นายทหารอากาศเหลือบดูนาฬิกาข้อมือทาบบนพวงมาลัยรถ สี่ทุ่มคืนนี้อากาศปลอดโปร่งถนนโล่ง จากดอนเมืองเหยียบหน่อยไม่ทันครึ่งชั่วโมงถึงสุรวงศ์ เขาถอนหายใจเฮือก เมื่อบ่ายรัมภาเพียงพิศอยู่ที่ตำหนัก องค์ย่าน้อยรับสั่งกับเขาแล้วว่าคุณหญิงวิมุขมาศคนเล็กจะมารับประทานมื้อกลางวันด้วยกัน ครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่ พระองค์ประทับร่วมโต๊ะประหนึ่งทรงเป็ประธานตัดริบบิ้นเบิกฤกษ์พิธี ตรัสว่าย่าให้น้องมาเรียนทำอาหาร ประเดิมวันแรกด้วยขนมเล็บมือนางของโปรดที่พี่ชายหมอกบ่นอยากกิน เขาชำเลือง...แต่งตัวอะไรมาทำครัว กระโปรงแดงแข่งสีพริกบานแฉ่งไม่กลัวติดไฟไหม้หรือไง
ตลอดเวลารับประทานรัมภาเพียงพิศจีบปากเจื้อยแจ้วประจบองค์ย่าน้อย ท่านทรงว่าอย่างไรก็ว่าตามเป็ฉาก ๆ แม่ผันเก็บสำรับคาวยังไม่เสร็จดี ปากแดงรีบจัดแจงตั้งของหวาน องค์ย่าน้อยทรงคะยั้นคะยอให้เขาชิมที่น้องหญิงทำ รสชาติใช่อย่างที่นึกอยากทานไหม เ้าตัวทำหูทำตาลุ้นฟังคำติชมเสียยกใหญ่ รสชาติก็ฝีมือแม่ปองห้องเครื่องนั่นล่ะ ได้ไม่ถึงครึ่งเล็บมือนางของแม่ มะพร้าวขูดเป็ฝอยแห้งกระด้างเกินด้วย พอเขาบอกไม่เหมือนขนมแม่เป็อะไรต้องลิ้นเปลี้ย
“เพียงพิศต้องมาฝึกเยอะ ๆ แล้วสิคะ”
เสียงดัดหวานเยิ้มกระเทือนลิ้นปี่เหมือนตกหลุมอากาศ หัดเข้าครัวยังไงแป้งผัดหน้านวลเช้งไม่มีรอยเหงื่อสักหยด ลองถามดักคอก็ยิ้มยวนเล่นลิ้น
“มือก็ไกวดาบก็แกว่งค่ะ ปั้นแป้งไปด้วยสวยไปด้วย”
เขาตักตัวขนมเข้าปากงับ ๆ ไปงั้น อยากจะบอกว่าปั้นแป้งเก่งเท่าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อจะอร่อยกว่านี้ แต่ยั้งไว้แค่ส่ายหัว ปากแดงประหลาดขึ้นทุกวัน นับวันจริตจะก้านคล้ายคุณหญิงสลิลทิชขึ้นทุกที หรือเรียนมากสมองบวม เพี้ยน ? พี่ชายภูมิไม่เห็นเป็
นายทหารนักบินเล็งพิกัดโฉบหนีข้าศึก ต่อปากต่อคำกับผู้หญิงมีแต่แพ้เจ็บกบาลไปดีกว่า สบช่องก็ทูลองค์ย่าน้อยว่ามีงานด่วนที่กองบิน และเพื่อไม่ให้เสียคำกลายเป็โป้ปดเขาหยิบงานมาทำจริงๆ แปลงสารนิดหน่อยหารันเวย์ร่อนลงจอดรอดไม่ต้องพารัมภาเพียงพิศไปนั่งฟังเพลงตอนหัวค่ำ
ตรวจแบบพิมพ์เขียวงานซ่อมบำรุงเครื่องบินเสร็จเขาผุดนั่งผุดเดิน เรียกนรเดชกับวัลลภมากินข้าวเย็นด้วยก็แล้ว สั่งตัวเองว่าควรกลับบ้านพักผ่อนก็แล้ว ยังไม่คลายกระวนกระวายคิดถึงเธอคนนั้น ปกติเขาไม่อยู่สถานเริงรมย์เกินสี่ทุ่มแม้คืนวันเสาร์ รักษาร่างกายให้สมบูรณ์พร้อมเสมอเป็วินัยประจำชีวิตของนักบินขับไล่ แต่ใจไม่ยอมมีวินัยเร่งเร้าให้เท้ากดคันเร่ง ขืนปล่อยตัวเองเสียสมาธิอยู่แบบนี้พานจะเสียงานเสียการ สู้ไปเห็นหน้าให้สร่างพะวงคิดถึงเลยดีกว่า
ระหว่างขับรถเพลินอยู่ๆ แวบขึ้นมา แน่ละ... องค์ย่าน้อยต้องทรงระแคะระคายว่าเขามีหญิงที่สนใจอยู่ รัมภาเพียงพิศถึงมาประจ๋อประแจ๋ที่ตำหนัก สัญญาณอันตราย พระองค์ทรงรุกคืบไม่รู้จะรุกฆาตเมื่อไหร่ นึกแล้วเสียวสันหลังวาบ !
ถึงโรงแรมมณเฑียรตรงไปชั้นใต้ดิน ข่าวประชาสัมพันธ์ในหนังสือพิมพ์ลงว่าหนึ่งนาฏร้องเพลงที่นี่่เวลานี้ ผลักประตูเข้าไนต์คลับเสียงร้องลอยมาชโลมใจชุ่มชื่นทันที...หนึ่งนาฏอยู่บนเวที บริกรโค้งนำแขกผู้มาใหม่ยังโต๊ะที่เหลือชิดผนังด้านในสุด มุมไม่ถูกใจแต่ดีกว่าเสียเที่ยว ค่อนดึกลูกค้าคึกคักกว่าหัวค่ำ สั่งเครื่องดื่มแล้วเขาเอนหลังดื่มด่ำชมรูปชื่นฉ่ำฟังเสียงนักร้องสาวให้สมใจรบเร้ามา
่หนึ่งนาฏลงไปพัก ผู้จัดการหนุ่มใหญ่มนุษยสัมพันธ์ดีมาทักทายแขกผู้มาครั้งแรก หนุ่มแน่นหล่อเหลาเที่ยวคลับคนเดียวต้องมีแรงดึงดูดมา หนึ่งนาฏ นิลธวัล ลูกค้าหนุ่มคงรู้จักจากคลับอื่นแล้วตามมาที่นี่ เขาจัดเจนพอตัวอ่านความ้าของแขกออก บทสนทนาจึงวกเข้าเื่หนึ่งนาฏ ตอนนั้นนักร้องหญิงชาวฟิลิปปินส์หมดสัญญากลับประเทศบ้านเกิด เขาเปิดออดิชั่นโดยจะลองรับนักร้องคนไทยด้วย ถือว่าเสี่ยงเพราะหากเปลี่ยนแล้วยอดรายได้ตกเท่ากับทำงานพลาด หนึ่งนาฏมาทดสอบร้องเพลง เขากับผู้บริหารฝ่ายอื่น ๆที่เชิญมาร่วมฟังเห็นพ้องว่าผ่านทั้งน้ำเสียงและลีลาการร้อง แต่งหน้าทำผมเข้าทีแต่งตัวเข้าท่าแทบไม่ต้องขัดสีฉวีวรรณ จากนั้นจัดงานแนะนำกับสื่อมวลชนเป็ที่รู้จักในวงการขึ้นเรื่อยๆ
พูดคุยต้อนรับลูกค้าหน้าใหม่แล้วผู้จัดการขอตัว โล่งอกนิดหน่อยที่ชายหนุ่มผมสั้นแบบเ้าหน้าที่ตำรวจทหารไม่ได้ซักไซ้ลงลึก ลูกค้าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่รวมถึงไม่หนุ่มสนใจกันทั้งนั้น หนึ่งนาฏมีเ้าของหัวใจหรือยัง เขาย่อมไม่อยากขัดความพอใจลูกค้า แต่ล่วงล้ำชีวิตส่วนตัวนักจะขุ่นเคืองทำงานกันลำบาก หนึ่งนาฏร้องเพลงไทยมีเอกลักษณ์ของตัวเองส่วนเพลงสากลสำเนียงรื่นหู นักร้องเป็ตัวชูโรงเรียกลูกค้าได้ คลับไหนแขกไม่ติดรายได้ก็ไม่ขยับ แต่หากติดทำนองชู้สาวพัวพันโงหัวไม่ขึ้นก็พังมานักต่อนัก เขาปรายตายังโต๊ะหน้าเวทีที่เฮฮาเอะอะกว่าเพื่อน ไนต์คลับชั้นหนึ่งด้วยราคากรองระดับลูกค้าได้พอควร แต่กระเป๋าหนักแนวนักเลงมีมาให้หนักใจอยู่บ้าง คนนี้ชื่อเสี่ยครรชิต เชิญหนึ่งนาฏมานั่งที่โต๊ะ่พัก หล่อนหายเข้าห้องแต่งตัวไม่ยอมออกมาแน่
ผู้จัดการเข้าร่วมวงนายเสี่ยด้วยท่าทีร่าเริงสนิทสนมปนอ่อนน้อม พอเข้าที่ก็อธิบายว่าเหตุใดนักร้องสาวจึงยังไม่มาตามคำเชิญ
“ต้องขอประทานโทษจริงๆ ครับ หนึ่งนาฏเกรงใจแขกท่านอื่น มาโต๊ะนี้แต่ไม่กระจายไปโต๊ะโน้นบ้าง”
“โอ๊ยยย ไม่เป็ไร ๆ เข้าใจ ๆ ดาวรุ่งก็แบบนี้”
เสี่ยโอบบ่าตบไหล่ผู้จัดการยังกับรู้จักกันมาสามชาติ แล้วทิ้งตัวยกแข้งพาดเข่ากางสองแขนพาดหัวโซฟา เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนยิ่งแบะกว้างอวดทองเส้นโต เขาจึงพูดรับให้สมกับที่เสี่ยวางมาดจิตใจกว้างขวางสง่าผ่าเผยรอไว้แล้ว
“ขอบคุณจริงๆ ครับที่เสี่ยเข้าใจ หนึ่งนาฏเองก็ลำบากใจ คิวแน่นเพียบลงเวทีปุ๊บไปต่ออีกที่ปั๊บ ทักทายแขกไม่ทั่วถึงต้องขออภัยอีกครั้งครับ”
ยกยอพอเป็พิธีอีกเล็กน้อยผู้จัดการขอตัวไปดูแลงานต่อ หนึ่งนาฏมีพร์กับรูปโฉมเป็จุดเด่น เสียตรงชอบทำหน้าเฉยหน้าบึ้งไปหน่อย หัวแข็งพูดจาห้วนตัดแขกประเภทหมาหยอกไก่ หนักที่เขาต้องเป็หน้าด่าน นักร้องแข็งไปจะเสียลูกค้าอ่อนเชิงก็โดนตอดเล็กตอดน้อย แต่ก็อย่างว่าอายุงานยังต้องสะสมลูกล่อลูกชนกว่าจะแพรวพราวอย่างรุ่นเดอะ หรือไม่ก็ต้องมีแต่แขกอย่างหนุ่มโต๊ะเมื่อครู่ หากเป็คนในเครื่องแบบน่าจะชั้นสัญญาบัตร พูดจาสุภาพไม่กร่างแม้แต่น้อย พวกใส่สีเข้มคล้ายเครื่องแบบอย่างบริวารสามหน่อที่ห้อมล้อมเสี่ยครรชิตทะลึ่งเบ่งดีนัก!