เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 131 สุนัขกัดสุนัข

            เยี่ยนเจาเจาไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเพียงแต่คำพูดที่กล่าวมันเป็นสิ่งที่ออกมาจากด้านใน “บนโลกใบนี้มีเพียงสุนัขกัดกับสุนัขเท่านั้นที่น่ามองที่สุดคุณชายเจียงคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

            เจียงไหวยกริมฝีปากขึ้นเขาอดไม่ได้จนต้องดันลิ้นหนาไปที่ฟันกราม จากนั้นรอยยิ้มกว้างก็เผยออกมา “ใช่”

            แน่นอนว่าเยี่ยนเจาเจาไม่คิดพึ่งพาเรื่องนั้นเพื่อแยกไป๋ฝูฉวีและเฉินเหลียนเอ๋อร์ให้แยกจากกันนางแค่ต้องการเตือนเฉินเหลียนเอ๋อร์ เผื่อว่าหลังจากนี้ตอนที่ความลับถูกเปิดเผยออกมามันอาจเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยาก

            เมื่อคิดถึงจุดนี้เยี่ยนเจาเจาจึงลดสายตาลงมองไปยังเฉินเหลียนเอ๋อร์ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงห้องปีกชั้นสองอีกทั้งยังมองเห็นสีหน้าของนายท่านเฉินที่แสดงออกมาทั้งหมด

            นายท่านเฉินไม่พอใจกับการกระทำของเฉินเหลียนเอ๋อร์ตอนที่เฉินเหลียนเอ๋อร์เดินเข้ามาเขายกมือขึ้น นายหญิงเฉินเป็นฝ่ายให้ท้ายนางรีบเอาตัวของเฉินเหลียนเอ๋อร์มาปกป้อง อีกทั้งยังกล่าวต่อนายท่านเฉินเพื่อปกป้องนางอีกสองประโยค

            ก่อนหน้าต่างของห้องปีกชั้นสองจะปิดสนิทเยี่ยนเจาเจาจำสายตานายท่านเฉินที่มองไปยังไป๋ฝูฉวีได้สายตานั้นดูผงะไปชั่วขณะอีกทั้งมีความประหลาดใจ มุมปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะปิดบานหน้าต่างของตนลง

            กระแสน้ำวนรอบแรกได้หมุนผ่านไปท้ายที่สุดจะวนเป็นรูปแบบใดนั้น ก็ต้องดูนักแสดงของเรื่องว่าจะสามารถพลิกแพลงละครเรื่องนี้ไปในรูปแบบใด

            เยี่ยนเจาเจาและเจียงไหวเริ่มพูดถึงหัวข้อการสนทนาอื่นราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเฉินเหลียนเอ๋อร์เมื่อครู่นั้นมิเคยเกิดขึ้นมาก่อน

            เจียงไหวเป็นผู้มีประสบการณ์และความรู้มากมายเยี่ยนเจาเจาเองก็โดดเด่นมากเช่นเดียวกัน

            ในช่วงเวลากว่าครึ่งปีที่ได้ศึกษาในตระกูลหยวนทำให้ลีลาการสนทนาและความรู้ของนางเพิ่มขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ในตอนที่พูดคุยกับนางก็ยิ่งทำให้ลืมไปว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเด็กสาววัยเยาว์ทำให้คิดไปว่าตนและนางเป็นคนในวัยเดียวกัน

            เจียงไหวต่างออกไปจากคนอื่น

            คนอื่นๆมักคิดว่าเยี่ยนเจาเจาเป็นคนประหลาด แต่เจียงไหวคิดว่าโลกกว้างใหญ่ไม่พิสดารนั้นไม่มีเด็กคนหนึ่งจะฉลาดเร็วกว่าปกติก็มิใช่เรื่องใหญ่อะไร

            ทั้งสองคนสนทนากันอย่างออกรส

            สุดท้ายเยี่ยนเจาเจารินชาให้กับเจียงไหวด้วยมือของตัวเองคำพูดที่กล่าวออกมาก็ราวกับมีคำตอบอยู่ในนั้น “คุณชายเจียงยอดเยี่ยมเช่นนี้ควรรักษาชีวิตของตนไว้ให้ดีถึงจะถูก แม้ว่างานที่จวนว่าการจะน่าเบื่อไปสักหน่อยแต่มันอาจมีบางอย่างที่พัวพันกับเรื่องทั้งหมดเกรงว่าสิ่งนั้นอาจทำให้ผู้อื่นหมองใจได้ ”

            “เหตุใดจึงได้กล่าวเช่นนี้เล่า?” เจียงไหวผงะไปครู่หนึ่งเขาถามประโยคนั้นโดยไม่รู้ตัว

            แล้วเหตุใดถึงได้เกี่ยวพันถึงชีวิตกัน?

            อย่างมากเขาก็แค่ไม่อยากจะรับราชการการละเลยต่อหน้าที่ โทษหนักที่สุดอย่างมากก็ต้องออกจากหน้าที่แล้วกลับบ้านเกิดของตนไปแน่นอนว่าเยี่ยนเจาเจาอายุยังน้อย จึงอาจมีบางสิ่งที่ยังเข้าใจได้ไม่ชัดเจน

            ในตอนนี้เกรงว่าเจียงไหวก็น่าจะยังคาดมิถึงว่าเรื่องเช่นนั้นจะเกิดขึ้น

            “ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า บนโลกใบนี้มีเรื่องราวที่คุ้มค่าพอให้ทำหากว่ามันตกไปอยู่ในมือของคนอื่น เช่นนั้นมันก็มิจำเป็นอีก”

            นิ้วเรียวของเยี่ยนเจาเจาอยู่บนถ้วยชาสีขาวละเอียดเหมือนกับสีของถ้วยชาที่ขาวสะอาด

            “ท่านลองคิดดู ทิวทัศน์ของเมืองซูโจวแห่งนี้เกรงว่าท่านน่าจะยังเห็นไม่หมดแล้วไยถึงต้องจากซูโจวไปด้วยเล่า ทิวทัศน์ของเมืองเซียงเฉิงและเมืองซูโจวนั้นไม่เหมือนกันหรอกนะเจ้าคะ”

            แน่นอนว่านางไม่สามารถกล่าวกับเจียงไหวได้ว่าในช่วงเวลานี้หากเขามิอาจทำหน้าที่ของตนให้ดีก็จะโดนผู้อื่นจับและทุบตีหลายต่อหลายครั้งหลังจากนั้นกลายเป็นผีก็ไม่ใช่คนก็ไม่เชิง ยังเป็นผู้ทรยศต่อแคว้นเมื่อเป็นดังนั้นนางจึงทำได้เพียงเรียบเรียงคำพูดออกมาให้สละสลวย

            ประโยคนี้หากเป็นผู้อื่นกล่าวเกรงว่าเจียงไหวคงคิดว่ามันเป็นเพียงคำพูดที่ดูซ้ำซากและไร้สาระแต่คำพูดของเยี่ยนเจาเจากลับเป็นประโยคที่มีความหมาย

            สิ่งที่นางกล่าวไม่ได้เป็นความชอบธรรมใดๆของแคว้น อีกทั้งไม่มีความเกี่ยวข้องกับแผนการที่ยิ่งใหญ่อะไร เมืองเจียงหนานมีทิวทัศน์ที่งดงามชีวิตเป็นสิ่งมีค่า หากมีชีวิตรอดมันก็มีเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้เขาทำ

            คิดอย่างรอบข้างยังมีทิวทัศน์อีกมากมายที่เขายังไม่เคยพบเจอมีทิวทัศน์อีกนับหมื่นที่ไม่เป็นดั่งหวัง ชีวิตนี้ถือเป็นสิ่งมีค่าอย่างแท้จริง

            และอีกประการประโยคนี้มันยังเตือนใจเขาไปโดยปริยาย

            เจียงไหวเองก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศที่จวนว่าการมีบางอย่างที่ไม่เป็นปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขาที่นับวันก็ยิ่งเข้มงวดมากยิ่งขึ้นการถูกสอบปากคำข้างถนนของเขาใช่ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งแรก ไม่แปลกใจเลยที่แม้แต่เยี่ยนเจาเจาเองก็ยังรู้สึกได้ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มาดี

            ไม่รู้ว่าท่านปู่ไม่พอใจเขาหรืออย่างไรยามนี้จึงได้ส่งคนมากำชับให้เขาตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดี?

            หากเป็นเช่นนั้นเจียงไหวก็รู้สึกว่าพอจะวางใจได้มิน่าเล่า ช่วงนี้ที่จวนว่าการเขาจึงมักรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็ม [1]

            เขาสูญเสียบิดาไปตั้งแต่ยังเล็กมารดาแต่งงานไปมีครอบครัวใหม่ เขาได้รับการดูแลอยู่ข้างกายเจียงหย่งมาโดยตลอดความสัมพันธ์ระหว่างเขาและท่านปู่จึงไม่ธรรมดา

            หากเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ท่านปู่ต้องการมันก็น่าจะดีกว่าหากเขาตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดี จนไม่มีใครสามารถจ้องจับผิดได้

            หากมิใช่ก็จำเป็นต้องพิจารณาถึงจุดประสงค์ที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังแม้ว่าการละเลยต่อหน้าที่จะเป็นเรื่องที่ดูไม่น่ามองแต่ตัวเขามีความพิเศษอันใดที่ทำให้คนเหล่านั้นต้องมาจับตามองด้วยเล่า?

            เจียงไหวคิดไม่ว่าจะเป็นอย่างไรการรับราชการก็ไม่ได้เป็นแผนในระยะยาวแล้วเบื้องหลังจะต้องมีสิ่งใดที่ไม่ชอบมาพากลเป็นแน่ เขาอยากสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง

            ยิ่งไปกว่านั้นพวกเจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าในนั้นมีอะไรที่น่าสนใจเลยสักนิด

            ตอนนี้น่าจะยังมีความเสี่ยงเช่นนี้อยู่เจียงไหวคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเบื่อยิ่งนัก

            เยี่ยนเจาเจาเข้าใจความคิดของเขาจึงกล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ “อยู่ในหน้าที่ก็ต้องตั้งใจ หากมิใช่ เช่นนั้นก็ช่างมันปะไร”

            ความหมายของนางเรียบง่ายชัดเจนเพื่อเป็นการตัดความวุ่นวายรวดเร็วที่สุด ออกจากราชการอยู่ให้ห่างจากเว่ยวั่งสวินยิ่งไกลยิ่งดีเตรียมการให้พร้อม โอกาสที่เขาจะลงมือก็จะยิ่งน้อยลง... ยิ่งไปกว่านั้นเยี่ยนเจาเจาก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านป้าของนางให้คนอย่างเว่ยวั่งสวินทำงานอยู่ที่กองบัญชาการใหญ่เมืองซูโจว

            รอจนเขาส่อพิรุธออกมาเองเยี่ยนเจาเจาไม่นึกรังเกียจที่จะไปส่งเขาสักครา

            เห็นแววตาของเจียงไหวเผยความเฉียบแหลมออกมาเยี่ยนเจาเจาก็รู้ว่าเป้าหมายของตนได้บรรลุแล้ว

            ด้วยความเฉลียวฉลาดของเจียงไหวจึงสามารถค้นพบเรื่องราวที่แสนเรียบง่ายระหว่างเว่ยวั่งสวินและเจียงหย่งเยี่ยนเจาเจาเตือนเขาล่วงหน้า เกรงว่าการที่เว่ยวั่งสวินจะวางแผนใส่เจียงไหวคงไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้นแล้ว

            กลับมาหนึ่งก้าวหากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อชาติก่อนยังคงเกิดขึ้นเพื่อรักษาความสงบสุขของแคว้นต้าซีในระยะเวลาอันสั้น เยี่ยนเจาเจาก็ไม่รังเกียจที่จะเปิดเผยสถานะของตนต่อเว่ยวั่งสวินให้เขาก้มศีรษะต่อนาง

            การหยอกเล่นโดยอาศัยอำนาจส่วนรวมแก้แค้นส่วนตัวเยี่ยนเจาเจาคิดว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งที่จัดการได้อย่างง่ายดาย?

            ระหว่างทั้งสองเกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่งเจียงไหวกำลังวางแผนเรื่องราวหลังจากนี้ส่วนเยี่ยนเจาเจาก็คิดว่าสถานการณ์ของเมืองเซียงเฉิงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว

            จวบจนตอนนี้องค์หญิงฉงหยางมารดาของนางก็ยังอยู่ในสถานะแสร้งเสียชีวิตนั่นก็หมายความว่าฝ่ายฮ่องเต้หญิงในตอนนี้ยังไม่ใช่ฝ่ายที่ได้เปรียบ

            เป็นความคิดเพียงด้านหนึ่งสิ่งที่เยี่ยนเจาเจากังวลก็คือความเสี่ยงที่อยู่ในนั้น

            เพียงแต่กระวนกระวายไปก็ไร้ประโยชน์น่าจะดีเสียกว่าหากเยี่ยนเจาเจาโตขึ้น โตพอจะสามารถยืนเคียงข้างทุกคนได้

            เยี่ยนเจาเจาบิดนิ้วของตนไปมาอย่างไม่รู้ตัวตอนที่เงยหน้ามองเจียงไหวอีกครั้งก็ได้สบเข้ากับดวงตาของเขา

            ทั้งสองคนต่างเห็นความกลัดกลุ้มที่อยู่ในก้นบึ้งของแววตา

            “ขอบใจยิ่งนัก” เจียงไหวกล่าวเสียงเบา “ค่าน้ำชาวันนี้ข้าจ่ายแล้วแม่นางหยวนเป็นผู้ปราดเปรื่อง ขอบคุณแม่นางมากสำหรับคำชี้แนะ”

            เยี่ยนเจาเจาเม้มปากส่ายศีรษะไปมาพร้อมรอยยิ้ม

            เจียงไหวลุกขึ้นกล่าวคำอำลาดูเหมือนเขาสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของตนแล้ว ตอนนี้เกรงว่าคงอยากกลับบ้านไปเพื่อหาข้อพิสูจน์

            เยี่ยนเจาเจาไม่ได้รั้งเขาเอาไว้นางลุกขึ้นเพื่อส่งอีกฝ่าย ตัวนางเองก็ต้องกลับไปที่จวนสกุลหยวนแล้ว

            ว่าแต่เฉินเหลียนเอ๋อร์คนนี้

            เฉินเหลียนเอ๋อร์ไม่รู้ตัวเลยว่าตนนั้นโดนเยี่ยนเจาเจาวางแผนใส่ที่หอเทียนเซียงแห่งนี้อีกครั้งทว่าสิ่งที่กลัวมากที่สุดก็คือท่านพ่อของตน นายท่านเฉินเป็นคนอารมณ์ร้อนมิเป็นสองรองใครนางกลัวเขามาตลอด

            ยามที่เดินเข้าห้องฝั่งปีกนางเดินไปซ่อนอยู่ด้านหลังของนายหญิงเฉิน เป็นตายก็ไม่คิดที่จะเดินออกมา นายหญิงเฉินวุ่นอยู่กับการปลอบประโลมบุตรสาวมีเพียงชายหนุ่มดวงตาดอกท้อเท่านั้นที่สามารถมองเห็นแววตาของนายท่านเฉินที่มองไปยังไป๋ฝูฉวี

            รอจนถึงตอนที่เฉินเหลียนเอ๋อร์กล้าเดินออกมาจากด้านหลังผู้เป็นมารดานายท่านเฉินก็ได้เริ่มถามชายหนุ่มด้วยท่าทีที่ดูมีไมตรีจิตแล้ว ไป๋ฝูฉวียืนอยู่ด้านข้างเขาและพูดออกมาบ้างเป็นครั้งเป็นบรรยากาศที่เข้ากันได้อย่างกลมกลืนโดยมิมีใดเปรียบ

            เฉินเหลียนเอ๋อร์ไม่คิดว่ามีปัญหาอะไรแต่นายหญิงเฉินที่ยืนอยู่ชั้นบนและได้ยินเรื่องทั้งหมด กลับไม่มีความประทับใจอะไรต่อไป๋ฝูฉวีเลย

            นายหญิงผู้อยู่เรือนหลังเคยชินกับการเจอกลอุบายมากมายมีหรือที่จะไม่เข้าใจลูกไม้ตื้นๆ ของไป๋ฝูฉวี

            ดวงตาของนายหญิงเฉินมองวนรอบตัวไป๋ฝูฉวีอย่างจับผิดนางลากตัวเฉินเหลียนเอ๋อร์ออกมาก่อนกล่าวด้วยเสียงต่ำ “นี่คือสหายบ้านเดียวกันที่เจ้าเขียนมาในจดหมายอย่างนั้นเหรอ?”

            ในตอนที่เปิดอ่านจดหมายนางคิดว่าจะเป็นสตรีที่ดีแบบใดกันเฉินเหลียนเอ๋อร์มีนิสัยอย่างไรนางถือเป็นผู้เข้าใจมากที่สุด รู้ว่าด้วยนิสัยของเฉินเหลียนเอ๋อร์ยามศึกษาอยู่ที่สถานศึกษาสกุลหยวนเกรงว่าคงไม่มีมิตรสหายสักเท่าไร เมื่อจู่ๆ เฉินเหลียนเอ๋อร์มีสหายรักปรากฏขึ้นมาความประหลาดใจมากมายจึงเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

            วันนี้เมื่อได้มาพบกลับทำให้ผิดหวังยิ่งนัก

            เฉินเหลียนเอ๋อร์อายุยังน้อยนิสัยยังไม่สมบูรณ์คงที่ เดิมทีก็ยังดีๆ อยู่ สหายที่อยู่รอบตัวถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

            โชคดีที่ครั้งนี้ในตอนที่นายท่านเฉินออกเดินทางท่องเที่ยวได้พบกับบุตรชายคนรองของพ่อค้าชาวเหนือตระกูลหนึ่ง ซึ่งเรียนอยู่ที่สถานศึกษาตระกูลหยวนด้วยเช่นกันพ่อค้าคนนั้นบอกว่าบุตรของตนออกมาศึกษาที่ด้านนอกเกรงว่าจะพบเจอกับความยากลำบากดังนั้นจึงได้แนะนำให้พวกเขาทำเหมือนกับพวกตนเมื่อปีที่ผ่านมาเดินทางไปที่เมืองซูโจวเพื่อฉลองงานปีใหม่กับบุตร

            นายท่านเฉินคิดว่าเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมดังนั้นเขาจึงเดินทางมาที่เมืองซูโจวเพื่อรับเฉินเหลียนเอ๋อร์มาฉลองปีใหม่ด้วยกัน เฉินเหลียนเอ๋อร์และไป๋ฝูฉวีนั้นเปรียบดั่งพี่สาวน้องสาวหลังจากที่รู้ข่าวเรื่องนี้ก็รีบขออนุญาตผู้เป็นมารดา ด้วยอยากจะฉลองงานปีใหม่กับไป๋ฝูฉวีนายหญิงเฉินก็เพิ่งจะได้เห็นไป๋ฝูฉวีผู้มีชื่อเสียงอันโด่งดัง

            เดิมทีก็คิดว่าจะเป็นของดีวันนี้ได้มาพบ ดูเหมือนว่าไม่เห็นจะมีอะไร

            นายหญิงเฉินถอนหายใจออกมาสำหรับความผิดพลาดของตนนางไม่ควรฟังเฉินเหลียนเอ๋อร์พูดเพียงว่าสตรีผู้นี้ดีอย่างไรจนลืมที่จะตรวจสอบให้ดีไปเสียสนิท วันนี้ได้พบตัวเป็นๆก็รู้สึกได้เพียงความไม่สบายใจที่มีอยู่เต็มเปี่ยม

            ไม่ได้เจอกันมากว่าครึ่งปีท่าทีที่แสนบ้าคลั่งของเฉินเหลียนเอ๋อร์ในวันนี้ทำให้นางตกใจไม่น้อย

            แม้จะรู้ว่าก่อนหน้านี้เฉินเหลียนเอ๋อร์นิสัยเสียอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะเลวร้ายอย่างวันนี้ เหมือนกับสตรีปากร้ายด่ากราดกลางถนนอ้าปากพูดออกมาก็เป็นคำพูดสกปรก ไม่มีคราบคุณหนูที่เกิดจากตระกูลชนชั้นสูงอยู่เลย!

            สตรีที่เกิดจากความจนประจบประแจงสตรีที่เกิดจากชนชั้นสูงตามหน้าติดหลังอยู่ไม่วาย มิได้หมายความถึงวจีสังหารหรอกหรือ!

            แม้แต่นิสัยของนางก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆทุกวันยิ่งทำทุกอย่างตามอำเภอใจ เมื่อยืนอยู่ใกล้กัน มันจะไม่ยิ่งทำให้ตนเองดูอ่อนโยนลงเช่นนั้นหรือ?

            ยิ่งไปกว่านั้นอารมณ์ร้ายที่เหมือนประทัดของเฉินเหลียนเอ๋อร์ยังสามารถกลายเป็นอาวุธของคนอื่นได้นายหญิงเฉินรู้สึกเพียงปวดศีรษะ สายตาที่มองไปยังไป๋ฝูฉวีสามารถมองทะลุคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

            ไป๋ฝูฉวีเอียงตัวไปด้านข้างมุมสายตาของนางเหลือบเห็นแววตาของนายหญิงเฉินที่มองมายังตนในใจมีเสียงหัวเราะเย็นชาดังขึ้น ทว่าสีหน้ากลับยังคงแสดงภาพของความอ่อนโยน อากัปกิริยาก็ยังดูสวยงาม

            นายท่านเฉินเริ่มกล่าวชมไป๋ฝูฉวีไม่ขาดปากเขาหันมายังเฉินเหลียนเอ๋อร์ที่ยังคงเอาแต่พึ่งพาด้านหลังของนายหญิงเฉินก่อนกล่าวออกมาอย่างเจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้ “เจ้าน่ะเจ้าและฝูเอ๋อร์เรียนด้วยกัน เหตุใดถึงไม่ดูแบบอย่างความอ่อนโยนรู้เหตุรู้ผลและใฝ่เรียนเช่นฝูเอ๋อร์บ้าง! ได้ยินที่คนข้างล่างพูดเมื่อครู่หรือไม่ เจ้าจะถูกให้ออกจากการศึกษาแล้วนี่มันเรื่องอันใดกัน?!”

            --------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] นั่งอยู่บนพรมเข็ม หมายถึง จิตใจพะว้าพะวังไม่เป็นสุข

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808