ภายในงานเลี้ยงสุดหรูหราบนเรือยอร์ชที่ดร.สโตน เป็คนจัดมันขึ้นมา มีแขกมากันอย่างมากหน้าหลายตาบางคนอยู่ไกลหน่อยก็ยังต้องวางงานแล้วรีบตรงมาเพราะไม่มีใครอยากจะพลาดงานเลี้ยงที่มีของฟรีให้ดื่มกินกัน
“สวัสดีครับคุณคาร์ล เจอกันอีกแล้วนะครับ ไม่ทราบว่าสาวสวยคนนี้คือ”แขกในงานคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายทันทีที่สองพ่อลูกปรากฏตัว
“ฉันชื่อ เจสสิก้าค่ะ เจสสิก้า อิดิสัน ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ลูกสาวผมเองครับ”
“ว้าว นี่คุณมีลูกสาวที่สวยขนาดนี้เลยเหรอครับ” แล้วก็มีผู้คนเข้ามาทักทายและทำความรู้จักเรื่อยๆจนเจสสิก้าเริ่มที่จะเบื่อหน่ายแต่ก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มต่อไปจนงานเลี้ยงเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ
“ยินดีต้อนรับทุกท่านผมต้องขอบพระคุณเป็อย่างสูงที่ทุกท่านยอมเสียสละเวลาอันมีค่ามาให้กับผม สโตนคาร์บกิ้น ผู้นี้ตื้นตันใจเป็อย่างมากเพราะเฉพาะนั้นพวกเรามาดื่มให้กับงานในค่ำคืนนี้กันเถอะ”
“Cheers!”
หลังจากงานเลี้ยงเริ่มขึ้นสโตนก็เดินลงจากจุดที่เป็เวทีเล็กภายในห้องจัดงานก่อนที่จะเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ถัดไปภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยชายในชุดดำยืนเรียงรายกันอยู่และที่ตรงกลางนั้นก็มีชายในชุดขาวนั่งจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์
“คุณท่าน”
“ส่งคนออกไปได้ อย่าให้ใครสังเกตเห็นละ”
“รับทราบ ผมจะรีบจัดทีมสำรวจออกไปเดียวนี้ครับ”
หลังจากที่สโตนเดินออกจากห้องไปเพื่อทำตามคำสั่งชายในชุดขาวก็เผยรอยยิ้มออกมา
หลังจากที่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงในที่สุดเวลานี้ก็เดินทางมาถึงเวลาที่เรือเข้าเทียบท่าหลังจากที่ออกไปโลดแล่นบนผิวน้ำมาเกือบสามชั่วโมงด้วยกัน
คาร์ลหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดเบอร์โทรหาลูเคียสทันทีไม่นานปลายสายก็กดรับ
“ลูซตอนนี้นายอยู่ไหน งานเลิกแล้ว”
(ทราบแล้วครับอาผมจะไปรับทันที)
หลังจากวางสายเจสสิก้าก็หันไปมองผู้เป็พ่อทันทีก่อนจะกล่าวขึ้นมา
“แด๊ด คืนนี้เจสของนอนที่พิพิธภัณฑ์นะคะเจสอยากใช้เวลาไปกับสองตัวร้ายนั้นบ้าง”
“เอาอย่างนั้นเหรอลูก อยู่ตัวคนเดียวมันอันตรายมากเลยนะ”
“เจสอยู่ได้ค่ะ เด๊ดอย่าเป็ห่วงเลยนะ ว่าแต่คนขับรถนั่นไปไหนแล้วล่ะ”เธอถามขึ้นมาเพราะยืนรอมาตั้งนานแล้ว รถก็ยังไม่มาสักที
“เดียวก็มาแล้วละ รอหน่อยแล้วกัน”
….
สโตนที่กำลังลงมาจากเรือเพื่อที่จะกลับที่พักบ้างนั้นก็สังเกตเห็นคนสองคนที่กำลังยืนพูดคุยกันอยู่ตรงด้านลงและพอเห็นว่าเป็ใครก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปทักทายในทันที
“คุณคาร์ล สวัสดีครับ และนี้คงจะเป็ลูกสาวของคุณ เจสสิก้าใช่หรือเปล่าครับ”
“อะ ครับ แล้วคุณสโตนจะไปไหนหรือครับ” คาร์ลถามขึ้นมาอย่างระมัดระวังในทุกคำพูด
“สวัสดีค่ะ” เจสสิกก้าเองก็ทักทายอย่างพอเป็พิธี
“ผมเองก็จะกลับที่พักเหมือนกันครับ ให้ผมไปส่งพวกคุณไหม” สโตนก็เอ่ยออกไปด้วยความใจดี ติดตรงที่คาร์ลไม่รับความใจดีของเขาเอาไว้
“ไม่เป็ไรครับ เดียวคนของผมก็มาแล้ว” โชคดีที่ตอนนั้นมีรถแลนโรเวอร์สีขาวกระจกติดฟิล์มรถสีดำขับเข้ามาจอดทันที“พูดถึงก็มาพอดีเลย ถ้าอย่างนั้นผมกับลูกขอตัวก่อนนะครับ”คาร์ลยิ้มก่อนจะโอบไหล่ลูกสาวแล้วพากันเดินขึ้นรถไปทันที
เจสสิก้ามองอย่างสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ที่มาส่งมันไม่ใช่รถคันนี้ไง แต่ก็ไม่อาจจะทักท้วงอะไรออกมาได้แต่พอขึ้นรถแล้วเท่านั้น เธอจึงได้มองไปที่คนขับรถทันทีก็ยังคงเป็คนเดิมที่เป็คนขับ
“แด๊ดคะ รถคันนี้เป็รถของบ้านเราไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขา”
“ก็เขาคือคนของแด๊ด อีกอย่างนะเด็กคนนี้เขาอายุมากกว่าลูกเพียงปีเดียวเท่านั้นเขาก็แค่กลับมาทำงานให้กับครอบครัวของเราเป็บางครั้ง..”
“บางครั้ง? นี่แด๊ดอย่าบอกนะคะ ว่าแด๊ดเป็คนส่งเขาเรียนจนจบเขาถึงได้มาทำงานให้กับแด๊ดนะ” เธอก็ถามออกไปอีกอย่างสงสัยเพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่าพ่อต้องส่งเสียค่าเทอมให้ใครนอกจากเธอที่เป็ลูกสาวไง
“แด๊ดผิดเองที่ไม่ได้บอกลูกก่อนเอาน่ายังไงเขาก็ต้องเป็คนของลูกอยู่แล้วเดียวต่อไปลูกก็ได้เจอเขาบ่อยๆ”
“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าฉันไม่เรียกนายว่าพี่หรอกนะชื่อลูซใช่ไหมเดียวนายพาฉันไปส่งที่พิพิธภัณฑ์ก่อนแล้วค่อยไปส่งแด๊ดที่บ้านคืนนี้ฉันจะไปนอนกับเ้าปลาน้อยของฉันซะหน่อย”
ลูเคียสที่ได้ยินประโยคนั้นคิ้วก็กระตุกทันทีส่วนคนที่ฟังรอบที่สองอย่างคาร์ลถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“สรุปลูกอยากจะนอนกับเ้าตัวร้ายของลูกหรือว่าปลาตัวน้อยของลูกกันแน่”
คาร์ลก็นึกสนุกที่นานๆทีจะได้แหย่เ้าคนที่กำลังทำหน้าทำตาบิดเบี้ยวแล้วตั้งใจขับรถต่อไปอย่าไม่ยอมเผยพิรุธอะไรออกมา
“ก็แน่นอนอยู่แล้วนี่ค่ะว่าทั้งสองอย่าง ปลาตัวเล็กตัวน้อยก็มีเยอะแยะนี่น่า”เธอกอดอกทำหน้าตาจริงจังออกมา
“อ้าวสรุปลูกอยากนอนกับเ้าตัวน้อยพวกนั้นเหรอ พ่อก็นึกว่า..”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ว่าสองตัวร้ายนั้นต้องมาก่อนอยู่แล้ว” พอคิดถึงลูเคียสและนิโคลัสแล้วเธอก็รู้สึกดีใจที่ในที่สุดคืนนี้ก็จะได้มีเวลาอยู่กับพวกมันทั้งคืนสักที
“ฮ่าๆ ถ้าลูเคียสกับนิโคลัสได้ยินเข้าคงดีใจน่าดู” คาร์ลเหลือบสายตาไปมองลูเคียสที่ขับรอยู่ก็เห็นว่าใบหน้าที่หล่อเหลานั้นกำลังยิ้มออกมา
….
@Edison Aquarium
ไม่นานรถก็ขับมาจอดที่หน้าพิพิธภัณฑ์
“คิดใหม่อีกรอบดีไหมลูก เพราะตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครเลยนะหรือว่าจะให้แด๊ดอยู่เป็เพื่อนลูกดี”
“ไม่เป็ไรค่ะ อย่าลืมสิค่ะ ว่าสัตว์เลี้ยงของเจสดุขนาดไหน..”
“แต่ถึงยังไงมันก็ยังอันตราย”
“อันตรายแค่ไหน แต่ยังไงนี่ก็ถิ่นของเรานะคะถึงแม้เจสจะกลัวว่าวันหนึ่งอาจจะถูกเ้าสัตว์นักล่าพวกนั้นกัดกินแต่ยังไงมันก็คือสิ่งที่เจสเลือกมาแล้ว เจสไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะลูซนายไปส่งพ่อฉันได้แล้ว”
หลังจากที่หญิงสาวลงจากรถไปภายในรถก็มีแต่ความเงียบคาร์ลมองไปข้างหน้าก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นมา
“ใช่เขาหรือเปล่า”
ลูเคียสเงียบไปก่อนจะนึกย้อนไปถึงตอนนั้นตอนที่เขาได้เห็นใบหน้าของ ดร.สโตน คาร์บกิ้น อย่างชัดเจนตอนนั้นยอมรับว่าเขาตัวแข็งทื่อไปเลยด้วยซ้ำถ้าไม่ได้ยินเสียงของเจสสิก้าพูดขึ้นมาซะก่อนไม่แน่เขาเองก็คงจะนิ่งอึ้งไปนานกว่านี้
“ครับ เป็เขาจริงๆ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ผมไม่มีทางลืมใบหน้านั้นไปได้เด็ดขาด”
ไม่นานก็มาถึงบ้านหลังจากที่ลูเคียสจอดรถแล้วทั้งคู่ก็ลงมาจากรถพร้อมกันและก่อนที่จะแยกจากกันคาร์ลก็เอ่ยขึ้นาว่า
“ลูซ อาฝากลูกสาวของอาด้วยนะ อย่าเผลอหงุดหงิดแล้วเขมือบลงท้องซะละ”
“ผมไม่กลืนเธอลงท้องผมหรอก อาวางใจได้ แต่ใช่ว่าอย่างอื่นผมจะไม่กิน”
“หลานหมายความว่าไง”
“ความหมายตามที่บอกไป ยังไงผมก็เป็ของเธอมาั้แ่ตอนนั้นแล้ว”
ลูเคียสพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นและคาร์ลเองก็ไม่ได้ต่างกันมากหนัก
“แต่อามีลูกสาวคนเดียวนะลูเคียส”
“แต่คนที่ผมให้ใจไปนอกจากแม่แล้ว ก็มีแค่เธอเพียงคนเดียวเหมือนกัน”ความเงียบก่อตัวขึ้นก่อนที่ลูเคียสจะทำลายมันลงอีกครั้ง “หวังว่าอาจะเข้าใจผมนะครับ”
พอลูเคียสแยกตัวออกมาก็รีบขับรถของตัวเองที่จอดทิ้งไว้ที่นี่กลับบ้านไปพอเข้าบ้านไปได้ถึงได้พบว่าลอเรนจ์กับนิโคลัสยังคงนั่งรออยู่
“กลับมาแล้วเหรอลูก”
“แม่ครับ” ลูเคียสมองแม่ตัวเองด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออกไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่
“ยังพี่ก็กลับมาแล้ว แม่ไปนอนดีกว่านะครับ เดียวไม่สวยนะ” นิโคลัสพูดขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนเป็แม่
“เอ๊ะ เ้าลูกคนนี้ ถ้าแม่ไม่สวย ลูกก็ไม่รักแล้วใช่ไหม” ลอเรนจ์เลิกสนใจคำพูดของลูเคียสแล้วหันไปมองนิโคลัสอย่างน้อยอกน้อยใจ
“โอ้ ผมหยอกเล่นเอง ว่าแต่พี่เถอะ..”นิโคลัสหันหน้าไปมองพี่ชายด้วยความที่มีสายเืของฉลามไหลเวียนอยู่ในกายและพวกเขายังสื่อสารกันได้ถึงแม้จะไม่ได้พูดมันออกมา
“คืนนี้พี่จะไปอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ นายก็อยู่กับแม่ที่นี่แล้วกัน”
“ทำไมกันล่ะ ที่พิพิธภัณฑ์มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ลอเรนจ์ถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก แม่อย่าเป็ห่วงไป คืนนี้เจสสิก้าไปนอนที่พิพิธภัณฑ์นะผมเลยว่าจะไปเฝ้าหน่อย”
“ถ้ายังไงก็ระวัง เ้าพวกนั้นไว้หน่อยนะพี่”
“เข้าใจแล้วแต่ยังไงนายก็ต้องไปกับฉันเพื่อให้เธอได้เห็นว่านายยังอยู่ก่อนแล้วค่อยแยกกลับมาก็ได้เมื่อฉันบอก”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ พี่รอฉันก่อนแล้วกัน”
ลูเคียสพยักหน้ารับก่อนจะหันไปสวมกอดแม่เอาไว้แล้วกระซิบบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับ แล้วสองพี่สองก็ตรงดิ่งไปหาผู้เป็เ้าชีวิตตามที่ตกลงกันไว้ในทันที