แผนที่เมืองกรุงเทพฯ ของวาเลนตินาค่อนข้างละเอียด มันแสดงถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่นวัด ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก รวมถึงโรงแรมและคอนโดมิเนียมเป็นต้น
มู่เฉินชี้มือบนแผนที่ “เราจะไปที่นี่พรุ่งนี้ คอนโดไอคอน”
อายากะและวาเลนตินาขยับเข้ามาดูใกล้ๆ เนื่องจากแผนที่ถูกทำขึ้นสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ มันมีทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะอ่าน
“ทำไมต้องที่นั่น” วาเลนตินาถาม
“เพราะมันสูง” มู่เฉินตอบสั้นๆ
“สูงเหรอ...” วาเลนตินาขมวดคิ้ว ในฐานะที่เป็นนักกีฬายิงธนูเธอไม่ได้โง่ พอจะเริ่มคาดเดาบางอย่างได้ โดยคิดว่าที่เขาเลือกที่นั่นอาจเพราะจะได้มองเห็นทั่วเมือง แล้วเลือกว่าจะไปไหนต่อดีถึงจะปลอดภัย สุดท้ายจึงไม่ได้คัดค้านกับความคิดนี้
แต่สำหรับอายากะที่เดินทางมาด้วยกันมีข้อมูลจำนวนหนึ่ง
เนื่องจากมู่เฉินเคยบอกหลังโลกร้อนสึนามิจะถล่มโลก จำเป็นต้องหาที่สูงเพื่อความอยู่รอด โดยตึกที่เขาเลือกมีคำอธิบายอย่างชัดเจนว่าสูงถึง 300 เมตร มีชั้นผู้อยู่อาศัยประมาณ 70 ชั้น เป็นคอนโดมิเนียมสำหรับคนรวย ติดกับห้างสรรพสินค้าและแม่น้ำเจ้าพระยา
“เมืองกรุงเทพฯ ดูท่าจะต้านสึนามิไม่ไหว ฉันว่าเราไปเมืองอื่นกันดีกว่าไหม” หลังจากดูแผนที่คร่าวๆ อายากะถามความเห็นกับมู่เฉิน
ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปแต่ไปไม่ได้ หลังจากนี้อุณหภูมิจะสูงขึ้นอีกหลายองศา เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินบนถนนหรือขับรถออกจากเมือง นอกจากนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี ดังนั้นทางเลือกที่ฉลาดตอนนี้คือเข้าไปในคอนโดมิเนียมชั่วคราว เราจะอยู่ที่นั่นในสภาวะโลกร้อน โอเคไหม”
อายากะเม้มริมฝีปาก
แม้ว่าแผนนี้จะดูแย่แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากนั้นเธอเองก็ไม่เคยมาไทย ดังนั้นจึงยากที่จะเสนอความคิดเห็น
วาเลนตินานั่งข้างเขาฟังอย่างเงียบๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับข้อมูลหลายอย่าง
“งั้นที่นี่ก็อันตรายมาก จะดีกว่าไหมที่คุณจะแจ้งให้คนอื่นทราบ จะได้เดินทางไปด้วยกัน”
มู่เฉินหันไปตอบคำถามเธอ “ลองบอกดูสิ ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่เชื่อหรอก คงรอให้ทหารมาช่วยนั่นแหละ นอกจากนั้นในการเดินทางด้วยคนจำนวนมากใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี สำหรับผมมันคือภาระต่างหาก”
“งั้นฉันจะคุยกับเซราห์และคนอื่นๆ” วาเลนตินากล่าว
มู่เฉินไม่ได้ห้ามเธอ แค่พักผ่อนอย่างเงียบๆ อยู่กับที่ ส่วนใครจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา
.....
สกาเล็ตกลับมาถึงหลุมหลบภัย
วันนี้เธอทำเงินได้หลายร้อยล้านหยวน นอกจากนั้นด้วยความสามารถของแคทรินมันเป็นเรื่องง่ายต่อการเข้าไปในอาคารที่ถูกล็อกโดยไม่ส่งเสียง เรียกได้ว่าความสามารถในการย่อส่วนร่างกายนั้นถือเป็นอาชญากรตัวจริง
ไม่นานกลุ่มโซฟีก็กลับมาถึง เปิดตู้เย็นแล้วหยิบขวดน้ำที่มีเลือดสีแดง เปิดฝาขึ้นมาดื่มดับกระหาย
สำหรับสาวๆ ดูเหมือนจะดื่มเลือดแทนน้ำเปล่าแล้ว นอกจากมันอร่อยยังมีคุณค่าทางโภชนาการหลายอย่างสำหรับแวมไพร์ ยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกว่าร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น แต่กระนั้นนี่คือเลือดที่ถูกเลียนแบบโดยอีฮยอน ย่อมไม่เหมือนเลือดจริงๆ ของมู่เฉิน
เวลาเหมือนจะผ่านไปถึงหกโมงครึ่ง แต่กระนั้นมู่เฉินและอายากะก็ยังเไม่กลับมา
สกาเล็ตและคนอื่นๆ เริ่มกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของทั้งคู่ จึงสั่งให้ฟอลคอนออกไปดูกับเรดซิ่ง เนื่องจากขนาดร่างกายของพวกมันเล็กจึงเคลื่อนไหวบนถนนที่มีรถถูกทิ้งร้างได้ง่าย ผิดกับรถบ้านแบบบับเบิ้ลกัม
แล็ปท็อปเชื่อมต่อสัญญาณกับฟอลคอนแบบเรียลไทม์ ระหว่างรอฟังข่าวสาวๆ เริ่มหยิบของจากตู้ออกมาทำอาหาร
“ผมมาถึงสวนสัตว์อิงจิ่วแล้ว พบศพมนุษย์ที่ถูกฆ่าหลายศพด้วยของมีคมเหมือนหอก นอกจากนั้นพิจารณาจากสภาพศพน่าจะเพิ่งถูกฆ่าเช้าวันนี้” เสียงของฟอลคอนดังขึ้นที่ลำโพงแล็ปท็อป “นอกจากนั้นสัตว์ในกรงยังถูกฆ่าไปส่วนหนึ่ง คาดว่ามาสเตอร์เป็นคนทำ แต่ผมไม่เห็นร่องรอยหลังจากนี้ ราวกับว่าอยู่ๆ ทั้งสองคนก็หายไปในอากาศ”
สกาเล็ตและคนอื่นๆ กำลังวุ่นอยู่ในครัวหยุดมือลง
เป็นโซฟีที่นั่งอยู่บนโซฟาถาม “หาดูทั่วหรือยัง”
“ผมได้สแกนรอบๆ สวนสัตว์อิงจิ่วแล้ว ไม่พบสัญญาณมีชีวิตของทั้งคู่”
เกิดความเงียบขึ้นในหลุมหลบภัยครู่หนึ่ง ราวกับบรรยากาศถูกแช่แข็ง
“เขาจะต้องไม่เป็นไร” สกาเล็ต คอนเนลลี่ทำลายความเงียบ “เขาเป็นแดร็กคูลานอกจากนั้นยังมีพลังของแสง ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้สามารถจัดการกับซอมบี้ได้ไม่มีปัญหา ไม่แน่ตอนนี้ทั้งสองคนอาจแอบไปกุ๊กกิ๊กกันที่ไหนละมั้ง”
“ก็สมกับเป็นเขา” โซฟี เรนเนอร์เสริม “ตอนนั้นที่ฉันพบเขาในโรงแรม ก็ไปๆ มาๆ ตอนนั้นเป็นห่วงแทบแย่นึกว่าตายแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงเขาดันอยู่ในหลุมหลบภัยกับสกาเล็ต พูดแล้วก็น่าตีก้นจริงๆ”
สาวๆ เริ่มพูดคุยและหัวเราะ บรรยากาศกลับมาครื้นเครงอีกครั้ง ทว่าสกาเล็ตรู้ดีว่าสิ่งนี้อาจอยู่เพียงชั่วคราว หากยังไม่พบมู่เฉินและอีฮยอน กลุ่มจะขาดผู้นำ การเอาตัวรอดหลังจากนี้จะเป็นเรื่องยาก
“เฮ้ไม่ต้องกังวล” แคทรินปลอบโยน “ฉันเคยคุยกับเขาเรื่องการเชื่อมโยงด้วยสายเลือด ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาเราจะรู้ได้ทันที สิ่งนี้ราวกับว่าสามารถสื่อสารผ่านทางสายเลือดโดยไม่สนระยะทาง ดังนั้นอย่าได้กังวล อีกไม่นานเขาก็จะกลับมา ไม่แน่อาจมาพร้อมดาราฮอลลีวูด”
.......
มู่เฉินไม่รู้ว่าสาวๆ กำลังกังวลเรื่องเขา
เนื่องจากเขาไม่มีเครื่องมือสื่อสารจึงยากที่จะพูดคุยแบบเรียลไทม์เช่นโทรศัพท์ก่อนวันโลกาวินาศ แต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าไม่มีทาง ตราบใดที่แหล่งกำเนิดไฟหมดคูลดาวน์ก็สามารถใช้สร้างสิ่งมีชีวิตเชิงกลรูปแบบใหม่ได้ จากนั้นจูนคลื่นความถี่ในระดับเดียวกัน ก็ติดต่อกับสาวๆ ได้แล้ว
เช้าวันต่อมา มู่เฉินค่อยๆ ลืมตาตื่น หยิบโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีสัญญาณขึ้นมาดูเป็นเวลาราว 6.30 น. เรียกได้ว่าเป็นเช้าตรู่ของวัน หลายคนยังนอนหลับอยู่ การนอนก็คือนอนบนพื้นไม่มีเตียง แต่ชีวิตของคนเหล่านี้ดีกว่าในค่ายกักกันเมืองซวนซวนมาก
ยอดที่สลบไปเมื่อคืนตื่นขึ้นมาแล้ว แต่เขาไม่กล้าทำตัวกร่างเพราะปืนถูกแย่งไป รู้สึกตัวก็รีบหามุมหลบ เพราะกลัวว่ามู่เฉินจะกลับมาเล่นงาน
มู่เฉินนำน้ำเปล่าออกมาสองขวดแล้วเปลี่ยนให้เป็นเลือดเพื่อกินเป็นอาหารเช้า สำหรับเนื้อและอาหารอื่นๆ มันไม่สะดวกที่จะนำออกมาจากพื้นที่ระบบ
“กินอะไรน่ะสีแดงๆ แถมยังกลิ่นคาวด้วย กินขนมปังไหม” วาเลนตินาที่อยู่ข้างเขาทั้งคืนถาม
“ไม่เป็นไรเรามีอาหารแล้ว และดีกว่าของคุณเยอะเลย” มู่เฉินปฏิเสธในขณะยกเลือดขึ้นมาดื่ม
“มันจะอิ่มได้ยังไง ไม่เข้าใจคุณเลยจริงๆ หรือว่าน้ำนั่นจะเป็นอาหารจากทางกองทัพ พวกอาหารเหลวสำหรับนักบินอะไรเทือกนี้”
“ไม่ต้องสนใจ” มู่เฉินตัดบทสนทนา ก่อนจะถามเรื่องอื่น “คุยกับเซราห์และคนอื่นได้เรื่องยังไงบ้าง”
“เธอกับน้องจะไปด้วย นอกจากนั้นดูเหมือนทีมวอลเลย์บอลจากไทยเองก็อยากไปกับคุณ” วาเลนตินาเริ่มอธิบายให้เขาฟังช้าๆ
มู่เฉินพยักหน้าเป็นครั้งคราว จากนั้นผ่านวาเลนตินาอ๋อมได้เข้ามาคุยกับเขา
“คุณเป็นคนที่นี่น่าจะคุ้นชินเส้นทาง ผมต้องการรถและไปที่โรงแรมไอคอนติดแม่น้ำเจ้าพระยา จากสนามกีฬาอารีน่าที่เราอยู่ต้องใช้ระยะทางและเวลาเท่าไหร่”
อ๋อมเหลือบมองแผนที่ในมือแล้วครุ่นคิด นอกจากเธอแล้วยังมีเพื่อนนักกีฬาคนอื่นๆ อยู่ข้างๆ
“หากเป็นเมื่อก่อนรถติดก็อาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง แต่ตอนนี้เพราะซอมบี้ฉันเลยไม่รู้เหมือนกัน ส่วนระยะทางก็ราวๆ 4 กิโลเมตร”
ปิ่นที่อยู่ข้างๆ เสริม “หากจะไปที่นั่นดูจากจำนวนคนแล้วแนะนำให้ใช้รถบัสจะดีกว่า ที่โรงจอดรถในสนามกีฬามีรถรับส่งนักกีฬาหลายคัน เราสามารถไปเอารถที่นั่นได้ แต่อย่างใดก็ตามมีซอมบี้อยู่ข้างนอก”
“วาดแผนที่คร่าวๆ โรงรถให้ผม”
“เข้าใจแล้ว”
ใช้เวลาไม่นานแผนที่สะอาดตาก็อยู่ในมือของเขา มู่เฉินต้องใช้ประตูทางออกอีกทางที่ถูกปิดไว้โดยกลุ่มผู้รอดชีวิต จากนั้นวิ่งฝ่าดงซอมบี้ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลกว่าจะไปถึงโรงเก็บยานพาหนะ
“คุณจะไปที่นั่นยังไง วิ่งไปเหรอแต่มันอันตรายมากเลยนะ” มีน่าดูเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร อีกอย่างผมมีนี่” มู่เฉินเปิดเป้สะพายหลัง เมื่อสาวๆ เห็นอาวุธสงครามที่ซ่อนอยู่ด้านในจึงพากันตกตะลึง
“ว้าว...ถ้าอย่างนั้นกระเป๋าของอายากะเองก็...” วาเลนตินาเอามือปิดปาก ทั้งสองคนมีเป้อยู่บนหลังแต่ไม่เคยเปิดเลยสักครั้ง ดังนั้นมันต้องเป็นอาวุธปืนอีกอันแน่ๆ
“ด้วยอาวุธระดับนี้อาจจะพอมีหวังออกไปจากที่นี่” อ๋อมมองสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าพร้อมกับถอนหายใจ หากเป็นก่อนโลกเกิดหายนะเธอต้องรีบวิ่งหนีเพราะคิดว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้าย แต่วันนี้กลับรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
หลังจากวางแผนกันเรียบร้อยมู่เฉินเดินนำสาวๆ ไปที่ประตูทางด้านนอกสนาม ความจริงเขาปฏิเสธการพาพวกหล่อนไปก็ได้ แต่มันน่าเสียดายหากปล่อยให้นักกีฬาสวยๆ ถูกฝังอยู่ใต้ดินหลังจากสึนามิมา ไม่แน่อาจเสียชีวิตก่อนหน้านี้เพราะโลกร้อน ช่วยหน่อยก็ไม่เสียหาย แต่หากถูกซอมบี้กัดระหว่างทางก็แล้วแต่เวรแต่กรรม