เสียงไก่ขันดังก้องกังวานทำลายความเงียบสงบยามบ่าย
ซินเยวี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น มือของเธอขยี้เบาๆที่ดวงตาโดยไม่รู้ตัว
ฉันไม่ได้ตายไปแล้วเหรอ?นี่มันอะไรกัน?
เธอหลับตาลงอีกครั้งพยายามรวบรวมสติเพื่อทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทว่ายังไม่ทันที่ซินเยวี่ยจะคิดหาคำตอบได้มือที่อบอุ่นและหยาบกร้านจากการทำงานหนักก็วางลงบนหน้าผากของเธอตามมาด้วยเสียงกระซิบแ่เบาที่คุ้นเคย “ดีจริงๆเยวี่ยเยวี่ย ในที่สุดไข้ก็ลดแล้ว”
เสียงนี้คุ้นเคยเหลือเกิน...เสียงของพี่สาวคนที่สองหลินซินจู๋
ซินเยวี่ยลืมตาขึ้นทันทีภาพที่เห็นคือหญิงสาวในชุดลายดอกกล้วยไม้สีขาวนั่งอยู่ข้างเตียงหน้าท้องของเธอป่องนูนเล็กน้อย
“พี่ที่สอง...” ซินเยวี่ยคว้ามือของหญิงสาวไว้แน่นน้ำตาไหลพราก
เธอไม่เคยคิดว่าจะได้พบกับหลินซินจู๋พี่สาวคนที่สองของเธออีกครั้ง
ในที่สุดซินเยวี่ยก็เข้าใจว่าเธอได้กลับชาติมาเกิดใหม่กลับมาสู่ปี 1981 ในศตวรรษที่แล้วปีที่เธออายุสิบเก้าปี และเป็ครูในโรงเรียนประถมของหมู่บ้าน
เมื่ออายุสิบแปดปีเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยและทำคะแนนได้ดีเยี่ยมจนสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่เมืองหลวงได้แต่พ่อกลับเผาจดหมายตอบรับของเธอทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพ่อบอกว่าผู้หญิงจะเรียนมหาวิทยาลัยไปทำไม เรียนจบมัธยมปลายก็ถือว่าดีเกินพอแล้ว
การที่จดหมายตอบรับถูกทำลายทำให้ซินเยวี่ยร้องไห้ทั้งคืน
ต่อมาครูประจำโรงเรียนประถมในหมู่บ้านถูกย้ายไป ทำให้ต้องหาครูมาสอนแทนซินเยวี่ยขอร้องหลี่เจี้ยนจวิน ลูกชายของเลขาธิการหมู่บ้านและเธอก็ได้เป็ครูสอนแทนในโรงเรียนประถมแห่งนั้น เมื่อมีงานนี้เธอจึงไม่ต้องไปทำงานในทุ่งนา
เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอหลายคนมือหยาบกร้านผิวคล้ำเสีย นี่คือผลของการทำงานหนักซินเยวี่ยมีงานเป็ครูซึ่งเป็อาชีพที่น่านับถือ มือของเธอจึงไม่ต้องจับจอบเสียมทำให้ยังคงเรียวเล็กและนุ่มนวล ผิวของเธอก็ขาวผ่อง
ซินเยวี่ยไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาสู่วัยสิบเก้าปีได้พบกับพี่สาวคนที่สองหลินซินจู๋ที่เสียชีวิตไปแล้ว
เธอจำได้อย่างชัดเจนว่าพี่สาวคนที่สองกำลังตั้งท้องได้ห้าเดือนใน่ต้นเดือนธันวาคม พี่สาวคนที่สองก็จะคลอดแต่เนื่องจากแม่สามีของพี่สาวคนที่สองยืนกรานให้คลอดที่บ้าน จึงเกิดภาวะคลอดยากเด็กรอดชีวิต แต่พี่สาวคนที่สองกลับเสียชีวิตเนื่องจากอาการตกเืหลังคลอด
ดินบนหลุมศพของพี่สาวคนที่สองยังไม่ทันแห้งสามีของพี่สาวคนที่สองก็แต่งงานใหม่
เด็กที่พี่สาวคนที่สองให้กำเนิดถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ของสามีพี่สาวคนที่สอง
ในความทรงจำของซินเยวี่ยพี่สาวคนที่สองเป็คนที่รักเธอมากที่สุด
การที่ได้กลับมาเกิดใหม่และได้พบกับพี่สาวคนที่สองอีกครั้งทำให้เธอหวังว่าจะสามารถรั้งพี่สาวคนที่สองไว้ได้
การกลับชาติมาเกิดใหม่ทำให้ซินเยวี่ย้าเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตในชาติก่อนซึ่งรวมถึงการรั้งพี่สาวคนที่สองที่รักเธอมากที่สุดไว้ให้ได้
เมื่อเห็นซินเยวี่ยร้องไห้ หลินซินจู๋ก็ใ“เยวี่ยเยวี่ย เป็อะไรไป ทำไมร้องไห้ล่ะ?”
ซินเยวี่ยรีบเช็ดน้ำตาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ก็ฉันคิดถึงพี่นี่นาหลังจากแต่งงาน พี่กลับบ้านน้อยเกินไป ต่อไปพี่ต้องเลียนแบบพี่ใหญ่กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆ นะ”
ซินจู๋ยิ้ม “ได้ๆต่อไปพี่จะกลับมาเยี่ยมพวกเธอบ่อยๆ เยวี่ยเยวี่ย ทุกครั้งที่เธอเป็ไข้เธอจะไม่ชอบกินอะไรเลย ตอนนี้ไข้ลดแล้ว คงจะหิวแล้วสินะ พี่จะไปทำบะหมี่ให้กินนะ”
เมื่อได้ยินว่าจะได้กินบะหมี่ท้องของเธอก็ร้องโครกครากทันที
ครอบครัวของพวกเธอจนมากปกติแล้วแทบจะไม่ค่อยได้กินซาลาเปาที่ทำจากแป้งสาลี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบะหมี่เลย
เธอรู้ว่าบะหมี่ในบ้านจะต้องเป็ของที่พี่สาวคนที่สองเอามาจากบ้านสามี
บ้านสามีของพี่สาวคนที่สองอยู่ในเมืองพี่เขยทำงานในโรงอาหารของโรงเรียนมัธยม ชีวิตความเป็อยู่ค่อนข้างดี
ทุกครั้งที่พี่สาวคนที่สองกลับมาเยี่ยมบ้านเธอจะนำของมามากมาย เช่น บะหมี่ ขนมเปี๊ยะ ถังกวยแผ่นและลูกอมที่ซินเยวี่ยไม่ค่อยได้กิน
ประมาณสิบกว่านาทีต่อมาหลินซินจู๋ก็นำบะหมี่ร้อนๆ หนึ่งชามมาวางไว้ตรงหน้าซินเยวี่ยนอกจากบะหมี่แล้วยังมีไข่โปะหน้าอีกด้วย
ในยุคที่ขาดแคลนกินบะหมี่ใส่ไข่เป็เื่ที่ยากลำบาก
แม้ว่าซินเยวี่ยจะเป็ลูกคนเล็กในบ้านแต่เพราะเธอเป็ผู้หญิง เธอจึงไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควรของอร่อยในบ้านมักจะยกให้หลินเต๋อหัว พี่ชายที่อายุมากกว่าเธอสองปี
ทุกสัปดาห์พี่ชายจะได้กินไข่หนึ่งหรือสองฟองส่วนซินเยวี่ยก็ทำได้เพียงแค่มองตาปริบๆ
เธอเป็ครูประถม เงินเดือนทุกเดือนของเธอจะมอบให้กับแม่ทั้งหมดเธอไม่มีโอกาสที่จะใช้เงินที่หามาได้เพื่อดูแลชีวิตของตัวเองได้
“พี่ ฉันไม่ได้กินอะไรอร่อยๆแบบนี้นานมากแล้ว” ซินเยวี่ยกินบะหมี่เสียงดัง เธอค่อยๆกัดไข่อย่างช้าๆ ไม่กล้ากินให้หมดในคราวเดียว
ซินจู๋พูดด้วยความสงสาร“น้องสาวที่น่าสงสารของพี่...” หลังจากหยุดไปครู่หนึ่งซินจู๋ก็พูดต่อ “เยวี่ยเยวี่ย พี่พูดอะไรที่ไม่ควรพูดนะต่อไปอย่าเอาเงินเดือนทั้งหมดให้แม่เลยนะ เธอต้องเก็บไว้ใช้เองบ้างพ่อแม่ของเราสนใจแต่เต๋อหัวพวกเขาหวังว่าเธอจะหาเงินให้เต๋อหัวสร้างบ้านและแต่งงาน พวกเราต้องช่วยพวกเขาแต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยไม่ใช่เหรอ”
ซินเยวี่ยไม่คาดคิดว่าพี่สาวคนที่สองที่ซื่อตรงมาตลอดจะพูดอะไรแบบนี้กับเธอเธอจำได้ว่าในชาติก่อนพี่สาวไม่ได้พูดอะไรแบบนี้เลย เพราะพี่สาวซื่อตรงเกินไปจึงถูกแม่สามีกดขี่ข่มเหง
ซินเยวี่ยกลืนบะหมี่ลงคอแล้วพยักหน้าให้ซินจู๋อย่างหนักแน่น “พี่ในโลกนี้พี่ดีกับฉันที่สุดแล้วที่จริงฉันก็คิดว่าจะเก็บเงินเดือนของตัวเองไว้ส่วนหนึ่งเหมือนกัน”
เนื่องจากเพิ่งกลับชาติมาเกิดใหม่ซินเยวี่ยยังไม่ได้คิดว่าก้าวต่อไปจะทำอย่างไรแต่การไม่มอบเงินเดือนทั้งหมดให้พ่อแม่เป็สิ่งเดียวที่เธอคิดได้ในตอนนี้
หลังจากกินบะหมี่เสร็จซินเยวี่ยรู้สึกอิ่มแปล้ เธอจึงขอให้ซินจู๋พาเธอออกไปเดินเล่นข้างนอก
ภาพตรงหน้าเหมือนกับที่อยู่ในความทรงจำไม่มีผิดเพี้ยน