่ตอนนี้อย่าพึ่งด่วนสรุปเลยดีกว่า
"ฮ่าๆ ฉันไม่มีแฟนหรอก และถึงจะมีก็ไม่มีทางที่เธอจะเห็นแน่ (^^)"
"หืม? หมายถึงอะไรครับ"
"ไม่บอก" อาจารย์พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็รีบเดินไปทางห้องพักครูทันที ผมไม่เข้าใจที่อาจารย์พูดเลยสักนิดเดียว พวกผู้ใหญ่นี่ชอบมีความลับจริงๆ
"อาจารย์ค่ะ" จู่ๆก็มีเสียงเรียกอาจารย์ไอดะจากด้านหลัง เมื่อผมหันไปมองก็พบเด็กผู้หญิงคนเมื่อวานกำลังยืนเหม่อมองมาทางพวกเราด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอค่อยๆเดินมาหาอาจารย์พร้อมพูดคุยกันอย่างสนิทสนม
"มีอะไรเหรอยู?" อาจารย์เดินเข้าไปหาพร้อมนั่งย่อตัวข้างหน้าเด็กคนนั้น ผมอยากยืนดูนะแต่สายตาที่อาจารย์มองมาเหมือนบอกให้ผมไปก่อนจึงจำใจต้องเข้าห้องพักครูเพื่อวางหนังสือตามที่ว่าไว้ แต่เพราะภายในใจอยากรู้ใจจะขาดจึงรีบจัดการเรียงหนังสือให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกมาหวังรับรู้ความจริง
"อ่าว? ไปไหนแล้วละ" ผมชะเง้อมองนอกห้องก็ไม่เห็นพวกเขาแล้ว ไวชะมัดเลย แต่นี้เป็โอกาสดีที่จะรื้อโต๊ะทำงานของเขา ถ้าอย่างงั้น...
กุกกัก...กุกกัก...
ผมไล่เปิดลังเอกสารที่อยู่ใต้โต๊ะของอาจารย์พร้อมกวาดสายตาเพื่อหาหลักฐานหรือสิ่งของบางอย่างที่สามารถใช้มัดตัวเขาได้ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักทีจนเริ่มท้อแท้ใจ หรือผมรีบร้อนเกินไปเอง? คงต้องใจเย็นแล้วค่อยๆ--
"ทำอะไรอยู่?"
"(0_0 )!" เพราะเสียงเรียกกระทันหันทำให้เผลอสะดุ้งเฮือกขณะหันควับมองอาจารย์ไอดะด้วยสีหน้าตื่นตระหนก อาจารย์ไอดะยืนกอดอกมองผมด้วยสายตาทิ่มแทงก่อนจะเข้าไปจับไหล่ของผมให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง อา...โดนจับได้ซะแล้ว ทำไงดีเนี่ย คิดสิคิด!
"อ่า...ปากกาผมมันหล่นไปไหนก็ไม่รู้ครับ เลยเปิดหาในลังเผื่อมันตกลงมา"
"อืม..." อาจารย์ลากเสียงยาวเหยียดอย่างไม่น่าเชื่อก่อนจะเดินอ้อมด้านหลังของผมและย่อตัวลงมาพูดคุยใกล้ๆ
"งั้นเดี๋ยวครูช่วยหา สีอะไรละ"
"เอ่อ..สีแดงครับ" ผมพยายามพูดบ่ายเบี่ยงขณะชี้มือชี้ไม้ไปยังทิศทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนคำโกหกของตน ที่อาจารย์มาช่วยหาให้แสดงว่าเอกสารพวกนี้ไม่ได้สำคัญอะไรสินะ งั้นตัดกองนี้ออกไปได้เลย ค่อยลองหาอีกที่หนึ่งละกัน ผมจึงแกล้งทำเป็หาปากกาอยู่พักหนึ่งก่อนจะหยิบปากกาของจริงที่เก็บไว้ในกระเป๋าหันไปชูให้อาจารย์ดูก่อนจะพูดอีกครั้ง
"เจอแล้วครับ ขอบคุณนะครับที่ช่วยหา"
"โอ้ เจอแล้วก็ดี ไปกินข้าวได้แล้วไป แล้วก็ขอบใจที่ช่วยยกหนังสือมาให้นะ"
"ไม่เป็ไรครับ" พูดจบผมก็รีบเดินออกมาพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากผ่านเหตุการณ์สุดช็อกชวนสยองไม่นานมานี้ ดีนะที่เขาไม่สงสัยอะไรแต่เจอแบบนี้บ่อยๆหัวใจจะวายเอานี่สิ
แอ๊ด~~
ระหว่างที่กำลังจะเดินลงบันไดก็ได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆเปิด ก็พบกับเด็กผู้หญิงคนเดิมที่มาหาอาจารย์ไอดะกำลังเดินออกมา แต่เธอดูแปลกๆยังไงไม่รู้ เหมือนกำลังเหม่อหรือคิดอะไรบางอย่างอยู่ ผมควรจะเข้าไปถามเธอหรือควรอยู่เฉยๆดี...
"นี่...เธอนะ ชื่อยูใช่มั้ย?" ผมรวบรวมความกล้าก่อนจะเดินไปดักหน้าเธอเอาไว้เพื่อชวนคุยเท่าที่อยากรู้ เธอมองผมด้วยสาตานิ่งๆก่อนจะพูดเสียงแหบแห้งออกมา
"ใช่ มีอะไรเหรอ?"
"เอ่อ...เห็นเธอมาหาอาจารย์ไอดะบ่อยๆ มีเื่อะไรกลุ้มใจหรือเปล่า?" เอ...ถามแบบนี้เธอจะคิดว่าผมขี้เผือกเกินไปหรือเปล่า หวังว่าจะไม่รำคาญเอานะ
"ไม่เกี่ยวกับนาย" อืม...อย่างที่จริงเลย
"นี่...คุยกับฉันได้นะ ฉันเห็นหน้าเธอซีดมากเลย คงเป็เื่ร้ายแรงแน่ๆใช่มั้ย?"
"..." เธอนิ่งเงียบไปทันทีหลังโดนทักออกมา ดูเหมือนเธอกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกระซิบข้างหูเบาๆ
"/คือ...อาจารย์เขา--/"
"ยังไม่ไปกินข้าวอีกเหรอ?"
"0_0!/...!" จู่ๆอาจารย์ไอดะก็เข้ามายืนด้านหลังของผมกับยูจนพวกเราแตกตื่นกันยกใหญ่ พวกเราทั้งสองคนหันไปมองหน้าอาจารย์พร้อมกันขณะยิ้มแห้งๆอย่างลืมตัว แต่ผมสังเกตเห็นว่ายูมีสีหน้าเปลี่ยนไปและถอยห่างจากผมไปเล็กน้อยจนเกือบชิดกำแพง ระหว่างเธอกับอาจารย์ต้องมีเื่อะไรแน่ๆ เราต้องรู้ให้ได้!
"กำลังจะไปกินครับ แล้วอาจารย์จะไปไหนเหรอครับ?"
"ฉันจะไปเข้าห้องน้ำนะสิ"
"อย่างนี้นี่เอง งั้นผมไปกินข้าวละ แล้วเจอกันนะยู อ๋อ! ส่วนเื่ที่เธอเล่าฉันจะลองเอาไปทำตามดูนะ" ผมพูดทิ้งท้ายให้ยูเอะใจเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพยักหน้ารับเบาๆอย่างเข้าใจ เธอคงพูดตอนที่อาจารย์อยู่ไม่ได้สินะ คงต้องหาเวลาส่วนตัวไปคุยกับเธอซะแล้ว แต่ตอนนี้ต้องถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ก่อนที่แผนการจะพังเละไม่เป็ท่า
.
.
หลังเลิกเรียน เวลา 16:50 นาฬิกา
"เป็ไงบ้างโทคิยะ?" หลังจากเลิกเรียนผมกะจะไปตามหายูแต่เธอไม่อยู่ซะแล้ว พยายามรอแล้วรออีกจนหมดความอดทนเลยรีบมาหาโทคิยะแทน เพราะยังไงคนที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือเพื่อนสนิทของผมนั่นเอง
"โอเคแล้วละ" โทคิยะพูดด้วยสีหน้าร่าเริงขณะยกแขนโชว์เบ่งกล้ามให้ดู ผมมองสำรวจรอบๆตัวเขาด้วยความเป็ห่วงอีกครั้ง เขาดูสบายดีกว่าที่คิดเอาไว้ มีแค่รอยแดงบริเวณรอบคอหน่อยๆส่วนที่อื่นปกติทุกอย่าง ตอนนี้คงวางใจได้เปราะหนึ่งละนะ
"คาเสะ นายเห็นคนร้ายหรือเปล่า?"
"โทษทีนะ หมอนั่นปิดหน้าเลยมองไม่เห็น"
"โถ่เอ้ย! อย่าให้รู้นะว่าเป็ใครจะซัดให้ปลิวเลย" เขากำหมัดแน่นอย่างแค้นใจขณะยืนมองตัวเองในกระจกเพื่อทำหน้าตาให้น่ากลัวตลอดเวลา ผมเห็นแบบนั้นจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาดูปกติทุกอย่างจริงๆ ดีจังที่เขายังร่าเริงเหมือนเดิม
"ขึ้นไปข้างบนกัน ยังไงนายก็เป็แขกอยู่ดี"
"โทคิยะ! ไปเด็ดพริกให้แม่หน่อย"
"เดี๋ยวผมไปเองก็ได้ครับ นายขึ้นไปก่อนเลยนะ เดินระวังๆละ"
"โอเค~" โทคิยะรับคำก่อนจะเดินขึ้นข้างบนไป ผมจึงเดินไปรับตะกร้าใส่ผักจากแม่ของโทคิยะพร้อมเดินออกจากบ้านมาด้วยตัวคนเดียว บ้านของโทคิยะปลูกผักสวนครัวเล็กๆไว้ข้างบ้าน ผมอยากให้แม่ทำแบบนี้บ้างแต่พื้นที่บ้านเราน้อยจึงไม่สะดวกเท่าไหร่ น่าอิจฉาครอบครัวนี้จริงๆ
"หืม?" ระหว่างกำลังเด็ดพริกสายตาผมก็เหลือบไปเห็นข้างนอกบ้านมีรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ใกล้ๆ ใครมันเอามาจอดไว้ข้างบ้าน เสียมารยาท...
"โทคิยะ!" ผมรีบหันควับมองข้างบนทันทีหลังรู้สึกถึงอันตรายใกล้เข้ามาเยือน ข้างบนบ้านพบว่าหน้าต่างชั้นสองเปิดอยู่! ทำไมผมไม่เอะใจให้เร็วกว่านี้นะ รถมอเตอร์ไซค์มันก็คือรถเหมือนกันและมันสามารถเหยียบเบาะปีนได้สบายๆ ผมคิดได้แบบนั้นจึงทิ้งพริกและรีบวิ่งเข้าบ้านโทคิยะทันที--
ตุบ!
"มะ....ไม่!!" ผมได้แต่กรีดร้องเมื่อเห็นสภาพเขากำลังเปลี่ยนไป เบื้องหน้าของผมคือร่างของโทคิยะที่ร่างกายบิดเบี้ยวผิดปกติ สีหน้าเหยเกไม่สู้ดีนักกำลังคลานเข่าเข้ามาหาผมด้วยความยากลำบาก แขนและขาทั้งสองข้างไม่เป็รูปทรง เสียงหอบหายใจของโทคิยะเป็สัญญาณว่าเขาใกล้จะถึงขีดสุด มันทำให้หัวใจดวงน้อยๆของผมเ็ปก่อนจะเข้าไปให้เพื่อนรักขณะนั่งน้ำตานองหน้าข้างๆเขา
"ไม่เป็ไรนะโทคิยะ..ฮืก...ฉันจะ..ตามหาคนที่มันทำกับนายให้เอง"
"คา....เสะ..."
"ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้นายมาจ็บตัวแบบนี้อีกแล้ว"
ปรื๊น~~
เสียงเบิ้ลเครื่องยนต์ดึงดูดความสนใจของผมทำให้รีบวิ่งออกไปดูข้างบ้านก็เห็นคนร้ายใส่หมวกปิดหน้าคนเดิมกำลังจะหนีหางจุกตูด ผมจึงะโจากชั้นสองลงไปดักหน้ารถของเขาเอาไว้ทำให้เ้าคนร้ายชะงักเล็กน้อยก่อนจะหักตัวรถและขับหนีไป
"xx 330"แต่ถึงหมอนั่นจะหนีไปได้แต่ผมกลับได้สิ่งสำคัญมาแทน ผมเห็นเลขทะเบียนรถของหมอนั่น แต่ไม่แน่ใจว่าถูกมั้ยเพราะมันเร็วมากแต่ที่รู้ๆมีเลขสามแน่ๆ แต่แบบนี้ผมคง...
พึบ!
กริ๊ง~~~
"เฮ้อ..." ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายพร้อมมองปฏิทินที่มีเลขแปดบ่งบอกว่ามันยังไม่จบ นี่ผมต้องเจอเหตุการณ์บ้าๆบอนี่อีกกี่ครั้งกัน
.
.
.
Dead 3
.
.
.
ถ้าชอบอย่าลืมกดใจ???? กดเข้าชั้น????และคอมเม้น????ส่งกำลังใจให้ด้วยนะคะ ทุกคอมเม้นของทุกคนเป็แรงผลักดันให้ไรท์มีแรงใจแต่งต่อไป ขอขอบคุณค่ะ ????