ในมิติวงกตที่ซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ หลังจากเสียงะเิสนั่นของการปะทะพลังระหว่างจวินเหรินและหลานอวิ๋นค่อย ๆ จางหายไป ความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง พื้นอวกาศที่บิดเบี้ยวและร้าวรานค่อย ๆ ซ่อมแซมตัวเองช้า ๆ ราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างคอยเยียวยา ชั้นมิติที่เคยสั่นะเืราวจะพังทลายก็ค่อย ๆ กลับสู่ความสงบนิ่ง แต่กลิ่นไอของพลังวิถีเทวะนิรันดร์ยังคงลอยคลุ้งในอากาศ ราวกับประกาศให้รู้ว่าการทดสอบฝีมือที่เลยเถิดนี้มิใช่เื่เล่น ๆ
จวินเหรินยืนหอบหายใจหนัก ดาบ ‘ดาราจักรวาลพิฆาต’ ในมือยังคงส่องประกายสีเงินอมฟ้า ลายดวงดาวและกลุ่มดาวหมุนวนรอบตัวดาบช้า ๆ ราวกับจักรวาลขนาดย่อส่วนที่ยังไม่สงบลง เืที่ไหลซึมจากมุมปากของเขาเริ่มแห้งกรัง พลังจากหยกัฟ้าคืนชีพไหลเวียนเข้ากับาแทุกแห่ง ทำให้ความเ็ปค่อย ๆ บรรเทาลง แต่ในใจของเขา ยังคงเต็มไปด้วยความครุ่นคิดลึกซึ้ง การประลองสามกระบวนท่าที่ควรจะจบลงอย่างสงบกลับกลายเป็การต่อสู้ที่แทบจะเอาชีวิตกัน เขาััได้ถึงความไม่ชอบมาพากลในแววตาว่างเปล่าของหลานอวิ๋น มันมิใช่เพียงการทดสอบฝีมือ แต่ราวกับมีความริษยาแฝงซ่อนอยู่ลึก ๆ
หงส์เพลิงหยวนยืนกั้นตรงกลาง ขวานั์ในมือยังคงแผ่พลังเพลิงร้อนแรงราวูเาไฟที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ กล้ามเนื้อกำยำสีทองแดงของเขาสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะหัวเราะก้องที่ดังราวฟ้าร้อง ผมสีแดงเพลิงสยายยาวพลิ้วไหวตามแรงลมที่เกิดจากพลังของเขาเอง ชายหนุ่มผู้นี้มีนิสัยมุทะลุ บ้าบิ่น พูดจาเสียงดังกังวาล และชอบดื่มสุราเป็ชีวิตจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็ผู้พิทักษ์ฝั่งตะวันออกของมิติแรกเริ่มแห่งห้วงนิรันดร์ ผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อหลิงหว่านเซียนอย่างสุดหัวใจ
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เ้าทั้งสองนี่มันเกือบจะทำลายมิติวงกตไปแล้วนะ! ถ้าท่านเทวราชกลับมาเห็นเข้า ข้าว่าพวกเ้าต้องโดนลงโทษหนักแน่!" หงส์เพลิงหยวนหัวเราะก้อง มือใหญ่ตบไหล่จวินเหรินเบา ๆ แต่ด้วยพลังของเขา มันเกือบทำให้น้องชายใหม่เซถลาไปด้านหน้า
หยวนหลิงที่นั่งยอง ๆ ข้าง ๆ พี่ชาย หัวเราะคิกคักตาม มือเล็ก ๆ จับขาของหงส์เพลิงหยวนแน่น ราวกับกลัวเขาจะหายไปไหน นางมองจวินเหรินด้วยดวงตากลมโตที่เป็ประกายสดใส
"พี่ชายจวินเหรินไม่เป็ไรใช่ไหม? การประลองเมื่อครู่น่ากลัวมากเลย! แต่พี่ชายเพลิงหยวนมาทันเวลาพอดี!"
จวินเหรินยิ้มบาง ๆ ลูบหัวหยวนหลิงเบา ๆ ก่อนจะหันไปขอบคุณหงส์เพลิงหยวน
"ขอบคุณท่านที่เข้ามาห้ามปราม มิเช่นนั้น... ข้าไม่แน่ใจว่ามันจะจบลงอย่างไร"
หงส์เพลิงหยวนโบกมือใหญ่ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงกัน
"อย่าคิดมากเลยเ้าหนู! ข้าเห็นเ้าต่อสู้ได้ดีนัก พลังดาบนั้นของเ้าทำให้ข้าอยากลองมือเสียจริง ๆ! แต่เอาเถอะ วันนี้พอแค่นี้ ไว้ครั้งหน้าค่อยมาดื่มสุราและประลองกันสักครา!"
หลานอวิ๋นที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง สีหน้าเ็าไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในดวงตาว่างเปล่านั้น กลับฉายแววไม่พอใจและริษยาที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นช้า ๆ เขาหันหลังจากไปโดยไม่เอ่ยคำใด ร่างกายค่อย ๆ เลือนหายเข้าไปในชั้นมิติที่ใกล้ที่สุด ทิ้งไว้เพียงไอเ็าที่ยังลอยคลุ้งในอากาศ
จวินเหรินมองตามหลังไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหาหงส์เพลิงหยวนและหยวนหลิงอีกครั้ง
"ท่านทั้งสอง... ขอบคุณจริง ๆ ข้าจะขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน"
หงส์เพลิงหยวนตบหลังจวินเหรินเบา ๆ (แต่ยังคงแรงพอที่จะทำให้เขาเซเล็กน้อย) แล้วหัวเราะก้อง
"ไปเถอะเ้าหนู! ไว้เจอกันใหม่!"
หยวนหลิงโบกมือลา ก่อนจะหายไปตามพี่ชาย
จวินเหรินยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในชั้นมิติของตนเอง พลังวิถีเทวะนิรันดร์ขั้นแรกทำให้เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย แต่ในใจยังคงเต็มไปด้วยคำถามและความกังวล
ทางด้านหลานอวิ๋น หลังจากหายตัวจากพื้นที่ประลอง เขาก็ปรากฏตัวขึ้นในจวนส่วนตัวของตนเองภายในมิติวงกต จวนนี้เป็สถานที่อันเงียบสงบ สร้างจากหินคริสตัลสีเงินอมเทาที่สะท้อนแสงดวงจันทร์เสี้ยวรอบด้าน ผนังจวนปักลายดวงจันทร์และกลุ่มดาวที่หมุนวนช้า ๆ ราวกับมีชีวิต ภายในห้องโถงหลัก มีโต๊ะหินแกะสลักตั้งอยู่กลางห้อง แสงจันทราเทียมส่องสว่างลงมาจากเพดานที่เปิดโล่งสู่ห้วงมิติ
หลานฉิงอวี่กำลังยืนรอเขาอยู่ที่นั่น นางสวมชุดเกราะบางเบาที่ทำจากเกล็ดัแสง สีเงินอมม่วง ผมสีม่วงอ่อนยาวสลวยพลิ้วไหวเบา ๆ ตามสายลมในจวน ใบหน้างดงามราวเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงฉายแววเ็าและระแวดระวังอย่างเคย
หลานอวิ๋นเดินเข้ามาช้า ๆ นั่งลงที่โต๊ะหินแกะสลัก มือเรียวเล็กยกขึ้นสะบัดเบา ๆ สร้างภาพมายาของการประลองเมื่อครู่ลอยขึ้นตรงหน้า
"อวี่เอ๋อร์ เ้าเห็นแล้วใช่ไหม? เด็กคนนั้น... จวินเหริน มีหยกัฟ้าคืนชีพติดตัว พลังของมันมหาศาลยิ่งนัก แม้เขาจะเพิ่งทะลวงขั้นแรก แต่ดาบที่เกิดจากสมบัติเทพาชิ้นนั้น... ‘ดาราจักรวาลพิฆาต’ มันสามารถรับพลังจันทรเสี้ยวพิฆาตดาราของข้าได้เกือบหมด"
หลานฉิงอวี่ยืนนิ่ง สีหน้าเ็าไม่เปลี่ยนแปลง นางเดินเข้ามาใกล้โต๊ะหิน มองภาพมายาที่หมุนวนช้า ๆ
"ใช่แล้วศิษย์พี่... ข้าเฝ้าดูเขามาั้แ่แรก พลังของหยกชิ้นนั้นไม่ธรรมดา มันเพิ่มพูนพลังวิถีเทวะนิรันดร์ของเขาให้เหนือกว่าที่ควรจะเป็ แม้ขั้นแรกแต่ก็เทียบเคียงกับยอดฝีมือในขอบเขตเซวียนเจี๋ยได้สบาย ๆ"
หลานอวิ๋นกำหมัดแน่นใต้โต๊ะหิน สีหน้าที่หล่อเหลายังคงสงบนิ่ง แต่ในดวงตาว่างเปล่านั้น ความริษยาแผ่ซ่านออกมาราวคลื่นใต้น้ำที่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นช้า ๆ เขาเคยเป็ศิษย์คนแรกของหลิงหว่านเซียน เคยได้รับความโปรดปรานสูงสุด แต่ั้แ่เด็กคนนั้นมาถึง ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป หยกัฟ้าคืนชีพชิ้นนั้นคือสมบัติาที่แม้แต่เขาก็ไม่เคยมีโอกาส มันสามารถสร้างสมบัติเทพาชิ้นใหม่ทุกครั้งที่ทะลวงขั้น พลังที่เพิ่มพูนอย่างเท่าทวี และความสามารถฟื้นคืนชีพที่ทำให้ยิ่งตายยิ่งแกร่ง... ทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกว่าตำแหน่งของตนเองกำลังถูกคุกคาม
"พลังของมัน... มหาศาลยิ่งนัก ข้าเคยได้ยินจากท่านอาจารย์ว่า หยกชิ้นนี้เป็เศษเสี้ยวของัฟ้าา มันไม่เพียงเพิ่มพูนพลังวิถีให้ผู้ แต่ยังฟื้นคืนชีพและทวีคูณพลังปราณทุกครั้งที่สิ้นชีพ เด็กคนนั้น... แม้จุดรวมปราณถูกทำลายแต่ก็ฟื้นกลับมาได้ด้วยมัน มันทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของวิถีเซียนทั่วไป"
หลานฉิงอวี่ฟังอย่างนิ่งเฉย สีหน้าไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเดินวนรอบโต๊ะหินช้า ๆ มือเรียวเล็กลูบขอบโต๊ะเบา ๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงแผนการบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานาน ในใจของนาง ความริษยาที่หลานอวิ๋นมีมิได้ส่งผลกระทบต่อนางมากนัก เพราะนางมีแผนการของตนเองที่รอเวลาที่เหมาะสม แผนการที่อาจพลิกผันทุกอย่างในมิติแห่งนี้ แต่ตอนนี้ นางยังคงเก็บงำมันไว้อย่างแเี
"ศิษย์พี่... หยกชิ้นนั้นพิเศษจริง ๆ แต่ข้าว่ามันยังไม่ใช่ทุกอย่าง เด็กคนนั้นเพิ่งทะลวงขั้นแรก ประสบการณ์ของเขายังน้อยนัก แม้พลังจะสูงส่ง แต่หากเผชิญหน้ากับศัตรูจริง ๆ อย่างเทียนกุยจื่อ เขาอาจไม่รอด"
หลานอวิ๋นหันมองหลานฉิงอวี่ ดวงตาว่างเปล่าฉายแววริษยาที่เพิ่มพูนขึ้นอีก
"ใช่... แต่ข้าไม่ชอบที่ท่านอาจารย์ให้ความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ หยกัฟ้าคืนชีพควรเป็ของผู้ที่คู่ควรยิ่งกว่า... เช่นข้า ข้าจะให้เ้าเฝ้าดูเขาต่อไป รายงานทุกความก้าวหน้า ทุกสมบัติเทพาที่เกิดใหม่ หากมีโอกาส... ข้าจะทำให้แน่ใจว่าเด็กคนนั้นมิอาจก้าวหน้าได้ไกลกว่านี้"
หลานฉิงอวี่ก้มศีรษะรับคำ สีหน้าเ็ายังคงนิ่งเฉย แต่ในใจ นางยิ้มเยาะเบา ๆ แผนการของนางมิได้เกี่ยวข้องกับความริษยาของหลานอวิ๋นโดยตรง แต่มันลึกซึ้งกว่านั้น มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ซ่อนไว้ในอดีตของนางเอง ความโศกเศร้าที่ฝังลึกและแผนการที่รอวันเปิดเผย เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึง นางจะใช้จวินเหรินและหยกชิ้นนั้นให้เป็ประโยชน์แก่ตนเอง โดยไม่ให้ใครล่วงรู้
"ข้าจะทำตามที่ศิษย์พี่สั่ง... แต่จงระวังตัวด้วย ท่านอาจารย์รู้ทุกอย่างในมิติแห่งนี้"
หลานอวิ๋นพยักหน้า ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ ภาพมายาจางหายไป ห้องโถงหลักกลับสู่ความเงียบงัน แต่ในใจของเขา ความริษยาได้กลายเป็เมล็ดพันธุ์ที่เริ่มงอกเงยขึ้นช้า ๆ ราวกับต้นไม้ที่รอวันเติบโตและกลืนกินทุกอย่างรอบตัว
ทางด้านหลิงหว่านเซียน ในขณะที่ศิษย์ทั้งสองกำลังพูดคุยกันในจวน นางกำลังยืนนิ่งอยู่ในห้วงนิรันดร์ส่วนตัวของตนเอง มงกุฎคริสตัลสีรุ้งบนศีรษะสะท้อนแสงดาวนับล้านดวง ชุดคลุมสีม่วงอมเงินพลิ้วไหวราวคลื่นจักรวาล นางยกมือเรียวเล็กขึ้น สร้างภาพมายาของการประลองระหว่างหลานอวิ๋นและจวินเหรินลอยขึ้นตรงหน้า
ภาพนั้นหมุนวนช้า ๆ แสดงให้เห็นทุกกระบวนท่า ทุกการปะทะพลังที่เลยเถิดไปไกลกว่าการทดสอบฝีมือธรรมดา นางถอนหายใจเบา ๆ ดวงตาสีม่วงอมทองฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง
"หลานอวิ๋น... เ้ากำลังปล่อยให้ความริษยาครอบงำจิตใจ... แต่บางที นี่อาจเป็บททดสอบสำหรับเ้าเอง"
นางสะบัดมือ ภาพมายาจางหายไป ก่อนจะหันตัวเดินหายเข้าไปในชั้นมิติที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ของจวินเหริน
จวินเหรินกำลังนั่งขัดสมาธิในชั้นมิติส่วนตัวของตนเอง พลังวิถีเทวะนิรันดร์ขั้นแรกไหลเวียนเข้ากับร่างกายช้า ๆ ช่วยฟื้นฟูาแจาการประลองเมื่อครู่ ดาบ ‘ดาราจักรวาลพิฆาต’ ถูกเก็บกลับเข้าไปในห้วงไร้ขอบเขต เขากำลังครุ่นคิดถึงพลังที่แผ่ออกมาจากหลานอวิ๋น มันเหนือกว่าตนเองมากนัก แม้จะมีหยกัฟ้าคืนชีพช่วยเพิ่มพูนพลัง แต่ความห่างชั้นในวิถีเทวะนิรันดร์ยังคงชัดเจนราวฟ้ากับเหว
ทันใดนั้น ร่างของหลิงหว่านเซียนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา นางยืนนิ่ง มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งสงบนิ่งและลึกซึ้ง
"เหรินเอ๋อร์... ข้าเห็นการประลองระหว่างเ้ากับหลานอวิ๋นแล้ว เ้าทำได้ดีนัก แต่บอกข้ามา เ้าคิดว่าเ้าพร้อมสำหรับการสะสางความแค้นแล้วหรือยัง?"
จวินเหรินลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะให้อาจารย์อย่างเคารพ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
"ท่านอาจารย์... ด้วยพลังที่ข้ามีในตอนนี้ ข้าคิดว่าข้าพร้อมแล้ว หยกัฟ้าคืนชีพทำให้พลังของข้าเหนือกว่าเทียนกุยจื่อ ข้าจะกลับไปแก้แค้นให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่สาวให้ได้"
หลิงหว่านเซียนถอนหายใจเบา ๆ ยกมือขึ้นสะบัด สร้างภาพมายาของเทียนกุยจื่อและพรรคพวกกำลังฝึกฝนอย่างหนักในห้วงพหุจักรวาลภายนอก พวกมันกำลังทะลวงขั้นต่อไป พลังมืดมิดแผ่กระจายออกไปราวพายุหมุน
"เ้ายังไม่พร้อม เหรินเอ๋อร์ แม้พลังของเ้าจะสูงกว่าเทียนกุยจื่อในตอนนี้ แต่ประสบการณ์ในการต่อสู้ของเ้ายังเทียบไม่ได้กับมัน เทียนกุยจื่อผ่านร้อนผ่านหนาวมานับพันปี มันรู้จักเล่ห์กลและกลยุทธ์ทุกอย่าง การเอาชนะผู้มีประสบการณ์โชกโชนอย่างมัน อาศัยเพียงระดับขั้นของพลังนั้นยังไม่ใช่คำตอบที่ควรไว้วางใจ"
จวินเหรินขมวดคิ้ว ดวงตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด
"ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไร?"
หลิงหว่านเซียนเดินวนรอบเขา ช้า ๆ ชุดคลุมพลิ้วไหวราวคลื่นจักรวาล
"เทียนกุยจื่อและพรรคพวกเหมือนจะรับรู้แล้วว่าเ้าหนูอย่างเ้าอาจมีผู้สูงส่งคอยช่วยเหลือ พวกมันจึงเร่งทะลวงวิถีขั้นต่อไปอย่างบ้าคลั่ง ขณะนี้ มันกำลังฝึกพลังมืดมิดให้ถึงขีดสุด เพื่อก้าวสู่ขอบเขตเซวียนเจี๋ยขั้นสี่หรือสูงกว่านั้น เ้าอาจมีพลังสูงกว่า แต่หากขาดประสบการณ์ เ้าจะถูกเล่ห์กลของมันเล่นงานได้ง่ายดายนัก"
จวินเหรินกำหมัดแน่น ความแค้นที่เคยวางลงชั่วคราวพลันแผ่ซ่านขึ้นอีกครั้ง แต่เขากดมันไว้ด้วยสติที่ได้จากการทะลวงขั้นแรก
"ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์... ข้าจะฝึกฝนต่อไป ไม่เพียงพลัง แต่รวมถึงประสบการณ์ด้วย"
หลิงหว่านเซียนพยักหน้า ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันหลังจากไป
"ดีแล้ว... จงเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อถึงเวลา ข้าจะส่งเ้ากลับไปยังโลกภายนอก"
ร่างของนางค่อย ๆ เลือนหายไป ทิ้งให้จวินเหรินยืนนิ่ง มองไปยังห้วงมิติที่ว่างเปล่า
เขาเข้าใจแล้วว่าการแก้แค้นมิใช่เื่ง่ายดาย พลังเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เขาต้องมีเล่ห์กล มีกลยุทธ์ และมีประสบการณ์ที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่าเทียนกุยจื่อ
ในขณะเดียวกัน ทางด้านเทียนกุยจื่อและพรรคพวก ในห้วงพหุจักรวาลภายนอก เรือักระดูกสีดำสนิทลอยเคว้งกลางอวกาศ พลังมืดมิดแผ่กระจายออกไปราวหมอกพิษที่ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด เทียนกุยจื่อนั่งขัดสมาธิตรงหัวเรือ พลังเซวียนเจี๋ยขั้นสามไหลเวียนรุนแรง หงหลันเซียนจื่อยืนข้าง ๆ พลังเพลิงสีแดงเพลิงลุกโชน และอาจารย์หลี่ที่นั่งคุกเข่าด้านหลัง สีหน้าซีดเผือดแต่ยังคงฝืนมีชีวิตอยู่
เทียนกุยจื่อลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำฉายแววเด็ดขาด
"จากที่ร่องรอยของหยกัฟ้าคืนชีพถูกเบี่ยงเบน... มีผู้สูงส่งคอยช่วยเหลือเด็กนั่นแน่ แต่ไม่เป็ไร เราจะเร่งทะลวงขั้นต่อไป ข้าจะก้าวสู่เซวียนเจี๋ยขั้นสี่ให้ได้ภายในสามเดือนนี้!"
หงหลันเซียนจื่อพยักหน้า พลังเพลิงรอบตัวนางลุกโชนยิ่งขึ้น
"ใช่แล้ว... หากเด็กนั่นมีผู้หนุนหลัง เราก็ต้องแข็งแกร่งให้มากกว่าเดิม"
อาจารย์หลี่ก้มศีรษะลงต่ำ
"ศิษย์จะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ"
พลังทั้งสามแผ่กระจายออกไป การฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง พวกมันรู้ดีว่าจวินเหรินยังไม่ตาย และหยกัฟ้าคืนชีพยังอยู่กับเขา การไล่ล่าจะไม่หยุดจนกว่าพวกมันจะได้สมบัติชิ้นนั้นมา
กลับมาที่มิติวงกต จวินเหรินนั่งขัดสมาธิอีกครั้ง พลังวิถีเทวะนิรันดร์ไหลเวียนช้า ๆ เขารู้ดีว่าทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่ด้วยคำเตือนจากหลิงหว่านเซียน เขาจะไม่ประมาทอีกต่อไป ความแค้นยังคงอยู่ แต่ตอนนี้ มันกลายเป็พลังที่ขับเคลื่อนเขาให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง