สำนักกระบี่สาดส่องเป็สำนักที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสาดส่องตั้งชื่อตามความโดดดังของสำนักกระบี่สาดส่องที่เมื่อนานมาแล้วมียอดคนขั้นเซียนกระบี่ ตั้งสำนักนี้ขึ้น ลักษณะภูมิประเทศเป็เขาสูงหลายลูกต่อกัน มีทางขึ้นสองทาง โดยรอบเป็หน้าผาสูง มีป่าและถ้ำรายล้อมไปด้วยธรรมชาติสวยงามที่ตั้งของสำนักจะตั้งอยู่บนเขาสองลูกต่อกันที่พอจะมีบริเวณให้สามารถก่อสร้างที่อยู่อาศัยได้โดยเขาลูกแรก มีลักษณะเป็เนินกว้าง และเป็พื้นที่ใช้สอยมากที่สุดมีการตั้งอยู่ของโรงนอนของสำนักของเหล่าศิษย์ทั่วไป และเป็ที่สำหรับฝึกยุทธต่างๆและมีลานกว้างที่ใช้จัดงานประลองหรืองานชุมนุมต่างๆ ้าขึ้นไปเป็ยอดเขาลูกที่สูงที่สุดเป็ส่วนหลักของสำนักและเป็พื้นที่หวงห้ามมีตำหนักเ้าสำนักตั้งอยู่ และมี ตำหนักต่างๆที่มีค่าและเป็ความลับของสำนัก ที่สร้างอาวุธที่เก็บวิชายุทธ คลังอาวุธ โรงกลั่นโอสถที่ฝึกสำหรับศิษย์ผู้สืบทอดและผู้าุโของสำนัก จะอยู่บนยอดเขานี้
ในเวลานี้การจัดงานประลองเพื่อหาศิษย์ผู้สืบทอดทุกๆ 3 ปี ก็ได้เริ่มขึ้น เมื่อเดินขึ้นบันไดจากตีนเขาขึ้นมาจะพบกับลานกว้างขนาดใหญ่ของสำนัก ที่ตอนนี้ มีพื้นที่สำหรับการประลองยุทธอยู่ตรงกลาง ถัดไปมีเวทีมีเ้าสำนักนั่งอยู่พร้อมกับผู้าุโของสำนักอีก4คน และ ก็มีเยี่ยนฟางนั่งอยู่ข้างๆถังจงหนาน ซึ่งผู้าุโทุกคนก็ต่างมีพลังยุทธอยู่ในระดับหกมีทั้งขั้นกลางบ้าง ขั้นปลายบ้างแต่ก็ไม่มีใครที่มีฝีมือเทียบเท่าผู้ก่อตั้งที่สามารถขึ้นไปสู่ระดับเซียนได้ แต่ด้วยกำลังเพียงเท่านี้สำหรับสำนักระดับกลางก็ถือว่าเพียงพอในการดำรงอยู่ หากใครคิดจะสู้รบก็ถือว่ามีกำลังพอสมควร แต่ก็ยังเทียบไม่ได้ กับผู้ฝึกยุทธที่อยู่ในระดับ 7ชั้นเซียนอยู่ดี ด้านล่างก็มีคนนอกสำนักต่างๆ มาดูงานประลองนี้ส่วนด้านหนึ่งก็มีศิษย์สำนักกระบี่สาดส่อง กว่าหลายร้อยคน ยืนเรียงแถวอยู่
“ข้าขอคารวะชาวยุทธทุกท่านที่มาในที่นี้วันนี้เป็วันประลองยุทธเลือกศิษย์ผู้สืบทอดประจำสำนักทุก 3 ปี ข้าน้อยขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาเยือนหากข้าถังจงหนานต้อนรับพวกท่านไม่ดีก็โปรดให้อภัย วันนี้ศิษย์ของสำนักกระบี่สาดส่องทุกคนสามารถเข้าร่วมการประลองได้ เพียงแค่ก้าวออกมา กฎยังคงเหมือนเดิมด้านล่างที่ยืนอยู่ทั้ง 10 คน คือศิษย์ผู้สืบทอดหลักของสำนักที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกพวกเ้าต้องขึ้นมาประลองกับพวกเขาโดยพวกเขาจะสลับกันประลองไปที่ละคู่ หากพวกเ้าคนใดต่อสู้ชนะคนใดคนหนึ่งในพวกเขาได้เ้าจะได้มาแทนที่ ตำแหน่งศิษย์ผู้สืบทอดของเขาในทันทีและหากเ้าแพ้ก็อย่าเพิ่งเสียใจ ถ้าเ้ามีพร์เข้าตาผู้าุโท่านใด พวกเ้าก็อาจจะได้รับเลือกจากผู้าุโท่านนั่นเป็ศิษย์โดยตรงแม้จะไม่ใช่ศิษย์ผู้สืบทอด แต่อนาคตก็ยังได้รับการชี้แนะโดยตรงจากาุโท่านนั่นและอาจทำให้พวกเ้าสามารถขึ้นเป็ศิษย์ผู้สืบทอดได้ในอนาคต ในเมื่อทุกคนเข้าใจแล้วก็เริ่มงานประลองได้”
“เย้... เย้... โว... โว... โว...” ทุกคนต่างโห่ร้องด้วยความยินดี
ศิษย์ผู้สืบทอดคนแรก เดินออกไปใจกลางประลองพร้อมกับพูดขึ้น
“ใครจะสู้กับข้าเชิญก้าวออกมา” ไม่ทันสิ้นเสียง ก็มีศิษย์ผู้หนึ่ง ก้าวออกมา พร้อมกับพุ่งโจมตี
“ข้าเอง”
กระบี่ได้ชักออกการประลองของศิษย์ในสำนักก็เริ่มขึ้น คู่แรก การประลองผ่านไปไม่กี่อึดใจเพื่อแค่กระบวนท่าเดียวก็รู้ผลแพ้ชนะ ฝีมือของศิษย์ผู้สืบทอดนั่นเหนือกว่ามากเมื่อคู่แรกจบ ศิษย์ผู้สืบทอดคนแรกก็เข้าไปพัก และคนที่สองก็ออกมาท้าประลองเหมือนคนแรก และทำวนไปแบบนี้ ในขณะที่การประลองดำเนินต่อไป ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมา
หลินเยว่อิง ถิงถิงไปหลี่ หลิงเซียง ก็เดินขึ้นมา แต่ไม่มีถังเทียน ถังเทียนไม่ได้มากับพวกเขาด้วยเมื่อมาถึง พวกหลินเยว่อิง ก็ไปหาที่ยืนหลบดูงานประลองไม่เป็ที่สะดุดตาแก่คนหมู่มาก มากนัก แต่มันไม่เป็เช่นนั่น ทันทีที่หลินเยว่อิงก้าวขึ้นมาทุกสายตาก็จับจองไปที่นาง ความงดงามของนาง ร่วมทั้งชุดที่มีสีแดงทำให้โดดเด่นเป็สง่า ยากที่ผู้ใดจะละสายตา ทุกคนต่างก็จับจองไปที่หลินเยว่อิงจนทุกคนนั่นไม่ได้ดูผู้ที่ประลองยุทธอยู่เลย ต่างก็สงสัยว่าหลินเยว่อิงเป็ใครบ้างคนเห็นแล้วถึงขนาดจะเข้ามาหา แต่เพราะมีคนของสำนักต้าหลี่ยืนประกบอยู่เมื่อเห็นจึงถอยออก
“นั่นใครกันนางช่างงามจริงๆถึงจะยังอายุน้อยอยู่ก็เถอะ ถ้าได้มาอยู่ในหอดอกเหมยของข้า คงจะได้กลายเป็หออันดับหนึ่งได้สบายเลย”
“ข้าว่าเ้าเลิกคิดเถอะนางมากับคนของสำนักต้าหลี่ คงเป็พวกคุณหนูตระกูลขุนนาง หากไปยุ่งไม่เข้าเื่จะเกิดเื่เอา”
“เ้านี้พูดมาได้ ไม่ดูตัวเองเลยนะและสำนักต้าหลี่ไม่เคยสนใจเื่เล็กอย่างการประลองอะไรนี้ พวกเขามากันหรือว่าอาจจะสงสัยเ้าเข้าแล้วข้าว่ามันน่าสงสัยอยู่นะ”
“เป็ไปไม่ได้ถึงพวกมันจะสงสัยก็ไม่มีทางรู้ได้แน่นอน ค่อยดูท่าทีไปก่อนพวกมันอาจจะแค่ผ่านมาก็ได้”
“หึ แต่ข้าว่าไม่ใช่ ข้ามองอยู่สักพักแล้วหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ สาวน้อยที่งดงามผู้นั่น คือ ถิงถิง นางมาจริงๆด้วย ข้าจะไปจับนาง”
“เดี๋ยวก่อน คนอยู่มากขนาดนี้ หากเ้าลงมือจะกลายเป็เื่ใหญ่ รอให้เสร็จจากงานประลอง แล้วค่อยตามไปก็ไม่สาย”
“เช่นนั่นข้าจะพานางไปเงียบๆไม่ให้ท่านเดือดร้อน หึ หึ หึ”
แล้ว เยี่ยนฟางก็เดินลงมาจากเวทีและแน่นอนการกระทำนั่นก็อยู่ในสายตาของ ถิงถิง
“คุณหนูเ้าค่ะ นางกำลังมาหาข้าเ้าค่ะ”
“เฉยๆไว้ก่อน ดูท่าทีนางไว้ให้ดี หากนางลงมือก็ไม่ต้องเกรงใจ”
ในขณะที่เยี่ยนฟางกำลังจะเดินลงจากเวที ทันใดก็มีเื่ให้นางต้องหยุดชะงักขึ้นมีศิษย์ของสำนักกระบี่สาดส่องลอยขึ้นมาจากบันได และตกลงที่กลางลานประลองทุกคนต่างก็ใ และไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ทางถังจงหนาน และผู้าุโ และเยี่ยนฟางก็ยืนใ อยู่บนเวที
เพียงชั่วลมหายใจที่ทุกคนตกตะลึง ก็มีคนค่อยๆเดินขึ้นมาทีละก้าว ทีก้าวอย่างช้าๆศีรษะของเขาค่อยๆเผยขึ้นให้ทุกคนได้เห็น จากศีรษะค่อยๆโพล่ขึ้นมาในสายตาของทุกคนตามขั้นบันไดที่เขาก้าวเดินขึ้นมา จนเขามายืนอยู่ตรงหน้าลานประลอง ท่าทางของเขาช่างดูน่าเกรงขามหน้าตาขาวสะอาดดูดี เป็หนุ่มรูปงาม ใส่ชุดขาวสะอาด ท่าทางเหมือนบัณฑิตผู้ทรงความรู้แต่ในมือกลับมี พลองสีดำดูน่ากลัวอยู่ด้านหลัง
“ถังเทียน”
“นั่นเขา ถังเทียน หนึ่งในสิบอัจฉริยะของเมืองหลวง เมื่อสามปีก่อน เขามาที่นี้ได้อย่างไร”ชาวยุทธที่จำได้ พูดขึ้นมา
“ดูเหมือนที่ข้าบอกจะเป็ความจริงนะเ้าสำนักถัง วันนี้ดูท่าว่า เขาจะไม่ได้มาดีเป็แน่”
“หุบปากของเ้าสะ มันก็แค่ขยะวันนี้ข้าจะให้มันตายอยู่ที่นี้”
“ขยะ ถืออาวุธิญญาไม่ได้หรอกนะ”
“ถังเทียน นึกว่าเ้าหนีหายไปไหนไม่เจอกันนาน ดูเหมือนเ้าจะมีได้อะไรดีๆกลับมาสินะ” ถังเฉินเดินออกมาพูดกับถังเทียน
“พอข้าจากไปฝีมืออย่างเ้าขึ้นเป็ศิษย์ผู้สืบทอดแทนข้า คงเพราะท่านลุงสินะ เ้าถึงมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้”
“หุบปาก ข้าก็มีฝีมือไม่ได้น้อยไปกว่าเ้าหากข้าจะได้มา ก็เป็ความสามารถของข้าเอง วันนี้ไหนๆเ้าก็มาแล้วเมื่อสามปีก่อนเ้าหนีรอดไปได้ งันวันนี้เ้าก็ตายอยู่ที่แล้วกัน”
ถังเฉิน ชักกระบี่ พุ่งตัวเข้าหาถังเทียนด้วยความเร็วออกกระบี่หมายจะเอาชีวิตในกระบี่เดียว ถังเทียนเห็นถังเฉินพุ่งเข้ามากลับนิ่งสงบและแนบพลองยมราชลงไว้ทีด้านหลัง หมายมั่นว่า ผู้ที่พุ่งเข้ามาไม่จำเป็ต้องใช้อาวุธก็สามารถจัดการได้
ถังเทียนใช้นิ้วดัชนีพุ่งสวนกลับที่ปลายกระบี่ของถังเฉิน เมื่อปลายนิ้วกระทบกับกระบี่กระบี่ก็แตกหักกระจายตามการพุ่งเข้ามาของถังเฉิน เมื่อกระบี่หักหมดด้ามปลายนิ้วของถังเทียนก็สะบัดเล็กน้อย เข้าที่ข้อมือของถังเฉิน ถังเฉินข้อมือหักทันทีด้ามกระบี่ที่เหลืออยู่ในมือก็หลุดลง
“โอย! มือข้า มือข้า”ข้อมือของถังเฉินหักไปแล้วเพียงแค่การสะบัดนิ้วเพียงเล็กน้อยของถังเทียนถังเฉินได้แต่กุมข้อมือของตนด้วยความเ็ป พร้อมทั้งร้องด้วยความเ็ป และค่อยๆเดินถอยออกเมื่อถังจงหนานเห็นแบบนั่นก็ใ และรู้ได้ทันทีว่า ถังเทียนผู้นี้ไม่ใช่ขยะในวันวานอย่างที่เขาคิด
“พวกเ้าเขาไปช่วยถังเฉินฆ่าถังเทียนมาให้ได้” ถังจงหนานสั่งศิษย์ของตนที่เป็ศิษย์ผู้สืบทอดอีก 9 คน เข้าโจมตีถังเทียน
คนทั้ง9 คนเข้ามาล้อมถังเทียนเอาไว้ ถังเฉินรีบวิ่งออกหลบไป และดูอยู่ในใจก็โล่งที่ตนรอดตาย และหวังให้ถังเทียนถูกฆ่า
“พวกเ้าฆ่ามันสะ มันทำมือข้าหักฆ่ามันและตัดมือมันมาให้ข้า” ถังเฉินพูดด้วยความโกรธ
คนทั้ง 9 ต่างก็เดินวนรอบตัวถังเทียน แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าปะทะ
“หากพวกเ้าไม่เข้ามางันข้าเข้าไปหาพวกเ้าเอง”
ถังเทียนใช้ท่าเพลงกระบี่สาดส่องออก โจมตีคนที่อยู่ข้างหน้าของตนเพียงกระบี่ปะทะกับพลอง ด้วยพลังที่รุนแรงเพียงแค่การปะทะเดียวก็ทำให้กระบี่นั่นแตกออกและคนผู้นั่นก็ถูกพลังกระแทกลอยกระเด็นออกไปในทันที คนทีเหลือเห็นถังเทียนเริ่มโจมตีก็ไม่รอช้า ต่างก็เข้าโจมตีถังเทียนในทุกทิศทางแต่มันกลับไม่ได้เป็ผลดีดังที่คาดไว้เพลงกระบี่สาดส่องที่ถังเทียนใช้ออกนั่นรวดเร็ว เพียงแค่พริบตา พวกเขารู้ตัวอีกทีก็นอนกองกับพื้น กระอักเืกันแล้ว
“เพลงกระบี่นี้ ไม่ด้อยไปกว่าเ้าสำนักเลยอัจฉริยะ อัจฉริยะจริงๆ” ผู้าุโท่านหนึ่งกล่าวขึ้น
ถังเทียนค่อยๆก้าวไปหาถังเฉินทีละก้าวทีละก้าว ถังเฉินก็กลัวและค่อยๆถอยออกตามการก้าวของถังเทียน เขารู้ได้ทันทีว่าพี่ชายที่เขาทำร้ายในอดีต บัดนี้เป็ผู้ที่มีฝีมือร้ายกาจเกินที่ตนจะสู้ได้ความหวาดกลัวเกิดขึ้นจนแทบจะทำให้เสียสติ แต่ทันใดนั่น
“เ้าคิดว่าไม่มีใครฆ่าเ้าได้อย่างนั่นหรือ”
ถังจงหนานพุ่งตัวลอยลงมาจากเวทีอย่างรวดเร็ว และออกกระบี่โจมตีใส่ถังเทียนถังเทียนเองก็รู้อยู่แล้วก็เตรียมพร้อมตั้งรับ ผ่านไปไม่กี่อึดใจ การต่อสู้ที่ตื่นตาตื่นใจก็เกิดขึ้นเพลงกระที่รวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน ถูกใช้ออกจากคนทั้งสองอาวุธปะทะกันเสียงดังสนั่นไปทั่ว
ถังจงหนานยิ่งใช้เพลงกระบี่รวดเร็วเท่าไรถังเทียนก็ออกเพลงกระบี่รวดเร็วเท่านั่น แต่ด้วยประสบการณ์ที่ฝึกกระบี่มานานทำให้ถังจงหนานเหนือกว่าเล็กน้อย แต่ถังเทียนก็ต้านไว้จนสุดกำลัง ด้วยว่าตนนั่นมีพลังปราณคืนกลับมาอยู่แค่ระดับที่ห้าการจะต่อกรกับผู้ที่มีพลังยุทธในระดับหกขั้นสูงสุดนั่นเป็เื่ที่ใครก็ทำไม่ได้
ถังจงหนานออกกระบี่ไปก็คิดในใจ คนผู้นี้ไปพบเจอสิ่งใดมา ถึงสามารถสำเร็จเพลงกระบี่ได้ดีขนาดนี้หากเป็คนที่อยู่ในระดับยุทธเดียวกัน ตนคงพ่ายแพ้ไปแล้วถังจงหนานเมื่อคิดได้ดังนั่น จึงต้องรีบฆ่าถังเทียนให้ตายโดยเร็วจงได้ทุ่มพลังกระบี่ออกอย่างเต็มที่ ทั้งรวดเร็ว และทรงพลังถังเทียนแม้จะตั้งรับและรุกก็รู้ว่าตนนั่นเสียเปรียบพอคู่ต่อสู้ทุ่มพลังทั้งหมดเข้ามา ก็ไม่อาจที่ต้านรับไว้ได้ ในที่สุดกระบี่หนึ่งก็แทงเข้าที่จุดตายของถังเทียนถังเทียนหยุดชะงักไป ถังจงหนานเห็นโอกาสดังนั่นจึงแทงที่จุดตายไปอีก 3 กระบี่
ถังเทียนถูกกระบี่แทงด้วยความรุนแรงจนกระเด็นถอยออกมา ถังจงหนาน ก็มั่นใจว่าถังเทียนต้องาเ็หนักแน่ๆ ถังเทียนก้มหน้าลงยืนนิ่งใกับการโจมตีของถังจงหนาน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ถังจงหนานหัวเราะด้วยความสะใจคิดว่าตนนั่นได้ชัยชนะแล้วแน่ๆ
“หึ หึ หึ”
ถังเทียนกับหัวเราะขึ้นเบาๆและทันใดนั่น กระบี่ของถังจงหนานก็ค่อยๆเกิดรอยร้าวและแตกออก เพ้ง!
“อะไรกัน! กระบี่ของข้า”
“อะไรกันท่านลุง ท่านมีปัญญาแค่นี้สินะ แม้กระบี่ท่านจะรุนแรงแต่มันกลับสร้างเพียงแค่แผลเล็กน้อยให้แกข้า หากท่านทำได้แค่นี้ ท่านก็แพ้ไปเสียเถอะ”
ถังเทียน ถูกโจมตีด้วยพลังกระบี่ที่ถึงตาย แต่กลับสร้างเพียงรอยแผลเพียงแค่เล็กน้อย แม้จะมีเืออก แต่ก็ไม่าเ็หนักหรือเป็อุปสรรคในการต่อสู้
ถังเทียนพุ่งตัวเขาโจมตีถังจงหนานถังจงหนานยังใที่ถังเทียนไม่เป็อะไรจากการโจมตีของตน ทั้งเสียกระบี่ไปจึงไม่ทันได้คิดและตั้งรับการโจมตีของถังเทียนจึงได้ใช้วิชาตัวเบาหลบพลองของถังเทียน และไม่รู้เลยว่าตนใช้วิชาใด
“เห็นแล้วใช่ไหม แกนี้เอง” ไปหลี่ และ หลิงเซียง เมื่อเห็นท่าก้าวของ ถังจงหนานก็รู้ได้ทันทีว่าเป็วิชาตัวเบา ย่างก้าวภูตผี
“คุณหนูเ้าค่ะเ้านั่นเป็คนของสำนักเงาทมิฬ”
“ข้าเห็นแล้ว มันคงเข้าตาจนจนต้องใช้ออกมาอิ อิ อิ”
ถังจงหนานก็รู้ตัวทันที ที่ใช้ท่าก้าวออก ชาวยุทธบ้างคนเมื่อเห็นก็รู้ว่านั่นคือวิชาตัวเบาประจำสำนักเงาทมิฬ
“เ้าสำนักถัง หมายความว่าอย่างไรทำไมท่านถึงได้มีวิชาของพวกมรรคมาร หรือท่านแปลพรรคไปแล้ว”
ทุกคนต่างแตกตื่นที่เห็นถังจงหนานใช้วิชาของพวกพรรคมาร ถังจงหนานเองก็รู้ว่าปิดต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
“แล้วมันจะทำไม วันนี้ข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หมดยาาาา” ถังจงหนาน ใช้วิชาฝ่ามือไฟพิษออกมา โจมตีใส่ถังเทียน
ถังเทียนก็ตั้งรับบวกกับตนมีพลองยมราชอยู่ ทำให้ ฝ่ามือของถังจงหนานเข้าไม่ถึงตัวแต่เมื่อปล่อยพลังไฟฝ่ามือออก พลังนั่นเมื่อถูกกับพลองยมราช ก็เปลี่ยนทิศไปโจมตีใส่ชาวยุทธและศิษย์ในสำนักทำให้ผู้ที่ถูกลูกหลง กลายเป็เถ้าถ่าน เป็ที่น่ากลัวต่อผู้พบเห็น
“ถังจงหนาน ท่านฝึกวิชามารวันนี้ฝ่ายธรรมมะไม่ปล่อยท่านไว้แน่ พวกเราถอย”
พวกชาวยุทธที่มาก็มีแค่สำนักระดับกลางและพวกปลายแถวเมื่อเห็นว่าหากสู้ก็มีแต่ตาย ก็ต้องรักษาชีวิตไว้และจะไปปล่อยข่าวการแปลพรรคของถังจงหนาน ให้สำนักฝ่ายธรรมมะได้รู้กัน
ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความโกลาหลรีบวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อได้เห็นวิชามารที่เผาร่างคนได้ในพริบตาเพียงชั่วอึดใจทุกคนก็หนีไปหมด เหลือคนในสำนักบ้างคนเท่านั่น
“เ้าสำนักไม่คิดว่าท่านจะตกต่ำถึงขนาดไปฝึกวิชามาร วันนี้พวกเราเหล่าผู้าุโ จะขอจัดการกับคนทรยศเช่นท่าน”
ผู้าุโทั้งสี่คน ต่างไม่พอใจเมื่อได้รู้ว่าเ้าสำนักของตนเป็คนของพรรคมารจึงคิดจะร่วมมือกันกำจัด แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ พวกเขาก็ต้องหยุดลง และกระอักเื
“พิษ พวกเราถูกพิษ ได้ยังไง ั้แ่เมื่อไร”
“หึ หึ หึ ละอองผีเสื้อพิษราตรีของข้าสามารถฆ่าพวกเ้าได้ในสามลมหายใจ”
“นี้เ้า เ้าก็เป็คนของพรรคมาร พรวด...”ผู้าุโทั้งสี่คน ต่างกระอักเืและสิ้นใจตาย
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าให้ระวังตัว งูที่มันหนีตายเวลามันกลับมาจะเป็ัเสมอวันนี้ข้าจะช่วยเ้ากำจัดหลานที่รักของเ้าให้ก็แล้วกัน”
เยี่ยนฟางได้เข้าต่อสู้เพื่อช่วย ถังจงหนานกำจัดถังเทียน แต่ทันทีที่เยี่ยนฟางะโลงมาก็มีผู้หนึ่งเข้ามาขวางทันที นั่นคือ ถิงถิง
เยี่ยนฟางไม่ทันได้ระวังตัวก็ถูก ถิงถิง ที่เฝ้าดูอยู่ตลอด เข้าขัดขวางเยี่ยนฟางเมื่อรู้ตัวก็ถอยออก ถิงถิงก็ใช้เพลงฝ่ามือเข้าต่อกร เยี่ยนฟางและถิงถิงต่างก็มีฝีมือที่ใกล้เคียงกัน ไม่ทันไร ก็ผ่านไปหลายกระบวนท่าและเยี่ยนฟางก็หยุดมือลง ยืนมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า
“หึเมื่อก่อนเ้าเป็เพียงแค่นักเล่นพิณที่อ่อนแอ วันนี้กลับมีวรยุทธที่ร้ายกาจสามารถรับมือข้าได้หลายกระบวนท่า ที่พวกเ้าสองคนไปพบโอกาสดีที่ไหนมากัน”
“ใช่ข้ากับเขาพบโอกาสที่ท่านเองก็ไม่มีทางได้พบถึงตอนนั่นข้าและท่านจะไม่ได้มีความแค้นต่อกัน แต่วันนี้ห้ามท่านเข้าไปยุ่งกับถังเทียน”
“ไม่ยุ่งก็ได้ เพราะตอนนี้เขาเองก็ดูจะรับมือไม่ไหวแล้ว ไม่ต้องให้ข้าต้องเปลื้องแรงแล้ว”
“ถังเทียน!” ถิงถิงเห็นถังเทียนเริ่มรับมือไม่ไหว จึงคิดจะเข้าไปช่วย
“อ่ะ เ้าจะไปไหน อยากเล่นกับข้าก็อยู่เล่นให้สนุกก่อนสิ” เยี่ยนฟาง รีบเข้าพัวพัน ถิงถิงไม่ให้ได้มีโอกาสไปช่วยทางถังเทียน
ทางถังจงหนานได้ใช้ฝ่ามือไฟพิษและกระบวนท่าไปนับร้อย แต่ก็ทำได้แค่ไล่ต้อนถังเทียนเท่านั่นแต่มิอาจจะเผด็จศึกเอาชีวิตถังเทียนได้ ในใจก็คิด ว่าถังเทียนฝึกวิชาใดมาถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้
“เ้าหลานชั่ว วันนี้เ้าจงตายด้วยมือข้าเถอะ”
“ก็แค่วิชากระจอก คิดจะฆ่าข้ายังเร็วไป”
ถังเทียนเริ่มตามกระบวนท่าของถังจงหนานไม่ทัน ถังจงหนานได้โอกาส จึงซัดฝ่ามือเข้าเต็มที่ ตุบ! เสียงฝ่ามือกระแทกเข้าที่หน้าอกของถังเทียนอย่างเต็มที่ เสียงดังสะนั่นถังจงหนาน หัวเราะออกด้วยความดีใจ และคิดว่าชัยชนะเป็ของตน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
แต่ในขณะนั่น ถังเทียนก็ไม่ได้ล้มลง ฝ่ามือที่อยู่กลางอกพร้อมกับพลังปราณไฟที่ลุกอยู่ ถังเทียนเงยหน้าขึ้น และค่อยๆมองหน้าของถังจงหนานและเอามือข้างซ้ายจับที่ฝ่ามือของถังจงหนาน ถังจงหนานเมื่อเห็นแบบนั่น ก็ใ
“นี้เ้า! ทำไมทำไมเ้าไม่เป็อะไร”
ปึก! พลองยมราชในมือข้างขวาของถังเทียนกระแทกเข้าที่หน้าอกถังจงหนานกระเด็นออกไป แม้จะยังไม่ถึงชีวิต แต่ก็ทำให้าเ็ภายในอย่างรุนแรงจนถังจงหนาน กระอักเืออกมา
“นี้มันอะไรกัน เ้าโดนฝ่ามือของข้าเข้าไปไม่มีใครที่ทนฝ่ามือไฟพิษได้ ทำไมกัน”
“แค่วิชาฝ่ามือทั่วไป เทียบไม่ได้เลยกับฝ่ามือที่ข้าโดนมาตลอด 2 ปี ถิงถิง ยังมีฝ่ามือที่ร้ายกาจมากกว่าท่านเสียอีกต่อให้ท่านมีพลังฝ่ามือมากกว่านี้ ก็ไม่อาจทำให้ร่ายกายข้าาเ็ได้”
“เ้าฝึกวิชาอะไรมา ใครเป็อาจาร์ยของเ้าวิชาที่ร้ายกาจขนาดนี้ ทำไมข้าถึงไม่ได้บ้าง”
“ท่านใกล้จะตายแล้ว ท่านลุงภายในของท่านกำลังถูกทำร้ายด้วยพลังพลองของข้า ก่อนท่านตาย ช่วยตอบข้ามาด้วยทำไมท่านต้องฆ่าท่านพ่อข้า เขาเป็น้องของท่าน ท่านพ่อรักและเคารพท่านมาตลอดแล้วทำไมต้องฆ่าเขาด้วย”
“รักและเคารพ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พ่อของเ้ากับข้าแต่ก่อนก็ฝึกวิชากับอาจาร์ยเขามีพร์ ก้าวหน้าได้เร็วกว่าข้า จนอาจาร์ยบอก พ่อของเ้าอาจจะไปถึงขั้นเดียวกันกับ ผู้ก่อตั้งได้ ั้แ่นั่นมา อาจาร์ยไม่เคยใจดีกับข้าดีแต่กับพ่อเ้า ข้าจึงต้องพิสูจน์ตนเอง ถึงข้าจะไม่มีพร์เหมือนกันพ่อเ้าแต่ข้าก็มีความสามารถเช่นกัน ข้านั่นฝึกวิชามากกว่าผู้ใด เอาชนะทุกคนในสำนักแต่ก็ไม่เคยเลยที่อาจาร์ยจะมองว่าข้าคู่ควร ก่อนเขาตาย เขายังจะมอบตำแหน่งเ้าสำนักให้กับเขาอีกทั้งที่เขาออกจากสำนักไปมีลูกอย่างเ้า ไม่เคยคิดจะกลับมาดูแลสำนักก่อนอาจาร์ยจะตายได้เคยสอนวิชากระบี่สาดส่องขั้นสุดท้ายให้แก่พ่อของเ้าแต่เขากลับไม่สอนข้า มีแต่เ้าสำนักเท่านั่นที่สามารถเรียนรู้วิชานี้ได้แล้วข้าเป็อะไร มีความหมายอะไร ข้าก็เลยไปขอให้พ่อของเ้าสอนเพลงกระบี่ขั้นสุดท้ายให้แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สอนข้า แต่แล้วเ้าก็โพล่มา เขาส่งลูกที่รักสองคนมาให้ข้าสอนพร์เ้าดีกว่าพ่อเสียอีก จน ถังเฉินก็ตกอยู่ในสภาพอย่างข้า ไม่ว่าจะทำอะไรเ้าก็จะนำหน้าเขาเสมอ พอเ้าเติบโตนำวันก็ยิ่งทำให้ข้านึกถึงเื่ในอดีตจนวันหนึ่ง ข้าก็วางยาเ้า และให้พ่อของเ้าถ่ายทอดวิชามาให้ข้า และเมื่อเขาถ่ายทอดให้ข้าเสร็จข้าจึงวางยาฆ่าเขา เพราะคนที่จะรู้วิชานี้ควรมีแค่เ้าสำนักอย่างข้าเท่านั่น”
“ท่านมันจิตใจคับแคบที่พ่อของข้าออกจากสำนัก เพราะไม่อยากเป็คู่แข่งของท่านเพราะท่านอยากเป็เ้าสำนักพิสูจน์ตนเองมาตลอด ท่านพ่อจึงหลีกทางให้และเขานั่นไม่อยากเป็เ้าสำนักั้แ่แรกแล้ว เขาอยากออกไปทำตามใจที่ตนอยากทำจนพบรักกับแม่ของข้า และพ่อข้าบอกไว้ว่า หากท่านเป็คนจิตใจดีปล่อยวางเื่อดีตได้แล้ว เขายินดีจะมอบวิชากระบวนท่าสุดท้ายให้ท่านเพราะอาจาร์ยปู่สั่งไว้ คนที่จะเป็เ้าสำนักต้องรับผิดชอบปกป้องทุกคนและเป็คนใจกว้าง มีคุณธรรม แต่สิ่งที่ท่านทำมาตลอด ก็พิสูจน์แล้วว่าอาจาร์ยปู่ท่านคิดถูก ในเมื่อท่านกำลังจะตายแล้ว ข้าขอถามท่าน ใครวางยาพ่อข้าถึงท่านจะเป็คนบอกว่าวางยา แต่ท่านคงไม่อาจไปวางยาด้วยตัวเอง”
“ข้าเป็คนทำ เ้ามีอะไรก็มาลงทีข้าคนอื่นไม่เกี่ยวข้อง”
“แต่คนที่วางยาข้า เป็แม่รอง ท่านจะบอกว่าแม่รองไม่เกี่ยวข้อง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ารู้แล้วจะถามทำไม”
“เพราะว่า ถังเฉินเป็ลูกของท่านเขาไม่ใช่น้องแท้ๆของข้า”
“เ้ารู้! เ้ารู้ได้อย่างไร”
“ไม่ใช่ข้ารู้แต่พ่อข้ารู้มาั้แ่แรกต่างหาก ตอนแรก เขาคิดจะไล่แม่รองให้ออกไปแต่พอรู้ว่านางมีความสัมพันธ์กับท่าน ซ้ำถังเฉินยังเป็เืเนื้อเชื้อไขของท่านอีก ท่านพ่อจึงทำเป็ไม่รู้และเลี้ยงดูเขาแทนท่านมาตลอด”
“หึ หึ หึ โง่นัก ช่างโง่นัก” ถังจงหนานเมื่อได้ยินทุกสิ่งก็รู้สึกเสียใจ และน้ำตาก็ไหลออกมาพร้อมกับมองฟ้า และพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า โง่นัก โง่นัก
“ข้าขอร้องเ้าก่อนตายสักเื่ได้หรือไม่ถือสะว่าความเป็ลุงเป็หลาน แม้ข้าจะร้ายกับเ้า แต่ก็เคยดีกับเ้ามาเช่นกัน”
“เื่อะไร”
“ไว้ชีวิต เขา อย่าฆ่าเขา เ้าจะทำลายวิชาหรือไล่เขาไปเป็ขอทานก็ได้แต่อย่าฆ่าเขา”
ถังเทียนนิ่งสงบมองดูคนใกล้ตายแต่ก็ไม่พูดสิ่งใด และหลังจากพูดจบ ถังจงหนานก็ พรึมพรัมเบาๆ ว่าโง่นัก โง่นัก และหมดลมหายใจไป ร่างของเขาก็ค่อยๆมีไฟลุกขึ้นและถูกเผามอดไหม้ไปด้วยไฟพิษของวิชาเขาพลองของถังเทียนมีอำนาจในการทำลายภายใน แต่ถ้าหากรักษาทันก็ยังมีโอกาสแต่ถังจงหนานนั่น ยังฝึกวิชาฝ่ามือไฟพิษไม่สำเร็จยังไม่สามารถกำจัดพิษไฟจากวิชาที่ตัวเองฝึกให้หมดออกไปได้จึงทำให้พิษไฟเข้ากัดกินมากกว่าเดิม
ถิงถิง ยังคงต่อสู่พัวพันอยู่กับเยี่ยนฟาง
“ท่านทั้งสอง หากไม่จับนางไว้พวกท่านจะไม่รู้ว่าใครเป็คนร้ายที่แท้จริงเอานะ” หลินเยว่อิงพูดบอก หลิงเซียงและ ไปหลี่
เมื่อไปหลี่และ หลิงเซียง ได้ยิน จึงรีบพุ่งเข้าจู่โจมใส่ เยี่ยนฟาง หวังที่จับตัวเยี่ยนฟางเห็นดังนั่น ก็รู้ว่าตนกำลังจะถูกรุมโจมตี จึงได้ใช้พลังผีเสื้อพิษเป็ปราณละอองปกคลุมร่างกาย ทำให้ไม่มีใครเข้าใกล้ได้
ถิงถิงถอยออกเพราะไม่รู้จะทำเช่นใดกับพิษนี้ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็นำพิณออกจากผ้าที่อยู่ด้านหลังออกมา และเริ่มเล่นพิณทันที
“นี้เ้าทำสิ่งใด การโจมตีทางจิติญญาคิดว่าแค่นี้จะทำอันตรายข้าได้หรือ”
ทันทีที่เยี่ยนฟางรู้ตัวก็ปล่อยผงบ้างอย่างออกมาสูดดมเข้าไป และหลังจากนั่น ตาของนางก็เปลี่ยนเป็สีม่วง และไม่ทุกข์ทรมานกับการโจมตีของถิงถิง
“ผงจิตคลั่ง”หลินเยว่อิงพูดขึ้น
ทันทีที่เยี่ยนฟางไม่โดนผลกระทบจากการโจมตีของถิงถิง ก็ซัดเข็มพาโจมตีใส่ถิงถิงทันที่หลินเยว่อิงเห็นดังนั่น ก็รีบพุ่งกระบี่ออกปกป้องปัดเข็มที่พุ่งเข้าโจมตีทิ้งทันที่ แล้วเยี่ยนฟาง ก็เห็นว่ามีคนอยู่มากต่อสู้ต่อตนเองจะเสียเปรียบ เมื่อสบโอกาส ก็บินหนีไปในทันที
“พวกเ้าเป็ศัตรูกับข้า ข้าต้องมาเอาคืนแน่”ชั่วพริบตา สิ้นเสียง ร่างนางก็หายไปกับสายลม
ในเวลานั่นเองถังเทียนที่ยินนิ่งอยู่ ก็ล้มลง และสลบไป ถิงถิงเห็นดังนั่นจึงรีบเข้าไปดู
“คุณหนูเ้าค่ะ ถังเทียนเขาสลบไปแล้ว”
หลินเยว่อิง รีบเข้ามาดู เมื่อจับชีพจรก็รู้ได้ทันทีว่าเป็ฝ่ามือไฟพิษที่โดนไป นั่นไม่ใช่ไม่มีผลแต่ถังเทียนกลั่นเอาไว้ เพื่อข่มศัตรูต่างหากมิน่าเขาถึงไม่เข้าต่อสู้กับเยี่ยนฟาง
ทันทีที่หลินเยว่อิงรู้ว่าถังเทียนถูกพิษก็เดินพลังช่วยถังเทียนทันที ฝ่ามือ และดัชนีต่างถูกส่งผ่านพลังไปที่หลังของถังเทียนอย่างรวดเร็วหลิงเซียงและไปหลี่ต่างดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ และเพราะหลินเยว่อิงต้องใช้พลังเพื่อช่วยถังเทียนจึงได้เปิดเผยพลังของตนออกมา
“ระดับหกสูงสุด!”ไปหลี่พูดขึ้น และมองด้วยความตกตะลึง
เวลาผ่านไปสักพักถังเทียน ก็กระอักเื ออกมา เมื่อเืตกถึงพื้นก็เกิดเดือดด้วยความร้อนและแห้งในทันที
“ขอบคุณคุณหนู ข้าน้อยไม่เป็อะไรแล้ว”
“ตอนนี้เ้าปลอดภัยแล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อไป”
“ข้าน้อยจะกลับไปที่ตระกูลเพื่อสะสางทุกสิ่งครับ”
“แล้วสำนักนี้ละ”
“สำนักนี้ คงจะอยู่ต่อไปลำบากแล้วท่านผู้าุโก็มาตายกันไปหมด คงรอวันที่จะถูกสำนักอื่นเข้ายึดครอง”
“มันไม่เป็แบบนั่นหรอก ข้าว่าข้าชอบที่นี้หลังจากดูรอบๆแล้ว ข้าอยากจะให้ที่นี้เป็ที่มั่นของพวกเรา”
“คุณหนูจะตั้งสำนักที่นี้หรือเ้าค่ะ”
“ก็ไม่เชิงข้าไม่ได้อยากเป็เ้าสำนักอะไรพวกนั่น ข้าไม่ชอบรับผิดชอบดูแลคนมากมายแต่ถ้าเป็เ้าถังเทียน ข้าว่าเ้าเหมาะที่จะสืบทอดต่อไปนะ ทั้งพ่อของเ้าหรืออาจาร์ยปู่ของเ้าคงจะยินดี”
“ข้าน้อยก็อยากจะปกป้องที่นี้ไว้แต่ว่าข้าเองก็อยากทำบ้างสิ่งที่ท่านพ่อหวังไว้ให้สำเร็จครับ”
“สิ่งใดกัน”
“พ่อของข้าส่งข้าไปเรียนเพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะรับราชการเขาไม่อยากให้ข้านั่นยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพมากนัก”
“งันก็น่าแปลกนะ พ่อของเ้าส่งเ้ามาที่นี้ ทำไมไม่ส่งเ้าให้ไปเล่าเรียนเป็ขุนนางไม่ดีกว่าหรือ”
“ท่านพ่อนั่นแม้จะขอออกจากสำนักแต่ก็ยังอาลัยในอาจาร์ยปู่ และ ท่านลุง จึงส่งข้ามาเพื่อสืบทอดวิชาไว้บ้างเพื่ออนาคต จะได้ไม่ตัดขาดความสัมพันธ์กับสำนักแต่หลักๆข้าน้อยจะศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษา”
“เป็เช่นนั่นแต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเ้าจะดูแลที่นี้ไม่ได้”
“ถ้าข้าน้อยเป็ไปสอบภายภาคหน้าต้องรับใช้ราชสำนัก ก็อาจจะ...”
“ก็อาจจะอะไรเ้าจะเป็เ้าสำนักไปทั้งชีวิตเลยหรือไง ยังไงเมื่อเ้าสอบได้แล้วก็ค่อยไปก็ได้ถึงตอนนั่น เ้าจะให้ถิงถิง หรือ เซียงหยางดูแลต่อก็ได้ เพราะต่อจากนี้ ที่นี้จะเป็ของข้านี้เ้าคงไม่ลืมวันแรกที่พบกันหรอกนะ”
“ไม่ ข้าน้อยไม่ลืมทุกสิ่งที่เป็ของข้าคือของท่าน สำนัก สมบัติหรือตระกูล ต่างต้องรับใช้ท่าน”
“ดี งันเ้าก็ไปจัดการเื่ที่เ้ายังค้างคาให้เสร็จข้าจะกลับเข้าเมือง”
“ครับคุณหนู”
“ส่วนท่านสองคนข้ามีเื่อยากจะรบกวนท่านทั้งสอง”
“ท่านมีเื่อะไรรบกวนพวกข้า บอกมาเทอญ”
“ท่านช่วยส่งคนมาดูแลที่นี้สักพักจะได้หรือไม่อย่าให้สำนักอื่นเข้ามายึดครอง และสมบัติทั้งหมด หากท่านทั้งสองช่วยเหลือข้าจะตอบแทนพวกท่าน อย่างดีแน่นอน”
“ไม่ใช่เื่ใหญ่ ข้าจะอ้างการสืบคดีและสั่งปิดที่นี้สักระยะ ไม่ให้ใครเข้ามาได้แน่นอน”
“ขอบคุณท่านมาก”
“ในเมื่อเื่ทุกอย่างจบลงแล้วข้าคงต้องกลับแล้ว ตอนนี้คิดว่าท่านแม่คงเดินทางกลับถึงจวนแล้ว”
“คุณหนู เช่นนั่นข้าขอตัวกลับไปที่ตระกูลก่อน”
“แล้วเ้าละ ถิงถิงดูเหมือนเ้ายังไม่อยากกลับกับข้านะ”
“คุณหนู เขายังาเ็ข้าขอไปกับเขาได้หรือไม่”
“ไปเถอะ”
“ไม่นะครับจะให้คุณหนูกลับคนเดียวได้อย่างไร ข้าว่าข้าไป....”ถังเทียนยังพูดไม่ทันจบ หลินเยว่อิงก็พูดขึ้น
“เ้าคิดว่าข้าอ่อนแอจนกลับบ้านคนเดียวไม่ได้หรือไง”
“ไม่...ไม่ครับ”
“เ้าไปกันเถอะเ้าก็รู้แก่ใจว่านางเป็ห่วงเ้า อีกอย่างที่ข้าให้นางไปกับเ้า จะได้จัดการอะไรๆได้เรียบร้อย”
“ค่ะ คุณหนู”
“ข้าไปละ” หลินเยว่อิงพูดเสร็จก็ใช้วิชาตัวเบาออกไปอย่างรวดเร็ว
“พี่เทียนท่านจะเอายังไงต่อ”
“ก็ไปจับ เ้าถังเฉินก่อนตอนนี้มันน่าจะหนีไปที่ตีนเขาแล้ว” พูดเสร็จ ถังเทียนและถิงถิง ก็เหอะหายไปอีกสองคน
“ไปหลี่ ตกลงว่าเ้ารู้หรือยังว่านางเป็ใคร”
“ข้าก็ไม่แน่ใจแต่คิดว่าคงต้องเป็คุณหนูใหญ่ ตระกูลแม่ทัพหลินเป็แน่”
“เ้าว่ายังไงนะ เป็ไปได้อย่างไรก็ไหนว่านางเป็คนอ่อนแอ เ้าอารมณ์ วันๆอยู่แต่ในจวนไม่เคยออกมาโลกภายนอกจะเป็นาง ที่ดูร้ายกาจขนาดนี้ได้อย่างไร”
“ตอนแรกข้าก็ไม่แน่ใจแต่รู้ว่าเขาสองคนเป็คนรับใช้ของตระกูลหลินเื่นี้สายเราในตระกูลหลินก็รายงานมา เ้าก็รู้ว่าฮ่องเต้ ให้เราส่งคนไปสอดแนมทุกบ้านของขุนนางและเชื้อพระวงศ์เพื่อที่จะรู้ข่าวและป้องกันคนคิดไม่ซื่อ เ้ารองคิดดูว่า คนสองคนนี้ที่รับใช้ข้างกายของคุณหนูใหญ่หลินเยว่อิงมาโดยตลอดกลับมีวรยุทธที่ร้ายกาจเพียงนี้ เ้าคิดว่าคนที่พวกเขาจะเรียกว่าคุณหนูจะเป็ใครไปได้ ก็ต้องเป็นาง และข่าวที่ว่านางเก็บตัวเพื่อรักษาโรคนั่นคงเป็แค่ข้ออ้าง ตระกูลหลิน้าปกปิดความแข็งแกร่งของนางเอาไว้ต่างหากเพราะถ้าพวกราชวงศ์หรือขุนนางรู้เขา คงไม่เป็ผลดีแน่ๆ”
“ก็จริงอย่างที่เ้าว่า อายุยังน้อยนักแต่กลับมีวรยุทธอยู่ในระดับนั่น หากนางไม่อายุสั้น ระดับ 7 นางต้องไปถึงได้อย่างแน่นอนและจะกลายเป็ เซียนอีกคนที่ ยุทธภพต้องจารึก”
“ตอนนี้ข้ากังวลเื่อื่นมากกว่า”
“เรื่ออะไรอีก”
“เ้าลืมไปแล้วหรือไง ว่าตอนนี้เราเป็ใครนางกับท่านเ้าหอเกี่ยวข้องกันยังไง และใครที่อยู่เื้ันางเ้าก็เห็นนางสั่งงานพวกเรา เพราะรู้ว่าเราต้องทำงานให้นางแน่นอนและไม่สนใจว่าเราจะรู้เื่ของนาง ถึงได้พูดออกมาขนาดนั่น ถ้านางจะเอาที่นี้เป็ฐานที่มั่นของตระกูล และสะสมกำลังคน เ้าคิดว่า เ้าจะบอกกับคนภายนอกไหม”
“นั่นสินะนางคิดว่ายังไงเราก็ไม่เพ่งพายเื่ของนางแน่ๆ เอาเถอะเดี๋ยวเราก็ได้รู้กันในอนาคต แต่ตอนนี้เราก็จัดการที่นี้ให้เรียบร้อย ศพพวกนี้และยังต้องหาศพพวกหญิงสาวที่หายไปอีก”
หลังจากนั่น คนของสำนักต้าหลี่ ก็เข้ายึดพื้นที่ สำนักกระบี่สาดส่องและให้คนของสำนักอยู่แต่ในที่พัก และเริ่มหาหลักฐานไม่นานก็พบโครงกระดูกและศพของหญิงสาวหลายร่าง และก็ตรวจพบว่าเป็คนที่หายไปแต่ทางสำนักต้าหลี่ ก็ปิดเป็ความลับ เพราะได้ปิดคดีไปแล้ว จึงไม่เปิดคดีขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้ชาวบ้านแตกตื่น และไม่ให้ทางราชวังรู้เื่นี้จะกลายเป็การหลอกลวงเบื้องสูงได้ และแน่นอนคนที่จัดการเื่นี้เป็คนของหอสดับพิรุณเท่านั่น สำนักต้าหลี่ภายในจึงไม่รู้เื่ด้วยเช่นกัน
ณสำนักกระบี่เทพธิดา
“ท่านเ้าสำนัก มีการแจ้งรายชื่อลำดับยุทธในยุทธภพของปีนี้ออกมาใหม่แล้วเ้าค่ะ”
“งันหรือ มีใครที่น่าสนใจเ้าถึงต้องรีบมารายงาน”
“กระบี่นทีพิรุณโปรยปลาย”
“หนิงอันเ้าว่าอะไรนะ ไหนเอามาให้ข้าดู(หลังจากที่ดูรายชื่อเรียบร้อย) เขาเป็ผู้ใด ทำไมถึงไม่มีชื่อ”
“ข้าได้ให้คนของเราไปสืบแล้วเ้าค่ะแต่ทางสุสานไม่ตอบอะไร บอกแต่เพียงเป็เื่ของยุทธภพ พวกเขาไม่ขอยุ่งเกี่ยว”
“เช่นนั่นเราต้องตามหาคนผู้นี้ให้ได้ไปตามผู้าุโฟางหลงมา”
“ข้ามาแล้วเ้าสำนัก”
“ท่านมาไวยิ่งนัก พอข้าเรียกท่านก็มาแสดงว่าท่านก็ทราบเื่แล้ว”
“ใช่แล้วเ้าสำนัก ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”
“ตอนนี้ข้านั่นอยากให้ทุกคนออกไปตามหาคนผู้นี้ ที่ได้กระบี่ของท่านบรรพบุรุษแต่ว่า หากเราไม่มีคนอยู่ปกป้องสำนัก บัวเพลิงเหมันต์ก็คงถูกพวกนั่นชิงไปแน่ๆคงไม่สามารถออกไปตามหาคนได้ ในสำนักมีท่านที่มีวรยุทธอยู่ในระดับหกขั้นสูงสุดข้าจึงอยากให้ท่านช่วยออกไปตามหาคนผู้นี้ และพาเขากลับมา”
“ข้ายิ่งดีที่จะออกไปตามหา”
“เช่นนั่นข้าขอฝาก หนิงอันติดตามไปกับท่านด้วย พร้อมกับหยกชิ้นนี้ เมื่อท่านเข้าใกล้กระบี่หยกนี้จะเรืองแสงขึ้นมา เพราะหยกนี้ คือหยกประดับด้ามกระบี่ของท่านบรรพบุรุษ มันอยู่คู่กันมาตลอด”
“แต่หยกนี้เป็หยกสัญลักษณ์ของเ้าสำนักหากนำออกไปแล้ว มันจะไม่ดีนะท่านเ้าสำนัก”
“ไม่เป็ไร ทุกคนในสำนักต่างก็รู้ดีว่ากระบี่สำคัญกับพวกเรามากแค่ไหน ทุกคนต้องเข้าใจหลายปีมานี้เราส่งศิษย์ที่มีแววจะเป็ผู้สืบทอดได้ ไปทดสอบ แต่ก็ไม่มีใครเลยที่ทำสำเร็จเื่เร่งด่วนตอนนี้คือหาตัวคนผู้นั่นให้พบ และนั่นจะเป็โอกาสที่เราจะทำลายสำนักดาบอัคคีโลหิตให้สิ้นซาก”
“น้อมรับคำสั่งเ้าสำนัก หากข้าหาคนไม่พบ ข้าจะไม่มีขอกลับมา”
“ผู้าุโฟาง ท่านต้องระวังตัวให้ดีเื่ที่ท่านออกไป พวกมันต้องรู้ในไม่ช้าแน่”
“ไม่ต้องห่วง หากพวกมันมาข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด ผู้าุโอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เทพธิดาไม่ใช่คนที่พวกมันจะฆ่าได้ง่ายๆ ข้าขอตัวลา”
“ขอให้ท่านกลับมาโดยเร็วหนิงอันเ้าต้องช่วยผู้าุโอย่างเต็มกำลัง และคอยส่งข่าวมาหาข้าตลอดด้วยนะ”
“ค่ะ อาจาร์ย ศิษย์จะทำให้สำเร็จ ศิษย์ขอลา”
ทางสำนักกระบี่เทพธิดาก็ได้ออกตามหาผู้ที่ถือครองกระบี่นทีพิรุณโปรยปลาย นั่นก็คือหลินเยว่อิงนั่นเองในอนาคตหากพวกนางรู้ว่าคนที่ตามหาเป็ใคร ไม่รู้ว่าจะนำผู้ที่จะมาช่วยเหลือหรือผู้ที่ทำลายสำนักกลับมาแต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ง่าย ที่พวกเขาจะตามหาหลินเยว่อิงพบ