บทที่ 10
อีอันไม่ได้ตอบ
ครู่หนึ่ง เมฟที่กำลังจ้องตาเขาอยู่พยักหน้า
"ต้องจ่ายเป็ค่าบอกข้อมูลด้วยสิ"
เธอหันไปมองที่ฟิลลิป ฟิลลิปควักกระเป๋าเงินออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ เมฟรับกระเป๋าเงินหยิบเหรียญทองออกมาวางบนโต๊ะโดยไม่ลังเล มันเป็เหรียญทองของจักรวรรดิที่มีมูลค่าสูงสุด
‘อยู่ดี ๆ ก็ให้เหรียญทองของจักรวรรดิ’
อีอันอ้าปากออกอย่างช้า ๆ
"มีคนตั้งใจสร้างที่ซ่องสุมโคโบลด์ หัวหน้าเผ่านั่นทรงพลังขึ้นจากการได้รับพลังเวทจากเขาคนนั้น"
สายตาของเมฟหันไปทางหัวหัวหน้าเผ่า
"รับพลังเวทงั้นเหรอ?"
"ใช่แล้ว มันมีลูกแก้วที่เต็มไปด้วยพลังเวทอยู่ตรงหน้าอก"
อีอันเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าและหยิบลูกแก้วออกมาจากมิติเก็บของ แต่ไม่ใช่ลูกแก้วที่ฝังอยู่ตรงหน้าอกของหัวหน้าเผ่า มันคือลูกแก้วเล็ก ๆ ที่พวกคนโง่ในหมู่บ้านขโมยไป
"นี่ไง สื่อกลางพลังเวทของนักเวทดำ"
"…!"
ดวงตาของเมฟเบิกโพลงขึ้น เธอมองไปที่ลูกแก้วราวกับจะทะลุทะลวง แล้วพูดขึ้น
"รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี แต่จะแน่ใจได้ยังไงว่านี่คือสื่อกลางพลังเวทของนักเวทดำ"
"ข้าได้เจอกับมัน สื่อกลางพลังเวทของพวกมันคือเปลี่ยนเด็กชนบทคนหนึ่งให้กลายเป็ตุ๊กตาหุ่นเชิด"
ดวงตาของเมฟหรี่ลง "แล้วเ้าก็ถือของแบบนั้นด้วยมือเปล่า ช่างใจกล้ามากเสียจริง"
อีอันยักไหล่ข้างหนึ่ง
"เพราะข้าไม่ได้อ่อนแอพอที่จะถูกมนต์สะกดได้"
ขณะที่จ้องอีอันราวกับกำลังตัดสินว่าเป็ความจริงหรือไม่ เมฟได้กล่าวออกมา
"เวอร์นอนพูดถูก ไม่อยากจะเชื่อเลย เมล็ดพันธุ์แห่งความมืดกำลังเติบโตในอาณาจักรอยู่จริง ๆ..."
อีอันสังเกตเห็นความไม่สบายใจในดวงตาที่เหมือนมรกตของเธอ
เมฟกล่าวเพิ่มเติม "เ้ารู้อะไรอีกไหม ถ้าเจอมันจริง ๆ ก็น่าจะทิ้งเบาะแสไว้นะ"
"พวกมันบอกว่าจะตามหาและฆ่าข้าอย่างแน่นอน เพราะว่าข้าได้ทำลายแผนการของพวกมัน แถมยังดูถูกข้าอีก"
ความจริงแล้ว เขายังจำสถานที่ซ่อนของพวกมันได้อยู่ เป็ข้อมูลที่มีค่าในการขายเหรียญทองหนึ่งเหรียญ ยังไงก็ไม่ได้คิดจะแบ่งของที่ยึดมาอยู่แล้ว
"งั้นเหรอ ช่วยได้มากเลย ตรวจสอบความจริงเป็ครั้งแรกแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ต้องตามไล่ล่า"
"เหลือเวลาไม่มากแล้ว"
ฟิลลิปที่ยืนอยู่ข้างหลังพูดอย่างระมัดระวัง "ถ้าจะไปถึงปราสาทภายในวันที่กำหนด อย่างมากที่สุด แม้จะจับได้ ก็ใช้เวลาไล่ล่าอย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์"
"แต่เราก็มีเบาะแสแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าไม่ได้จริง ๆ เมื่อไปถึงแล้วค่อยยื่นคำร้องต่อเสนาบดีก็ได้ ตอนนี้เรามีทั้งพยานและหลักฐานเลยนะ"
เมฟพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนจะเผชิญหน้ากับอีอันอีกครั้ง
"มีเื่รบกวนอีกเื่"
"พูดมาเลย"
"เ้าเอาสื่อกลางพลังเวทนั่นมาให้ข้าได้ไหม"
"ถ้าท่านเสนอราคาที่สมเหตุสมผลน่ะนะ ท่านก็รู้ว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าหากชำระล้างพลังเวทออกให้บริสุทธิ์"
เมฟวางถุงเงินบนโต๊ะอาหารราวกับคุ้นเคยกับวิธีการของอีอัน
"นี่คือเงินทั้งหมดที่ข้ามีตอนนี้ ถ้ารวมทั้งหมดก็คงประมาณ 10 เหรียญทองจักรวรรดิ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว"
เงินก้อนใหญ่ทีเดียว
อีอันยังมีลูกแก้วพลังเวทที่คล้ายกันและลูกแก้วพลังเวทระดับสูงกว่าอีกหนึ่งชิ้น ถ้าจะเอาอันนึงไปแลกเป็เงินก็ไม่เสียหายอะไร
"ไม่เลวเลย เข้าใจแล้ว"
อีอันหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา
หว่างคิ้วของเมฟที่ได้รับลูกแก้วไปแล้วกลับแคบลงเล็กน้อย
"อัปมงคลกว่าที่คิดนะเนี่ย"
อีอันที่เก็บเฉพาะเหรียญทองไปแล้วยื่นกระเป๋าเปล่าออกมาให้
"ระวังด้วยนะ เขาอาจกำลังแอบมองอยู่ก็ได้"
"เป็เื่ที่น่ายินดี กลับกัน ข้าจะหาที่ซ่อนของเขาเอง"
เมฟพูดอย่างเฉยเมยขณะเดียวกันเธอก็เก็บลูกแก้วลงในกระเป๋า และหันมาสบตากับอีอันอีกครั้ง
"อีกหนึ่งเื่ ถ้าเป็ไปได้ข้าอยากให้เ้าไปด้วยกัน"
"ข้าด้วยงั้นรึ… ?"
ในตอนนั้น หน้าต่างเควสต์ย่อยกึ่งโปร่งแสงก็ผุดขึ้นมาต่อหน้าอีอัน เขาพิจารณาเนื้อหาอย่างรวดเร็ว เป้าหมายง่ายนิดเดียว แค่เดินทางไปด้วยกันกับเมฟและฆ่านักเวทดำ
แต่ว่ามีข้อจำกัด กำหนดการก็คือจนกว่าเธอจะกลับเข้าปราสาท รางวัลคือแต้มสกิล 1 แต้ม
ตามที่คิดไว้ เป็ภาระกิจย่อยที่อีอันพลาดไป
'ในเกมเขาช้าไปสินะ หรือไม่ได้สนใจเลย’
เมื่อพิจารณาจากคำพูดของเมฟ เธอคงตามสืบอยู่คนเดียวในขณะที่กำลังมุ่งหน้าไปยังปราสาท เควสต์นี้จะต้องเผชิญหน้ากับเธอในระหว่างนั้นถึงจะได้มา
ขณะที่อีอันกำลังกดยอมรับเควสต์
"ตอนนี้คุณเป็พยานเพียงคนเดียว"
เสียงของเมฟพูดต่อ
"อาจจะมีพยานคนอื่นอยู่ก็ได้ แต่คำพูดของทหารรับจ้างที่มีความสามารถในการกำจัดที่ซ่องสุมโคบอลด์ด้วยตัวคนเดียวเชื่อถือได้มากกว่า"
อีอันพูดอย่างนิ่งเฉียบ
"ข้าทำให้นักเวทดำแค้น ตั้งตารอได้เลยว่าเขาจะเปิดเผยตัวตนเพื่อฆ่าเรา"
เมฟพยักหน้า
"ข้าไม่ปฏิเสธ"
"เ้าตรงไปตรงมาดีนะ แต่..."
อีอันเก็บสีหน้าและประสานมือทั้งสองข้างไว้
"อย่างที่บอกข้าคือทหารรับจ้าง หากท่านอยากร่วมเดินทางกับข้า ต้องตกลงร่วมกัน"
นอกเหนือจากเควสต์แล้ว เขาไม่คิดจะทำฟรี ๆ
"หมายถึงให้จ้างเ้ารึ?"
"ใช่แล้ว"
ฟิลลิปถอนหายใจอย่างเอือมระอา
"โอ้พระเ้าลูโซลาร์ เข้าใจแล้วว่าทำไมนักเวทดำถึงเคียดแค้น มีเงินมากมายแล้วยังพูดเื่เงินอีก"
"เ้าคงไม่เคยทำข้อตกลงที่ยุติธรรมสินะ ฟิลลิป อีกอย่าง…" อีอันบ่นพลางจ้องมองเมฟอย่างมีความหมาย "ถ้าจ้างข้า ข้าสามารถช่วยให้ตามหาเขาได้ แน่นอนว่าต้องจ่ายเพิ่มเมื่องานสำเร็จ"
"ตามหานักเวทดำ...? หรือว่าเ้ารู้ที่ซ่อนของเขาเหรอ?"
"ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ข้าสามารถตามหาจนได้ เพราะนั่นคืออาชีพของข้า"
หว่างคิ้วของเมฟแคบลงเล็กน้อยให้กับคำยืนยันของอีอัน "เ้าเป็นักแก้ปัญหาของหมู่บ้าน...มั่นใจสุด ๆ ไปเลยนี่"
"มีเวลาอาทิตย์นึงใช่ไหม ข้าจะหาที่ซ่อนของนักเวทดำให้แล้วหลังจากนั้นจะรับค่าตอบแทนเพิ่มนะ"
"ถ้าหาไม่เจอล่ะ?"
"ก็จะไปปราสาทด้วยกันอย่างเงียบ ๆ แล้วค่อยรับค่าจ้างตอนนั้น นี่เป็สัญญาที่เ้าไม่เสียหายเลย สามคนย่อมดีกว่าสองคนอยู่แล้ว"
"ฮึฮึ่ม…" เมฟบ่นพึมพำ
ฟิลลิปสังเกตจากด้านหลังของเธอด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ
"เมื่อไปถึงปราสาทแล้ว เ้าให้การเป็พยาน ข้าจะให้เหรียญทองปริมาณเท่าวันนี้อีก"
ฟิลลิปถึงกับปิดหน้าของเขากับคำตอบที่ตามมา
อีอันมองที่เขาแล้วก็ยิ้มกรุ้มกริ่มพลางพูดออกมา "แล้วถ้าหานักเวทดำเจอล่ะ?"
"้าค่าตอบแทนอะไรเพิ่ม?"
"ไม่รู้สิ…ดีเลย ท่านยอมอ่อนข้อให้แล้ว ข้าก็จะยอมให้ด้วยเหมือนกัน"
อีอันพูดออกมาอย่างช้า ๆ "ข้าจะเสนอค่าตอบแทนเพิ่มเติม หลังจากปราบนักเวทดำแล้ว รับรองว่าสมเหตุสมผล"
"…ความสมเหตุสมผลของเ้าเหมือนจะใจกว้างกับตัวเองมากเลยนะ"
แน่นอนอยู่แล้ว
อีอันคิดที่จะเสียสละศพของนักเวทดำให้กับเมฟและขอสิ่งที่ยึดมาทั้งหมด หากปฏิเสธข้อเสนอและยกเลิกสัญญา สิ่งของติดตัวและของที่ยึดมาของอัศวินหญิงและคนรับใช้ก็เพียงพอที่จะทำให้กลายเป็ของมีค่า ยังไงก็เป็ศัตรูอยู่แล้ว ตอนนั้นเควสต์ก็คงจะเสร็จเรียบร้อย
รอยยิ้มของอีอันกว้างขึ้น "ดูจากที่กังวล เหมือนท่านเองก็คิดว่าข้าจะหานักเวทดำเจอ"
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ราวกับว่าเขาพูดสิ่งที่ต้องพูดไปหมดแล้ว
"...ตกลง เอาล่ะ ทหารรับจ้างอีอัน โฮป ข้าจะจ้างเ้า แต่ต้องรับปากสัญญาในนามของข้า เมฟ ริอูเรล"
เมฟยืนขึ้นยื่นมือออกมา
อีอันจับไปที่ถุงมือของเธอ
"สัญญามีผลแล้วนะ"
"ขอให้มีความสามารถพอ ๆ กับความมั่นใจ ความซื่อสัตย์ก็ด้วย" เมฟกล่าวเพิ่มพลางปล่อยมือออก
อีอันยักไหล่และหันหลังกลับ
"ข้าไปเตรียมตัวก่อนนะ อย่างน้อยก็กินข้าวก่อน เดี๋ยวจะเรียกสาวใช้ลงมาให้"
เมื่อเขาเดินขึ้นบันได ฟิลลิปก็พูดออกมาเหมือนรอโอกาสอยู่แล้ว "นายท่านเชื่อเขาหรือขอรับ? เข้าใจว่าเป็กังวล แต่นี่…"
"ไม่ใช่เพราะเวอร์นอนหรอกเหรอ แค่อยากทำให้ความเป็ไปได้สูงขึ้นเท่านั้นเอง ลูกแก้วก็ปนเปื้อนอยู่ด้วย นักเวทดำที่สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาจะต้องสร้างความเสียหายอย่างมากต่ออาณาจักรอย่างแน่นอน ตอนนี้ากำลังจะมาถึง เราปล่อยให้ความเสี่ยงนั้นเกิดขึ้นไม่ได้"
ช่างภักดีเสียจริง
ขณะขึ้นบันได อีอันมองลงไปยังใบหน้าด้านข้างของเมฟ
เธอในตอนนี้ไม่มีเค้าลางของผู้อาฆาตแค้นที่จะฆ่ากษัตริย์และทำให้ปราสาทกลายเป็ทะเลเื
‘ก็…คงมีเหตุผลนั่นล่ะ เช่นเดียวกับการทรยศหักหลังอื่น ๆ’ อีอันระบายความคิดของเขาออกมา ตอนนี้เป็เวลาที่ต้องโฟกัสกับเควสต์
ถึงแม้จะอวดเก่ง แต่เวลาหนึ่งอาทิตย์ก็ไม่ค่อยพอเท่าไหร่ ดังนั้นก่อนที่จะไปตามหานักเวทดำ ต้องทำเื่บางอย่างก่อน