บทที่6-1 เครื่องประดับกับความงาม
ใน่เช้าตรู่ของหกวันต่อมา หวังิซินเดินทางโดยรถม้าเข้าเมืองเฉิงตือเพราะ้าไปช่วยพี่สาวของนาง เพื่อจัดเตรียมความพร้อมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดให้กับแม่สามีของพี่สาวหรือที่นางเรียกติดปากว่า “ท่านป้าเหมย” โดยงานเลี้ยงฉลองจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้่ยามโหย่วซึ่งเป็เวลาของอาหารมื้อเย็น ณ จวนท่านผู้ตรวจการมณฑลเสฉวน ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองอู่โหว
ท่านป้าเหมยมีนามว่าเฉินเจียวเหมยเป็ฮูหยินของท่านผู้ตรวจการมณฑลเสฉวนที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่เมื่อเดือนที่แล้วทำให้งานเลี้ยงฉลองนี้เป็งานที่ครอบครัวของท่านผู้ตรวจการมณฑลคนใหม่จัดขึ้นเป็ครั้งแรกนางจึงคาดว่า ย่อมต้องมีผู้มาร่วมแสดงความยินดีเป็จำนวนมาก
เมื่อหวังิซินเดินทางไปถึงจวนท่านผู้ตรวจการมณฑลได้พบว่าพี่สาวของนางกำลังสั่งคนงานให้จัดตกแต่งสถานที่เพื่อต้อนรับแขกในวันพรุ่งนี้
“คารวะพี่สามเ้าค่ะ” หวังิซินยอบกายคารวะ
“ซินเอ๋อร์ เ้ามาพอดีเลยเ้ามาช่วยพี่คิดหน่อยว่า จะตกแต่งสถานที่เยี่ยงไรดีเ้าเก่งกาจเื่นี้มากกว่าพี่นัก” หวังิเยว่เอ่ยขอความช่วยเหลือจากน้องสาว
“ได้เ้าค่ะพี่สาม”
“เช่นนั้น พี่ขอฝากตรงนี้ด้วยพี่จะไปดูคนงานตัดแต่งต้นไม้ที่สวน”
“เ้าค่ะ ข้าจะดูตรงนี้ให้เองเ้าค่ะ”
“ขอบใจมากน้องเล็ก”
กว่าที่พวกนางสองพี่น้องจะได้เดินออกจากจวนท่านผู้ตรวจการก็เป็่ปลายยามเว่ยแล้วพี่สาวของนางกลับไปที่จวนท่านรองเ้าเมือง ส่วนนางจะพักที่บ้านของครอบครัวในเมืองเฉิงตือโดยครอบครัวของนางจะมาร่วมงานเลี้ยงฉลองนี้ด้วย นางคาดว่า พวกเขาน่าจะเดินทางใกล้ถึงบ้านพักที่เมืองเฉิงตือแล้ว
ในระหว่างเดินทางกลับบ้านพักรถม้าของนางกลับหยุดกะทันหัน แต่โชคดีที่นางและสาวใช้ไม่ได้รับาเ็ใดใดองครักษ์ฉางเกิงเดินมาที่ด้านข้างรถม้า แล้วกล่าวว่า
“ขอโทษขอรับคุณหนูรถม้าคันข้างหน้าหยุดกะทันหัน คุณหนูได้รับาเ็หรือไม่ขอรับ”
“ไม่มีใครในนี้ได้รับาเ็เ้าช่วยไปดูที่รถม้าคันข้างหน้าให้ที ว่า้าความช่วยเหลือหรือไม่”
“ขอรับคุณหนู”
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าไปดูเองดีกว่า”
หวังิซินลงจากรถม้าแล้วเดินไปยังรถม้าคันข้างหน้าที่จอดขวางทางอยู่บนถนน ภาพที่นางได้เห็นคือ มีสตรีสวมชุดสีเขียวอุ้มลูกอยู่ในอ้อมอกนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้น เด็กมีอายุประมาณสามปีและมีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของสองแม่ลูก ซึ่งนางจำได้ว่าหญิงสาวผู้นี้คือโจวจื่อเชียน คนที่้าซื้อสิ่งของจากนาง
“ดีแล้วที่พวกเ้าสองแม่ลูกไม่ได้รับาเ็ทีหลังให้ระวัง อย่าวิ่งตัดหน้ารถม้าเช่นนี้อีก มันอันตรายมากพวกเ้าโชคดีที่คนขับรถม้าของข้าหยุดม้าได้ทัน” โจวจื่อเชียนกล่าวกับสตรีที่อุ้มลูกไว้ในอ้อมอก
“ข้าต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะคุณหนูลูกของข้าไม่สบาย ข้าร้อนใจยิ่งนักข้าจะรีบเข้าป่าเพื่อไปหาสมุนไพรมารักษาลูกเ้าค่ะ”
“ลูกไม่สบาย ทำไมไม่ไปหาหมอเล่าแล้วเ้าจะอุ้มลูกไปหาสมุนไพรด้วยหรือ พ่อของเด็กไปไหนเสียเล่า”
“สามีของข้าไปทำงานที่เมืองอื่นได้สี่เดือนแล้วเ้าค่ะเงินที่เขาให้ไว้ก่อนออกเดินทางไม่เหลือแล้ว เพราะลูกของข้าร่างกายไม่แข็งแรงต้องไปโรงหมออยู่บ่อยครั้ง ข้าจึงคิดว่า จะลองขึ้นเขาไปหาสมุนไพรเพื่อมารักษาลูกเพราะถ้าปล่อยไว้ ลูกของข้าต้องตายแน่เ้าค่ะ” ผู้เป็แม่กอดลูกของตนเองไว้แน่นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พวกเ้าช่างน่าสงสารเหลือเกินข้าจะช่วยพวกเ้าเอง เ้าอุ้มลูกขึ้นรถม้าของข้าเถิด ข้าจะไปส่งที่โรงหมอส่วนค่ารักษาของเด็ก ข้าจะรับผิดชอบให้เอง”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะคุณหนูขอบคุณมากเ้าค่ะ” ผู้เป็มารดาเอ่ยคำขอบคุณพร้อมกับผงกหัวคำนับหญิงสาว
“รีบขึ้นรถม้าเถิด”
“ชุดและร่างกายของข้าสกปรกเ้าค่ะข้าขอเดินตามรถม้าของท่านไป ข้าไม่อยากทำให้รถม้าของท่านต้องเปื้อนเ้าค่ะ”
“สกปรกก็ทำความสะอาดใหม่ได้เด็กสีหน้าดูแย่มาก ถ้าไปถึงโรงหมอช้าอาจจะสายเกินแก้ได้ เ้ารีบขึ้นรถม้าเถอะช่วยชีวิตคนสำคัญกว่ามาก”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ขอบคุณมากเ้าค่ะคุณหนู”
หวังิซินมองตามรถม้าที่กำลังพาเด็กไปส่งยังโรงหมอจนลับสายตาจึงได้เดินกลับไปขึ้นรถม้าของตนเอง เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวสาวใช้ตัวน้อยของนางได้เอ่ยว่า
“ครั้งแรกที่ได้เจอคุณหนูผู้นั้นข้ารู้สึกว่า นางมิใช่คนดีเ้าค่ะ”
“นางชื่อ โจวจื่อเชียน”ิซินบอกชื่อของหญิงสาวผู้นั้น
“วันนั้นข้ารู้สึกว่า คุณหนูโจวจื่อเชียนมิใช่คนดีแต่วันนี้ข้าเปลี่ยนความคิดแล้วเ้าค่ะ นางเป็คนดีคนหนึ่งเ้าค่ะ”
“ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่า ดูคนอย่าดูแต่ภายนอกอย่าเพิ่งตัดสินคนที่เคยพบกันไม่กี่ครั้ง” เป็ซิ่งฮวาที่เอ่ยกับเพ่ยฟาง
“เ้าค่ะพี่ซิ่งฮวา”
ผ่านไปสักพักรถม้าของหวังิซินได้จอดที่หน้าบ้านพักของครอบครัวในเมืองเฉิงตือซึ่งตั้งอยู่ในทำเลบ้านของผู้มีอันจะกินผู้คนไม่พลุกพล่านเพราะบ้านในละแวกนี้ใช้เป็ที่อยู่อาศัยไม่ได้ทำการค้าจากตำแหน่งของบ้านสามารถเดินเท้าเข้าไปในตลาดและสำนักศึกษาโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อพี่สี่ของนางเคยอาศัยอยู่ที่นี่เพื่อเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาเดียวกับพี่เขยก่อนจะเข้าไปสอบในเมืองหลวง
ด้านหน้าบ้านมีปี่เซี่ยะตัวใหญ่ที่สลักจากหินอยู่หนึ่งคู่นางเป็ผู้จัดหาปี่เซี่ยะคู่นี้มาวางที่หน้าบ้านเอง เพราะปีเซี่ยะเป็สัตว์มงคลที่เน้นการเรียกทรัพย์ หาเงิน เหมาะสำหรับคนที่ทำกิจการการค้าทุกชนิดนำพาเงินทองเข้ามาให้
โดยปี่เซียะเป็สัตว์ที่รวมลักษณะของสัตว์มงคลทั้ง5ชนิดไว้ด้วยกัน ได้แก่ ั สิงโต อินทรี กวาง และแมว ซึ่งปี่เซี่ยะคู่นี้นางได้ให้ซินแสเป็ผู้คัดเลือกมาให้โดยต้องมีลักษณะที่ดีคือ อ้าปากรับทรัพย์ หางยาวกวักโชคลาภยกหัวข่มให้คู่แข่งเกรงขาม ฝ่าเท้าตะปบเงิน ก้าวขาก้าวหน้า ลิ้นยาวตวัดเงินทองอกใหญ่ผายผึ่ง ดูองอาจและน่าเกรงขาม ไม่มีรูทวาร เพื่อกักเก็บทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหล